มุมมองในเชิงพิธีกรรมและระบบศักดินาทำให้ผมคิดต่างออกไปอีกทางหนึ่ง เพราะการเป็น 'เจ้าของ' ดินแดนในนิยายไม่ได้หมายความแค่ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่หมายถึงบทบาทที่มีชื่อทางราชการ เช่น Lord of Winterfell หรือ Warden of the North
ผมมองว่าในบริบทของนิยายต้นฉบับ 'A Song of Ice and Fire' เจ้าของแดนเหนือเชิงประวัติศาสตร์และเชิงสัญลักษณ์คือตระกูลสตาร์ก บ้านของพวกเขาถือพื้นที่กว้างใหญ่เป็นเวลาหลายชั่วอายุคน และตระกูลสตาร์กยังถูกยกย่องเป็นราชาแห่งแดนเหนือในอดีต ยกตัวอย่างเช่นบรรพบุรุษอย่าง Torrhen Stark ที่เคยทรงตัดสินใจยอมสวามิภักดิ์ต่อราชาแห่งดวงอังคารเพื่อหลีกเลี่ยงการสงคราม การมีตำแหน่งและพิธีกรรมของพวกเขาทำให้สตาร์กถูกมองว่าเป็นเจ้าของดินแดนแบบดั้งเดิม
ชื่อ 'เจ้าของแดนเหนือ' ทำให้ภาพของปราสาทปกคลุมหิมะผุดขึ้นในหัวและมุมมองแบบกษัตริย์ชนบทที่คอยปกป้องแดนเย็นยะเยือกผมเชื่อมโยงคำนี้กับงานวรรณกรรมยุคใหม่ที่หยิบเอาตำนานเหนือมาปรุงอย่างชัดเจน
เมื่ออ่าน 'A Song of Ice and Fire' ผมรู้สึกว่าชื่อและตำแหน่งต่างๆ ถูกดึงแรงบันดาลใจมาจากตำนานนอร์สและประวัติศาสตร์ยุโรปเหนือ—ไม่ใช่การลอกเสมอไปแต่เป็นการย่อยและประกอบใหม่ให้ออกมาเป็นรูปแบบยุคกลางแฟนตาซี การเรียกใครสักคนว่าเป็นเจ้าของแดนเหนือหรือ 'King in the North' มีรากมาจากแนวคิดของผู้นำท้องถิ่นที่มีอำนาจเหนือภูมิภาค เป็นภาพสะท้อนของ jarls และ kings ในซาก้า
ผมชอบความรู้สึกผสมผสานระหว่างความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์และการแต่งเติมเพื่อให้เรื่องเล่ามีความมหัศจรรย์ มันเหมือนการยืมคำและโครงเรื่องจากตำนานจริง แล้วแต่งเติมอารมณ์ให้เข้ากับโลกที่ผู้เขียนสร้างขึ้น ทำให้ชื่อเจ้าของแดนเหนือมีทั้งน้ำหนักทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์เชิงเรื่องเล่าในเวลาเดียวกัน