เพราะ One night stand ครั้งนั้น...
ทำให้นักธุรกิจหนุ่มหล่อวัยสามสิบห้า ต้องมาหลงเสน่ห์เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดอย่างเธอ!!
"ไหนคุณบอกว่าเรื่องระหว่างเราเป็นแค่ one night stand ไงคะ"
"แล้วถ้าผมไม่ได้อยากให้มันจบลงแค่นั้นล่ะ"
"คะ?"
"มาอยู่กับผม รับรองว่า คุณจะได้ทุกอย่างที่อยากได้"
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย"
"เพราะไม่ว่ายังไง คุณก็ไม่มีทางหนีผมพ้นหรอก..."
"นี่คุณ!"
"บอกว่าให้เรียกพี่ภามไง หรือถ้าไม่ถนัดเรียกที่รัก ก็ได้ แต่ถ้ายาวไปเรียกผัว เฉยๆก็ได้เหมือนกัน"
ความต่อเนื่องระหว่าง 'The Fast and the Furious' กับ '2 Fast 2 Furious' ค่อนข้างชัดในแง่ของชะตากรรมตัวละครหลักและผลจากเหตุการณ์ภาคแรก
ผมเชื่อมโยงเรื่องของไบรอันได้ชัดเจน เพราะ '2 Fast 2 Furious' เล่าเหตุการณ์ต่อจากที่ไบรอันหนีออกจากลอสแองเจลิส หลังจากที่เหตุการณ์ใน 'The Fast and the Furious' จบลง ตัวละครอย่างโดมินิกจะไม่อยู่ในหนังภาคนี้ แต่ร่องรอยจากภาคแรก—ความสัมพันธ์กับโดม กับสถานะที่กลายเป็นผู้หลบหนี—เป็นจุดยึดให้คนดูยังรู้สึกถึงความต่อเนื่อง
นอกจากนั้นหนังเปลี่ยนโทนและสถานที่ไปเป็นไมอามี เพิ่มตัวละครใหม่ๆ ที่กลายเป็นคาแร็กเตอร์สำคัญในจักรวาลต่อมา แต่วิธีเล่าเรื่องและการกำกับต่างจากภาคแรกพอสมควร ทำให้มันรู้สึกเหมือนเป็นทั้งภาคต่อและสปินออฟในเวลาเดียวกัน — นั่นแหละคือเสน่ห์แบบขัดแย้งที่ผมยังชอบอยู่จนทุกวันนี้