Ending A มักเกิดจากเส้นทางที่เน้นอำนาจและการรวมพลังของเทพ เจ้าจบด้วยภาพของโลกที่ถูกปกครองโดย 'เทพ' แต่แลกมาด้วยเสรีภาพของมนุษย์ที่ลดลง ในทางตรงข้าม Ending B เป็นจุดจบมืดที่มาจากการตัดสินใจที่เห็นแก่ตัวหรือยอมเสียสละบางคนเพื่อผลประโยชน์ที่ใหญ่กว่า ส่วน Ending C ให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้น—โลกถูกเยียวยาแต่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะการทำให้ทุกอย่างกลับมาทำได้ด้วยราคาที่ต้องจ่าย
เครดิตท้ายเรื่องของ 'Thor' นี่แหละที่ทำให้รู้สึกว่าโลกของหนังเชื่อมกันอย่างจริงจังและตื่นเต้นมากขึ้น
ฉากคาเมโอที่เด่นที่สุดใน 'Thor' คือการปรากฏตัวของ Nick Fury ซึ่งแสดงโดย Samuel L. Jackson — เขาโผล่มาในซีนหลังเครดิตเพื่อชวน Dr. Erik Selvig ให้มาทำงานกับองค์กรที่ใหญ่กว่า สิ่งนี้ให้ความรู้สึกว่าเหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่า และเป็นจุดเชื่อมตรงไปยังภาพยนตร์อื่น ๆ
ผมชอบวิธีที่ซีนเดียวสามารถเปลี่ยนระดับการเล่าเรื่องได้ ทั้งในเชิงแฟนเซอร์วิสและการวางพื้นฐานสำหรับเรื่องราวต่อไป การที่ Samuel L. Jackson โผล่มาแบบไม่คาดคิดยังช่วยกระตุ้นความอยากดูเครดิตจนครบอีกด้วย — เป็นคาเมโอที่ทำงานได้ดีทั้งเชิงเนื้อหาและอารมณ์