ログイン
“ยังไม่กลับมาอีกเหรอหิวไก่ทอดจัง” เสียงกระโชกใส่ในเกมส์เปลี่ยนเป็นอ่อนลงเมื่อบ่นถึงของกิน
ปัง ปัง ปัง ปัง “แวะหาชู้หรือเปล่าน้า~” เสียงเดิมยังคงเอ่ยเลื่อนลอยราวกับอยู่คนเดียวแต่เงาทมึฬข้างกาย หันขวับจนปลายผมซอยสั้นสะบัดตามลำคอ ตู้ม!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงระเบิดดัองสนั่นหน้าจอฉายแสงแดงเพลิง ปรากฎให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่ยิ้มสยองเยือกเย็นใ ห้เพื่อนร่วมทีมที่มองตัวละครแหลกสลายกลายเป็นปุ๋ย ทั้งที่หน้าจอบ่งบอกว่าอยู่สีเดียวกัน คนหนึ่งนั่งจ้องจอเขม็ง อีกคนนอนกลิ้งเกลือกกดจอยเกมส์มือเดียวเพียงแค่เอ่ยถึงใครบางคนปลายกระบอกปืนที่หันไปด้านหน้าก็หันกลับมาหาเพื่อนข้างๆ ปังๆๆๆๆ โดนยิงจนพรุน ตัวละครในเกมส์ดับสนิทเอน็จอนาจ ชนิดที่ทีมตรงข้ามยังงงว่ามึงเมากาวอะไรถึงยิงกันเอง ทีมเดียวกันและ…บอมเพื่อนร่วมทีมจนตาย ตู้มมม!! แถมยังอัดระเบิดใส่ร่างที่แน่นิ่งพลังชีวิตริบหรี่จนตาย ..ตายจริงๆ ไม่ติงนัง ปากบางๆ อ้าค้างตาถลนจอยเกมส์ในมือหล่นตุ้บจู่ๆ ก็หมดแรง “อีเหี้ย! ยิงกูทำไมกูทีมเดียวกับมึงนะเว้ยไอ้เรย์!!” วัยรุ่นหัวร้อนคนที่หนึ่งคว้าคอเสื้อเพื่อนเขย่าตะโกนใส่หน้าน้ำลายแตกซ่านกระเซ็น แต่ไอ้ตัวดีไม่ลอยหน้าลอยตาก รีดนิ้วหยิบทิชชู่มาเช็ดหน้าปลายนิ้วกรีดกรายเอียงหน้าเบาๆ ท่าทางนางร้ายที่เอาชนะนางเอกได้นี่มันมันมาถูกเรื่องมั้ย? เพื่อนสนิทที่อยู่ในสายระเบิดหัวเราะเข้ามาในหูฟังดังสนั่นเ รื่องที่คนบ้าทีมเดียวกันยิงกันตายทั้งที่เข้าขากันมาตลอด ช่างไม่เต็มบาทเสียจริงไม่รู้ว่าได้อันดับหนึ่งในเกมส์มาได้ไง? “อย่ามาแตะต้องเมียกู อย่าเล่นของสูง นั่นสิ่งบูชาของกู ไอ้ตี๋หิด” ปลายนิ้วเหยียดยาวชี้หน้าหล่อตี๋ที่ยืนกำหมัดอยากซัดเพื่อนร่วมทีม หัวหน้าแก๊งยกมือขึ้นถูปลายจมูกเชิดหน้าเก๊กหล่อ เหมือนพระเอกหลงยุคที่ชื่นชอบประโยคฮิตติดปากของพี่พระเอกราวกับหลุดออกมาจากหนัง "เป็นเมียเราต้องอดทน" แต่เพื่อนๆ บอกว่า "เป็นเพื่อนกับมึงต้องอดทนกว่า" ชายหนุ่มกำลังโตวัยใกล้ยี่สิบสี่ร่างสูงใหญ่ผิวขาวจัดไร้เสื้อผ้าบนร่างกำยำแทบจะเปลือยเปล่า ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่บ๊อกเซอร์ขาสั้นขาบานลายตารางสีชมพู นั่งชันเข่าบนพื้นเล่นเกมส์จนพวงไข่ใหญ่ย้อยลงมากองข้างโคนขา เครื่องประดับอันทรงคุณค่ามีหนึ่งชิ้นถ้วนคือสร้อยเงินแบบโซ่ที่มีจี้เงินรูปตัวอาร์เรียบๆ ของเจ้าของห้องแต่ชอบยืมมาใส่แล้วยึดเป็นของตัวเอง ไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าของคอนโดใจดีแค่ไหน ผู้อาศัยหล่อแต่ดู ขาดๆ เกินๆ ขนาดนี้ไม่น่าจะมีขายที่ไหนนอกจากเก็บได้จากข้างทาง…ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงละครทั้งที่เรียนจบเอกบริหารแต่ตอนนี้สถานะคือผู้อาศัยของใครบางคนที่ขอมาอยู่ด้วยแบบ..หน้าด้านๆ ร่างหนานั่งขัตสมาธิเล่นเกมส์ต่อสู้ดุเดือดเร่งกดจอยเกมส์จนเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือลามมาที่กล้ามแขนแกร่ง สายตาคมกริบจ้องเขม็งหน้าจอทีวีเครื่องใหญ่ต่อกับเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่ล่าสุด ใบหน้านิ่งจ้องจอไม่ละสายตาภาพคนหล่อมาดเท่ดุดันและเซ็กซี่ชวนให้น้ำเดิน ขยับปากเพียงเล็กน้อยบ่นรุ่นน้องหน้าหล่อตี๋ดีกรีอดีตเดือนคณะวิศวะกรรมโยธา “ก็แค่สันนิษฐานเองอ่ะ” หนุ่มหน้าตี๋แยกเขี้ยวใส่เพื่อนหยีตาเป็นเส้นตรงตามชื่อที่ถูกเรียก “กูก็ลั่นเหมือนกัน” คนหล่อกระตุกยิ้มมุมปากเท่ๆ พลางยักไหล่ไม่สนใจคนโดนยิงที่นอนแผ่กับพื้นเพราะรอเวลาเริ่มเกมส์ “มึงรักพี่เค้าหรือยัง” โรมหยอดประโยคคำถามแทงใจด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม เพราะว่างจากการถูกเตะออกจากเกมส์ตอนนี้ไม่สามารถแตะต้องจาบจ้วงพูดจาหยาบโลนกับคนที่เอ่ยถึง “รักอะไรล่ะ…เอาแก้ขัดไปวัน ๆ มันดี” คนถูกถามตอบยียวน คำพูดจาลามกออกมาเองตามธรรมชาติเ หมือนที่บ้านทำอุตสาหกรรมหนังโป๊ แค่พูดถึงเจ้าของห้องคนดีคนเดิมก็ทำหน้าหื่นเหมือนไอ้โรคจิต “ขนาดนั้นเลยเสียว ๆ เยี่ยวราดเลยมั้ยจ๊ะ” หนุ่มตี๋ขยิบตากัดปากยียวน เม้มปากลูบเป้าตัวเองสื่อความหมายทะลึ่งตึงตัง เรยาหน้าหล่อผละสายตาจากเกมส์ชั่วอึดมใจกดสายตามองเหยียดอวัยวะเบื้องล่างของเพื่อนแล้วคว้าคอหนุ่มชื่อฝรั่งแต่หน้าตี๋กดลงเป้ากางเกงตนเองด้วยมือข้างเดียวมืออีกข้างกดจอยเกมส์อย่างช่ำชอง “อ้าปากสิจะราดเยี่ยวให้” เรยายกยิ้มมุมปากร้าย ๆ เด้งเป้าใส่เพื่อนอย่างหยาบโลน โรมใช้มือกับเท้าทั้งถีบทั้งยันร่างหนาหน้าด้านจนหัวยุ่งเสียงห้าวแหวใส่เพื่อนจังไรเสียงดังลั่น “อี๋ไอ้เหี้ยเรย์! หยะแหยงว่ะ” โรมหลุดออกมาจากพวงไข่มหากาฬยืนชี้หน้าด่าเพื่อนพิเรนแล้วใช้เท้ายันเพื่อนตัวโตแม้จะไม่สะทกสะท้านอะไรก็ตาม “หอมปะ?” “หอมก็เหี้ยแล้วเก็บไปให้พี่สารวัตรคนเดียวเหอะนอนกับมึงได้ก็แปลกสุดละ” “แปลกตรงไหนขนาดไม่รู้ว่ากูเป็นลูกใครยังเอากู ถ้ารู้ว่ากูลูกใครไม่หลงกูตายห่าเหรอ” ปีรามิด: “หลงตัวเองไม่มีใครเกิน” แวซาย: “ที่เค้าเอากับมึงเพราะมึงเดินตากฝนเหมือนหมาตกน้ำไม่ใช่หรือไง” โรม: “แล้วก็แสดงละครน่าสงสารมารยาสาไถรอเวลาเค้าเผลอก็จับเค้าแดก” ปีรามิด: “หลังจากนั้นก็กราบเช้ากราบเย็นขอเด้า” โรม: “เลวจริงๆ” เรย์: “มึงมาอยู่ใต้เตียงกูเหรอเล่าเป็นฉากๆ” แวซาย: “มุกกามๆ เหี้ยๆ แบบนี้ล่ะถนัดนัก” เรย์: “ก็กูเก่ง” โรม: “ถุย!” ปีรามิด: “ถุย!” แวซาย: “ถุย!” เรย์: “ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ~”เสียงช้อนกระทบจานดัง แกร๊ก กลางร้านอาหารไฟหรูหราตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ระยิบระยับเรยาทำหน้าบูด ยกช้อนขึ้นแล้ววางลงทันที “กับข้าวร้านมิชลินห้าดาวแม่ง…แดกไม่ลงว่ะ” เรยาพูดพลางพิงพนักเก้าอี้ เอนหัวไปด้านหลังอย่างเบื่อหน่ายปีรามิดเลิกคิ้วกอดอกมอง “เรื่องมากนะมึงไอ้เรย์” น้ำเสียงติดรำคาญแต่ก็ยังยกแก้วเหล้าขึ้นจิบสบาย ๆเรยาถอนหายใจยาว ดวงตาหม่น ๆ “กูอยากกินไก่ทอดที่เมียสั่งให้มากกว่า” น้ำเสียงแผ่วคล้ายคิดถึงโรมหรี่ตายกยิ้มมุมปาก “เมียอ่อ~”ปีรามิดเหร่ตามองหมั่นไส้ “ใครอ่ะ เมียพี่เรย์คนหล่อ?”แวซายที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะยกคิ้วสูง “ไหนมึงบอกว่าโสดไง”โรมแทรกอย่างสะใจ “ห่างกันเป็นเดือนเขามีผัวใหม่เป็นหมวดอุดมไปแล้วม้าง”แวซายพยักหน้าตาม “เนอะไอ้มิด”ปีรามิดสำลักน้ำไอโคลก แค่ก ๆ ๆ ตาเบิกกว้างรีบปัดมือ “จะ…จะไปรู้ได้ไง ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!” เรยาหรี่ตายกมุมปากยกยิ้มกวน“มี พิราบ สุด ๆ”ผั่วะ! เสียงฝ่ามือสามคนฟาดลงบนหัวเรย์แทบพร้อมกัน“พิรุธ!”เรยาหัวเราะได้ในในเกือบรอบเดือน “ขอบคุณที่แก้ให้ครับเพื่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”โรมหรี่ตามองเพื่อนนิ่ง ๆ ริมฝีปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “พูดถึงเมียตำรวจทำไมว
สารวัตรคีรตินั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะ นิ้วเรียวยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมหรี่มองชายตรงหน้าที่เพิ่งไปหาตำรวจอีกนายมา เพราะ…นั่นคือแฟนเก่าเจ้าตัว“สวัสดีครับ”คีรติพยักหน้ารับน้อยๆ เอ่ยเสียงเรียบ สายตายังคงนิ่งสงบ แต่ซ่อนประกายน่าเกรงขามไว้ภายใน ท่าทางคุ้นเคยแต่ไม่เทียบเท่ากันเผยออกมาให้เห็นปีซ่าค้อมหัวน้อยๆ ทุกครั้งที่สนทนากับนายตำรวจที่ดูธรรมดา“ที่นั่นเป็นไง”“ก็ดีได้เงินเพียบ”เสียงตอบเรียบง่าย กับท่าทีคุ้นเคยทักทายนายตำรวจสารวัตรอย่างเป็นกันเอง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มหน้าตามีความสุขกับการได้เจอใครบางคนตรงหน้า…คนพิเศษไม่เหมือนใคร“พักนี้ไม่ค่อยราบรื่นสินะ ถึงตามตัวคู่หมั้นมาได้”“ก็ตามที่เห็นคงต้องยืมจมูกหน่อย อ้อ~แล้วเรื่องผู้หมวดอุดมใช่เขามั้ยที่เอาเงินไป”“ไม่ใช่ครับ”“เดาผิดเหรอเนี่ย”คีรติเอียงหน้าเล็กน้อย แสงสะท้อนบนขอบแก้วกาแฟทำให้ดวงตาคู่สวยวาววับเปี่ยมสเน่ห์เล่กล“หัวขโมยนี่ใครกันนะขนาดคุณยังหาตัวไม่เจอ”สารวัตรหนุ่มไม่ตอบ แต่ยกแก้วขึ้นดื่มด้วยท่าสง่างามชินตา ชั่วขณะหนึ่ง สายตาและลมหายใจของเขาสร้างแรงดึงดูดราวกับสนามแม่เหล็ก ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าเกือบอดใจไม่อยู่“เกมส์นี้ยากเหมือนกัน แ
คนตัวเล็กสะดุ้งวูบ หายใจติดขัดเมื่อถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว เสียงแหบพร่า พูดจาเร็วปรื๋อเหมือนกลัวโลกจะไม่ทันฟัง แต่กลับไม่มีความแพรวพราวเจ้าเล่ห์เลยสักนิด ท่าทางเหมือนเด็กที่ฝังใจกับคนเจ้าชู้มากทั้งที่จริงแล้ว…อยู่คนเดียวไม่เป็นทั้งที่โหยหาคนดูแล แต่กลับไม่ยอมบันทึกชื่อใครไว้ในโทรศัพท์ ทว่ากลับตั้งเขาไว้เป็น เบอร์ฉุกเฉิน โทรหาแทบทุกครั้งที่เมาเละจนไร้สติแขนเรียวโอบลำคอหนาแน่นขึ้น ริมฝีปากเล็กประกบตอบอย่างไม่ทันคิด เหมือนกำลังดิ่งลึกเข้าสู่อันตรายที่ทั้งหวาดหวั่นทั้งโหยหา“อื้อ~” เสียงหวานครางต่ำถูกกลืนหาย เมื่อปากเล็กถูกขบกัดอย่างหิวกระหาย ริมฝีปากหนาฉกชิมรสหวานดึงยืด ก่อนลิ้นร้อนจะสอดกวาด ลากเกี่ยวลิ้นเล็กออกมาดูดเลียสลับกัน สองปลายลิ้นต่างขนาดเสียดสี ปาดเลียหน้าลิ้นของอีกฝ่ายราวกับกำลังแย่งชิงความหวานที่ไม่มีวันพอไฟร้อนคุกรุ่นกระจายทั่วร่างในห้องแคบ เสียงหอบหายใจดังก้องอวลในรถ วันนี้ไอ้ดื้อปีรามิดน่ารักกว่าทุกคร้งตั้งแต่เจอกันมา แค่พูดว่าเคยคบพี่ต่างพ่อก็ทำหน้าเศร้าจะร้องไห้บอกเลิกทั้งที่ไม่ได้คบกัน แต่พอบอกว่าจะไม่มีทางกลับไปคบกับแฟนเก่าก็กระโจนเข้าจูบแบบสู้ตาย เป็นคนที่ซื่อสัต
รถที่ปิดมิดชิดก็เหมือนห้องสอบสวนแคบๆ สายตาสองคู่จดจ้องกันได้ไม่นานคนที่ห้ามแตะต้องกลับกลายเป็นฝ่ายกระชากหน้าคนร้ายกาจเข้ามาประกบจูบเสียเอง ปากบางเย็นชืดรสขมสอดลิ้นประสานเข้ากับรสชาติหมากฝรั่งกลิ่นมิ้นท์ที่อีกคนเคี้ยวมาตลอดทางคลื่นความต้องการอัดแน่นมาสักระยะตั้งแต่แอบไปหาที่ห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลจนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมเจออยู่กับคนที่เกลียดอย่างปีซ่าความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะรู้สึกกับคนร้ายกาจตรงหน้าไม่ต่างจากสายน้ำในทะเลก่อนจะมีคลื่อนสูงยิ่งนิ่งสนิทก็ยิ่งอันตรายมวลน้ำที่คิดว่าถอยล่นลงไปได้กลับถูกมวลความต้องการอัดรวมเป็นก้อนมวลคลื่นอัดแน่นก่อตัวรวมเข้าด้วยกันแล้วย้อนกลับเข้ามาซัดใส่ฝั่งอย่างแรงตึ้งงงง!!!ร่างเล็กกระแทกติดหน้าคอนโซลรถตามมาด้วยแรงกระชากเสื้อยืดตัวใหญ่ออกจากหัวเล็กกับกางเกงที่ถูกกระชากลงอย่างแรงจนลงไปกองที่รองเท้าผ้าใบสีขาวปึ้ดดดด!!“โอ๊ย เบาๆ ดิ”ปึ้กก!หมัดเล็กทุบซ้ำ ๆ เหมือนลูกหมาเอาแต่ใจ กำปั้นไม่แรงพอจะทำให้ใครเจ็บจริง แต่พอปัดป่ายดื้อ ๆ มันกลับกวนใจยิ่งกว่า อุดมปล่อยให้ฟาดอก ฟาดไหล่ กระทั่งแรงหนึ่งกระแทกตรงรอยช้ำที่ยังไม่หายจากอุบัติเหตุ“อ่ะ…เจ็บแผล” เสี
เสียงพูดคุยแว่วมาตามสายสนทนาแต่คนเมาก็ผลอยหลับไปลมหายใจสม่ำเสมอ มือยกปิดหน้า ร่างกายเอนไปกับพนักเบาะปล่อยให้สติเลือนหายลงไปทั้งอย่างนั้น“อยู่ตรงนั้นอย่าไปไหน”เสียงสายตัดไปทั้งที่ปีรามิดไม่รู้เรื่องรู้ราวมีเพียงเสียงคลื่นสาดซัดไกล ๆ ..….ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไฟหน้ารถคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดข้าง ๆ รถของปีรามิดตึก ตึก ตึกเงาของหมวดอุดมในชุดลำลองสีดำทะมึนมาพร้อมกับใบหน้าเคร่งขรึมที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันหลายวัน ก้าวขายาวไม่กี่ก้าวก็ลงมาเคาะกระจกหน้าต่างติดฟิล์มทึบไม่เห็นด้านใน“ไอ้เด็กเป็ด!!” เสียงแข็งกร้าวที่นายตำรวจชอบใช้เรียกส.ส.แรปเปอร์ดังลั่นเจ้าตัวไม่รู้สึกรู้สาหลับตาพริ้มสบายใจทั้งที่ในมือยังมีกระป๋องเบียร์และมือถือหล่นอยู่ข้างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจหยิบบางอย่างในกระเป๋าขยับยุกยิกที่ประตูรถหรูสะเดาะกลอนเข้ามานั่งเบาะข้างคนขับได้อย่างง่ายดาย ปลดล็อค ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาข้างใน กลิ่นเบียร์และกลิ่นทะเลก็ปะทะใส่ ปีรามิดเมาหลับอยู่บนเบาะคนขับ มองคนข้างนอกรถแทบลืมตาไม่ขึ้น“ไอ้เด็กเลี้ยงแกะ” หมวดอุดมว่าให้แล้วอ้อมไปนั่งข้างคนขับปิดประตูเสียงดังจนเจ้าของรถสะดุ้งลืมตาปริบๆ ปีรามิดขมวดคิ้วฝืนมอ
เรยายืนพิงโต๊ะ คิ้วขมวดเล็ก ๆ สายตาเหม่อมองแก้วเหล้าในมือ “ไอ้เรย์มึงแปลก ไม่ร้องหาเมีย ไม่กลับบ้าน กลับช่องมาอยู่อะไรในบาร์เปลืองเหล้า” ใบหน้าเรียวยาวขยับเงยขึ้นจากแก้วเหล้าเล็กๆ เลิกคิ้วสูงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใครเมียกู กูโสด เมียเมอมีที่ไหน” ปีรามิดกอดอกแล้วส่ายหน้าให้ในความปิดบังอะไรเพื่อนไม่ได้ทั้งที่ตอแหลเก่งกว่าใครเพื่อน “มึงกลัวเค้าว่าเรื่องที่เราเป็นลูกนักการเมืองแล้วไปแกล้งขอเค้าอยู่ด้วยเหรอ” เรย์ไม่ตอบพลางยกเหล้าดื่ม ตอนไม่ได้เป็นส.สกินแต่น้ำเก๊กฮวยพอใส่สูทแล้วดื่มเหล้าได้ โรมกวักนิ้วเรียกพลางยักไหล่ เหมือนอยากจี้ให้จนมุม “มึงหึงเค้ากับผู้หมวดผัวไอ้มิดเหรอ” “ก็ไม่เชิง” “มีอะไรก็พูด มะอมพะนำอยู่นั่นน่ารำคาญ” เรยายกมือเสยผม ถอนหายใจหนัก “กู..คงไม่กลับไปอะไรกันแล้วว่ะ” เพื่อนทั้งสามชะงักค้างพลางมองหน้ากัน มุขหรือเปล่า หมาติดเจ้าของแบบเรยาเอ่ยปากว่าจะไม่กลับไป “หมายความว่าไง งอนอะไรพี่สารวัตรอีกล่ะ” เรย์ยืนพิงโต๊ะสนุ๊กกลบความขมขื่นในอก ก่อนหลุดปากพูดเสียงแผ่ว “สารวัตรเค้า…ไม่เคยรู้สึกอะไรกับกูเลยว่ะ ทีแรกกูก็หึงไอ้หมวดนั่น แต่ยังมั่นหน้าว่าเค้าเลือก
“ขอจับด้วยคนสิครับ” เสียงกระเส่าพร่าออกมา ดวงตาเปล่งประกายร้อนแรง “ไหนว่าเมา” คีรติเอ่ยเสียงสั่น แต่ร่างกายกลับตอบสนองทันที ร่างกายแข็งเกร็งและสั่นสะท้าน “เมาก็นอนเอาได้” เรยาพูดพร้อมดันตัวเข้าหา สองมือหนาประคองร่างบางให้อยู่ใกล้ชิดที่สุด “ใครทำนะ?” คีรติพยายามข่มเสียงสั่น แต่ลมหายใจเริ่มติดขั
“เรย์” “…” “มาคุยกันก่อน” “เค้าเมา…ไม่ไหวแล้ว…เจ็บจู๋ด้วย” เสียงแผ่วเบา หลับตาพร้อมหายใจหนัก ๆ ร่างใหญ่บนโซฟาหันหน้าเข้าหาพนักพิงหันหลังให้คนพี่เหมือนหมาเด็กดื้อๆ มึน ๆ แต่ยังไม่ยอมหลับ สารวัตรเคยืนกอดอกอยู่หน้าโซฟา เงาสูงใหญ่ของร่างกำยำบดบังไฟอุ่นในห้อง สายตานิ่งเฉียบกดมองลงมาที่ลูกหมาตัว
นิ้วยาวของเรยาเกี่ยวขอบกางเกงผ้านุ่มลื่นสีขาวลงพ้นเนินสะโพกดึงลงจนร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นทำให้ท่อนล่างคุณตำรวจไร้เครื่องป้องกัน “ตัวเองชอบตอนเค้าติดสัตว์ไง” ปากได้รูปที่ชอบพ่นคำลามกทำเอาเจ้าของงบ้านนมันเขี้ยวอย่างหนัก มือข้างหนึ่งของคุณตำรวจบีบกรามเจ้าหมาตัวโตแน่นแตเจ้าตัวดีกลับเอียงหน้ามาเลียหลั
เวลาต่อมา สภาพห้องใต้ดินเละเทะเศษขนมเกลื่อนกราดกระป๋องเบียร์ขวดน้ำอัดลมและน้ำเปล่าเป็นกอง ทั้งหมดมึนเมาตามๆ กันแค่นั่งยังเซ เสียงพูดคุยยืดยานฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง “มึงจะกลัวอะไรเราสี่คนเป็นส.ส นะมิดจี้มึงเองก็บอกว่ามันไม่กล้าทำอะไร” แวซายพูดพลางโยนถุงขนมบนโต๊ะให้น้องเล็ก ปีรามิดตะคร







