คนที่กำกับ '2012' คือ Roland Emmerich และมุมมองของฉันต่อเขามีทั้งรักและหงุดหงิด เพราะเขาคือผู้สร้างหนังที่กล้าทำสิ่งยิ่งใหญ่แต่บางครั้งก็ลืมใส่ความสมจริงเชิงวิทยาศาสตร์ลงไปมากพอ
ผลงานอย่าง 'The Day After Tomorrow' แสดงให้เห็นแนวคิดเดียวกัน: เล่าเรื่องภัยพิบัติระดับโลกผ่านฉากที่อ่านง่ายและเข้าถึงความหวาดหวั่นของคนดู แต่ก็โดนวิพากษ์เรื่องความแม่นยำทางวิทย์หนักมาก ส่วน 'Godzilla' เวอร์ชันปี 1998 ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการพยายามผสมสัตว์ประหลาดกับบล็อกบัสเตอร์แบบเต็มตัว ผลจากงานเหล่านี้ทำให้เขาได้รับทั้งแฟนคลับที่ชื่นชอบความระห่ำและนักวิจารณ์ที่ชอบตั้งคำถามถึงพื้นฐานเนื้อหา
ถ้าพูดถึงซีรีส์แนวหลังวันสิ้นโลกที่ชอบล่ะก็ ต้องยกให้ 'The Last of Us' ที่สร้างจากเกมสุดคลาสสิก แม้จะออกอากาศเพียงแค่ 1 สารคติ แต่ความเข้มข้นในแต่ละตอนทำเอาคนดูอย่างเราติดงอมแงม
แต่ละตอนของซีรีส์นี้เหมือนถูกคัดสรรมาให้คมกริบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ คลี่คลายความสัมพันธ์ระหว่างโจเอลกับเอลลie หรือฉากแอ็กชันที่ตื่นเต้นเร้าใจ สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากซีรีส์แนวเดียวกันคือการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ในโลกที่ไร้ซึ่งอารยธรรม
แม้จะไม่ใช่ซีรีส์ที่ยาวที่สุด แต่ทุกตอนของ 'The Last of Us' กลับมีความหมายในตัวเอง บางตอนอาจจะดูช้าไปสักหน่อยสำหรับคนที่ชอบแอ็กชัน แต่สำหรับคนที่ชอบความลึกซึ้งทางจิตวิทยาและพัฒนาการของตัวละคร รับรองว่าคุ้มค่าแก่การติดตามทุกวินาที