Home / รักโบราณ / ชะตารักบัลลังก์แค้น / ตอนที่ 1 เงาของราชันย์

Share

ชะตารักบัลลังก์แค้น
ชะตารักบัลลังก์แค้น
Author: กุหลาบดิน

ตอนที่ 1 เงาของราชันย์

last update Last Updated: 2025-12-14 11:01:25

“ฮ่องเต้เสด็จแล้ว”

เสียงของขันทีหลวงแหลมเล็ก กังวานดุจระฆัง และทรงพลังสั่นสะท้อนก้องไปทั่วท้องพระโรงหลงฮวา อันโอ่อ่าของราชวงศ์ต้าเหยียน แสงแรกของยามเฉินสาดส่องประกายสีทองอ่อนผ่านช่องหน้าต่างสูงกระทบพื้นหินอ่อนขัดมันวาว กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอวลไปทั่ว

 ปัง… ปัง… ปัง…

เสียงเคาะไม้สัญญาณสามครั้งดังอย่างหนักแน่น องค์ชายและขุนนางทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรงยืนราบนิ่งราวรูปสลักหินแกะสลัก ผู้ใดขยับแม้เพียงปลายแขนเสื้อ ล้วนเห็นได้ชัดในห้องโถงกว้างใหญ่ที่ไม่มีสิ่งใดบดบังสายตา

องค์ชายใหญ่เยล่วี่ซุ่นยืนประจำตำแหน่งอยู่ด้านซ้ายแถวหน้าของกลุ่มองค์ชาย ชุดไหมสีม่วงเข้มปักดิ้นทองงามล้ำของเขาโดดเด่นและฉูดฉาด เบียดแย่งสายตาอย่างมิถูกกาลเทศะในพิธีการ ขุนนางหลายคนลอบเหลือบตามองด้วยแววขันปนดูแคลน เพราะโอรสองค์โตของฮองเฮาควรเป็นองค์รัชทายาทที่สง่างาม เป็นความหวังของแผ่นดิน ไม่ใช่บุรุษที่ข่าวเมาสุราและสตรีดังไปทั่ววังไม่เว้นแต่ละวัน

ผ้าม่านสีทองหนักอึ้งค่อย ๆ ถูกเลื่อนเปิดออกอย่างช้า ๆ ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่งเสด็จออกมาพร้อมฮองเฮาซูผิงอัน สองพระองค์ก้าวออกมาพร้อมกัน

ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่ง ทรงพระดำเนินอย่างเชื่องช้า แววพระเนตรพร่าเลือนคล้ายอยู่ในภวังค์ พระพักตร์ซีดเซียวปราศจากสีน้ำมีชีวิต ร่างสูงสง่าที่เคยสะท้านทั่วแผ่นดินบัดนี้กลับผอมโรยราวถูกโรคร้ายกัดกินทีละส่วน เครื่องทรงมังกรทองที่ประดับอัญมณีล้ำค่าบนพระวรกายกลับดูหลวมลงอย่างผิดสังเกต กลับยิ่งขับความอ่อนแรงของพระองค์ให้ชัดเจนขึ้นไปอีก ทุกย่างก้าวช้าประดุจแบกรับทั้งแผ่นดินเอาไว้บนพระอังสา จักรพรรดิผู้เคยกรีธาทัพกำราบแคว้นนับสิบ บัดนี้เหมือนเงาเลือนรางของอดีต 

ตรงกันข้าม ฮองเฮาซูผิงอัน ผู้ก้าวเคียงข้างมา กลับมีท่วงท่าสง่างามราวหงส์เหิน ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยอำนาจและความเฉียบขาด สายตาคมกริบของนางกวาดผ่านเหล่าขุนนางแต่ละหมู่คณะราวกับตรวจตรา ประเมิน และเตือนให้รู้โดยไม่ต้องเอ่ยคำ...ว่าผู้ปกครองแผ่นดินตัวจริงหาใช่ผู้ที่นั่งบนบัลลังก์มังกรไม่

ทันทีที่ทั้งสองพระองค์เสด็จถึงบัลลังก์ เสียงขันทีหลวงสูงวัยยกเสียงขึ้นอีกครั้ง 

“ถวายบังคม”

เสียงผ้าคลุมและชายแขนเสื้อเสียดสีกระทบกับพื้นหินอ่อนดังกรอบแกรบทั่วทั้งท้องพระโรง เหล่าองค์ชายและขุนนางน้อยใหญ่คุกเข่าลงพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ ศีรษะโน้มลงต่ำจนแทบไม่เห็นพื้นเบื้องหน้า เสียงถวายพระพรดังก้องสะท้อนผนังสูง

 “ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

เยล่วี่ซุ่นคุกเข่าเช่นกัน ทว่าท่าทางดูเลื่อนลอยคล้ายยังไม่สร่างจากสุรา กระทั่งขุนนางแถวหลังยังแอบกลอกตาด้วยความสมเพชดูแคลน

ฮองเฮาซูผิงอัน เหลือบสายตามองสภาพโอรสองค์โตเพียงชั่ววาบ ทั้งสายตาที่ถูกเหยียบย่ำจากเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก สายตาของนางอ่านไม่ออกว่ากำลังตำหนิหรือยินดีที่เขากลายเป็นตราบาปของราชสำนักกันแน่

ทันใดนั้น ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่งทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเล็กน้อยและตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง 

“ทุกคนลุกขึ้นเถิด”

  เสียงผู้คนขยับลุกขึ้นดังสวบสาบทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางก้มหน้า ยืนประจำตำแหน่งด้วยความสำรวม รอรับราชกิจแรกในเช้าวันนี้ด้วยหัวใจสั่นระรัว

ในขณะที่ เยล่วี่ซุ่น ลุกขึ้นช้ากว่าผู้อื่นเล็กน้อย เขาสะบัดชายแขนเสื้ออย่างคนไร้เรี่ยวแรง เหมือนกำลังพยายามทรงกาย ความสำราญไร้วินัยของเขาเผยให้เห็นเต็มสายตาของทุกผู้คน กลิ่นสุราอ่อน ๆ ลอยคลุ้งจากกายของเขา จนขุนนางหลายคนถึงกับขยับหลบ ริมฝีปากเขายกยิ้มขืน ๆ แผ่ภาพลักษณ์องค์ชายเจ้าสำราญที่มิได้แยแสโลกแม้ปลายเล็บ 

 ถัดจากเขาคือ องค์ชายรองเยล่วี่เฉิง ผู้แต่งกายในชุดพิธีประณีตงามดุจภาพวาด ผิวพรรณขาวนวล ใบหน้ากระจ่างเหมือนผู้ได้รับการทะนุถนอมจากสวรรค์ตั้งแต่วัยเยาว์ ทุกท่วงท่านิ่งสุขุมจนชวนให้เหล่าขุนนางเปรียบเทียบกับองค์ชายใหญ่โดยไม่เอ่ยคำ และถัดจากองค์ชายรองตามด้วยองค์ชายอื่น ๆ ตามลำดับ

 เยล่วี่ซุ่นก้มหน้าลงเล็กน้อย มิใช่ด้วยความอับอาย ทว่าเพื่อซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันในมุมปาก ดวงตาคมกริบคู่เดียวที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานถูกลดทอนให้หรี่ลงเล็กน้อยราวกับคนอดหลับอดนอน เขายกมือขึ้นป้องปากหาวอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เกิดเสียงกระซิบกระซาบแสดงดูแคลนจากเหล่าขุนนางใกล้เคียง

ขุนนางบางคนเหลือบมองเขาแล้วแค่นหัวเราะ “องค์ชายใหญ่ผู้นี้…ขอเพียงยืนไม่ล้มก็บุญนัก”

  “เมื่อคืนคงเที่ยวอยู่ที่ตำหนักซ่องสุมของเขาอีกล่ะสิ”

  เสียงนินทากระซิบดังเป็นระลอก แต่ทุกคนล้วนคิดว่าเขาไม่ได้ยิน แต่แท้จริงแล้ววาจาเหล่านั้นได้กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของเยล่วี่ซุ่นอย่างชัดเจน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 23 งิ้วซ้อนงิ้ว

    “ฮ่องเต้เสด็จ”ในเสี้ยววินาทีที่สุ้มเสียงแหลมกังวานขานของขันทีหน้าตำหนัก ดังก้องโสตประสาท มู่หรงเซียนที่กำลังเหยียดยิ้มหยันและกำลังถอยห่างพลัน ฝีเท้าเบา ๆ ของนางเพิ่งขยับได้เพียงครึ่งก้าวก็ต้องชะงักงันไปชั่วครู่ หัวใจนางร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตาตื่นตระหนกไปเสี้ยวลมหายใจเดียว เสี้ยวเดียวเท่านั้น ก็ถูกแทนที่ด้วยประกายตาแห่งเล่ห์เหลี่ยม ทุกอย่างบนใบหน้าเปลี่ยนกลับไปราวกับไม่เคยมีความเย็นชาหรือความรังเกียจใดหลงเหลืออยู่กิริยาหยิ่งผยองและเหยียดหยามเมื่อมลายหายไปสิ้นราวกับไม่เคยเกิดขึ้น นางหมุนตัวกลับไปยังเก้าอี้ข้างแท่นบรรทมรวดเร็วดุจสายลม ใบหน้าที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าอาดูร ท่าทางนางดูอ่อนระทวย มือหนึ่งคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนงามขึ้นมาซับดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่นางสั่งได้ดั่งใจนึกในพริบตาเดียว ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อยกับการกลั้นสะอื้น อีกมือหนึ่งเอื้อมไปจัดขอบผ้าห่มที่เลื่อนหลุดให้เขาอย่างทะนุถนอม ราวกับนางกำลังปรนนิบัติเขาด้วยความรักสุดหัวใจมาเนิ่นนานบานประตูใหญ่ถูกผลักออก แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ซ่าน ร่างสง่าในชุดมังกรสีเหลืองทองของ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 22 หน้ากากงิ้ว

    “ข้าจะอยู่ดูแลท่านอ๋องเอง อยากจะลองเรียกขานท่านอ๋องดูสักครา เผื่อว่าวาสนาของข้าจะช่วยดึงปลุกพระองค์กลับมาได้บ้าง... พวกเจ้าทุกคนถอยออกไปเถิด ให้ข้าได้อยู่กับพระองค์ตามลำพังสักครู่” สิ้นคำสั่ง ขันทีและนางกำนัลต่างพากันค้อมกายทยอยถอยออกห่างอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้นางนั่งเฝ้าอ๋องติ้งอย่างใกล้ชิด เหลือเพียงความเงียบสงัดก็กลายเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียว รอยยิ้มอาทรบนใบหน้าของมู่หรงเซียนพลันเลือนหายไป ราวกับหน้ากากงิ้วที่ถูกกระชากออกอย่างไม่ไยดี ความอ่อนโยนบนใบหน้านั้นราวกับไม่เคยมีอยู่ ดวงตาที่เคยฉ่ำชื้นกลับเปลี่ยนเป็นความเฉยชาในพริบตา นางปล่อยผ้าเช็ดหน้าลายกิ่งเหมยลงบนตัก ทอดสายตามองพระคู่หมั้น สายตานั้น… ไม่ใช่จากความห่วงใย แต่คือการประเมินค่า นางมิได้ก้มลงมองพระพักตร์อันหล่อเหลาทว่าซีดเซียวของเขา แต่กลับจดจ้องไปที่ขาซ้ายซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มที่ฟูไห่ไม่ได้ห่มปิดให้ ด้วยแววตารังเกียจ “ท่านอ๋องเพคะ... พระองค์ทรงได้ยินหม่อมฉันหรือไม่” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานดุจเคลือบน้ำผึ้ง ทว่าเนื้อแท้กลับเย็นชาเสียดกระดูก ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความอาทร “ติ้งอ๋อง…เพคะ” นางเรียกซ้ำอีกครั

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 21 การตัดสินใจของห่านป่า

    “และที่สำคัญ...” เสียงของนางที่เคยนุ่มนวลกลับแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ทว่าคมกริบจนบาดใจดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งพ้นฝัก“สินเดิมของท่านแม่ ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดนำไปใช้ปูทางสู่อำนาจประดับหน้าตาตนเองได้อีกต่อไป ข้าจะกลับไปทวงคืนทุกสิ่งทั้งที่เป็นของข้า...และของท่านแม่ รวมถึงทวงคืนหนี้เลือดที่พวกเขาสลักไว้บนดวงใจท่านแม่ และพวกเขาต้องชดใช้คืนร้อยเท่า”แม่เฒ่าจางนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน รอยย่นบนใบหน้าลึกขึ้นราวกับถูกกาลเวลากรีดซ้ำนางมองดูคุณหนูที่ตนชุบเลี้ยงด้วยความขมขื่นใจ ก่อนจะถอนใจยาว เอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าครั้งใด“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้แล้ว ข้าก็มิอาจฉุดรั้งหงส์ให้กลายเป็นเป็ดในปลักโคลนได้อีกต่อไป... แต่ หลิงเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ จวนแม่ทัพคือรังหมาป่าที่กินคนโดยไม่คายกระดูก... เจ้าจะเดินเข้าไปเพียงลำพังมิได้”หญิงชราหันไปทางประตูม่านไม้ไผ่ด้านหลังเรือน “อาหนิง... เข้ามานี่ซิ”เด็กสาวร่างบางก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว นางมิได้มีกิริยาอ่อนช้อยดุจสาวใช้ในเมืองหลวง มิได้ก้มหน้าดูอ่อนแออย่างสาวใช้ทั่วไป ทว่าดวงตาซุกซนฉายแววเฉียบคมเกินวัย และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อาหนิงทรุดกายลงคุ

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 20 จดหมายจากเงามืด

    ลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านทิวสนแห้ง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วราวเสียงกระซิบของฤดูหนาวที่มาเยือน จางเยี่ยนหลิงในชุดผ้ากระสอบสีหม่น กำลังตากสมุนไพรบนตะแกรงไม้ด้วยท่วงท่าชำนาญ นางใช้ชีวิตเช่นนี้มาเนิ่นนาน เรียบง่าย เงียบงัน และห่างไกลจากชื่อสกุลที่ผู้คนในเมืองหลวงเคยเอ่ยถึง หมู่บ้านชายป่าแดนสวรรค์ที่นางใช้เป็นเกราะคุ้มภัยมาตลอดหลายปีทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้าเร็วก็ทำลายความสงัด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย ร่างบุรุษในชุดองครักษ์หยุดม้าหน้าเรือนอย่างแม่นยำ ฝุ่นดินยังไม่ทันจาง เขาก็ลงจากหลังม้า คุกเข่าข้างหนึ่งตามพิธี พร้อมยื่นจดหมายผนึกครั่งสีแดงฉานขึ้นเหนือศีรษะ “คารวะ คุณหนูรอง…มีจดหมายด่วนจากจวนแม่ทัพ” น้ำเสียงนั้นสุภาพ เรียบร้อย และห่างเหิน ไม่ต่างจากการทำหน้าที่ตามคำสั่งนางเปิดอ่าน จางเยี่ยนหลิงรับจดหมายมาโดยไม่กล่าวคำใด นิ้วเรียวลูบผ่านตราครั่งเพียงแผ่วเบา ก่อนจะคลี่ออกอ่านอย่างช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน สายตานางกวาดผ่านเนื้อความในจดหมายกล่าวถึงอาการป่วยปางตายของบิดา และความจำเป็นที่นางต้องกลับไปจัดการงานในจวน เพื่อให้คุณหนูใหญ่ของจวนได้ทำหน้าที่พระคู่หมั้นอย่างหมดห่วง“ท่าน

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 19 หมากกระดานคุนหนิง

    ณ ตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา“อ๋องหย่ง... เสด็จ”เสียงขานกังวานของหานจง ขันทีหน้าตำหนัก ดึงให้ ซูผิงอันฮองเฮาตื่นจากภวังค์ นางประทับบนตั่งไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ปลายนิ้วเรียวที่สวมปลอกเล็บทองคำสลักลายหงส์ประคองจอกชาขึ้นจิบด้วยท่วงท่าเนิบนาบ ทว่ากลับดูน่าเกรงขามจนเหล่านางกำนัลมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง สีหน้าของนางสงบเยือกเย็น ราวกับทุกสิ่งในใต้หล้าล้วนอยู่ในอุ้งมือเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เยล่วี่เฉิง ในฉลองพระองค์หรูหราก้าวเข้ามาภายในโถง แววตาที่เคยนิ่งสงบต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับทอประกายแห่งความสมหวังอย่างปิดไม่มิด เขาหยุดยืนประสานมือและค้อมกายลงอย่างนอบน้อม“ลูกถวายบังคมเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”จอกชาถูกวางลงกระทบถาดหยกเบาๆ เสียงนั่นดุจคำสั่งประกาศิต นางพลางปรายตามองนางกำนัลรอบข้างด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจ“พวกเจ้าออกไปให้หมด...”“เพคะ” เหล่านางกำนัลรับคำสั่งด้วยตัวสั่นเทา ก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ฮองเฮาปรายตามอง เว่ยอิ้นกงกง เพียงเล็กน้อย “ท่านกงกง... ไปเฝ้าหน้าประตูด้วยตนเอง อย่าให้ใครเข้าใกล้ที่พักของข้าและลูก แม้แต่ก้าวเดียว”คำว่าลูกที่นางเน้นย้ำ ทำให้อ๋องหย่งชะง

  • ชะตารักบัลลังก์แค้น   ตอนที่ 18 เล่ห์นางหงส์

    ณ ห้องโถงจวนแม่ทัพใหญ่ บรรยากาศหนักอึ้งดุจก้อนหินนับหมื่นชั่ง แม่ทัพมู่หรง หรงอู่ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นรอยลึก ในมือถือราชโองการสีเหลืองทองที่เพิ่งมาถึง เนื้อความในนั้นชัดเจนจนน่าใจหาย... มีรับสั่งให้ มู่หรงเซียน เข้าวังเพื่อปรนนิบัติอ๋องติ้งเยล่วี่ซุ่นในฐานะพระคู่หมั้นอย่างใกล้ชิด“ท่านพ่อ... จะให้ข้าไปดูแลบุรุษไร้ค่าผู้นั้นจริงๆ หรือเจ้าคะ” มู่หรงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่เต็มไปด้วยโทสะและสะอิดสะเอียน “ราชโองการนี้มิเท่ากับมัดมือชกให้ข้าต้องแต่งกับคนพิการหรอกหรือ เกียรติยศของตระกูลแม่ทัพจะเอาไปไว้ที่ใดกัน”มู่หรง หรงอู่ ถอนใจยาวพลางลูบเครา “เซียนเอ๋อร์ ใจเย็นก่อน... ราชโองการลงมาแล้ว หากเราขัดขืนย่อมเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ฝ่าบาททรงใช้ความเมตตาบีบให้เราแสดงความกตัญญู ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงกำลังจับจ้องว่าตระกูลมู่หรงจะทอดทิ้งท่านอ๋องที่ตกยากหรือไม่ หากเราถอนหมั้นหรือขัดขืนยามนี้ ชื่อเสียงที่ข้าสะสมมาทั้งชีวิตย่อมป่นปี้”“ข้ามิได้บอกว่าจะไม่ไปเจ้าค่ะ...” มู่หรงเซียนเเค่นยิ้มบาง แววตาที่เคยอ่อนหวานกลับนิ่งสงบจนน่าขนลุก นางหยิบแท่งหมึกมาฝนอย่างใจเย็น ท่วงท่าเนิบนาบแต่กดดัน “ในเมื่อฝ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status