Se connecter
เกาะมาเก๊า เขตปกครองพิเศษประเทศจีน
ตี๊ด…ตี๊ด…ตี๊ด…
เสียงสัญญาณการเต้นของหัวใจดังออกมาจากเครื่องติดตามสัญญาณชีพ (Patient Monitor) บ่งบอกว่าคนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงยังคงมีชีวิตอยู่ บนร่างกายตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำคอ และศีรษะนั้นมีผ้าพันแผลพันรอบๆ ไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ดวงตาทั้งสองข้าง อาการเป็นตายเท่ากัน
ในวันเกิดเหตุ ‘ทัพเทวา สุรนาถไมตรี’ เจ้าพ่อกาสิโนแห่งลุ่มแม่น้ำโขงอินโดจีนและสามเหลี่ยมทองคำ ได้เดินทางไปยังมาเก๊าเพื่อร่วมประชุมผู้ประกอบการธุรกิจกาสิโน ซึ่งมี ‘เหลียง หยาง’ มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ เจ้าของกาสิโนดังรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ
แต่ทว่าวันนั้นมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อมีการลอบวางระเบิดที่บริเวณหน้าลานจอดรถของโรงแรมเดอะโอเชียนเวิลด์ ยังผลให้ทัพเทวาและเหล่าบรรดาลูกน้องหลายคน ซึ่งกำลังเดินลงมาจากตึกโดนสะเก็ดระเบิดเข้าไปเต็มๆ
เหลียงซึ่งออกจากโรงแรมเดอะโอเชียนเวิลด์ไปก่อนหน้านั้น พอทราบเรื่องก็รีบกลับมาช่วยเหลือทัพเทวาทันที ตลอดสองเดือนเต็มๆ ที่ทัพเทวานอนนิ่งอยู่บนเตียง เหลียงก็ระดมทีมแพทย์ฝีมือดีทุกแขนงที่เกี่ยวข้องมาดูแลอย่างใกล้ชิด จนอาการบริเวณศีรษะและดวงตาเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้รอแค่เพียงให้ชายหนุ่มรู้สึกตัวเท่านั้น
“อาการทั่วไปไม่ว่าจะเป็นสัญญาณชีพจรและการเต้นของหัวใจเกือบจะเป็นปกติแล้วครับคุณเหลียง ถ้าคนไข้รู้สึกตัวเมื่อไหร่ ทางเราจะรีบตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งครับ” คุณหมอชาวจีนรายงาน เหลียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอื้อมมือที่ยับย่นตามวัยไปจับบ่ากว้าง แววตาของคนที่ผ่านโลกมาถึงช่วงบั้นปลายชีวิตมองใบหน้าซูบเซียวอย่างเห็นใจ
“หายใจไว้ไอ้ลูกชาย อย่าปล่อยให้คนที่ทำกับนายมันเสวยสุขได้ง่ายๆ” ชายสูงวัยเอ่ยเบาๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม หลายปีที่อยู่ในวงการสีเทา เหลียงรู้ดีว่าเส้นทางนี้ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูยั่งยืน มิตรพร้อมจะกลายเป็นศัตรูทุกเมื่อหากมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สำหรับเขาแล้ว ทัพเทวาเหมือนดั่งลูกชายคนหนึ่งที่ดูแลกันมาตั้งแต่ชายหนุ่มสืบทอดธุรกิจกาสิโนจากครอบครัว เพราะบิดาเป็นเพื่อนรักของเหลียงที่ต่อสู้บุกเบิกมาด้วยกัน
“ฝากด้วยนะหมอ อย่าให้เขาเป็นอะไรเด็ดขาด” เหลียงสั่งคุณหมอเสียงเข้ม
“เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับคุณเหลียง หมอจะดูแลคนไข้อย่างสุดความสามารถครับ” คุณหมอก้มศีรษะลงเล็กน้อย หลินบุตรสาวของเหลียงเดินไปยังข้างเตียง ก่อนจะกุมมือใหญ่ของทัพเทวาขึ้นมาบีบเบาๆ
“สู้ๆ นะคะพี่เทวา หลินไม่อยากเสียพี่ชายคนนี้ไป...” หญิงสาวบอกเสียงเครือในตอนท้ายอย่างสะเทือนใจ ครั้นจะปล่อยมือของชายหนุ่มก็รู้สึกถึงแรงบีบตอบ เธอจึงต้องนิ่งเพื่อให้แน่ใจ ก่อนที่ไม่กี่อึดใจต่อมาจะมีเสียงพึมพำแหบพร่าดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยัก
“สาย-ป่าน...สาย-ป่าน…คุณอยู่ไหน...” ชื่อที่หลุดออกมาทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
“สายป่าน คือใครกัน?” หลินกลิ้งกลอกดวงตาไปมาอย่างใช้ความคิด แต่ก่อนที่เธอจะสงสัยไปมากกว่านั้น เสียงจังหวะการเต้นชีพจรของทัพเทวาก็ดังแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคุณหมอต้องรีบเข้ามาดูอย่างรวดเร็ว
หลินถอยห่างจากเตียงออกมาเพื่อให้แพทย์เข้าไปตรวจอาการ ก่อนที่สองพ่อลูกจะออกจากห้องไอซียูไปนั่งรอฟังผลที่ห้องรับรอง จากนั้นไม่นานความอลหม่านก็เริ่มขึ้น
เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ เหลียงกับหลินก็ถูกเชิญเข้าไปในห้องไอซียู ดวงตายับย่นของเจ้าพ่อกาสิโนชื่อดังของเกาะมาเก๊ามองไปยังเตียง
“คนไข้รู้สึกตัวแล้วครับคุณเหลียง”
“จริงเหรอ เป็นข่าวดีมากๆ”
รายงานของคุณหมอทำเอาเหลียงยิ้มออก หลินรีบไปกุมมือหนาแล้วบีบเบาๆ อย่างดีใจ ทัพเทวาปรือตาขึ้นแล้วหลับลงอีกครั้ง พร้อมๆ กับสูดหายใจเข้าสู่ปอดแรงลึก เสมือนทดสอบว่าตัวเองเป็นเพียงวิญญาณหรือยังมีลมหายใจอยู่ ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
“พี่เทวา หลินเองนะคะ จำหลินได้ไหม...”
เสียงหวานๆ ที่ดังอยู่ข้างตัวทำให้ทัพเทวาพยักหน้าช้าๆ พลางออกแรงบีบมือนุ่มๆ ซึ่งนั่นก็มากพอที่จะเรียกรอยยิ้มของหลินได้
“ลุงเหลียงครับ...” ทัพเทวาหันหน้าไปเรียกหาคนที่ช่วยชีวิต เพราะมั่นใจว่าเหลียงไม่เคยห่างเขาตั้งแต่เกิดเรื่อง ไม่งั้นเขาก็คงตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว
“ไงไอ้เสือ หลับยาวเลยนะเที่ยวนี้”
“ผมอยากกลับเมืองไทยครับ ที่นั่นคงวุ่นวายตั้งแต่เกิดเรื่องน่าดู” ทัพเทวาไม่รู้หรอกว่าระหว่างที่เขารักษาตัวอยู่ตลอดสองเดือน หลายอย่างเปลี่ยนไป เหลือบไรที่จ้องเขมือบกาสิโนวิ่งขอเป็นผู้จัดการมรดกจนวุ่นวายไปหมด
“พักให้หายแล้วฟื้นฟูร่างกาย แข็งแรงเมื่อไหร่ค่อยออกไปลุยนะ” เหลียงบอกอย่างสุขุม ทัพเทวาได้ยินก็เดาได้ไม่ยากว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
“หลินจะดูแลพี่เองนะคะ”
“ให้พยาบาลดูแลพี่ดีกว่านะหลิน พี่กลัวหลินเหนื่อย” ทัพเทวาบอกอย่างเกรงใจ หลินคลี่ยิ้ม ขณะกุมมือหนาไม่ยอมปล่อย
“ไม่ต้องเลยนะคะ สมัยเด็กๆ หลินไม่สบายพี่ยังดูแลหลินเลย แต่วันนี้พี่ไม่สบาย หลินก็ต้องดูแลพี่ตอบแทนบ้าง หรือจะให้สาวๆ มาดูแล ว่าไงคะ…” หลินแกล้งทำเสียงงอนๆ ซึ่งในตอนท้ายของประโยคดังกล่าวนั้น ทำเอาทัพเทวาต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงจนปรากฏรอยย่นบนหน้าผาก ก่อนที่ชายหนุ่มจะประหวัดคิดไปถึงใครบางคนที่ทำให้หัวใจแกร่งต้องปิดประตูตายสำหรับความรัก
“ไม่เอาน่าหลิน ชวนพี่เขาคุยมากไม่ดีนะ ให้พี่เขาพักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้พวกเราค่อยมาใหม่” เหลียงบอกบุตรสาวแล้ววางมือบนหลังมือหนาอีกข้างของทัพเทวา “พรุ่งนี้ลุงจะมาใหม่นะ”
“ขอบคุณครับที่ช่วยชีวิตผมไว้”
“ที่นี่จะไม่มีคนชื่อทัพเทวา จะมีก็แต่ ‘ชุน หยาง’ ว่าที่คู่หมั้นของหลินเท่านั้น”
“พ่อ…” หลินอุทานด้วยความตกใจเพราะเธอมีคนที่รักอยู่แล้ว “พ่อทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ หลินกับพี่เทวาไม่ได้รักกัน จะแต่งงานกันได้ยังไง”
“พ่อทำทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยของเทวาและเพื่ออนาคตของลูกเอง เทวาไม่มีปัญหาใช่ไหม” เหลียงหันไปถาม ทัพเทวาถึงกับนิ่งไปเป็นครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป
“ครับพ่อบุญธรรม”
“พี่เทวา…” หลินไม่คิดว่าทัพเทวาจะรับปากบิดา เพราะตลอดเวลาที่รู้จักกัน ชายหนุ่มกับเธอรักกันฉันพี่น้องเท่านั้น
“งานหมั้นจะมีขึ้นหลังจากที่นายหายเป็นปกติ ตอนนี้รักษาตัวไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
พูดจบเหลียงก็เดินนำหน้าบุตรสาวออกจากห้องไป ปล่อยให้ทัพเทวาได้พักฟื้นต่อ แต่ชายหนุ่มยังคงคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งคิดไปได้ไม่นานก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง
“โอ๊ย...ทำไมปวดอย่างนี้”
พยาบาลได้ยินเสียงร้องก็รีบเปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นคนไข้เอามือกุมที่ขมับก็กดเรียกคุณหมอทันที ไม่นานคุณหมอก็สั่งยาระงับปวดจนชายหนุ่มอาการทุเลาและหลับไปในที่สุด…
สามวันต่อมา ชายหาดหน้าโรงแรมเพิร์ลพาเลซสาขาจังหวัดภูเก็ต ถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้สด ที่สื่อถึงความรักอันงดงาม แขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยานมีเพียงคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทอย่างหิรัญและจิราพร อัคนีกับนิชมลก็มาร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนรักด้วย เสียงดนตรีบรรเลงเคล้าคลอกับเสียงคลื่นลมของทะเล คล้ายกับว่ากำลังอวยพรคู่บ่าวสาวให้มีความสุขตลอดไป ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างมองทัพเทวาและสายป่านอย่างชื่นชม โดยเฉพาะกำนันธงชัยมองลูกเขยป้ายแดงอย่างชื่นชมจนธีรวัฒน์เอ่ยแซว“ไงล่ะเอ็ง ลูกเขยทำได้ก็อย่าเที่ยวไปเล่นแง่กับเขามากนัก”“เล่นแง่อะไรวะ ไม่มี้” คนปากแข็งรีบปฏิเสธเสียงสูง ทำเอาคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พากันหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ ธงชัยออกอาการเขินๆ จึงแกล้งมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ“ใกล้ได้ฤกษ์แล้วว่ะ ข้าไปรับเจ้าสาวก่อน” ว่าแล้วธงชัยก็ไปยืนรอภรรยากับบุตรสาวเพื่อจะทำหน้าที่พาบุตรสาวไปส่งให้เจ้าบ่าวเมื่อถึงเวลาสำคัญ บาทหลวงก็เดินไปที่แท่นพิธี เป็นสัญญาณการเริ่มพิธีอันยิ่งใหญ่ แขกที่มาร่วมงานต่างพากันเดินร่วมเป็นสักขีพยาน“ได้เวลาแล้วครับ” เสิ่นเหวินทำหน้าที่กระซิบบอก ร่างสูงสง่าของทัพเทวาในชุดทักซีโดสีขาวก็ไปย
“ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน...” เธอกระซิบหวานเสียงสะอื้นแผ่วๆ ปลายนิ้วแกร่งถูกยกขึ้นไปกรีดหยดน้ำตาออกจากแก้มนวล ทำเอาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานหลายคนมองสาวสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าทัพเทวาอย่างสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาทันที ราเชนกับปีรดาเดินมาหาด้วยสีหน้าล้อเลียน“ตกลงแกจะให้เพื่อนอย่างฉันกันพ่อตาให้อยู่หรือเปล่า”“แกนี่แสบนักนะไอ้เชน” ทัพเทวามองเพื่อนอย่างโกรธกรุ่นที่ไม่บอกให้รู้ “ฝากที่นี่ด้วยนะ ฉันจะพาเมียไปพักผ่อนก่อน” พูดจบเจ้าพ่อหนุ่มก็ยื่นมือขึ้นไปประกบกับราเชน แล้วเดินจูงมือสายป่านไปที่รถ ริทเปิดประตูรอด้วยความยินดีที่เจ้านายจะมีความสุขสักที“เดี๋ยวฉันขับเอง ขอบใจมาก” ทัพเทวาบอกเสร็จก็พาสายป่านขึ้นไปนั่งในรถ จากนั้นรถสปอร์ตคันหรูก็แล่นโฉบเฉี่ยวไปตามท้องถนนราวกับพญาอินทรี ชายหนุ่มใช้เวลาขับรถเกือบๆ ชั่วโมงก็มาถึงจุดหมายปลายทางนั่นก็คือ...พูลวิลล่าบนเขา“เมียจ๋า...” ทัพเทวาเรียกขานเสียงพร่า สายตาจับจ้องมองที่ทรวงอกอวบอิ่มซึ่งตอนนี้กำลังดันชุดเดรสขึ้นมาเป็นเงากลมๆ เหมือนลูกแตงโมก็ไม่ปาน “มีความผิดมากเลยรู้ไหมที่ไม่บอก จะทำให้ผมหัวใจวายหรือไงหืม...” คนที่ถูกต้มจนเปื่อยจับมือบางขึ้นมาจูบดังจ๊วบ“แค่นี้ไม
“เออ…เออ ทำให้ได้ก่อนเถอะ แต่ข้อสองคุณต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ถ้าผิดสัญญาอย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้ายัยป๊อบอีก”คำประกาศิตของว่าที่พ่อตาทำเอาทัพเทวามองสายป่านตาละห้อยจนถูกหมั่นไส้ “ได้ครับพ่อกำนัน” ในที่สุดทัพเทวาก็รับปาก เรียกคะแนนสงสารจากแม่ยายและคนในห้องไปเต็มๆ“ตกลงกันได้แล้วเราก็เปิดแชมเปญฉลองนะครับ” ราเชนหยิบแชมเปญเกรดเอขวดใหญ่ขึ้นมาเปิด แล้วรินใส่แก้วให้ทุกคน จากนั้นก็พากันยกขึ้นชนพร้อมกัน เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นเป็นระยะอย่างมีความสุข แต่คนที่ทรมานคงหนีไม่พ้นทัพเทวาที่ต้องห่างคนรักถึงสองปีวันเวลาผ่านไปไม่มีหยุด นับจากวันที่สายป่านบินไปเรียนต่อเมืองนอกจนถึงวันนี้เวลาผ่านไปหนึ่งปีกับอีกแปดเดือนเข้าไปแล้ว สำหรับคนอื่นมันอาจจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ความรู้สึกของทัพเทวามันช่างยาวนานนัก แรกๆ ใจร่ำๆ จะแอบบินไปหา หากสัญญาลูกผู้ชายทำให้ชายหนุ่มต้องอดทน และทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อจะไม่หมกมุ่นกับคำว่าคิดถึง ด้วยความสามารถและสมองที่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ทำให้โรงพยาบาลภายใต้แบรนด์ ฌอนเจนเนอรัลกรุปก่อกำเนิดขึ้น ภายใต้คำจำกัดความ ‘การดูแลทางการแพทย์ครบวงจรที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้’ ภายในหน
“ผมมีที่ดีกว่านั้นอีก” เขาบอกนัยน์ตาพราว สายป่านยิ้มหวานขณะสบตาคมที่สามารถทำให้เธอร้อนผ่าวได้โดยที่ไม่แตะเนื้อต้องตัวเลยด้วยซ้ำ“คุณอาทิตย์ช่วยไปหยิบกระเป๋ายาที่รถให้ด้วยนะคะ จะได้ทำแผลให้เจ้านายคุณระหว่างทางด้วย” สายป่านบอกเสียงหวาน อาทิตย์รีบไปหยิบจากรถเธอมาให้ ทัพเทวายกคิ้วหนาขึ้นอย่างแปลกใจที่เห็นรถของสายป่านมาจอดอยู่แถวนี้“คนร้ายไปหลอกว่าเมียกำลังจะคลอดลูกค่ะ ฉันก็เลยจะไปช่วย แต่ว่า…” เธอกลืนน้ำเหนียวๆ ลงคอจนวงแขนแกร่งต้องกระชับแน่นกว่าเดิม“ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว” เสียงทุ้มดังเหนือศีรษะเล็กๆ ได้รูป“ไปกระท่อมนะครับนาย” ริทบอกจุดหมายแล้วปิดประตู สายป่านได้ยินคำว่ากระท่อมก็ตีคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปหญิงสาวก็ตรวจดูบาดแผลที่บ่ากว้างทันที“กระท่อมที่ไหนคะ”“ต้องไปดูด้วยตัวเองครับ” นัยน์ตาคู่คมนั้นพราวระยับดั่งเพชรนิลมณี ในขณะที่หญิงสาวหยุดถามต่อเพราะพร้อมจะไปทุกที่ที่มีเขาอยู่แล้วเมื่อทำความสะอาดแผลเสร็จ ชายหนุ่มก็ยกร่างงามขึ้นมานั่งอยู่บนตักแกร่ง ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงไปใกล้ๆ ปลายจมูกโด่งและริมฝีปากหยักคลอเคลียไปมาทั่วซอกค
“ผมรักคุณ…” เขาเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่เค้นออกมาจากหัวใจ สายป่านยืนสะอื้นไห้ขณะสบสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขา“ถ้ารักกันมาก เสร็จเรื่องก็ไปอยู่ด้วยกันซะ มัดพวกมันทั้งคู่เอาไว้” ญาดาผลักร่างสายป่านไปกระแทกกับร่างของทัพเทวา แล้วเตรียมลั่นไกเพื่อตั้งใจจะให้เจ้าพ่อหนุ่มเจ็บเจียนตายทัพเทวากอดรัดร่างสายป่านเอาไว้แนบอก แล้วหมุนตัวเปลี่ยนตำแหน่งเมื่อเห็นญาดาเล็งปืนมา“ไปตายซะ…” ญาดาเค้นเสียงอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะกดลั่นไก เสิ่นเหวินรอจังหวะอยู่แล้วเมื่อเห็นหญิงสาวยืนเป็นเป้านิ่งชัดเจนก็ยิงใส่ทันทีปังงง!!!???!!กระสุนพุ่งทะยานแหวกมวลอากาศเข้าไปเจาะที่กลางหน้าผากทะลุออกไปด้านหลัง เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นจนทุกคนตกตะลึง ร่างญาดาล้มลงกับพื้น ปลายกระบอกปืนชี้ขึ้นสูงทำให้พลาดเป้า คมกระสุนเฉียดที่บ่าของทัพเทวา“คุณเทวา!” สายป่านรู้สึกถึงแรงกระตุกเฮือกของร่างหนา จากนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้น เจ้าพ่อหนุ่มยังมีสติก็รีบดึงเอาร่างบอบบางให้กลิ้งหลุนๆ เข้าไปหลบอยู่มุมผนังอีกด้านอย่างรวดเร็วจังหวะนั้นหิรัญก็สั่งบุกทันที ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบรุกคืบไปพร้อมกับจัดการลูกน้องของชาญชัยล้มตายราวกับใบไม้ร่วง“ญ
อีกด้านหนึ่ง หิรัญและเสิ่นเหวินซุ่มดูการเคลื่อนไหวผ่านกล้องซูมระยะไกล จากนั้นก็หันมาปรึกษากันใหม่เพราะแผนเปลี่ยน“ผมจะไปช่วยคุณหมอ ส่วนคุณทำหน้าที่ของคุณ” เสิ่นเหวินบอกพลางมองน้ำในสระที่ค่อยๆ ลดระดับลงจนเห็นลังโผล่ทีละนิดแล้วให้สัญญาณคนของตนวิ่งแยกไป หิรัญและเจ้าหน้าที่ตำรวจสากลต่างลุ้นระทึก เพราะหลักฐานที่ปรากฏจะเอาผิดคนทั้งหมดได้“พวกสารเลว มันคิดจะฆ่าคนบริสุทธิ์ไปถึงไหนกันวะ” หิรัญมองลังที่อยู่ใต้สระอย่างโมโห ก่อนที่อึดใจต่อมา เสียงประมูลรอบสองก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง จำนวนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดที่“สามร้อยล้าน”ราคาสุดท้ายทำเอาชาญชัยยิ้มแก้มปริและตัดสินใจเคาะขาย “ผมขายทั้งหมด” สิ้นเสียงชาญชัยคนชนะการประมูลก็ยกมือทักทายทุกคน คนไม่ได้ก็ผิดหวังไปตามๆ กัน ทัพเทวาขบกรามแน่นอย่างระงับอารมณ์เอาไว้เต็มที่“นี่คือการซื้อขายที่สุดยอดมากๆ คุณว่าไหมทัพเทวา” ชาญชัยมองทัพเทวาอย่างแปลกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มเงียบเสียงมาตลอด“แน่นอน มันสุดยอดแต่มันคงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่คุณจะมีโอกาสใช้ยาพวกนี้กับชีวิตคนบริสุทธิ์” เจ้าพ่อหนุ่มบอกเสียงห้วนๆ พร้อมกับชักปืนออกจากเอวจ่อไปที่ขมับศีรษะของชาญชัย“







