เคยสงสัยไหมว่าทำไมเอลฟ์ในนิยายฝรั่งถึงต่างจากเอลฟ์ในบ้านเรา? จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากความเชื่อโบราณของชาวยุโรปที่เล่าขานกันมานาน เอลฟ์ในยุคแรกๆ บางทีก็ถูกมองเป็นสิ่งมีชีวิตดุร้าย แต่พอเวลาผ่านไป พวกเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของความงามและภูมิปัญญา วรรณกรรมยุควิกตอเรียก็ช่วยตอกย้ำภาพนี้ เช่นในเรื่อง 'The Princess and the Goblin' ที่เอลฟ์ถูกนำเสนอในแง่มุมโรแมนติกมากขึ้น
พอมาถึงยุคของ J.R.R. Tolkien ใน 'The Lord of the Rings' เอลฟ์ถูกพัฒนาจนมีเอกลักษณ์ชัดเจน ทั้งรูปร่างหน้าตา สังคม และภาษา Tolkien ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังจนสร้างภาษาสำหรับเอลฟ์ขึ้นมาแบบสมบูรณ์ งานของท่านนี่แหละที่ทำให้ภาพลักษณ์เอลฟ์ในภาษาอังกฤษเป็นที่รู้จักทั่วโลก
ประโยคนี้แปลตรงๆ ได้หลายแบบและแต่ละแบบให้ความหมายต่างกันพอสมควร
ในเชิงตรงที่สุดจะพูดว่า 'A woman like me is hard to find.' ประโยคนี้ชัดเจน สั้น และสื่อว่า 'ผู้หญิงอย่างข้าหาได้ยากยิ่ง' ในภาษาอังกฤษแบบที่เข้าใจง่าย แต่ความรู้สึกของคำว่า 'ข้า' ในภาษาไทยมีความเป็นตัวตนแบบมั่นใจหรือถ่อมตนต่างออกไป ข้าใช้รูปประโยคนี้เวลาอยากให้คนฟังรู้สึกว่าตัวเองมีค่าและไม่ธรรมดา
เมื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการหรือโคลงกลอนมากขึ้น จะลองใช้ 'A woman such as I is seldom found' หรือ 'A woman like me comes but once in a lifetime.' นี่จะให้โทนวรรณกรรม เหมาะกับฉากบรรยายในนิยายหรือบทพูดที่ต้องการความเก๋า ตัวอย่างที่ทำให้ภาพชัดคือฉากหนึ่งใน 'Kaguya-sama' ที่ตัวละครประชดความเป็นตัวเอง ท่อนที่เลือกคำจะแตกต่างกันมากถ้าอยากให้คนหัวเราะหรือยกย่องกันจริงๆ