การเดินเรื่องมักเน้นฉากสัมผัสระหว่างตัวละครสองคนเป็นหลัก แล้วค่อยขยายผลให้เห็นผลลัพธ์ในสังคมวงกว้าง เทคนิคนี้ทำให้ฉากเล็ก ๆ มีความหมายแบบเดียวกับที่ 'Neon Genesis Evangelion' ใช้เมื่อบีบอารมณ์ของตัวละครจนเผยความเปราะบาง อีกด้านหนึ่งบรรยากาศการเอาตัวรอดและความเสียหายทางจิตใจของผู้คนในเรื่องชวนให้นึกถึง 'The Last of Us' เพราะทั้งสองงานใส่ความหมายของความสัมพันธ์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
สิ่งที่ผมชอบคือการให้เวลาแก่รายละเอียดเล็ก ๆ เช่นบทสนทนาที่ดูเหมือนไม่สำคัญแต่กลับกลายเป็นประจักษ์พยานของการเปลี่ยนแปลงภายใน นั่นทำให้ทิศทางโดยรวมรู้สึกเป็นธรรมชาติและหนักแน่น ไม่ใช่แค่การเดินจาก A ไป B แต่เป็นการเปลี่ยนผันของโลกและคนที่อยู่ในนั้น ซึ่งทำให้เรื่องนี้ค้างคาในหัวผมยาวนานพอจะให้คิดต่ออีกหลายรอบ