Masuk
“ยังไม่กลับมาอีกเหรอหิวไก่ทอดจัง” เสียงกระโชกใส่ในเกมส์เปลี่ยนเป็นอ่อนลงเมื่อบ่นถึงของกิน
ปัง ปัง ปัง ปัง “แวะหาชู้หรือเปล่าน้า~” เสียงเดิมยังคงเอ่ยเลื่อนลอยราวกับอยู่คนเดียวแต่เงาทมึฬข้างกาย หันขวับจนปลายผมซอยสั้นสะบัดตามลำคอ ตู้ม!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงระเบิดดัองสนั่นหน้าจอฉายแสงแดงเพลิง ปรากฎให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่ยิ้มสยองเยือกเย็นใ ห้เพื่อนร่วมทีมที่มองตัวละครแหลกสลายกลายเป็นปุ๋ย ทั้งที่หน้าจอบ่งบอกว่าอยู่สีเดียวกัน คนหนึ่งนั่งจ้องจอเขม็ง อีกคนนอนกลิ้งเกลือกกดจอยเกมส์มือเดียวเพียงแค่เอ่ยถึงใครบางคนปลายกระบอกปืนที่หันไปด้านหน้าก็หันกลับมาหาเพื่อนข้างๆ ปังๆๆๆๆ โดนยิงจนพรุน ตัวละครในเกมส์ดับสนิทเอน็จอนาจ ชนิดที่ทีมตรงข้ามยังงงว่ามึงเมากาวอะไรถึงยิงกันเอง ทีมเดียวกันและ…บอมเพื่อนร่วมทีมจนตาย ตู้มมม!! แถมยังอัดระเบิดใส่ร่างที่แน่นิ่งพลังชีวิตริบหรี่จนตาย ..ตายจริงๆ ไม่ติงนัง ปากบางๆ อ้าค้างตาถลนจอยเกมส์ในมือหล่นตุ้บจู่ๆ ก็หมดแรง “อีเหี้ย! ยิงกูทำไมกูทีมเดียวกับมึงนะเว้ยไอ้เรย์!!” วัยรุ่นหัวร้อนคนที่หนึ่งคว้าคอเสื้อเพื่อนเขย่าตะโกนใส่หน้าน้ำลายแตกซ่านกระเซ็น แต่ไอ้ตัวดีไม่ลอยหน้าลอยตาก รีดนิ้วหยิบทิชชู่มาเช็ดหน้าปลายนิ้วกรีดกรายเอียงหน้าเบาๆ ท่าทางนางร้ายที่เอาชนะนางเอกได้นี่มันมันมาถูกเรื่องมั้ย? เพื่อนสนิทที่อยู่ในสายระเบิดหัวเราะเข้ามาในหูฟังดังสนั่นเ รื่องที่คนบ้าทีมเดียวกันยิงกันตายทั้งที่เข้าขากันมาตลอด ช่างไม่เต็มบาทเสียจริงไม่รู้ว่าได้อันดับหนึ่งในเกมส์มาได้ไง? “อย่ามาแตะต้องเมียกู อย่าเล่นของสูง นั่นสิ่งบูชาของกู ไอ้ตี๋หิด” ปลายนิ้วเหยียดยาวชี้หน้าหล่อตี๋ที่ยืนกำหมัดอยากซัดเพื่อนร่วมทีม หัวหน้าแก๊งยกมือขึ้นถูปลายจมูกเชิดหน้าเก๊กหล่อ เหมือนพระเอกหลงยุคที่ชื่นชอบประโยคฮิตติดปากของพี่พระเอกราวกับหลุดออกมาจากหนัง "เป็นเมียเราต้องอดทน" แต่เพื่อนๆ บอกว่า "เป็นเพื่อนกับมึงต้องอดทนกว่า" ชายหนุ่มกำลังโตวัยใกล้ยี่สิบสี่ร่างสูงใหญ่ผิวขาวจัดไร้เสื้อผ้าบนร่างกำยำแทบจะเปลือยเปล่า ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่บ๊อกเซอร์ขาสั้นขาบานลายตารางสีชมพู นั่งชันเข่าบนพื้นเล่นเกมส์จนพวงไข่ใหญ่ย้อยลงมากองข้างโคนขา เครื่องประดับอันทรงคุณค่ามีหนึ่งชิ้นถ้วนคือสร้อยเงินแบบโซ่ที่มีจี้เงินรูปตัวอาร์เรียบๆ ของเจ้าของห้องแต่ชอบยืมมาใส่แล้วยึดเป็นของตัวเอง ไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าของคอนโดใจดีแค่ไหน ผู้อาศัยหล่อแต่ดู ขาดๆ เกินๆ ขนาดนี้ไม่น่าจะมีขายที่ไหนนอกจากเก็บได้จากข้างทาง…ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงละครทั้งที่เรียนจบเอกบริหารแต่ตอนนี้สถานะคือผู้อาศัยของใครบางคนที่ขอมาอยู่ด้วยแบบ..หน้าด้านๆ ร่างหนานั่งขัตสมาธิเล่นเกมส์ต่อสู้ดุเดือดเร่งกดจอยเกมส์จนเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือลามมาที่กล้ามแขนแกร่ง สายตาคมกริบจ้องเขม็งหน้าจอทีวีเครื่องใหญ่ต่อกับเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่ล่าสุด ใบหน้านิ่งจ้องจอไม่ละสายตาภาพคนหล่อมาดเท่ดุดันและเซ็กซี่ชวนให้น้ำเดิน ขยับปากเพียงเล็กน้อยบ่นรุ่นน้องหน้าหล่อตี๋ดีกรีอดีตเดือนคณะวิศวะกรรมโยธา “ก็แค่สันนิษฐานเองอ่ะ” หนุ่มหน้าตี๋แยกเขี้ยวใส่เพื่อนหยีตาเป็นเส้นตรงตามชื่อที่ถูกเรียก “กูก็ลั่นเหมือนกัน” คนหล่อกระตุกยิ้มมุมปากเท่ๆ พลางยักไหล่ไม่สนใจคนโดนยิงที่นอนแผ่กับพื้นเพราะรอเวลาเริ่มเกมส์ “มึงรักพี่เค้าหรือยัง” โรมหยอดประโยคคำถามแทงใจด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม เพราะว่างจากการถูกเตะออกจากเกมส์ตอนนี้ไม่สามารถแตะต้องจาบจ้วงพูดจาหยาบโลนกับคนที่เอ่ยถึง “รักอะไรล่ะ…เอาแก้ขัดไปวัน ๆ มันดี” คนถูกถามตอบยียวน คำพูดจาลามกออกมาเองตามธรรมชาติเ หมือนที่บ้านทำอุตสาหกรรมหนังโป๊ แค่พูดถึงเจ้าของห้องคนดีคนเดิมก็ทำหน้าหื่นเหมือนไอ้โรคจิต “ขนาดนั้นเลยเสียว ๆ เยี่ยวราดเลยมั้ยจ๊ะ” หนุ่มตี๋ขยิบตากัดปากยียวน เม้มปากลูบเป้าตัวเองสื่อความหมายทะลึ่งตึงตัง เรยาหน้าหล่อผละสายตาจากเกมส์ชั่วอึดมใจกดสายตามองเหยียดอวัยวะเบื้องล่างของเพื่อนแล้วคว้าคอหนุ่มชื่อฝรั่งแต่หน้าตี๋กดลงเป้ากางเกงตนเองด้วยมือข้างเดียวมืออีกข้างกดจอยเกมส์อย่างช่ำชอง “อ้าปากสิจะราดเยี่ยวให้” เรยายกยิ้มมุมปากร้าย ๆ เด้งเป้าใส่เพื่อนอย่างหยาบโลน โรมใช้มือกับเท้าทั้งถีบทั้งยันร่างหนาหน้าด้านจนหัวยุ่งเสียงห้าวแหวใส่เพื่อนจังไรเสียงดังลั่น “อี๋ไอ้เหี้ยเรย์! หยะแหยงว่ะ” โรมหลุดออกมาจากพวงไข่มหากาฬยืนชี้หน้าด่าเพื่อนพิเรนแล้วใช้เท้ายันเพื่อนตัวโตแม้จะไม่สะทกสะท้านอะไรก็ตาม “หอมปะ?” “หอมก็เหี้ยแล้วเก็บไปให้พี่สารวัตรคนเดียวเหอะนอนกับมึงได้ก็แปลกสุดละ” “แปลกตรงไหนขนาดไม่รู้ว่ากูเป็นลูกใครยังเอากู ถ้ารู้ว่ากูลูกใครไม่หลงกูตายห่าเหรอ” ปีรามิด: “หลงตัวเองไม่มีใครเกิน” แวซาย: “ที่เค้าเอากับมึงเพราะมึงเดินตากฝนเหมือนหมาตกน้ำไม่ใช่หรือไง” โรม: “แล้วก็แสดงละครน่าสงสารมารยาสาไถรอเวลาเค้าเผลอก็จับเค้าแดก” ปีรามิด: “หลังจากนั้นก็กราบเช้ากราบเย็นขอเด้า” โรม: “เลวจริงๆ” เรย์: “มึงมาอยู่ใต้เตียงกูเหรอเล่าเป็นฉากๆ” แวซาย: “มุกกามๆ เหี้ยๆ แบบนี้ล่ะถนัดนัก” เรย์: “ก็กูเก่ง” โรม: “ถุย!” ปีรามิด: “ถุย!” แวซาย: “ถุย!” เรย์: “ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ~”เสียงช้อนกระทบจานดัง แกร๊ก กลางร้านอาหารไฟหรูหราตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ระยิบระยับเรยาทำหน้าบูด ยกช้อนขึ้นแล้ววางลงทันที “กับข้าวร้านมิชลินห้าดาวแม่ง…แดกไม่ลงว่ะ” เรยาพูดพลางพิงพนักเก้าอี้ เอนหัวไปด้านหลังอย่างเบื่อหน่ายปีรามิดเลิกคิ้วกอดอกมอง “เรื่องมากนะมึงไอ้เรย์” น้ำเสียงติดรำคาญแต่ก็ยังยกแก้วเหล้าขึ้นจิบสบาย ๆเรยาถอนหายใจยาว ดวงตาหม่น ๆ “กูอยากกินไก่ทอดที่เมียสั่งให้มากกว่า” น้ำเสียงแผ่วคล้ายคิดถึงโรมหรี่ตายกยิ้มมุมปาก “เมียอ่อ~”ปีรามิดเหร่ตามองหมั่นไส้ “ใครอ่ะ เมียพี่เรย์คนหล่อ?”แวซายที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะยกคิ้วสูง “ไหนมึงบอกว่าโสดไง”โรมแทรกอย่างสะใจ “ห่างกันเป็นเดือนเขามีผัวใหม่เป็นหมวดอุดมไปแล้วม้าง”แวซายพยักหน้าตาม “เนอะไอ้มิด”ปีรามิดสำลักน้ำไอโคลก แค่ก ๆ ๆ ตาเบิกกว้างรีบปัดมือ “จะ…จะไปรู้ได้ไง ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!” เรยาหรี่ตายกมุมปากยกยิ้มกวน“มี พิราบ สุด ๆ”ผั่วะ! เสียงฝ่ามือสามคนฟาดลงบนหัวเรย์แทบพร้อมกัน“พิรุธ!”เรยาหัวเราะได้ในในเกือบรอบเดือน “ขอบคุณที่แก้ให้ครับเพื่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”โรมหรี่ตามองเพื่อนนิ่ง ๆ ริมฝีปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “พูดถึงเมียตำรวจทำไมว
สารวัตรคีรตินั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะ นิ้วเรียวยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมหรี่มองชายตรงหน้าที่เพิ่งไปหาตำรวจอีกนายมา เพราะ…นั่นคือแฟนเก่าเจ้าตัว“สวัสดีครับ”คีรติพยักหน้ารับน้อยๆ เอ่ยเสียงเรียบ สายตายังคงนิ่งสงบ แต่ซ่อนประกายน่าเกรงขามไว้ภายใน ท่าทางคุ้นเคยแต่ไม่เทียบเท่ากันเผยออกมาให้เห็นปีซ่าค้อมหัวน้อยๆ ทุกครั้งที่สนทนากับนายตำรวจที่ดูธรรมดา“ที่นั่นเป็นไง”“ก็ดีได้เงินเพียบ”เสียงตอบเรียบง่าย กับท่าทีคุ้นเคยทักทายนายตำรวจสารวัตรอย่างเป็นกันเอง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มหน้าตามีความสุขกับการได้เจอใครบางคนตรงหน้า…คนพิเศษไม่เหมือนใคร“พักนี้ไม่ค่อยราบรื่นสินะ ถึงตามตัวคู่หมั้นมาได้”“ก็ตามที่เห็นคงต้องยืมจมูกหน่อย อ้อ~แล้วเรื่องผู้หมวดอุดมใช่เขามั้ยที่เอาเงินไป”“ไม่ใช่ครับ”“เดาผิดเหรอเนี่ย”คีรติเอียงหน้าเล็กน้อย แสงสะท้อนบนขอบแก้วกาแฟทำให้ดวงตาคู่สวยวาววับเปี่ยมสเน่ห์เล่กล“หัวขโมยนี่ใครกันนะขนาดคุณยังหาตัวไม่เจอ”สารวัตรหนุ่มไม่ตอบ แต่ยกแก้วขึ้นดื่มด้วยท่าสง่างามชินตา ชั่วขณะหนึ่ง สายตาและลมหายใจของเขาสร้างแรงดึงดูดราวกับสนามแม่เหล็ก ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าเกือบอดใจไม่อยู่“เกมส์นี้ยากเหมือนกัน แ
คนตัวเล็กสะดุ้งวูบ หายใจติดขัดเมื่อถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว เสียงแหบพร่า พูดจาเร็วปรื๋อเหมือนกลัวโลกจะไม่ทันฟัง แต่กลับไม่มีความแพรวพราวเจ้าเล่ห์เลยสักนิด ท่าทางเหมือนเด็กที่ฝังใจกับคนเจ้าชู้มากทั้งที่จริงแล้ว…อยู่คนเดียวไม่เป็นทั้งที่โหยหาคนดูแล แต่กลับไม่ยอมบันทึกชื่อใครไว้ในโทรศัพท์ ทว่ากลับตั้งเขาไว้เป็น เบอร์ฉุกเฉิน โทรหาแทบทุกครั้งที่เมาเละจนไร้สติแขนเรียวโอบลำคอหนาแน่นขึ้น ริมฝีปากเล็กประกบตอบอย่างไม่ทันคิด เหมือนกำลังดิ่งลึกเข้าสู่อันตรายที่ทั้งหวาดหวั่นทั้งโหยหา“อื้อ~” เสียงหวานครางต่ำถูกกลืนหาย เมื่อปากเล็กถูกขบกัดอย่างหิวกระหาย ริมฝีปากหนาฉกชิมรสหวานดึงยืด ก่อนลิ้นร้อนจะสอดกวาด ลากเกี่ยวลิ้นเล็กออกมาดูดเลียสลับกัน สองปลายลิ้นต่างขนาดเสียดสี ปาดเลียหน้าลิ้นของอีกฝ่ายราวกับกำลังแย่งชิงความหวานที่ไม่มีวันพอไฟร้อนคุกรุ่นกระจายทั่วร่างในห้องแคบ เสียงหอบหายใจดังก้องอวลในรถ วันนี้ไอ้ดื้อปีรามิดน่ารักกว่าทุกคร้งตั้งแต่เจอกันมา แค่พูดว่าเคยคบพี่ต่างพ่อก็ทำหน้าเศร้าจะร้องไห้บอกเลิกทั้งที่ไม่ได้คบกัน แต่พอบอกว่าจะไม่มีทางกลับไปคบกับแฟนเก่าก็กระโจนเข้าจูบแบบสู้ตาย เป็นคนที่ซื่อสัต
รถที่ปิดมิดชิดก็เหมือนห้องสอบสวนแคบๆ สายตาสองคู่จดจ้องกันได้ไม่นานคนที่ห้ามแตะต้องกลับกลายเป็นฝ่ายกระชากหน้าคนร้ายกาจเข้ามาประกบจูบเสียเอง ปากบางเย็นชืดรสขมสอดลิ้นประสานเข้ากับรสชาติหมากฝรั่งกลิ่นมิ้นท์ที่อีกคนเคี้ยวมาตลอดทางคลื่นความต้องการอัดแน่นมาสักระยะตั้งแต่แอบไปหาที่ห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลจนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมเจออยู่กับคนที่เกลียดอย่างปีซ่าความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะรู้สึกกับคนร้ายกาจตรงหน้าไม่ต่างจากสายน้ำในทะเลก่อนจะมีคลื่อนสูงยิ่งนิ่งสนิทก็ยิ่งอันตรายมวลน้ำที่คิดว่าถอยล่นลงไปได้กลับถูกมวลความต้องการอัดรวมเป็นก้อนมวลคลื่นอัดแน่นก่อตัวรวมเข้าด้วยกันแล้วย้อนกลับเข้ามาซัดใส่ฝั่งอย่างแรงตึ้งงงง!!!ร่างเล็กกระแทกติดหน้าคอนโซลรถตามมาด้วยแรงกระชากเสื้อยืดตัวใหญ่ออกจากหัวเล็กกับกางเกงที่ถูกกระชากลงอย่างแรงจนลงไปกองที่รองเท้าผ้าใบสีขาวปึ้ดดดด!!“โอ๊ย เบาๆ ดิ”ปึ้กก!หมัดเล็กทุบซ้ำ ๆ เหมือนลูกหมาเอาแต่ใจ กำปั้นไม่แรงพอจะทำให้ใครเจ็บจริง แต่พอปัดป่ายดื้อ ๆ มันกลับกวนใจยิ่งกว่า อุดมปล่อยให้ฟาดอก ฟาดไหล่ กระทั่งแรงหนึ่งกระแทกตรงรอยช้ำที่ยังไม่หายจากอุบัติเหตุ“อ่ะ…เจ็บแผล” เสี
เสียงพูดคุยแว่วมาตามสายสนทนาแต่คนเมาก็ผลอยหลับไปลมหายใจสม่ำเสมอ มือยกปิดหน้า ร่างกายเอนไปกับพนักเบาะปล่อยให้สติเลือนหายลงไปทั้งอย่างนั้น“อยู่ตรงนั้นอย่าไปไหน”เสียงสายตัดไปทั้งที่ปีรามิดไม่รู้เรื่องรู้ราวมีเพียงเสียงคลื่นสาดซัดไกล ๆ ..….ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไฟหน้ารถคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดข้าง ๆ รถของปีรามิดตึก ตึก ตึกเงาของหมวดอุดมในชุดลำลองสีดำทะมึนมาพร้อมกับใบหน้าเคร่งขรึมที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันหลายวัน ก้าวขายาวไม่กี่ก้าวก็ลงมาเคาะกระจกหน้าต่างติดฟิล์มทึบไม่เห็นด้านใน“ไอ้เด็กเป็ด!!” เสียงแข็งกร้าวที่นายตำรวจชอบใช้เรียกส.ส.แรปเปอร์ดังลั่นเจ้าตัวไม่รู้สึกรู้สาหลับตาพริ้มสบายใจทั้งที่ในมือยังมีกระป๋องเบียร์และมือถือหล่นอยู่ข้างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจหยิบบางอย่างในกระเป๋าขยับยุกยิกที่ประตูรถหรูสะเดาะกลอนเข้ามานั่งเบาะข้างคนขับได้อย่างง่ายดาย ปลดล็อค ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาข้างใน กลิ่นเบียร์และกลิ่นทะเลก็ปะทะใส่ ปีรามิดเมาหลับอยู่บนเบาะคนขับ มองคนข้างนอกรถแทบลืมตาไม่ขึ้น“ไอ้เด็กเลี้ยงแกะ” หมวดอุดมว่าให้แล้วอ้อมไปนั่งข้างคนขับปิดประตูเสียงดังจนเจ้าของรถสะดุ้งลืมตาปริบๆ ปีรามิดขมวดคิ้วฝืนมอ
เรยายืนพิงโต๊ะ คิ้วขมวดเล็ก ๆ สายตาเหม่อมองแก้วเหล้าในมือ “ไอ้เรย์มึงแปลก ไม่ร้องหาเมีย ไม่กลับบ้าน กลับช่องมาอยู่อะไรในบาร์เปลืองเหล้า” ใบหน้าเรียวยาวขยับเงยขึ้นจากแก้วเหล้าเล็กๆ เลิกคิ้วสูงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใครเมียกู กูโสด เมียเมอมีที่ไหน” ปีรามิดกอดอกแล้วส่ายหน้าให้ในความปิดบังอะไรเพื่อนไม่ได้ทั้งที่ตอแหลเก่งกว่าใครเพื่อน “มึงกลัวเค้าว่าเรื่องที่เราเป็นลูกนักการเมืองแล้วไปแกล้งขอเค้าอยู่ด้วยเหรอ” เรย์ไม่ตอบพลางยกเหล้าดื่ม ตอนไม่ได้เป็นส.สกินแต่น้ำเก๊กฮวยพอใส่สูทแล้วดื่มเหล้าได้ โรมกวักนิ้วเรียกพลางยักไหล่ เหมือนอยากจี้ให้จนมุม “มึงหึงเค้ากับผู้หมวดผัวไอ้มิดเหรอ” “ก็ไม่เชิง” “มีอะไรก็พูด มะอมพะนำอยู่นั่นน่ารำคาญ” เรยายกมือเสยผม ถอนหายใจหนัก “กู..คงไม่กลับไปอะไรกันแล้วว่ะ” เพื่อนทั้งสามชะงักค้างพลางมองหน้ากัน มุขหรือเปล่า หมาติดเจ้าของแบบเรยาเอ่ยปากว่าจะไม่กลับไป “หมายความว่าไง งอนอะไรพี่สารวัตรอีกล่ะ” เรย์ยืนพิงโต๊ะสนุ๊กกลบความขมขื่นในอก ก่อนหลุดปากพูดเสียงแผ่ว “สารวัตรเค้า…ไม่เคยรู้สึกอะไรกับกูเลยว่ะ ทีแรกกูก็หึงไอ้หมวดนั่น แต่ยังมั่นหน้าว่าเค้าเลือก







