สมัยนี้ผมมักจะย้อนไปหาเพลงประกอบหนังรักยุคใหม่ที่ยังคงเปิดในเพลย์ลิสต์บ่อย ๆ เพราะมันจับความทันสมัยของความรักได้ดี เช่น 'Shallow' จาก 'A Star Is Born' ซึ่งเป็นเพลงที่ดึงเอาความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนออกมาจนกลายเป็นไอคอน อีกเพลงที่ผมชอบฟังเวลานั่งมองวิวคือ 'City of Stars' จาก 'La La Land' ซึ่งมีเมโลดี้เรียบง่ายแต่ชวนคิดถึงความฝันและความรักที่ต้องเลือก ส่วนถ้าต้องการบัลลาดเท่ ๆ ที่ระเบิดอารมณ์เต็ม ๆ ก็มี 'I Don't Want to Miss a Thing' จาก 'Armageddon' ที่ยังคงทำให้ฉากสัมผัสหัวใจมีน้ำหนัก
การเริ่มต้นต้องยกให้ 'My Heart Will Go On' จาก 'Titanic' — เพลงนี้ทำให้ฉากลอยบนหัวเรือกลายเป็นฉากสากลของความรักและการเสียสละ เสียงของ Celine Dion ผสมกับธีมออร์เคสตราทำให้คนร้องตามได้ตั้งแต่โน้ตแรก ต่อมาเป็น 'I Will Always Love You' จาก 'The Bodyguard' ที่มีพลังดราม่าและโทนอารมณ์ที่ดึงคนดูทั้งโรงให้เงียบเมื่อมันดังขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเพลงที่นุ่มกว่าแต่ติดหูอย่าง 'Kiss Me' จาก 'She's All That' ซึ่งเป็นภาพจำของฉากกลางคืนที่ทั้งหวานและเขิน ในทางกลับกัน 'A Whole New World' จาก 'Aladdin' คือเพลงเจ้าบ้านสำหรับภาพของคู่รักที่ออกผจญภัยไปด้วยกัน เพลงพวกนี้ทำหน้าที่มากกว่าแค่ประกอบภาพยนตร์ มันกลายเป็นตัวแทนของช่วงเวลาในชีวิตประจำวันของเราด้วย
Walking on Sunshine' จาก 'You Are the Apple of My Eye' เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาสดใสของวัยรุ่น melody เปี่ยมพลังงานแต่ซ่อนความนุ่มนวลของความรักแรก
ทุกครั้งที่ฟัง ภาพฉากสำคัญๆ ในหนังก็จะ всплыกลับมาโดยอัตโนมัติ อย่างฉากที่柯景腾วิ่งตามรถไฟไปส่ง沈佳宜 มันจับใจมากๆ แค่คิดก็ยังรู้สึกเสียวสันหลัง
เพลง 'I Will Go to You Like the First Snow' มันจับความเจ็บปวดแบบละมุนและแหลมคมได้ในทีเดียว ช่วงท่อนที่เสียงของนักร้องพุ่งขึ้นมาแล้วตกลงอย่างเงียบๆ ทำให้ภาพของคนสองคนแยกจากกันกลางฤดูหนาวชัดขึ้นมาก เหตุผลที่คนไทยชอบเพลงนี้ไม่ใช่แค่เพราะเสียงร้องทรงพลัง แต่เพราะมันมีมิติของความคิดถึงที่เข้ากับความเหงาในเมืองร้อน: เมื่อได้ฟัง คนฟังมักจะนึกถึงความพยายามสุดท้ายที่จะยื้อความรักไว้ก่อนจะปล่อยมือ
ส่วนตัวแล้วฉันมักเอาเพลงนี้ไปเปิดตอนกลางคืน ถ้าต้องการพื้นที่ให้ความเศร้าพูดออกมา เพลงมันไม่บอกว่าต้องร้องไห้ แต่มันปล่อยให้คนฟังได้ซึมซับรายละเอียดเล็กๆ ของความคิดถึง เช่น กลิ่นกาแฟที่ไม่เหมือนเดิม หรือเสื้อตัวนั้นที่ยังค้างไว้ในตู้ เพลงถูกใช้อย่างหนักในซีรีส์ฉากอำลา จนทุกครั้งที่ทำนองขึ้นมาคนฟังไทยจะรู้ทันทีว่าต้องเตรียมทิชชู่ให้พร้อม
สุดท้ายบทเพลงแบบนี้ทำให้ฉันเชื่อว่าการแต่งเพลงประกอบที่สื่อรักร้าวต้องมีทั้งมุมนุ่มและมุมทิ่มแทงพร้อมกัน เพลงนี้ทำได้ดีจนกลายเป็นเครื่องหมายหนึ่งของความจากลา ที่ยังคงจับใจคนฟังได้ทุกยุคทุกวัย