مشاركة

หลงเสียงเรไร
หลงเสียงเรไร
مؤلف: ดาวหาง

อารัมภบท

last update تاريخ النشر: 2025-05-01 01:25:20

แนะนำตัวละคร

1.เรไร นางเอก

2.แคน พระเอก

ตลาดสดในตัวอำเภอ

ในยามสายหลังจากที่ขายพริกหมดกำลังจะเก็บของกลับบ้านฉันก็บังเอิญเจอเข้ากับสองคนที่ฉันรู้จักดี ใจดวงน้อยสั่นระรัวขึ้นทันที พร้อมกับความจุกแน่นที่ดันขึ้นมากองอยู่ลิ้นปี่

“อ้ายเห็นโตเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่ง” (พี่เห็นเธอเป็นเพียงน้องสาว) 

“น้องสาวบ่ เห็นเป็นแค่น้องสาวบ่!!” (น้องเหรอ เห็นเป็นแค่น้องสาวเหรอ) ฉันย้ำคำถามเสียงดังอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

“เรไรคนมองเยอะแล้ว"

“มึงก็อีกคน รู้ทั้งรู้ว่ากูกับอ้ายห้อยมักกันมึงก็ยังเฮ็ดกับกูได้ลง อีหมู่ซั่ว” ดูเหมือนคำด่าของฉันไม่ได้เข้าสมองคนฟังเลยสักนิด กลับกันเธอยังยืนกอดแขนชายคนรัก ไม่สิ! เขาไม่เคยรักฉันด้วยซ้ำด้วยความสนิทชิดเชื้อ (เชื้อติดปิ๊)

"พี่ห้อยเขาบอกว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับมึง"

“แล้วมึงเชื่อเขาทุกอย่างเลย"

“เร อ้ายว่าเรเมือบ้านสา จังได๋เรกะเป็นน้องสาวอ้ายคือเก่าล่ะ” (พี่ว่าเรกลับบ้านไปเถอะ ยังไงเรก็คือน้องสาวของพี่)

ฉันไม่เคยรู้สึกเสียใจอะไรเท่านี้มาก่อน เดินมาบอกกันตรงๆยังจะรู้สึกดีกว่าที่ให้ฉันมาเจอเขาสองคนลอบรักกันลับหลังแบบนี้ อีกคนก็เพื่อนสนิทอีกคนก็คนที่...รัก 

“อีสีมันดีกว่าเรตรงไหน ทำไมพี่ถึง"

“สีเขาดีกับอ้าย” (สีเขาดีกับพี่) 

ฉันได้แต่กัดฟันแน่น ความเจ็บในใจมันเปลี่ยนเป็นความโกรธ ผู้ชายคนอื่นต่างอยากได้ในตัวฉันแต่คนตรงหน้ากลับทำเหมือนฉันไร้ค่า

“ถ้าว่ามันดีหลาย...กูกะดีคือกันล่ะไปสิยอมซั่ว มึงเป็นบ้าติ”

เรไรลูกสาวคนกลางของบ้าน หน้าตาสะสวยกว่าพี่สาวและน้องสาว ทรวดทรงองเอวก็อวบอัดได้สัดส่วน หนุ่มๆ ทั้งในและต่างหมู่บ้านต่างก็อยากได้ตัว แต่พอเจอเรไรบ่นเข้าให้ก็ถอยกรูไปทุกราย พ่อแม่ตาสิทธิ์กับยายนางห่วงมากด้วยว่าเธอนั้นเป็นคนขี้บ่น บ่นทุกอย่างที่ไม่เข้าตา กลัวว่าจะไม่มีใครเอาไปเป็นเมีย จะมีก็แต่ ‘ห้อย’ นี่แหละที่คอยดูแลและพาไปไหนมาไหน เป็นทั้งรักแรกและรักเดียวของเธอมาหลายปี แต่ทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่าเมื่อเขาได้เปิดตัวคบกับสีเพื่อนรักของเธอ

ร้านยาดองเจ้วาสนา

"เรไรเอ๊ย...พี่รู้ว่าเองเสียใจแต่อย่าเก็บมาคิดใส่ใจให้มันได้มัวหมอง หน้าตาสะสวยขนาดนี้หาได้ดีกว่านี้สิบเท่า หากเองหัดพูดให้มันเพราะ" พี่สาวฉันลดเสียงลงให้ประโยคสุดท้าย

“ฉันไม่ได้คิดอะไร เสียใจก็ยอมรับ แต่เจ็บใจมากกว่า" เจ็บใจที่โดนทำลับหลัง น้ำสีแดงในแก้วเป็กหรือแก้วชอตฉันกระดกพรวดเข้าปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“กินยาดองปานลำยองเนาะมึง” (กินเหล้ายาดองเหมือนลำยองเลยนะมึง) 

“กินหลายเด้อ ขึ้นมามันหาหม่องลงบ่ได้เด้คนโสดนั้น” (อย่ากินเยอะนะ อารมณ์เปลี่ยวของสาวโสดยากที่จะเอาลงนัก) ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้ที่เขาว่าน้องเมียสะอื้น ม้ากระทืบโรง นารีรำพึง เฒ่ากระโดดกำแพง สาวน้อยตกเตียง ฤๅษีลืมไพร ฤๅษีชุบตน พญาพันรู เฒ่าปล้ำช้าง แต่ละอย่างของชื่อยาดองนี่มันมีฤทธิ์หรือแตกต่างกันยังไง แต่ที่กินๆมามันก็รสชาติเหมือนๆกันนั่นแหละ

“วาสนา” ฉันหันไปมองที่ต้นเสียง ก็พบกับ อบต.หนุ่มที่คุ้นหน้าค่าตากันเป็นอย่างดี เขายังอยู่ในชุดสีกากีน่าจะพึ่งกลับจากประชุม เขาเทียวแวะเวียนมาแจกขนมจีบพี่สาวฉันอยู่หลายปี

“เป็นหยังละนั้นคือหน้าบูดคือขี้แท้” (เป็นอะไรทำไมหน้าบึ้งหน้าบูดเหมือนขี้เลย) 

“โอ้ยถ้าจะทักปานนี้กะอมขี้มาพู้ดใส่หน้าข่อยโลดอ้าย” (ถ้าจะทักขนาดนี้ก็อมขี้มาบ้วนใส่หน้าเลยเถอะ) ฉันสวนกลับทันควัน ทำเอาพี่น้องทั้งสองขำพรืด พี่ครามเดินเข้ามานั่งโต๊ะเดียวกับฉันพร้อมกับมองยิ้มๆ

“เป็นหยัง"(เป็นอะไร)

"อกหัก" ฉันบอกเขาเสียงเอื่อยๆ อารมณ์มันบูดๆไม่อยากต่อปากต่อคำกับใคร ทว่า...

"คือว่าอกหัก เขาเคยบอกฮักอยู่บ่"(ทำไมถึงว่าอกหัก เขาคนนั้นเคยบอกรักด้วยเหรอ)

ประโยคจากคนมาใหม่เหมือนเสาเข็มที่ตอกย้ำลงลึกในใจฉันจนจุก แต่ก็จริงอย่างที่เขาพูดพี่ห้อยไม่เคยบอกรักฉันเลยสักครั้งมีแค่ฉันที่คิดไปเอง

พรวด!!

"พอแล้ว สิย้อมใจหยังคักแท้ ไปหาย้อมผมแต่งตัวสวยๆให้เขาเสียดายเล่นพุ้น" (พอแล้ว เลิกย้อมใจได้แล้วไปทำสีผมแต่งตัวสวยให้บางคนเสียดายเล่นดีกว่า) ประโยคนี้เป็นน้องสาวฉันพูดขึ้น อีลำดวนมันอายุห่างจากฉันหนึ่งปี พี่วาสนาห่างฉันสองปี ตอนนี้ฉันยี่สิบหก พี่สาวยี่สิบแปด ลำดวนยี่สิบห้า เราสามใบเถายังโสดสนิท ทีแรกเหมือนฉันจะได้ออกเรือนก่อนใครเขาแต่ตอนนี้เห็นทีจะไม่ใช่แล้วล่ะ! 

“อ้ายเห็นเขาพากันไปย่างตลาดคลองถม” (พี่เห็นสองคนนั้นเดินอยู่ที่ตลาด) 

“เลิกพูดไม่อยากรู้" ฉันกระแทกเสียงใส่พี่แคน ใบหน้าหล่อเจ้าเล่ห์นั้นเอาแต่ยิ้มส่งให้มันทำให้ฉันหงุดหงิดมาก เลิกมองหน้าพี่แคนแล้วหันกลับมาซดยาดองอีกแก้ว

“กินเหล้าเป็นตาย่านฮ้ายเว้ย” (กินเหล้าได้น่ากลัวมาก) 

“ย่านกะหนีไกลๆ อย่ามาใกล้ พุ้นไปหายายวาดพุ้น” (กลัวก็ไป อย่ามาใกล้ นุ่นไปหาพี่วาสนาโน่น)

ฉันนั่งซดยาดองอยู่ร้านพี่สาวจนเวลาย่างเข้ามาหนึ่งทุ่ม บรรยากาศลมพัดแรงคล้ายฝนจะตกในอีกไม่ช้าพลันท้องฟ้าเกิดแสงวับวาบไปทั่วบริเวณ พี่ครามกลับไปก่อนตอนนี้เหลือแค่พี่แคนที่นั่งซดอยู่กับฉันสองคน อีลำดวนก็กลับบ้านไปแล้ว ที่ฉันไม่อยากกลับเพราะมีเสี่ยร้านขายของส่งมานั่งอยู่แถมชอบพูดแซะพี่วาสนาในเชิงชู้สาวอีก ฉันละไม่ชอบใจนัก! จึงนั่งรอจนไอ้แก่หัวงูนั้นกลับ ก็ปาเข้ามาตอนนี้ พี่แคนก็มีงานเข้าจึงได้กลับไปก่อน เวลาสองทุ่มเข้ามาแล้วมันมึดไปทั่วบริเวณมีเพียงแสงไฟหลากสีจากหน้าร้านพี่วาสนาเท่านั้น

“นอนที่นี่ก็ได้นะเร"

“ไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องตื่นเอาพริกไปส่งตลาดแต่เช้า" ฉันปั่นจักรยานอีขาวคู่ใจคันเก่าๆกลับมาที่บ้านโดยทางลัดก็ถนนตามคันนาโดยมีไฟฉายอันเล็กที่พอให้แสงสว่างบ้าง ที่เลือกมาทางลัดเพราะบ้านของเธอนั้นอยู่นอกๆ หมู่บ้านถ้าปั่นผ่านเวลาดึกขนาดนี้มีหวังหมาได้โห่ตั้งแต่ทางเข้าจนทางออกแน่ๆ แต่ไม่ทันได้ถึงครึ่งทาง...

“แม่มึงเอ๊ย! จังแม่นบ่คูณคักมาตกหยังกลางทาง กูแห่งตะฟ้าว” (โธ่เอ้ย! จะมาเกเรอะไรตอนนี้คนยิ่งรีบๆอยู่) โซ่รถจักรยานนั้นตกจนไม่สามารถปั่นไปต่อได้ ฉันยกขาตั้งรถขึ้นก่อนจะนั่งลงจับโซ่นั้นใส่กลับเข้าที่เฟืองเหมือนเดิม จนมือสองข้างนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมันเครื่องและจาระบี

“เรไร” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกมาจากไกลๆ บรรยากาศทั้งมืดทั้งลมดึกๆแบบนี้ใครเดินมาเรียก แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉันเนี่ย เมายาดองก็เมา โอ๊ย! พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยอีเรด้วย

ฉันส่องไฟฉายไปที่คนตัวโตพอเขาเข้าใกล้มาก็เห็นและจำได้ว่าคือพี่แคนนั่งเอง เขามาทำอะไรที่นี่ ไม่ใช่นาหรือทางไปบ้านเขาสักหน่อย มาใส่เบ็ดเหรอก็ไม่น่าใช่

“มาเฮ็ดหยังค่ำมืดปานนี้” (มาทำอะไรค่ำมืดขนาดนี้) ฉันถามเขาพลางยกมือขึ้นมาปัดผมออกจากหน้าเพราะลมพัดจนมันบังหน้าบังตาไปหมดแต่ก็บืมไปว่ามือตัวเองเปื้อนน้ำมันเครื่องอยู่

“ฮึ ๆ” 

“หัวหาสิแตกอะไร” (หัวเราะทำไม) พอเขาเดินมาหยุดตรงหน้าก็หัวเราะออกมาเบาๆ บ้าหรือเปล่า!

“เปื้อน” เขาว่าพร้อมกับเอาชายผ้าขาวม้าเช็ดให้ ฉันรีบผละหน้าออกแต่ก็ถูกเขาจับตัวเอาไว้และเช็ดอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็อาบน้ำเหมือนเดิม เรไปก่อนนะ" 

ซ่า~~~~ สายฝนพร้อมใจกันโปรยปรายลงมายังพื้นดินชนิดที่หลบไม่ทัน

“จะรอให้ถึงบ้านก่อนนี่ไม่ได้เลย กลัวไม่ได้ตกหรือไงวะ" เธอบ่นอีกครั้งก่อนขึ้นควบจักรยานและรีบปั่นไป

"พี่ไปด้วย" ชายหนุ่มกระโดดซ้อนท้ายเธอพร้อมทั้งกอดเอวนั้นอย่างถือวิสาสะ

“นั่งดีๆ จะมากอดทำไม"

“ให้กอดแนย่านตก” (ขอกอดหน่อยกลัวตก)

“ตัวอย่างกับหมีควายคนที่ต้องกลัวควรเป็นฉัน!!" เรไรไม่มีทางเลือกเธอปั่นมาจนถึงกระท่อมปลายนาของยายสายจึงจอดรถทิ้งไว้และวิ่งเข้าไปหลบในนั้นก่อน ดูท่าฝนก็คงจะไม่หยุดและยังตกแรงขึ้นอีก แถมฟ้าก็ยังส่งเสียงร้องดังจนน่ากลัว

แคน ลูกชายคนโตของบ้าน หนุ่มหน้าไทยผิวสีน้ำผึ้งรูปร่างกำยำดูแข็งแรง ธุรกิจส่วนตัวคือเจ้าของแบคโฮรับจ้างทั่วราชอาณาจักร ทั้งยังมีรถดั้มอีก 6 คัน ครองโสดมายาวนานเพียงเพราะรอคนคนหนึ่ง และตอนนี้เขาก็พอที่จะมีหวังแล้ว

ต่อให้รีบปั่นแค่ไหรก็คงจะไม่ถึงบ้านหรอกฉันเลยแวะเข้าดถียงนายายสายที่อยู่ใกล้ๆก่อน ฝนที่ตกปานฟ้ารั่วทำให้เสื้อผ้าของเราเปียกโชกจนเห็นไปยังด้านใน ไอ้ฉันมันก็ใส่เสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีนขาสั้นพอเปียกแล้วก็หนาว หนาวจนปากสั่นเลย

“ห่มไว้ก่อน” เขาเอาผ้าขาวม้าของตัวเองมาห่มให้มันก็เปียกแต่มันก็ยังไม่หนาวเท่าไม่มีอะไรเลย

“ตกไม่รู้เวล่ำเวลา จะรออีกสักสิบนาทีหน่อยก็ไม่ได้ ไม่รู้หรือไงว่าจะกลับบ้านเนี่ย" 

“จ่มดีคัก” (บ่นเก่งนะ) 

“หนูแค่พูดไม่ได้บ่นสักหน่อย" เป็นปกติของฉันแหละที่คนอื่นชอบว่าฉันขี้บ่น ฉันต้องตกใจอีกครั้งเมื่อพี่แคนถอดเสื้อแขนยาวสีดำของเขาออกจนเห็นหุ่นล่ำๆ และลายสักที่อยู่บนหัวไหล่และหน้าอก เหมือนพวกเล่นของอะไรแบบนั้นเลย

กระหื่ม!!!

สายฟ้าฟาดลงที่ต้นไม้ใหญ่กลางนาที่อยู่ถัดไปราวๆหนึ่งกิโลเมตรแต่ความสั่นสะเทือนนั้นก็ส่งถึงเถียงนาที่ฉันนั่งอยู่ มันดังมากจนต้องยกมือขึ้นมาปิดหูหลับตาปี๋ ไม่ได้กลัวหรอกนะแค่ตกใจ

“ฮึ! จ่มกะฮักคือเก่านั้นล่ะ”(บ่นเก่งก็รัก)

“อะไรนะ" เพราะฝนที่กระหน่ำเทลงอย่างแรงเมื่อกระทบสังกะสีทำให้ฉันไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร จึงขยับใลหน้าเข้าใกล้หวังให้เขาพูดอีกครั้ง ทว่า...

จุ๊บ!!! ฉันถูกพี่แคนขโมยหอมแก้ม!!!

“เฮ็ดอิหยังนิ พ่อใหญ่ห่านิแมะ เอามาบ่ฮู้จักควมแทะ ข่อยเป็นลูกมีพ่อมีแม่เด้อ” (ทำอะไรของพี่เนี่ย หนูเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ

“อ้ายกะมีคือกัน” (พี่ก็มี) เหลือจะเชื่อกับความหน้าตายของเขาเลย

“แล้วพี่จะมาหอมแก้มหนูทำไม" เอาจริงๆฉันก็พูดออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินนั่นแหละ เกิดมานอกจากพ่อแม่พี่น้องยังไม่มีใครได้หอมแก้มฉันสักคน พี่แกเป็นใครมาจากไหนวะ!

“เอ้ากะอิหล่าเอียงแก้มมา อ้ายนึกว่าให้หอมเนาะ” (เห็นเอียงแก้มมา ก็นึกว่าอยากให้หอม) ใบหน้าหล่อเข้มฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมาทันตา

“สิมาอิลงอิหล่าหยัง ไผเป็นอิหล่าเจ้า” (มานงมาหนู ใครเป็นอิหนูของพี่กัน) 

“อิหล่าเด้ เป็นอิหล่าอ้าย” (ก็หนูไงเป็นหนูของพี่) 

“หนีเด้ออ้ายแคน อย่ามาหัวงูใส่มีดสับคอขาดเด้อ” (จะไปไหนก็ไปพี่แคน อย่ามาทำเจ้าชู้หัวงูใส่ ระวังถูกมีดสับคอขาด) น้ำเสียงกระแทกใส่ของฉันหากเป็นคนอื่นคงจะไม่ชอบใจ แต่พี่แคนเขาเอาแต่ยิ้มเหมือนชอบใจที่เห็นฉันว่าเสียงแผดใส่แบบนี้

“งูอ้ายมันบ่ออกมาให้ไผเห็นง่าย ๆ ดอก” (งูพี่มันไม่ออกมาให้ใครเห็นง่าย ๆ หรอก) คร้านจะต่อปากต่อคำ คนเจ้าชู้ประตูดิน.

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หลงเสียงเรไร   พี่เฝ้ารอมาตั้ง12ปี

    "ไม่ได้ อุ้บ!!" เขาจัดการปิดปากเธอด้วยปากหยัก กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนร่างอรชรทำให้กำหนัดในตัวของเขาเพิ่มพูนตั้งแต่เข้าใกล้ ขมเม้มปากกระจับด้วยความละมุน เมื่อเธอเผยอปากเขาก็จัดการสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงนุ่ม ๆ นั้นทันที ร่างหนาขยับคร่อมพร้อมกับบดจูบอยู่นาน ความคิดถึงและความเสน่หาแสดงออกมาเป็นการกระทำที่เร่าร้อน เสียงหายใจติดขัดจากคนด้านล่างทำให้เขาถอนจูบนั้นออกมาซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ลำคอขาว"อื้อ อ้ายแคน" เธอประคองใบหน้าเขาขึ้นมาก่อนจะจ้องมองเข้าไปในม่านตาดำสนิทด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าทุกครั้ง"เรว่ามันเร็วเกินไป""อ้ายเฝ้าเรมาตั้งสิบปี ตั้งแต่ที่เรดึงอ้ายออกมาจากป่ากล้วย""แต่ว่า...""อ้ายขอได้บ่ครับ..." ลมหายใจอุ่นร้อนขณะที่ปากพูดจรดลงตามข้างแก้มใบหน้าหล่อคลอเคลียร์ไม่ห่างชวนให้อารมณ์เคลิ้มไปได้อย่างง่าย ปากหยักได้รูปพรมจูบลงมาตามซอกคอ ใบหน้าหวานเอียงเอียงรับสัมผัสและไม่ปฏิเสธยิ่งทำให้คนตัวโตได้ใจ ทุกครั้งที่ปากหยักกดจูบขนบางก็ชูชันจนทั่วร่าง ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมือใหญ่กอบกุมเต้าอวบทำเอา

  • หลงเสียงเรไร   ความคิดถึง

    พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ฝูงวัวควายถูกต้อนกลับจากนาเดินเต็มถนนบรรยากาศที่คุ้นเคยในหมู่บ้านเหมือนทุก ๆ วันเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงไม่มีโอกาสได้สัมผัส สองสาวขับรถมอเตอร์ไซด์ลากพ่วงรถเข็นด้านหลังบรรทุกผักกลับเข้ามาเฉกเช่นทุกวัน มีทั้งออเดอร์จากตลาดและที่วัด สองคนต้องเก็บมากกว่าปกติ"ลำดวนไปอาบน้ำก่อนจะได้ออกไปวัด""แล้วพี่เรไม่ไปเหรอ""ไปแต่เอ็งอาบก่อนพี่จะแบ่งผักรอ อาบเสร็จพี่จะได้ไปอาบต่อ" คนพี่ว่าพร้อมกับยกตะกร้าผักลงจากรถเข็นและแบ่งแยกออกว่าตัวไหนเอาไปส่งตลาดตัวไหนเอาไปส่งวัด ไม่นานคนเป็นน้องก็อาบเสร็จพอดี เธอจึงเดินไปหยิบผ้าถุงที่ตากอยู่ข้างบ้านเข้าห้องน้ำไปไฟที่เปิดให้แสงสว่างจนทั่วบริเวณวัดมันเลยไม่ค่อยน่ากลัวเหมือนกับทุกวัน แถมผู้คนก็ยังเดินพลุกพล่านทั้งคนที่คุ้นหน้าและคนที่ไม่คุ้นหน้า คณะของนักเรียนและครูที่มาถึงเมื่อตอนบ่ายก็เปลี่ยนชุดนุ่งขาวห่มขาวกันจนละลานตาไปหมดและกำลังทยอยเข้าไปทำวัดเย็นในศาลา"เอาผักมาส่งจ้า""เออ ๆ วางไว้นั่นแหละจักบาทล่ะ"(เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ ทั้งหมดเท่าไหร่)"สองร้อยจ้ะ" ผักสามตะกร้าราคาแค่นี้ถือว่าถูกมาก

  • หลงเสียงเรไร   รู้ชัดถึงความรู้สึกที่มี

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างปลุกฉันให้รีบตื่นมาทำกับข้าวเพื่อเตรียมไปวัดในวันพระใหญ่ ในฤดูหนาวแบบนี้ทำเอาไม่อยากจะออกจากผ้าห่มเลย"พี่เร ตื่นหรือยัง""อือ" ฉันตอบน้องสาวพลางหยิบเสื้อแขนยาวไหมพรมออกมาสวมใส่ เราสองคนเดินลงมาจากบนบ้านและช่วยกันทำกับข้าวมือเป็นระวิง กว่าจะเสร็จฟ้าก็ทอแสงรำไรแล้ว ม่านหมอกหนาบดบังทิวทัศน์ของทุ่งนาที่เหลืองอร่ามให้เห็นเป็นเลือนราง"เสร็จแล้วฉันไปอาบน้ำก่อนนะจ๊ะ" ฉันพยักหน้าตอบก่อนจะขึ้นไปเอาเสื้อผ้าเพื่อรอคิวอาบต่อ ดีที่พี่แคนมาทำห้องน้ำและติดเครื่องทำน้ำอุ่นให้ใหม่เลยทำให้การอาบน้ำสะดวกขึ้นฉันยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย พอคิดถึงชายคนที่ครอบครองดวงใจรอยยิ้มหวานก็ปรากฏบนใบหน้าทันที ฉันหยิบเสื้อพื้นเมืองสีชมพูกับผ้าถุงลายหยาดฝนที่แม่ทอให้ออกมาสวมและสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวไหมพรมอีกที ก่อนจะรีบออกมารอลำดวนที่ด้านล่าง ไม่นานนางก็เดินลงมาด้วยชุดที่คล้ายกันกับของฉันเราสองคนพี่น้องขับรถออกมาตามทางตรงไปที่วัดโดยใช้ทางลัดตามคันนา แสงรุ่งอรุณตกกระทบน้ำค้างบนยอดหญ้าจนเป็นแสงระยิบระยับชวนมองกลิ่นอายของต้นข้าวยามถูกหมอกโชยเข้าจมูกช่างเป็น

  • หลงเสียงเรไร   พ่อกลัวเขาจะมาหลอกเอง

    แสงแดดยามเช้าทำให้รู้สึกรื่นรมณ์ใจสงบผ่อนคลายไม่น้อย สองขาที่ผอมแห้งของตาสิทธิ์ก้าวเดินฉับ ๆ มาที่ร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องปรุงตามที่คนเป็นเมียบอก แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าหากว่าไม่ได้ยินบทสนทนาจากคนที่อยู่ร้านค้า..."อิหลีตั้วะ มื้อวานนี้ยืนกอดกันอยู่ตลาด ทิศแคนหอมแก้มมันกะบ่ขัดบ่ขืนเลยเด้ จังแม่นบ่อยากอายคน คือสิอยากได้เขาคัก"(จริง ๆ นะเมื่อวานนี้เห็นยืนกอดกันอยู่ที่ตลาด ถูกทิศแคนหอมแก้มมันยังไม่ขัดขืนเลย ช่างไม่อายคนคงจะอยากได้เขาจนตัวสั่น)"เจ้าจำคนผิดบ่"(แกจำผิดคนหรือเปล่า)"บ่ ๆ อีเรไรนี่แหละ ข่อยเห็นมากับสองตา"(ไม่ ๆ ฉันมั่นใจเห็นมากับสองตา)"แต่พักหลัง ๆ มานี้กะเห็นทิศแคนเข้าออกบ้านพ่อใหญ่สิทธิ์ดุอยู่ สิมาวนอีเรอิหลีล่ะ"(แต่พักหลังมานี้ก็เห็นทิศแคนเข้าออกที่บ้านตาสิทธิ์บ่อยอยู่นะ คงจะมาติดพันเรไรจริง ๆ นั่นแหละ)แม่ค้าตอบกลับมาเป็นความคิดเห็นเท่านั้น เพราะเธอเองก็เห็นแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนักเพราะต่างคนต่างใช้ชีวิต"ไสว่ามันสิเอากับบักห้อย"(แต่ไหนว่ามันกับไอ้ห้อยจะเอากันเป็นมั่นเหมาะ)"โอ๊ย! ทุกปานนี้บักห้อยมันบ่เอาดอก คนขี้ค้านจั

  • หลงเสียงเรไร   คนที่ไม่อยากเจอ

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ชาวบ้านก็เริ่มไล่วัวควายออกไปเลี้ยงตามวิถีชีวิตชนบท บางคนก็ออกไปไร่ไปนาเพราะใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว"พี่เร...รอด้วยฉันเสร็จแล้ว" ลำดวนรีบแต่งตัวตามพี่สาวออกมาหมายจะออกไปช่วยขายผักที่ตลาด"อยู่นี่แหละรอทำกับข้าวให้พ่อกับแม่""บ่ ๆพ่อกับแม่บ่อยากดอก พากันออกไปส่อยกันโลด"(ไม่ต้อง ๆ พ่อกับแม่อยู่กันได้ เอ็งสองคนพสกันออกไปช่วยกันเถอะ)คนเป็นแม่ว่าขึ้นเพราะลำพังอยู่สองตายายกินอะไรก็ได้อยากให้ลูกออกไปช่วยกันมากกว่า"งั้นเดี๋ยวฉันรีบกลับมานะ"สองสาวพี่น้องซ้อนท้ายกับออกมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปให้ทันตลาดเช้า ผักช่วงนี้ออกเยอะจนล้นตลาดทำให้ต้องไปนั่งขายเอง หมดล็อตนี้ก็ว่าจะกลับไปปลูกพริกกับมะเขือเหมือนเดิมดีกว่า"ลำดวน ไม่ต้องช่วยพี่หรอก เอาผักกาดกับกะหล่ำอย่างละร้อยไปส่งร้านขนมจีนเจ้น้อยให้พี่ไป""จ้ะ" ว่าแล้วลำดวนก็หยิบผักกาดขาวและกะหล่ำใส่ตะกร้าเท่าจำนวนที่สาวบอกและขับมอไซด์ออกไปที่ร้านขนมจีนหน้าโรงพยาบาลเหลือเพียงเรไรที่กำลังตั้งแผงขายผักที่เหลืออยู่"ผักจ้าผัก สด ๆ จากสวน ปลอดสารพิษนะจ๊ะ" เสี

  • หลงเสียงเรไร   แรกตั้งใจรัก

    "เอ้าสูสองคนคือมานำกัน"(อ้าว ทำไมสองคนนี้มาด้วยกัน)"กูย่างเลาะมาพ้อผู้สาวกำลังยืนงง ๆ อยู่ข้างห้องน้ำกำลังว่าสิลักพาตัว"(กูเดินมาเจอสาวสวยคนนี้กำลังยืนงง ๆ อยู่ข้าง ๆ ห้องน้ำเลยว่าจะลักพาตัวสักหน่อย)"หือ!!!"ฉันเงยหน้ามองคนด้านข้างและพยายามจะดึงมือออกจากเนื้อมือของเขาที่จับรั้งฉันเอาไว้"อีลำดวนกลับบ้าน"(ลำดวนไป...กลับบ้าน)"ฮะ อือ ๆ" ลำดวนก็เมาไม่ต่างจากฉันสักเท่าไหร่ แต่ฉันตกใจสิ่งที่พี่แคนทำจนหายเมาแล้วล่ะ เหลือแค่มึนนิดหน่อย ทีแรกกะจะกลับมากินต่อแหละ แต่ไม่ดีกว่าเดี๋ยวเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่"ยกรถจักรยานขึ้นรถให้ด้วย" ฉันบอก...ไม่สิฉันสั่งเขา! และเดินมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ข้าง ๆ ร้านพี่วาสนาราวกับเป็นรถของตัวเอง ส่วนลำดวนขึ้นรถมาได้ก็นอนราบไปที่เบาะหลังและเหมือนจะหลับจนได้ยินเสียงกรนออกมาเบา ๆ"อีลำดวน ลุกฮอดบ้านแล้ว"(ลำดวนลุกถึงบ้านแล้ว)"อือ ฮะ อือ" น้องสาวคนเล็กลุกขึ้นงัวเงียก่อนจะเปิดประตูรถลงไปก่อน"ขอบคุณเด้อที่มาส่ง"(ขอบคุณนะที่มาส่ง)"เร...เป็นแฟนกับอ้ายเนาะ"(เร...เป็นแฟนกับพี่เถอะนะ)ตั้งแต่ฉันผิดหวังจากไอ้ห้อยนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่พี่แคนของฉันเป็นแฟน ในคราแรก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status