مشاركة

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ
ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ
مؤلف: รอยหยัก - หนิงอัน

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2025-02-02 23:52:05

“ฟางเซียน! เจ้าตื่นขึ้นมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้นะ! เสียงทุ้มตวาดดังลั่นไปทั่วห้องนอน ปลุกให้คนที่กำลังหลับตาพริ้มตื่นขึ้น   

“โอ๊ย! เรียกอะไรกันนักกันหนาเนี่ย คนจะหลับจะนอน” เสียงหวานดังออกมาจากตั่งเตียงด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่เจ้าของร่างจะขยับกายลุกขึ้นนั่งบิดตัวไปมาด้วยท่าทีเกียจคร้าน

“น่ารังเกียจนัก!” ไม่พูดเปล่าสายตาคมประดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังคนถูกว่าด้วยสายตารังเกียจปะปนด้วยความโกรธ

ไป๋ฟางเซียน เจ้าของชื่อที่ถูกรบกวนเวลานอน ทั้งยังถูกต่อว่าและได้รับสายตาเช่นนั้นจากอีกฝ่าย ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด นางมองสบตาคนสูงกว่าอย่างเฉยเมย

“ฮึ่ม! ไปอาบน้ำ ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับเจ้าให้รู้เรื่อง” พูดจบก็เดินออกไปด้วยอารมณ์ขึ้งโกรธ

ไป๋ฟางเซียนมองตามแผ่นหลังกว้างของผู้เป็นสามีพลางมุ่นคิ้วด้วยความสงสัย

‘มีเรื่องต้องคุยกับข้าเช่นนั้นหรือ จะเป็นเรื่องใดได้อีกถ้าไม่ใช่แม่ดอกบัวขาวหวานใจเจ้าผู้นั้น’ นางคิดด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะรีบพาตนเองไปอาบน้ำชำระกาย

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ไป๋ฟางเซียนก็เดินไปที่ศาลารับลมอันเป็นที่ประจำของนาง เมื่อไปถึงก็เห็นบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ข้างกันมีสตรีหน้าตางดงามในชุดจีนโบราณสีขาวนั่งอยู่ด้วย

สตรีผู้นั้นเอาอกเอาใจสามีของนางดียิ่ง ครั้นเมื่อเห็นว่านางมาถึง ใบหน้ายิ้มแย้มที่มีในคราแรกก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมองราวกับสั่งได้ หยดน้ำตาเม็ดเล็ก ๆ สีใสพลันไหลอาบแก้มนวล

มุมปากของไป๋ฟางเซียนฉีกยิ้มเตรียมดูบทละครตรงหน้า นับได้ว่าสตรีนางนี้มีความสามารถอย่างแท้จริง หากนี่เป็นยุคที่ตนจากมา นางก็คิดว่าอีกฝ่ายคงจะเป็นนักแสดงอันดับต้น ๆ ได้

เข้าใจไม่ผิด ไป๋ฟางเซียนไม่ใช่คนที่นี่ นางทะลุมิติมาจากอีกโลกแบบงง ๆ ไร้ซึ่งความช่วยเหลือเช่นนิยายที่เคยอ่าน คราแรกไป๋ฟางเซียนก็กลัวและกังวลอยู่มาก เนื่องจากนางไม่รู้จักใครที่นี่และยังไม่รู้ว่าตนเองกำลังอยู่ในยุคสมัยไหน

ความทรงจำด้านความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนก็ไม่มี เพราะในโลกเดิมนั้น ไป๋ฟางเซียนเป็นเพียงนักศึกษาด้านศิลปะการแสดงที่เพิ่งจะขึ้นปีสองเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องการข้ามมาอยู่ที่โลกนี้เป็นไปได้เช่นไรนั้น ไป๋ฟางเซียนไม่รู้เลยจริง ๆ

ส่วนไป๋ฟางเซียนในโลกนี้ นางก็ไม่รู้เช่นกันว่าอีกฝ่ายตายได้เช่นไร ที่บอกว่าตายแล้วก็ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าเจ้าของร่างนี้ไม่ตายนางคงไม่สามารถเข้ามาอยู่ในร่างอันสวยงาม สมเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงได้หรอก

ไป๋ฟางเซียนในยุคนี้เป็นบุตรสาวบุญธรรมที่บิดามารดาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีอุปการะเลี้ยงดู ส่วนพ่อแม่ของนางเสียชีวิตไปนานแล้ว วันแรกที่ไป๋ฟางเซียนเข้ามาในจวนแม่ทัพ บรรยากาศในจวนก็เป็นไปได้ด้วยดี บุตรชายของบิดามารดาบุญธรรมเอ็นดูนางไม่น้อย เพราะสงสารที่นางเป็นกำพร้า ไป๋ฟางเซียนมีความสุขมาก แล้วความสุขนั้นของนางก็หายไปเมื่อวันหนึ่งบิดามารดาบุญธรรมหมั้นหมายนางกับบุตรชายของตน

ในตอนแรกไป๋ฟางเซียนก็มีความสุข นานวันเข้าก็มีแต่ความทุกข์ บุรุษที่นางรักและเรียกขานเขาว่าท่านพี่ไม่สนใจไยดีกัน ทั้งยังตั้งแง่รังเกียจ ความอ่อนโยนที่เคยได้รับ กลับกลายเป็นเย็นชาแข็งกระด้างจนนางไม่กล้าเข้าใกล้

ความห่างเหินของบุรุษผู้นั้นทำให้ไป๋ฟางเซียนเปลี่ยนไป ความสดใสกลับกลายเป็นความด้านชา และมีนิสัยเอาแต่ใจตนเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นางกลายเป็นสตรีร้ายกาจในสายตาเขา เป็นนางมารที่สมควรถูกกำจัด

บุรุษผู้นั้นรังเกียจนางยิ่งชีพ ถึงกับกล้าคิดร้ายต่อนางอยู่หลายครั้งเพียงเพราะไม่อยากเห็นหน้า หนำซ้ำยังทำตัวร้ายกาจด้วยคำพูดในทุกคราที่พบหน้า  

ไป๋ฟางเซียนไม่มีความสุข ทว่าก็ยอมทนให้เขาต่อว่ามาโดยตลอด ไม่ปริปากบอกบิดามารดาบุญธรรมเพราะกลัวพวกท่านจะไม่สบายใจ ถึงนางจะมีนิสัยเอาแต่ใจ แต่นางก็รู้จักบุญคุณคนที่ชุบเลี้ยงตนมายิ่งกว่าสิ่งใด ดังนั้นอะไรที่จะทำให้พวกท่านไม่สบายใจ ไป๋ฟางเซียนจะไม่พูดหรือทำมันออกไปเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้พวกท่านจึงไม่ได้ทราบถึงการกระทำที่ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษของบุตรชาย

ครั้งหนึ่งนางเคยถามเขาว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่ ปฏิบัติกับนางเช่นเดิมเหมือนก่อนที่เขาและนางจะทราบถึงการหมั้นหมายได้หรือเปล่า คำตอบของอีกฝ่ายคือไม่มีทางเป็นไปได้ ไป๋ฟางเซียนเสียใจมากแต่นางไม่ยอมแพ้ พยายามปรับเปลี่ยนตนเอง ลดความเอาแต่ใจให้น้อยลง เพื่อที่จะกลับไปเป็นนางคนเดิมที่พบหน้ากันครั้งแรก

แต่แล้วการปรับเปลี่ยนตนเองของนางกลับไม่เป็นผล ซ้ำร้ายยังดูห่างเหินกันยิ่งกว่าเดิม ด้วยความที่ถูกท่านพี่ บุรุษที่ตนพึงใจหมางเมินมากเข้า นางจึงคิดใช้การแต่งงานมาผูกมัดเขาไว้ คราแรกก็ตั้งใจรอเวลาผ่านไปสักสองถึงสามปีแล้วค่อยแต่ง แต่กลับต้องเปลี่ยนใจเมื่อรู้ข่าวว่าเขามีคนรัก! และสตรีผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นเพื่อนของนางเอง! เพื่อนที่นางสนิทเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง!

ไป๋ฟางเซียนเสียใจมากและก็โกรธแค้นมากเช่นกัน นางตบตีทำร้ายสตรีคนดังกล่าว พร้อมทั้งออกปากขอบิดามารดาบุญธรรมจัดงานแต่งงานของนางและเขาทันที นั่นคือเหตุที่ทำให้งานแต่งงานสายฟ้าแลบถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แต่งานนั้นไร้ซึ่งรอยยิ้มของเจ้าบ่าว จึงเป็นที่โจษจันไปทั่วเมืองหลวง!

การกระทำของไป๋ฟางเซียนทำให้อีกฝ่ายโกรธและเกลียดนางยิ่งกว่าเดิม เกลียดจนไม่สนใจพิธีรีตอง ไม่สนแม้กระทั่งขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาอย่างช้านาน คืนส่งตัวเข้าหอวันแรก เจ้าบ่าวกลับไม่อยู่ในห้องหอ เขาไปเมาสุราเคล้านารีที่หอนางโลม ทิ้งนางให้อมทุกข์ร้องไห้เสียใจที่ตั่งเตียงกับอาหารมงคลเพียงผู้เดียว

แม้จะเสียใจแต่ไป๋ฟางเซียนกลับไม่คิดยอมแพ้ นางพยายามปรนนิบัติดูแลสามีของตนอย่างเต็มที่ทุกครั้งเมื่อเขากลับจวน ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ต้องการก็ตาม ด้วยความรักที่มีให้บุรุษเพียงผู้เดียว ไป๋ฟางเซียนจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อเขา นางช่วยงานในจวน เรียนรู้การปฏิบัติตัวกับบ่าวไพร่ แต่ให้ทำดีแค่ไหนพยายามมากเท่าใด รอยยิ้มของเขานางกลับไม่เคยเห็น

สิ่งที่ทำให้ไป๋ฟางเซียนเสียใจและเจ็บใจมากที่สุดก็คือ ขณะที่นางพยายามทำทุกอย่างให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น บุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีกลับยิ้มระรื่นให้กับสตรีไร้ยางอาย ทั้งยังมาเย้ยหยันนางถึงในจวน นี่ทำให้ไป๋ฟางเซียนทนไม่ได้!

ความรักความหึงหวงทำให้ไป๋ฟางเซียนไร้ซึ่งสติ นางเข้าไปจัดการตบตีทำร้ายอีกฝ่ายอย่างรุนแรง ท่ามกลางสายตาตกใจของบุรุษที่นางรัก ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้และแยกนางออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยังต่อว่าต่อขานนางต่าง ๆ นานา

ภาพที่คนรักโอบประคองกอดปลอบสตรีอื่นฉายชัดในความทรงจำมันติดตาของนางไม่เสื่อมคลายจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ เดือดร้อนบิดามารดาบุญธรรมต้องตามท่านหมอมาดูแลรักษา ครั้นเมื่อหายดีพอที่จะใช้ชีวิตอย่างปรกติสุข ก็ต้องมาจมน้ำตาย จนนางไป๋ฟางเซียนในอีกยุคเข้ามาแทนที่

ที่ไป๋ฟางเซียนรู้เรื่องราวของเจ้าของร่างได้ตั้งแต่ต้น เป็นเพราะว่าเจ้าของร่างเดิมได้ทิ้งความทรงจำเอาไว้ นางทิ้งไว้ทุกอย่างแม้กระทั่งความรู้สึก และความรักโง่ ๆ ก็ยังทิ้งไว้ ทว่ามีสิ่งเดียวที่ไม่ว่าไป๋ฟางเซียนคนใหม่ขบคิดเท่าไรก็ไม่อาจหาคำตอบได้คือ

เจ้าของร่างเดิมตายได้อย่างไร?

ไป๋ฟางเซียนพยายามอนุมานหลาย ๆ เหตุผลและหลายเหตุการณ์แต่ก็ยังไม่มีความคิดไหนเข้าท่า เมื่อคิดและหาคำตอบไม่ได้นางจึงไม่ใส่ใจอีก และหันมาสนใจความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีในที่สุดแทน 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไป๋ฟางเซียนพยายามทำตัวไม่มีตัวตนในจวนเพื่อที่จะได้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยและใช้ชีวิตให้ดีต่อไปได้ ไป๋ฟางเซียนเคยโทษชะตาฟ้าลิขิตที่ทำให้นางมาที่นี่ นางตัดพ้อต่อว่าเวรกรรมที่ทำให้นางมาอยู่ในวิถีชีวิตและบรรยากาศที่ตนเองไม่รู้จัก แต่ไม่ว่าจะตัดพ้ออย่างไรก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ไม่มีสิ่งใดมาพานางกลับไปยังที่ที่จากมาอยู่ดี

เมื่อเป็นเช่นนั้น ไป๋ฟางเซียนลูกเจ้าของค่ายมวยผู้นี้จึงได้ทำใจยอมรับ และใช้ชีวิตในร่างไป๋ฟางเซียนที่จบชีวิตไปในที่สุด

อันที่จริงการที่ได้มาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้แย่นัก นางได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างเหมือนในซีรีส์จีนโบราณ ได้พบปะ เผชิญ และสัมผัสด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็ขอบคุณที่ชื่อนี้เป็นชื่อเดียวกันกับนาง และมีหน้าตาคล้ายคลึงกันถึงสามส่วน นี่ทำให้ไป๋ฟางเซียนใช้ชีวิตอย่างไม่ติดขัดและรู้สึกผิดนัก

ด้วยความรู้ความสามารถ และความทรงจำที่มีมาจากโลกเดิม ทำให้ไป๋ฟางเซียนคิดว่านางสามารถใช้ชีวิตและเอาตัวรอดได้ไม่ยาก หากข้ามมาแล้วมีชีวิตโสดหรืออยู่คนเดียวคงดี นางจะได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกอย่างง่ายดาย ไม่ใช่มีสถานะเป็นฮูหยินแม่ทัพแบบนี้  

เอาเถอะ! ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ นางจะยอมรับก็แล้วกัน ส่วนสามีผู้โง่เขลาคนนั้น นางจะจัดการเอง! ให้มันรู้กันไปสิว่า นางจะไม่สามารถสยบบุรุษผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีได้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 134 จบ

    ไป๋ฟางเซียนที่รับรู้ได้ถึงความเยือกเย็นเบื้องหลังจึงหันกลับไปมอง ก็พบเห็นสามีของตนใบหน้าเขียวคล้ำสลับแดง เขาหรี่ตามองราวกับคนกำลังจับผิด สายตาของเขาทำเอานางรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เสียงลมหายใจหอบถี่ของผู้เป็นสามีทำให้นางเข้าใจได้ทันทีว่านางทำให้เขาไม่พอใจแล้ว ขณะที่กำลังจะเอื้อนเอ่ย ร่างของผู้เป็นสามีก็สะบัดชายอาภรณ์ตรงกลับไปยังห้องนอน ไป๋ฟางเซียนนิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนจะผุดลุกตามไปขณะเดินไปยังห้องนอนของตน นางก็ขบคิดกับตนเองว่าจะง้องอนเขาเช่นไรดี เขาจึงจะหายจากท่าทางปั้นปึ่งเช่นนั้น แต่คิดไปคิดมาพลันนึกขึ้นได้ว่า ตัวนางเองไม่ได้ผิดอันใดเสียหน่อย คนที่มาหานางในวันนี้ล้วนเป็นสหายนางทั้งนั้น ให้ตายนางก็ไม่ยอมง้อเขาหรอกแน่นอนว่านั่นเป็นเพียงแค่ความคิด เพราะทันทีที่เข้ามาในห้องนอนเห็นสีหน้าปั้นปึ่งมองนางตาขวางด้วยแล้ว ไป๋ฟางเซียนก็รีบก้าวเท้าเดินไปเบื้องหน้าตรงเข้าหาเขาอย่างเร็วรี่ พลางลอบกลืนน้ำลายเงียบ ๆ “ท่านพี่เจ้าขา เหตุใดถึงทำหน้าเช่นนี้เล่าเจ้าคะ ประเดี๋ยวจะไม่หล่อเอานา” นางเอ่ยเสียงหวานหยอกเย้าเขา หวังให้เขาโต้แย้งเช่นทุกครั้ง แต่กลับได้ความเงียบตอบมาแทนดวงตากลมโตช้อนสายตาหวานขึ้นมองอ

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 133

    หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันที่ไป๋ฟางเซียนฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างในชีวิตของนางและหลี่เหวินหลางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ความรักของคนทั้งสองต่างผลิบานและสุกงอมเต็มที่ หลี่เหวินหลางกระทำอย่างปากว่า เขาไม่เคยปล่อยให้นางห่างจากตัวหรือห่างจากสายตาอีกเลย ไม่รู้เช่นกันว่าเขาไปทำเช่นไร จึงสามารถทำให้องค์ฮ่องเต้พระราชทานวันหยุดมาให้ถึงสองเดือนด้วยกัน ทว่าจะบอกว่าหยุดเลยก็คงไม่ถูกนัก เพราะระหว่างนี้หลี่เหวินหลางก็ต้องไปดูระเบียบในค่ายทหารเป็นครั้งคราวด้วยเช่นกัน กระนั้นเขาก็มีเวลาอยู่กับนางมากขึ้นอยู่ดี และนอกจากชีวิตของนางและเขาจะเปลี่ยนไปแล้ว ชีวิตของผู้อื่นก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกันยามนี้สาวใช้ตัวน้อยของนางและคนสนิทของหลี่เหวินหลาง จื่อถิงกับตงผิง ต่างก็กราบไหว้ฟ้าดินเป็นสามีภรรยากันแล้วทั้งคู่ ตลอดหนึ่งเดือนมานี้นางจึงไม่เห็นหน้าสาวใช้คนสนิทเลย แต่ก็เป็นนางอีกนั่นแหละที่ให้จื่อถิงหยุดและใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานบ้าง แน่นอนว่าคำของนางทำให้ตงผิงมีความสุขอย่างมาก เพราะถ้านางบอกให้จื่อถิงหยุด หลี่เหวินหลางก็จะบอกให้ตงผิงหยุดงานชั่วคราวเช่นเดียวกัน แต่นี่ก็ครบกำหนดเวลาที่นางให้ไปแล้ว คาดว่าไม่เกินสองวันนี้คงได้เห็นห

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 132

    หลี่เหวินหลางกอดร่างบางแนบแน่น คางสากเกยไหล่มนของนางไว้พร่ำบอกแนบชิดริมหู จนคนป่วยที่เพิ่งฟื้นอดหัวเราะน้อย ๆ ไม่ได้ มือบางยกมือขึ้นโอบกอดบุรุษร่างโตด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน ความรู้สึกรักและห่วงหาทว่าดูเหมือนพวกเขาจะหลงลืมไปว่าในห้องนี้หาได้มีพวกเขาไม่ ยามนี้ทั้งท่านหมอชรา หลี่เหวินชิง เหลียนฮวา จื่อถิงและตงผิงต่างมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำหน้าไม่ถูกกันแทบทั้งสิ้น ก่อนจะเป็นไป๋ฟางเซียนที่ตั้งสติได้ นางมีกิริยาเลิ่กลั่ก พยายามดันตัวตนเองออกจากอ้อมกอดของหลี่เหวินหลาง แต่เจ้าของอ้อมกอดแสนอบอุ่นหาได้ยินยอมไม่“เซียนเซียน พี่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน คิดถึงเหลือเกิน เจ้ารู้หรือไม่ว่าพี่กลัวมากเพียงใด กลัวว่าเจ้าจะจากพี่ไป กลัวว่าเจ้าจะไม่กลับมาหาพี่อีก พี่คิดไปต่าง ๆ นานา นอนก็ไม่เคยหลับ กินก็ไม่เคยอิ่ม ใจภวงคิดถึงเป็นกังวลแต่เรื่องของเจ้า เซียนเซียน ขอบคุณที่เจ้ากลับมาหาพี่ นับว่าการรอคอยที่แสนทรมานของพี่สิ้นสุดลงแล้ว ขอบคุณ ขอบคุณจริง ๆ”“เอ่อ ท่านปล่อยข้าก่อนดีไหมเจ้าคะ”“ไม่! จากนี้ไปพี่จะไม่ยอมห่างเจ้าอีกแล้ว ทั้งยังไม่ยอมให้เจ้าห่างสายตาจากพี่อีกด้วย”“ท่านพี่ ปล่อยข้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 131

    “ข้าขอโทษ” น้ำเสียงแผ่วเบาเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด เจ้าของร่างตัวจริงทำเพียงยิ้มรับ ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ“เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษ สุดท้ายแล้วข้าและเจ้าก็คือคนคนเดียวกัน เจ้าคิดว่าจะมีใครที่ไหนจะมีชื่อแซ่เดียวกับตนเองบ้างเล่า สิ่งที่เจ้าควรรู้คือ เจ้าคือข้า ข้าคือเจ้า ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด”“แต่ว่า...”“ตอนแรกข้าก็สงสัยเหมือนเจ้า ในยามที่ข้าตกตายเพราะจมน้ำ ข้าก็ถูกพามายังสถานที่แห่งนี้ เฝ้ามองดูเจ้าเข้าไปในร่างของข้าอย่างไม่ยินยอมนัก หลายครั้งที่ข้าคิดทำร้ายเจ้า หากแต่ไม่สามารถกระทำได้ เพราะทุกครั้งที่คิด ข้าจะรู้สึกเจ็บไปด้วยเช่นกัน ข้าไม่เข้าใจและเฝ้าถามตนเองมาตลอดว่าทำไม กระทั่งวันหนึ่งข้าก็ได้คำตอบจากคนผู้หนึ่ง”“ผู้ใดรึ”“คนผู้นั้นบอกกับข้าว่า แท้จริงแล้วทั้งข้าและเจ้าต่างเป็นคนคนเดียวกัน เพียงแต่ว่าตอนเกิด ดวงจิตของเราได้แยกเป็นสอง หนึ่งคือข้า สองคือเจ้า เมื่อดวงจิตแยกไม่รวมเป็นหนึ่งชะตาชีวิตของคนผู้นั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไป เจ้าไม่สงสัยบ้างหรือ ว่าทำไมตอนที่อยู่ในโลกเดิมทั้ง ๆ ที่เจ้ามีทุกอย่าง มีครอบครัวที่ดีพร้อมและอบอุ่น แต่เจ้ากลับรู้สึกมีความสุขได้ไม่เต็มที่นัก เ

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 130

    สภาพของหลี่เหวินหลางทำให้ผู้เป็นใหญ่ของจวนตระกูลหลี่รู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก หากจะบอกว่าอาการของไป๋ฟางเซียนน่าเป็นห่วง สภาพของผู้เป็นบุตรชายก็น่าเป็นห่วงไม่ต่างกันหลี่เหวินชิงและเหลียนฮวามองสภาพบุตรชายที่หน้าประตูด้วยสายตาเป็นห่วงอย่างสุดแสน คิ้วของคนทั้งคู่ขยับเข้าหากันจนแน่นขนัด ใบหน้าที่ร่วงโรยไปตามวัยฉายความกังวลออกมาอย่างมาก ก่อนจะเป็นหลี่ฮูหยินที่ทนไม่ไหวพูดมันออกมา“ท่านพี่ น้องเป็นห่วงบุตรของเราจังเลยเจ้าค่ะ อาเหวินแทบไม่ออกจากห้องนอนของเซียนเอ๋อร์เลยนะเจ้าคะ เห็นอาการของลูกเราตอนนี้แล้ว น้องกลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ น้องกลัวว่าลูกจะล้มป่วยไปอีกคน” เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นอย่างหนักอกหนักใจ มองหลี่เหวินหลางที่กอบกุมมือไป๋ฟางเซียนด้วยความห่วงใยอย่างถึงที่สุด ด้วยไม่เคยเห็นบุตรชายของตนมีสภาพซึมเศร้าเช่นนี้มาก่อน“ไม่ต้องกังวลหรอกน้องหญิง อาเหวินรู้ขีดจำกัดของร่างกายตนเองดี เราแค่อยู่ข้าง ๆ เขาในยามที่เขาต้องการก็พอ ตอนนี้เราไปนั่งรับลมที่ศาลากันก่อนเถิด อยู่ตรงนี้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ประเดี๋ยวน้องหญิงจะเป็นกังวลห่วงคนนั้นคนนี้จนพานจะไม่สบายไปอีกคน”“ท่านพี่”แม้จะเป็นห่วงบุตรชายแต่ก

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 129

    “เซียนเซียน ตื่นขึ้นมาเถิดนะคนดี พี่คิดถึงเจ้า อยากได้ยินเสียงของเจ้าจนแทบจะทานทนไม่ไหวแล้ว หรือที่เจ้าไม่ยอมตื่นขึ้นมาเพราะอยากลงโทษที่พี่เคยพูดไม่ดีกับเจ้าในวันแรกที่เจ้าลืมตาขึ้นมาที่จวนเรือนหลังนี้ใช่หรือไม่ เซียนเซียน พี่ขอโทษเจ้า กลับมาเถิดนะคนดี กลับมาหาพี่ พี่รักเจ้า รักเจ้าเหลือเกิน” หลี่เหวินหลางทอดสายตาแห่งความคะนึงหาไปยังดวงหน้างาม ก่อนที่ชั่วพริบตาแววตาของเขาจะมีความโกรธแค้นวาบผ่าน หากแล้วก็ปล่อยวางลงอย่างรวดเร็ว เพราะคนที่ทำให้คนรักของเขาต้องเป็นเช่นนี้ได้ตกตายไปแล้ว เขาจึงไม่รู้ว่าต้องจ้องเวรไปเพื่อสิ่งใดแท้จริงแล้วการตกน้ำของนางอันเป็นที่รักใช่ว่าเขาไม่คิดติดใจสงสัย เขาย่อมต้องสงสัยแน่นอน และมั่นใจมากว่านางคงไม่กระโดดน้ำฆ่าตัวตายแน่ ที่ไม่ได้สืบหาตั้งแต่วันแรกเพราะเป็นห่วงนางจนไม่เป็นอันทำสิ่งใด พอตั้งสติกับตนเองได้เขาจึงเริ่มสอบถามเรื่องราวคาดคั้นกับจื่อถิงอีกครั้ง แต่นางก็ตอบสิ่งใดไม่ได้ ทั้งยังไม่รู้ว่าว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ นอกจากร่ำไห้ด้วยความรู้สึกผิดและโทษว่าที่ไป๋ฟางเซียนเป็นเช่นนี้ ทั้งหมดเป็นความผิดของตน หลี่เหวินหลางจึงสั่งให้ตงผิงและจื่อถิงกลับไปที่สร

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 11

    เรือนเหมยกุ้ย เรือนเหมยกุ้ยคือเรือนนอนของไป๋ฟางเซียน ที่ชื่อว่าเรือนเหมยกุ้ยเพราะว่ารอบเรือนปลูกดอกเหมยกุ้ย[1] เต็มไปหมด มีทั้งดอกสีขาวและดอกสีแดง สีชมพูมีเพียงเล็กน้อย ซึ่งนี่ก็ทำให้ไป๋ฟางเซียนชอบมาก เพราะดอกเหมยกุ้ยเป็นดอกไม้ที่นางชอบที่สุดหลังไป๋ฟางเซียนกลับมาถึงเรือนนอนของตน นางก็ไปอาบน้ำอย่า

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 10

    ยามโหย่ว[1] หน้าจวนตระกูลหลี่มีบุรุษหนุ่มรูปงามร่างใหญ่โตนั่งอยู่บนอาชาทมิฬสีดำอย่างองอาจ สายตาของเขาจับจ้องประตูจวนด้วยแววตาลึกล้ำ หลายวันก่อนเขาถูกบิดามารดาต่อว่าโดยมีต้นเหตุมาจากสตรีที่ตนรังเกียจ ทำให้เขาไม่กลับบ้านตนเองเป็นเวลาสามวัน ทว่าวันนี้เขากลับมาแล้ว กลับมาด้วยใบหน้าไม่ใคร่จะแจ่มใสเท่าใ

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 13

    หลังให้อวี้เหนียงติดป้ายประกาศว่าร้านปิดปรับปรุง ไป๋ฟางเซียนจึงเดินสำรวจภายในร้านพร้อมกับจื่อถิงและลูกจ้างร้านเฟยเจินทันที ระหว่างที่เดินสำรวจนางก็ขบคิดถึงสิ่งที่ต้องการปรับปรุงไปด้วยเช่นกัน แม้อวี้เหนียงจะจัดการร้านได้ค่อนข้างดี แต่การจัดตกแต่งร้านกลับไม่ถูกใจนางนัก ดังนั้นนางจึงคิดปรับปรุงและตกแต

  • ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ   บทที่ 12

    “เรียบร้อยดีหรือไม่จื่อถิง”“เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ คุณหนูต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ละ เราไปกันเลยดีกว่า ข้าอยากเห็นร้านของข้าเต็มทนแล้ว”“เจ้าค่ะ คุณหนูอย่าลืมไปบอกกล่าวฮูหยินใหญ่ก่อนนะเจ้าคะ”“... นั่นสินะ ขอบใจนะจื่อถิงที่เตือน ข้าเกือบลืมไปเลย”ไป๋ฟางเซียนเอ่ยขอบคุณสาวใช้ของตนที่เอ่ยเตือนเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status