เวอร์ชันอนิเมะของเรื่องเดียวกันซึ่งคนจำนวนมากรู้จักในนาม 'The Rose of Versailles' นั้นมีแนวทางการเล่าเรื่องและสไตล์ภาพที่ต่างไป โดยงานกำกับของทีมอนิเมเตอร์ญี่ปุ่น—ที่มักจะถูกยกให้เป็นผลงานชิ้นสำคัญในยุคทองของทีวีอนิเมะ—เน้นการชูอารมณ์ ตัวละคร และการตัดต่อเชิงละคร ทำให้ตัวละครมีมิติทางอารมณ์ที่หลากหลายกว่าในบางฉาก เมื่อเปรียบเทียบกัน สองเวอร์ชันนี้จึงให้ประสบการณ์ที่ต่างกัน: ฉบับภาพยนตร์คนแสดงให้ความรู้สึกเป็นละครเวที-ภาพยนตร์มีสไตล์ ในขณะที่ฉบับการ์ตูน/อนิเมะจะขยายความภายในตัวละครและบอกเล่าเรื่องราวด้วยเทคนิคภาพที่ช่วยเสริมจิตวิญญาณดั้งเดิมของต้นฉบับมังงะ