เข้าสู่ระบบ
“อาจารย์บอกให้ข้ามาเรียนรู้จากท่าน” ชายหนุ่มบอกพลางส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม รู้ดีว่าหากเอ่ยอ้างชื่ออาจารย์อีกฝ่ายไม่มีทางบอกไม่เด็ดขาดและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเทพชะตาผู้รักตัวกลัวตายยังไม่อยากมีปัญหากับจอมอันธพาล จึงได้แต่กัดฟันมองข้ามอาการวอแวของอีกฝ่ายหลินจิงเสียงมองอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเทพตรง
หลังจากจ้าวชวี่สิ้นชีพลง จวินเทียนเฮ่อที่รู้ตัวคนลงมือก็สะสางหนี้แค้นแทนนาง แน่นอนว่าเขาย่อมไม่คิดสังหารอีกฝ่ายด้วยมือตัวเองสตรีนางนั้นคิดจะฝากความแค้นให้เขาลงมือสังหารตนเองเพื่อเป็นที่จดจำอย่างนั้นหรือ ไม่มีทางเสียหรอก ฝันกลางวันต่อไปเถิด สิ่งใดที่เป็นความปรารถนาของอีกฝ่ายเขาจะบดขยี้มันให้สิ้นเช่
ในบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องด่านเคราะห์ของตี้จวิน มีเพียงเทพซื่อมิ่งเท่านั้นที่ดูจะมีสภาพดีกว่าเพื่อน ทำให้เขาอดปาดเหงื่อนึกขอบคุณตัวเองที่ให้การช่วยเหลือนางต้นไม้ไว้ไม่ได้และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เทพชะตาต้องมานั่งอกสั่นขวัญหาย เมื่อคู่รักจอมวายร้ายมาเยือนตำหนักเขา“ตี้จวิน ท่านดูสิ เฮ่ยเสี
อิ๋งอิ๋งขึ้นมาแดนสวรรค์เพื่อบำเพ็ญเป็นเซียนด้วยร่างกระบองเพชร แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อยห้าร้อยปีแรกที่นางเฝ้าเพียรบำเพ็ญ ผลที่ได้คือออกดอกสีชมพูมาหนึ่งดอก ผ่านไปอีกห้าร้อยปีความสามารถเพิ่มพูน คราวนี้ออกดอกได้พร้อมกันทีเดียวถึงสองมันน่าชื่นชมไหม…นางที่อยู่ในต้นไม้ได้แต่เอาศีรษะโขกลำต้
“คราวนี้หากเจ้ายังคิดวิ่งหนีอีก ข้าจะจับมัดด้วยเชือกของซีหวังหมู่ แล้วหักขาสองข้างของเจ้าทิ้งเสีย กล้าก็ลองดู”รอยยิ้มหวานบนใบหน้าเล็กพลันแข็งค้าง บรรดาผู้เฝ้าชมรอบๆ ก็ไม่แตกต่างกัน เดิมทียังคิดว่าจะได้ฟังถ้อยคำรำพันรักหวานซึ้งเหมือนนิทานรักของโลกมนุษย์ แต่ที่ไหนได้กลับเป็นการจะตีขาให้หักแล้วจับมัดแ
ภายหลังปรากฏการณ์ผ่านด่านเคราะห์อันสะเทือนเลื่อนลั่น เทพซื่อมิ่งก็ปรากฏกายเบื้องหน้าจวินเทียนเฮ่อองค์เทพบรรพกาลที่เพิ่งพ้นจากฤทธิ์น้ำแกงยายเมิ่งหมาดๆ มีใบหน้าแข็งกระด้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน“คารวะตี้จวิน ขอยินดีที่ท่านผ่านด่านเคราะห์ครั้งนี้”ไม่พูดก็แล้วไป เพราะเมื่อกล่าวออกมา เทพซื่อมิ่งพลันสัง
บอกยอมรับแต่ต้องมีเงื่อนไข และถ้าทำไม่สำเร็จก็ไม่ตกลงจ้าวชวี่ฟังแล้วให้นึกโอดครวญในใจ ทำแบบนี้ไม่เห็นจะต่างกับการไม่ยอมรับตรงไหน ที่สำคัญแค่ฟังดูก็รู้แล้วว่าข้อแม้ที่ว่านั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย หญิงสาวพลันสบถกับตนเองในใจ‘อาจารย์จวินก็ยังเป็นอาจารย์จวินคนเดิม คิดจะรวบหัวรวบหางอีกฝ่ายนั้นไม่ง่ายเลยจริ
จ้าวชวี่ที่เดิมแทบหมดเรี่ยวสิ้นแรงแล้วพลันมีกำลังวังชาขึ้นมาในทันที นางมัวมาเขินอายอันใดกับเรื่องขี้ปะติ๋วกัน ในเมื่อสิ่งที่กำลังจะทำต่อไปนี้นั้นยิ่งใหญ่และน่าอายกว่าเป็นกองในชาติก่อนตอนเป็นหยูหนิงมักจะได้ยินประโยคฮิตติดหูที่แพร่หลายอยู่ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งนางก็จำได้แม่นว่าประโยคเหล่านั้นพูดไว้ว่า‘
หุบเขามังกรฟ้าในวันนี้ยังคงเงียบสงบเช่นวันวานทำให้ความอึกทึกวุ่นวายทั้งหลายที่จ้าวชวี่พบเจอเมื่อครู่ ราวกับอยู่คนละโลกกันเลยทีเดียว บนเส้นทางที่เลือนรางในความทรงจำ ร่างเล็กก้าวช้าๆ ภายใต้การนำทางของหลินจิงเสียง ดวงตากลมเหลือบมองรอบด้านอย่างคุ้นเคยความคิดถึงแล่นจับจิต ทำให้พอถึงตอนที่หลินจิงเสียงพา
หลายคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างส่ายหน้า อิทธิพลของตระกูลคุณชายคุณหนูในกลุ่มนี้แต่ละคนไม่ใช่ธรรมดา โดยเฉพาะสตรีชุดแดงผู้นำกลุ่ม เกรงว่าสาวน้อยชุดเขียวนั่นคงลำบากแล้วจ้าวชวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทางยียวนที่จงใจก้าวมาขวางทางของคนเหล่านี้ หากนางมองไม่ออกถึงการหาเรื่องของคนกลุ่มนี้ คงต้องบอกว่าเสียชาติเกิดแล







