3 Respostas2025-12-02 23:13:42
การได้ยินเสียงแรกจากขลุ่ยไม้ไผ่ทำให้อยากเล่นต่อทันที
ฉันเริ่มจากการเลือกขลุ่ยที่จับถนัดมือก่อน แล้วค่อยเรียนรู้เรื่องการวางปากและการหายใจให้ถูกวิธี การจับขลุ่ยไม่ควรบีบแน่นจนตัวไม้สั่นไม่เป็นธรรมชาติ ฝึกการหายใจจากกระบังลมเพื่อให้ลมหายใจสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเสียงสั่นของขลุ่ยมาจากการควบคุมลมและมุมเป่ามากกว่ากำลังลม เมื่อเริ่มต้นให้โฟกัสที่โน้ตง่าย ๆ สองสามตัว เช่น โน้ตพื้นฐานในคีย์เดียว แล้วฝึกให้ออกเสียงชัด ไม่ต้องรีบเล่นเพลงยาก ๆ
การแบ่งเวลาในการฝึกช่วยให้พัฒนาชัดขึ้น เช่น ฝึก 20–30 นาทีแต่ทำทุกวัน ดันตัวเองด้วยการเล่นสเกลสั้น ๆ, ฝึกเปลี่ยนคีย์ช้า ๆ, และบันทึกเสียงตัวเองเป็นระยะเพื่อฟังความเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้การดูคลิปบันทึกการเล่นจากศิลปินหรือฉากในหนังทำให้มีไอเดีย เช่นเสียงขลุ่ยใน 'Spirited Away' ที่ให้โทนอ่อนหวานเป็นแรงบันดาลใจ แต่ไม่ต้องเลียนแบบเป๊ะ ๆ ให้ใช้เป็นตัวอย่างแล้วค่อยปรับสไตล์ของตัวเอง
ท้ายที่สุดการมีคนคอยให้คำแนะนำช่วยได้มาก ไม่ว่าจะครูผู้เล่นเก่งหรือเพื่อนที่เล่นเครื่องดนตรีอื่น การแลกเปลี่ยนคอมเมนต์เล็ก ๆ น้อย ๆ จะทำให้เห็นจุดที่ต้องแก้ไขและมีแรงไปต่อ ฉันมักจบการฝึกด้วยการเล่นช้า ๆ ให้เกิดความพอใจในโทนเสียง เพราะเสียงที่เป็นธรรมชาติจะมาจากการฝึกที่มีความสุขมากกว่าแรงกดดัน
3 Respostas2026-05-11 15:53:24
เริ่มจากการทำความเข้าใจกับระบบความหิวและความกระหายในเกมก่อนเลย — นี่คือหัวใจของการเล่นระยะยาวสำหรับผู้เริ่มต้น ผมมักจะแบ่งความสำคัญเป็นลำดับ: เก็บอาหารกับน้ำให้เพียงพอ สร้างที่พักชั่วคราว แล้วค่อยขยายไปหาอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ
ช่วงเริ่มเกมผมชอบเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ จุดสปอร์นเพื่อหาแหล่งอาหารที่คงที่ เช่น พืชที่เก็บได้ซ้ำ ๆ หรือแหล่งน้ำที่ปลอดภัย ถ้าพบกล่องหรือบ้านร้าง ให้เน้นของจำเป็นก่อน เช่นมีด กระป๋องอาหาร ไฟแช็ก และผ้าพันแผล การจัดการช่องเก็บของสำคัญมาก — ผมมักจะทิ้งของหนักที่ไม่มีประโยชน์และพกของเบื้องต้นไว้ในช่องด่วน
การจัดลำดับความเสี่ยงก็สำคัญมากด้วย ถ้าพบศัตรูที่แรงกว่าหลายคน ให้หลีกเลี่ยงและหาทางลวงหรือใช้ที่กำบังก่อน ต่อให้การต่อสู้ในบางเกมจะให้รางวัล แต่ความเสี่ยงต่อความหิวและการสูญเสียไอเท็มอาจทำให้การเริ่มต้นพังได้ง่าย ๆ ผมมักจะยึดแนวทางป้องกันไว้ก่อน แล้วค่อยทดลองระบบคราฟท์ที่ซับซ้อนเมื่อมีทรัพยากรเพียงพอ
ถ้าชอบดูตัวอย่างการจัดการทรัพยากรในเกมแนวนี้ ลองนึกถึงวิธีที่ 'Don\'t Starve' บังคับให้เราจัดลำดับความสำคัญอย่างเข้มงวด — แนวคิดพื้นฐานแบบเดียวกันช่วยให้เล่นเกม 'หิวคนกระหาย' ได้ราบรื่นขึ้น และอย่าลืมว่าการฝึกเล่นซ้ำ ๆ ช่วยให้เรารู้จักมุมเสี่ยงของแผนที่และจังหวะการเกิดของทรัพยากร ซึ่งเป็นสิ่งที่พัฒนาได้เรื่อย ๆ
3 Respostas2026-07-09 21:56:09
ฉันชอบบอกเพื่อนใหม่ที่อยากลองเล่นเกมออนไลน์ว่า Roblox เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นขนาดยักษ์ที่ผู้เล่นเป็นคนสร้างของเล่นเอง การอธิบายสั้น ๆ ก็คือมันเป็นแพลตฟอร์มที่รวมเกมและประสบการณ์ (มักเรียกกันว่า 'experiences') ที่ผู้ใช้สร้างด้วยเครื่องมือของ Roblox เอง มากกว่าจะเป็นแค่เกมเดียว คุณจะเจอทั้งโลกจำลอง เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง มินิเกมปาร์ตี้ ไปจนถึงพื้นที่สังคมที่คนมาพูดคุยและแต่งตัวให้ตัวละคร ทั้งหมดนี้ใช้งานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ มือถือ และคอนโซลบางรุ่น ซึ่งทำให้มันเข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกวัย
ขั้นตอนเริ่มต้นที่ฉันมักแนะนำคือ: สร้างบัญชีด้วยอีเมลจริงและตั้งวันเกิดให้ถูกต้องเพื่อให้ระบบความเป็นส่วนตัวทำงานตามที่ควร ตั้งค่าโปรไฟล์และแต่งหน้าแต่งตัวให้ตัวละคร (Avatar) ก่อนลงเล่น ลองเข้าไปที่หน้าแนะนำหรือแท็บ 'Popular' เพื่อหาเกมที่คนเล่นเยอะ ถ้าชอบเกมสังคมลองค้นหาอย่าง 'Adopt Me' หรือถ้าอยากยิงมันส์ ๆ ลอง 'Arsenal' ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากมินิเกมสั้น ๆ ก่อนจะได้เรียนรู้การเคลื่อนไหว ปุ่มพื้นฐาน และระบบการเชิญเพื่อน การเล่นครั้งแรกอย่าเพิ่งซื้อไอเท็มแพง ๆ — Robux สกุลเงินในเกมอาจดูเย้ายวน แต่ควรเข้าใจระบบการชำระเงินและการแลกเปลี่ยนก่อน
เคล็ดลับที่ฉันพบว่าช่วยได้จริงคือการใส่ใจกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและการแชท: ปิดแชทสาธารณะหรือปรับเป็นเพื่อนเท่านั้นหากต้องการความปลอดภัยมากขึ้น และเปิดการยืนยันสองขั้นตอน (2FA) เพื่อป้องกันบัญชี นอกจากการเล่นแล้ว Roblox Studio ก็เป็นทางให้ลองสร้างเกมของตัวเอง แม้จะเริ่มจากโครงง่าย ๆ ก็สนุกและได้เรียนรู้การใช้ Lua เบื้องต้น อีกอย่างที่ต้องระวังคือมิจฉาชีพในเกมที่สัญญาของฟรีหรือขอข้อมูลส่วนตัว — อย่าให้รหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนตัวกับใคร สรุปคือ Roblox สนุกและเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่ได้ลองของ ลองเล่นแบบไม่รีบร้อน จะได้สนุกและปลอดภัยไปพร้อมกัน
3 Respostas2025-12-02 02:27:13
เสียงแรกจากปลายไม้ไผ่ที่ยังไม่คุ้น มักทำให้รอยยิ้มเล็กๆ โผล่ขึ้นก่อนเสมอ ตอนเริ่มฝึก ข้อสำคัญที่สุดที่ฉันย้ำกับตัวเองคือการหายใจให้เป็นธรรมชาติและนิ่งพอที่จะควบคุมโทนเสียงได้นานๆ การฝึกลมหายใจแบบท้อง (diaphragmatic breathing) เป็นพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มด้วยการฝึกหายใจเข้าช้า ๆ นับสี่ จับลมหายใจไว้สองจังหวะ แล้วผ่อนออกยาว ๆ ให้เสียงคงที่ตลอดทางออก ลองเป่าขลุ่ยแล้วทำโทนยาว (long tones) ที่โน้ตเดียวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรู้สึกถึงความสม่ำเสมอของเสียงและการสั่นของไม้ไผ่
การวางปากและการปิดรูนิ้วก็สำคัญมาก พื้นฐานคือวางริมฝีปากให้แน่นพอดี ไม่บีบจนเสียงบีบแบน และปิดรูนิ้วให้แน่นแต่ผ่อนคลาย หากมีเทปหรือแผ่นหนังบางๆ ใช้รองที่ริมปากจะช่วยลดการสั่นและเพิ่มการควบคุมได้ดี การฝึกสเกลขึ้นลงช้า ๆ ด้วยเมโทรนอมจะช่วยเรื่องการประสานนิ้วและการฟังจังหวะ เริ่มจากสเกลง่าย ๆ เช่น C major หรือโทนที่คุ้นเคย แล้วค่อยเพิ่มความเร็วเมื่อมั่นใจ
การบันทึกเสียงตัวเองเป็นเคล็ดลับที่ฉันใช้ได้ผลบ่อย ๆ ฟังซ้ำแล้วจับจุดที่เสียงสั่นหรือจังหวะไม่แน่น จากนั้นกลับมาฝึกตรงจุดนั้นเป็นพิเศษ อย่าลืมให้ความสำคัญกับเพลงสั้น ๆ เป็นจุดจบของแต่ละเซสชัน เช่นลองเล่นท่อนสั้นจาก 'Your Lie in April' เพื่อฝึกอารมณ์ในการเปล่งเสียง การฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไปและมีความสุขกับเสียงจะทำให้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง — บางครั้งความก้าวหน้าไม่ได้วัดจากการเล่นเร็ว แต่จากความมั่นคงของเสียงที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
4 Respostas2026-03-14 05:19:15
อยากแนะนำเพลงที่เป็นจังหวะเรียบง่ายและเมโลดี้ไม่ซับซ้อนอย่าง 'ลาวดวงเดือน' เพราะมันมีเส้นเมโลดี้ชัดเจนและโน้ตไม่กระโดดมาก ทำให้เราโฟกัสที่การควบคุมลมหายใจและการเป่าต่อเนื่องได้ดี พอตั้งต้นด้วยความเร็วช้า ๆ จะช่วยให้จับตำแหน่งรูเจาะและการปิดรูนิ้วได้แม่นยำขึ้น
การฝึกกับเพลงนี้ผมแนะนำให้แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ เล่นซ้ำช่วงละ 4–8 ท่อน ปรับจังหวะเป็นครึ่งช้าก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วเมื่อมั่นใจ ใส่การประทับเสียงเล็กน้อยตรงจุดที่เป็นจังหวะสำคัญเพื่อฝึกรู้จักการออกอากาศและการตกแต่งเมโลดี้ ในมุมของเทคนิคพยายามเล่นด้วยผิวสัมผัสของลมต่างกัน เช่น ลมอ่อนสำหรับพาร์ทที่เป็นค้าง และลมแรงขึ้นบ้างเมื่อต้องการเน้นคำนั้น ๆ
สุดท้ายเราอยากให้ลองอัดเสียงตัวเองแล้วฟังย้อนกลับบ้าง จะเห็นข้อบกพร่องเรื่องจังหวะหรือเสียงรั่วที่มองไม่เห็นเวลาฝึก และถ้าชอบความท้าทาย ให้ลองแปรเมโลดี้เป็นอ็อกเทฟสูงลงหนึ่งขั้นเพื่อฝึกการควบคุมช่วงเสียงที่กว้างขึ้น สนุกกับการฝึกนะ แล้วจะรู้สึกว่าการเล่นขลุ่ยค่อย ๆ ดีขึ้นจริง ๆ
2 Respostas2026-02-24 15:36:19
เริ่มเกมแบบสตอรี่ของ 'Game of Thrones' ด้วยความตั้งใจเล่นไปตามบทของตัวละครคนใดคนหนึ่งก่อนจะดีที่สุด — นี่เป็นสิ่งที่ผมมักจะแนะนำให้เพื่อนใหม่ที่อยากอินกับเนื้อเรื่องลองทำ
ผมชอบเริ่มจากการทำความเข้าใจกับโลกและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก่อน เช่น ในเวอร์ชันเล่าเรื่องของ 'Game of Thrones' (Telltale) จะมีหลายครอบครัวและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน การรู้ว่าใครเป็นใครและมีปมข้อไหนช่วยให้การเลือกตอบสนองดูมีน้ำหนัก ไม่ต้องพยายามเป็นคน ‘ฉลาดที่สุด’ เสมอไป — เลือกคำตอบที่เข้ากับแนวทางของตัวละครที่เล่นจะให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจกว่า และยอมรับได้ว่าการตัดสินใจบางอย่างจะมีผลถ่วงเวลายาวนาน
เทคนิคการเล่นจริงๆ ที่ผมเห็นว่าช่วยได้คือการเซฟหลายช่องไว้เสมอ เวลาเล่นให้แบ่งเซฟเป็นจุดสำคัญ เช่น ก่อนการตัดสินใจใหญ่หรือก่อนฉาก QTE เพราะบางครั้งการย้อนกลับไปดูผลลัพธ์ของทางเลือกต่างๆ จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมของสตอรี่มากขึ้น นอกจากนี้อย่าละเลยการสำรวจพื้นที่ พูดคุยกับตัวละครย่อย และอ่านข้อมูลในอินเวนทอรีหรือบันทึกเรื่องราว — รายละเอียดย่อยๆ เหล่านี้มักจะให้มิติแก่เหตุผลของการตัดสินใจและทำให้โลกของเกมดูมีชีวิต
เรื่องการต่อสู้และระบบเกม ถ้าเป็นเวอร์ชันที่มี QTE หรือคอมแบทแบบง่าย ให้ตั้งใจกับจังหวะและปิดตัวเลือกระบบช่วยเหลือถ้ารู้สึกว่ามันเกะกะ ปรับซับไตเติ้ลและความเร็วในการแสดงบทให้เหมาะกับการอ่านของเรา ถ้าเล่นแบบต้องบริหารทรัพยากรหรือกองกำลัง (ในบางภาค) ให้เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ ก่อน อย่ากระโดดเปิดสงครามหลายหน้าในทีเดียว เพราะผลจะสะเทือนยาว การเล่นซ้ำ (replay) ถือเป็นส่วนที่สนุก — เหมือนอ่านนิยายตอนที่สองแล้วเห็นมุมมองใหม่ๆ — และมันช่วยให้เห็นภาพการเชื่อมโยงของเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่าเดิม
สรุปท้ายสุด ผมมักจะบอกเพื่อนว่าอย่าเพิ่งเครียดกับการเลือกผิด สนุกกับการดื่มด่ำกับบท และยอมให้ตัวเองได้ลองผิดลองถูก การที่เกมแบบนี้บีบให้เราตัดสินใจจริงๆ คือเสน่ห์สำคัญ — เล่นให้สบาย แล้วปล่อยให้เรื่องเล่าเป็นตัวพาเราไป
4 Respostas2026-03-14 15:56:30
เสียงหวานของ 'ขลุ่ย' ในงานพิธีหรือบนเวทีพื้นบ้านมักจะทำให้ผมเริ่มคิดถึงว่ามันไม่ได้มีเพียงแบบเดียว แต่จริงๆ แล้วขลุ่ยไทยมีโครงหลักที่ชัดเจนสามแบบที่คนทั่วไปพบได้บ่อย
ผมมักเรียกแบบแรกว่าเป็นขลุ่ยที่เป็นตัวแทนของดนตรีคลาสสิกไทย คือประเภทที่ออกแบบมาเป็นทางการ มีรูปร่างและขนาดกำหนดไว้ชัดเจน เสียงจะนิ่งและเหมาะกับการเล่นเมโลดี้ยาวๆ แบบประณีต ตัวอย่างที่คนคุ้นเคยคือขลุ่ยชนิดขนาดกลางที่เสียงไม่สูงไม่ต่ำ เหมาะกับการบรรเลงเดี่ยวและเข้าคู่กับเครื่องดนตรีไทยอื่นๆ
แบบที่สองเป็นขลุ่ยที่มีเสียงสูงกว่าปกติ ให้โทนแหลมคม มักใช้เพื่อเพิ่มสีสันหรือรับหน้าที่เล่นท่อนคอรัสเล็กๆ ส่วนแบบที่สามเป็นขลุ่ยเสียงต่ำ ทุ้มกว่า ให้พื้นเสียงและมวลเสียงแก่วงโดยรวม ผมชอบสังเกตความต่างของวัสดุด้วย—ไม้ไผ่กับไม้เนื้อแข็งจะให้ความอบอุ่นต่างกัน และขลุ่ยสมัยใหม่ที่ทำจากพลาสติกหรือโลหะก็เปลี่ยนทั้งน้ำหนักและการพกพาได้เยอะ จบด้วยว่าเมื่อฟังให้ตั้งใจฟังช่วงไดนามิกและโทน เพราะนั่นจะบอกคุณได้เลยว่าคุณกำลังฟังขลุ่ยแบบไหน
6 Respostas2026-02-20 17:21:31
เริ่มต้นด้วยการทำใจให้สบายแล้วเลือกเล่มที่เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนเกินไป
การอ่านไลท์โนเวลสำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากงานที่มีโทนเบาๆ และภาษาที่ไม่ล้นด้วยคำศัพท์เฉพาะ เช่น เลือกเล่มที่มีตัวละครไม่เยอะนักและบทเรียนชีวิตไม่ซับซ้อนมาก ฉันมักชอบเริ่มจากเรื่องที่มีบทสนทนาเยอะ เพราะช่วยให้จับสำเนียงของตัวละครและจังหวะการเล่าได้ไวกว่า อ่านภาพประกอบประกอบไปด้วยจะช่วยให้เข้าใจคาแรกเตอร์และบรรยากาศได้ง่ายขึ้น
อีกเทคนิคที่ได้ผลคืออ่านคำบรรยายตอนต้นหรือคำนำของผู้แปลก่อนเพื่อรับบริบท แล้วค่อยไล่อ่านช้าพอให้จับโครงเรื่องได้ หากเจอคำศัพท์เฉพาะให้ทำโน้ตสั้นๆ ไว้ เผื่อกลับมาดูทีหลัง เรื่องที่ฉันแนะนำสำหรับจุดเริ่มต้นคือ 'Spice and Wolf' เพราะมีจังหวะเล่าเรื่องที่ชัดเจน ตัวละครน้อย และแทรกความรู้เชิงเศรษฐศาสตร์อย่างเป็นธรรมชาติ — พออ่านจบเล่มแรกแล้วจะได้ความมั่นใจขึ้นในการลองเล่มต่อไป
3 Respostas2026-04-02 12:19:36
เริ่มจากการตั้งใจเลือกเรื่องที่เหมาะกับอารมณ์วันนี้ก่อนเลย ฉันชอบแนะนำให้ผู้เริ่มต้นหาจุดเชื่อมโยงง่าย ๆ — ถ้าชอบฮีโร่ ผจญภัยและฉากบู๊ที่ชัดเจน ให้ลองเปิดดู 'My Hero Academia' สักไม่กี่ตอนแรกเพื่อรู้ว่าจังหวะเรื่องมันถูกใจไหม ถ้าชอบบรรยากาศชิล ๆ ตลกและอบอุ่น ลองสลับไปที่ 'Komi Can't Communicate' ซึ่งเป็นตัวอย่างดีของการเริ่มจากตัวละครแล้วค่อยหลงรักสไตล์การเล่าเรื่อง
ฉันมักให้คำแนะนำเป็นขั้นตอนสั้น ๆ: ดู 2–3 ตอนแรกก่อนตัดสินใจ หลีกเลี่ยงสปอยเลอร์ใหญ่ ๆ ในช่วงแรก แล้วค่อยขยายไปหาข้อมูลเชิงลึก ถ้ารู้สึกว่าติดขัดกับศัพท์หรือบริบท ให้เปิดคำบรรยายภาษาไทยหรือหาบทสรุปฉบับย่ออ่านก่อน คนเริ่มใหม่หลายคนชอบให้มีเพื่อนดูด้วย เพราะการคุยหลังดูตอนช่วยให้เข้าใจและอยากดูต่อมากขึ้น
อีกอย่างที่ฉันพบว่ามีประโยชน์คือการตั้งเป้าเล็ก ๆ — เช่น ดูสัปดาห์ละ 2 ตอน หรือให้รางวัลตัวเองหลังจบบทโค้งสำคัญ เรื่องยาวอาจน่ากลัว แต่แบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ มันกลับสนุกขึ้นกว่าเดิม และถ้าวันไหนรู้สึกว่าไม่อิน ก็เปลี่ยนแนวไปพอดีกับอารมณ์ได้เสมอ แบบนี้จะไม่เบื่อและได้เจอผลงานที่ให้ความหมายกับเราในแบบของมันเอง
4 Respostas2026-03-14 01:30:56
อยากเริ่มเล่นขลุ่ยไทยออนไลน์แต่ไม่รู้จะเริ่มจากไหนใช่ไหม ฉันมักแนะนำให้ตั้งเป้าหมายการเรียนให้ชัดก่อนว่าจะเน้นงานพื้นบ้าน งานพิธี หรืออยากเอาไปเล่นร่วมกับวงดนตรีร่วมสมัย
จากนั้นก็เลือกช่องทางที่เหมาะกับเป้าหมายนั้น: คอร์สของสถาบันดนตรีที่เปิดสอนออนไลน์มักมีหลักสูตรเป็นระบบและเอกสารประกอบการเรียน เหมาะกับคนที่อยากมีกรอบชัดเจน ส่วนครูเดี่ยวผ่านเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมให้ความยืดหยุ่นมากกว่า และมักปรับเนื้อหาให้ตรงกับรสนิยมของผู้เรียนได้ง่าย ถ้าต้องการเรียนฟรีหรือดูแนวทางก่อนจะจ่ายเงิน ยูทูบคือที่ที่ฉันใช้หาไอเดียและเช็คสไตล์การสอนของครูแต่ละคน
สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญเป็นพิเศษมีสามอย่าง: ทดลองคาบแรกเพื่อลองเคมีระหว่างครูกับเรา, ตัวอย่างผลงานหรือคลิปสอนจริงที่ครูเคยทำให้ดู และแผนการเรียนที่บอกว่าครูจะสอนอะไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา ถ้าตั้งใจจะเรียนเพลงพื้นบ้านหรือเทคนิคแบบดั้งเดิม ให้ถามเรื่องโน้ตที่ใช้และวิธีจดการหายใจของครูด้วย การตัดสินใจจากทั้งความเป็นกันเอง วิธีสอน และความชัดเจนของแผนการเรียน จะช่วยให้คุณไม่เสียเวลาเปลี่ยนครูบ่อย ๆ แล้วก็สนุกกับการเปลี่ยนลมไปเป็นเสียงเพลงมากขึ้น