มุมมองของฉันคือนักประพันธ์ตั้งใจทำให้เพลงนี้เป็นตัวเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน — มีโมทีฟเก่าที่ทำซ้ำแต่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละเวอร์ชัน คล้ายกับการจัดวางธีมแบบเกมผจญภัยอย่างใน 'The Legend of Zelda' ที่เมโลดี้เดียวกันถูกใช้ใหม่ในบริบทต่างกัน ทำให้เพลงไม่เคยรู้สึกซ้ำซากแต่ยังคงคอนเซ็ปต์เดียวกันไว้ได้อย่างชัดเจน
เมื่อลองเปรียบกับงานเพลงเกมที่ใช้เสียงร้องร่วมกับออร์เคสตราอย่าง 'Weight of the World' ฉันเห็นการออกแบบอารมณ์ที่ใกล้เคียงกันตรงการเล่นความขัดแย้งระหว่างสวยงามกับขมขื่น แต่วิธีที่โพรทิสตาประยุกต์ใช้ทำนองดั้งเดิมทำให้มันมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่แค่เพลงประกอบ แต่มันเป็นสิ่งที่บอกเล่าเรื่องของชนชั้นและประวัติศาสตร์ในท่วงทำนองเดียวกัน