ความเห็นในฐานะแฟนที่ชอบไอเท็มพิเศษคือ ตลาดมือสองในไทยเป็นแหล่งทองสำหรับของหายากอย่างบ็อกซ์เซ็ตของ 'the world end' โดยเฉพาะถ้าคุณไม่คิดว่าต้องเป็นของใหม่เอี่ยมเสมอไป
บอกได้เลยว่าการหาสินค้าของ 'the world end' ในไทยไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ถ้าคุณมองในมุมผู้สะสมที่ชอบไล่หาไอเท็มนอกตลาดทั่วไป สิ่งแรกที่ฉันมองหาคือแผนกสินค้านำเข้าในร้านหนังสือใหญ่ ๆ และร้านที่มีการนำเข้าของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ
เวลาที่ฉันหาแผ่นบลูเรย์เวอร์ชันลิมิเต็ดหรือชุดไลท์โนเวลของ 'the world end' มักจะเริ่มจากเว็บของร้านหนังสือใหญ่ที่มีหน้าอิมพอร์ต หรือเว็บช็อปของตัวแทนนำเข้าในไทย เพราะบางครั้งจะมีการสั่งล็อตพิเศษเข้ามา นอกจากนี้การไปเดินตามบูทที่งานคอนเวนชันใหญ่ เช่น งานคอมมิคหรือแฟนมีต ก็ช่วยให้เจอสินค้ามือหนึ่งอย่างฟิกเกอร์ตัวละครหลักที่สั่งเข้ามาจำกัด
รายชื่อนักแสดงหลักใน 'The Dark Tower' ที่คนนึกถึงมักจะเป็นชุดเด่น ๆ ไม่กี่คน แต่พอได้ไล่จริง ๆ ก็รู้สึกว่าทีมแคสต์เต็มไปด้วยหน้าคุ้นตาจากงานภาพยนตร์และซีรีส์ต่าง ๆ
ผมมองว่าสามชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ Idris Elba รับบทเป็น Roland Deschain, Matthew McConaughey ในบท Walter O'Dim หรือที่หลายคนเรียกกันว่า The Man in Black และเด็กหนุ่ม Tom Taylor ที่รับบทเป็น Jake Chambers นักแสดงทั้งสามคนเป็นแกนกลางของเรื่องและถูกวางไว้ให้ขับเคลื่อนทั้งโทนเรื่องและความตึงเครียดของพล็อต ส่วนคนอื่น ๆ ในทีมอย่าง Abbey Lee, Claudia Kim และ Jackie Earle Haley ก็เข้ามาเติมรายละเอียดทั้งในบทเด่นและบทสมทบ ทำให้ภาพรวมไม่แห้งจนเกินไป
การเห็น Idris ในลุคคาวบอยไร้ความปรานี เตือนผมถึงงานทีวีอย่าง 'Luther' ในแง่ของการมีพลังและความเงียบเย็น ส่วน Matthew ก็ยังคงชวนให้ระแวงเหมือนที่เขาทำไว้ใน 'True Detective' — สองคนนี้สร้างสมดุลที่แปลกแต่ได้ผลกับหนังที่พยายามผสมแฟนตาซีและไวลด์เวสต์ไว้ด้วยกัน ฉากระหว่าง Roland และ Jake ถึงแม้จะไม่ได้ยาวมากแต่ก็เป็นแกนอารมณ์สำคัญของหนังสำหรับผม และนักแสดงสมทบที่ว่ามาก็ช่วยขยับโลกของเรื่องให้รู้สึกว่าใหญ่มากกว่าหนังความยาวประมาณสองชั่วโมงเท่านั้น