การได้ฟังเพลงของจาง จื้อหลินเหมือนได้ชิมอาหารรสเลิศทีละคำ 'Destiny' จาก 'The Flame's Daughter' เป็นเพลงที่ทำให้ผมนึกถึงฉากสำคัญตอนพระเอกนางเอกเจอกันหลังจากพลัดพราก มันมีทั้งความหวานและความเจ็บปวดผสมกัน
เพลง 'Waiting for You' จาก 'The Legend of Zu' ก็สร้างบรรยากาศได้น่าทึ่ง เสียงร้องใสๆของเธอผสมกับทำนองเอิร์ธเวิร์กทำให้รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางป่าลึกลับ
จาง จื้อหลินมีเสียงร้องที่เหมือนได้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีรีส์ประวัติศาสตร์จีน 'The Moon and the Wind' จาก 'Scarlet Heart' เป็นเพลงที่ฟังแล้วเห็นภาพพระจันทร์เต็มดวงเหนือพระราชวังเลย ส่วน 'Promise' จาก 'Sound of the Desert' ก็ให้ความรู้สึกกว้างใหญ่เหมือนทะเลทราย
เพลงที่โดดเด่นสุดคงเป็น 'Red Dust' จากซีรีส์ 'Nirvana in Fire' ซึ่งเนื้อเพลงและท่วงทำนองสะท้อนความโศกเศร้าแต่แฝงไว้ด้วยพลัง บางทีนั่งฟังแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ส่วน 'Love Like a Dream' จาก 'The Journey of Flower' ก็เพราะจนต้องรีเพลย์ซ้ำๆ ตอนขับรถไปทำงานชอบเปิดเพลงนี้เพราะมันให้ความรู้สึกโปร่งเบาเหมือนลอยอยู่บนก้อนเมฆ
การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลงานพากย์ของจาง จื้อหลินทำให้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้เปิดกล่องเซอร์ไพรส์ เพราะเธอเป็นนักพากย์ที่มีสีเสียงเป็นเอกลักษณ์ ผลงานที่รู้จักกันดี เช่น 'Demon Slayer' ที่เธอพากย์เป็นนีซึโกะ คามาโดะ เสียงนุ่มนวลแต่แฝงพลังเหมาะกับตัวละครที่ดูอ่อนโยนแต่แข็งแกร่ง
อีกบทบาทที่น่าประทับใจคือการพากย์มิโคโตะ ใน 'The Disastrous Life of Saiki K.' การเปลี่ยนโทนเสียงจากน่ารักเป็นแก่นแก้วได้อย่างลื่นไหลแสดงถึงความสามารถที่หลากหลาย ปีที่ผ่านมายังได้ยินเธอใน 'Spy x Family' รับบทเป็นเด็กสาวในโรงเรียนของอานย่า แม้จะเป็นบทเล็กแต่ก็ทิ้งรอยยิ้มให้ผู้ชม