สรุปแบบไม่เคร่งครัดคือ คนชอบเพลงประกอบของ 'The Time Machine' เพราะมันสะท้อนอารมณ์หลักของเรื่องได้ชัดเจน—ความแปลกใหม่ของการเดินทางข้ามเวลา ความเศร้าและความหวังที่มาพร้อมกัน แถมยังมีท่อนธีมหลักที่หวนคิดถึงทุกครั้งที่ได้ยิน ส่วนตัวแล้วเวลาฟังซาวด์สเกปเหล่านี้ ฉันมักจะหยุดทำสิ่งอื่นแล้วปล่อยให้มโนภาพของภาพยนตร์ย้อนกลับมาในหัวแบบชัดเจน—รู้สึกว่าดีใจที่มีเพลงพวกนี้เป็นเพื่อนเวลาอยากหนีเข้าไปอยู่ในโลกของเรื่องราว
เครดิตท้ายเรื่องของ 'Thor' นี่แหละที่ทำให้รู้สึกว่าโลกของหนังเชื่อมกันอย่างจริงจังและตื่นเต้นมากขึ้น
ฉากคาเมโอที่เด่นที่สุดใน 'Thor' คือการปรากฏตัวของ Nick Fury ซึ่งแสดงโดย Samuel L. Jackson — เขาโผล่มาในซีนหลังเครดิตเพื่อชวน Dr. Erik Selvig ให้มาทำงานกับองค์กรที่ใหญ่กว่า สิ่งนี้ให้ความรู้สึกว่าเหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่า และเป็นจุดเชื่อมตรงไปยังภาพยนตร์อื่น ๆ
ผมชอบวิธีที่ซีนเดียวสามารถเปลี่ยนระดับการเล่าเรื่องได้ ทั้งในเชิงแฟนเซอร์วิสและการวางพื้นฐานสำหรับเรื่องราวต่อไป การที่ Samuel L. Jackson โผล่มาแบบไม่คาดคิดยังช่วยกระตุ้นความอยากดูเครดิตจนครบอีกด้วย — เป็นคาเมโอที่ทำงานได้ดีทั้งเชิงเนื้อหาและอารมณ์