Partager

ต้องรักแสงเหนือ
ต้องรักแสงเหนือ
Auteur: ซินโฟร์เน่

บทที่ 1

last update Date de publication: 2025-12-02 12:30:21

โรงเรียนอนุบาลบ้านหมีสีชมพู

สนามหญ้าหลังโรงเรียนยามเย็น ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่กำลังวิ่งเล่น ระหว่างรอผู้ปกครองมารับกลับบ้าน

แต่ทว่าตรงมุมหนึ่งของสนาม กลับมีเสียงสะอื้นแผ่วเบาของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ในชุดกระโปรงสีแดง ตามแบบยูนิฟอร์มของโรงเรียนดังอยู่

เด็กผู้หญิงตัวเล็กผมสีดำยาวสลวย ถูกถักเป็นเปียยาวทั้งสองข้าง แล้วติดโบสีน้ำเงินน่ารัก แต่บนใบหน้ากลับเปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตา มือเรียวเล็กกำสร้อยรูปดาวที่ขาดครึ่งแนบอกไว้แน่นด้วยความรู้สึกเสียใจ

“ฮ่า ๆ ๆ เห็นมั้ย มันก็แค่ของเล่นเอง!”

เด็กผู้ชายตัวโต ร่างท้วมกว่าหัวเราะเสียงดังลั่น พร้อมกับยกเศษสร้อยที่ขาดอีกครึ่งในมือ ขึ้นแกว่งไปมาอย่างเย้ยหยัน ราวกับว่าการที่ได้ทำให้อีกฝ่ายร้องไห้เป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา

“ไม่ใช่นะ! นี่มันสร้อยของหนู แม่บอกว่ามันคือดาวของแสงเหนือ!”

เด็กหญิงร้องปฏิเสธดังลั่น ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นมันคือสร้อยของเธอ มันคือของสำคัญและมันก็ไม่ใช่ของเล่นเหมือนอย่างที่อีกฝ่ายกำลังพูดออกมา

ดวงตากลมโตพยายามรวบรวมความกล้า มองอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง ทั้งที่ความจริงเธอกำลังหวาดกลัว จนแทบจะกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้ไม่อยู่ ก่อนจะพยายามยื้อแย่งสร้อยที่มีจี้ดาวกลับคืนมา แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

“สร้อยของเธอแล้วไง ก็ฉันอยากได้ ยัยเตี้ยขี้แย!”

เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอีกครั้ง มือเล็กอ้วนพีออกแรงกระชากสร้อยอีกครึ่งจากมือเธอแทบขาด ก่อนที่ทั้งสองจะพยายามออกแรงยื้อแย่งกันไปมา ทว่าทันใดนั้น เสียงตะโกนกึกก้องจากด้านหลังก็ดังขึ้น

“หยุดนะไอ้อ้วน! จะทำอะไร!”

เดย์วิ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าขึงขังเกินวัย เขาไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาที มือข้างหนึ่งของเขาผลักหน้าอกเด็กผู้ชายคนนั้นเต็มแรง จนร่างอ้วนท้วมเซถอยหลังเสียหลัก ก่อนที่เดย์จะง้างหมัดและชกสวนเข้าไปที่ใบหน้านั้นอย่างจัง หมัดเล็ก ๆ กระแทกเข้าที่แก้มอีกฝ่ายดัง ปึ้ก! ทำเอาเสียงหัวเราะที่ดังก่อนหน้าเงียบหายไป

“โอ๊ย! ไอ้บ้า!”

เด็กอ้วนร้องลั่น ก่อนจะพุ่งตัวกลับมาผลักเดย์อย่างเต็มแรงเพื่อเอาคืน จนทั้งสองคนล้มกลิ้งไปบนสนามหญ้า มือเล็ก ๆ ทั้งสองฝ่ายสลับกัน ฟาดฟันกำปั้นใส่กันไปมาไม่ยั้ง เสียงร้องปนเสียงหอบดังระงมไปรอบ ๆ สนาม

“มันเจ็บนะเว้ย”

“คนที่ชอบรังแกคนอื่นมันต้องโดนแบบนี้”

ไนท์ที่ยืนมองเงียบ ๆ มาตลอดก็เดินก้าวเข้ามาช้า ๆ ดวงตาคมสีดำสนิทจับจ้องสถานการณ์นิ่ง ๆ ขณะที่ฝาแฝดของเขากำลังชกต่อยอีกฝ่ายบนพื้นหญ้าจนดูเหมือนเหตุการณ์จะเริ่มวุ่นวายมากขึ้นทุกที

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะปล่อยให้เดย์จัดการเพียงลำพังต่อไปไม่ได้ เพราะถ้ายังยืดเยื้อแบบนี้ครูประจำชั้นคงเข้ามาเห็นก่อนพอดี

เขาไม่พูดพร่ำ มือเล็กเดินตรงไปคว้าคอเสื้อเด็กอ้วนแล้วกระชากออกเต็มแรง จนร่างท้วมเซล้มไปด้านข้าง ก่อนหมัดเล็กของไนท์จะฟาดลงไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายหนึ่งที แล้วแย่งสร้อยที่อยู่ในมือนั้นมา เขาไม่เหมือนเดย์ที่ชอบทำทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก แค่รีบเอาสร้อยคืนมาให้มันจบไปก็พอ ไม่เห็นต้องเอาตัวเองลงไปคลุกฝุ่นคลุกดินเลยสักนิด

“เอาของยัยเปี๊ยกคืนมา”

น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ดังชัดเจนบอกอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ดวงตานิ่งจ้องมองอย่างไม่เกรงกลัว จนเด็กอ้วนชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเจอสายตาคู่นั้น ร่างท้วมสั่นเฮือก แล้วรีบวิ่งหนีไปทั้งน้ำตาเพราะรู้ว่าคงสู้สองฝาแฝดนี้ไม่ได้

สนามหญ้าที่เคยวุ่นวายกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบแรง ๆ ของเดย์ที่ยังนั่งพยุงตัวอยู่กับพื้น ด้วยเสื้อผ้าเลอะเปรอะเปื้อนมันเต็มไปด้วยเศษหญ้าและดิน

เดย์ก้มมองดูข้อมือของตัวเองที่แดงและถลอกจากแรงยื้อ ในขณะที่ไนท์ก้มลงเก็บเศษสร้อยอีกชิ้นขึ้นมาในมือ แล้วหันมายื่นให้เด็กผู้หญิงที่ยังสะอึกสะอื้นไม่หยุด

“นี่…ของเธอยัยเปี๊ยก”

เสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยความอ่อนโยนดังขึ้น แสงเหนือค่อย ๆ ยื่นมือออกไปรับ ดวงตาที่เปียกชื้นยังสั่นระริก ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ก่อนคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“ขอบคุณนะ…ทั้งสองคนเลย”

ไนท์พยักหน้ารับนิ่ง ๆ ต่างกับเดย์ที่หันมายิ้มกว้างให้กับคนตัวเล็ก อย่างภาคภูมิใจ แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยช้ำเล็ก ๆ ก็ตาม ก่อนจะเริ่มปัดเนื้อปัดตัวให้เรียบร้อยแล้วเดินตรงเข้าไปหาเธอ

“ไม่ต้องกลัวนะ ต่อไปถ้าใครแกล้งอีก พวกพี่จะช่วยเอง”

“…”

เดย์บอกกับคนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน พร้อมกับใช้ปลายนิ้วปาดซับน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบา ต่างกับไนท์ที่ไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงยกมือเล็กขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ เท่านั้น แต่แววตาที่เคยดูเย็นชากลับอบอุ่นขึ้นมาชั่วขณะ

“แล้วทำไมทั้งสองคนหน้าเหมือนกันจังค่ะ”

“เพราะเราเป็นฝาแฝดไง พี่ชื่อเดย์”

“พี่เหรอคะ”

ดวงตากลมโต เอียงคอมอง พลางคิดสงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้ว่าตัวเองเป็นพี่ หรืออาจจะเป็นเพราะส่วนสูงของพวกเขาที่มากกว่าเธอ พวกเขาเลยได้เป็นพี่ใช่ไหม

“ใช่ ถ้าดูจากดาวบนปกเสื้อ พวกเราโตกว่าหนึ่งปี”

ทว่าทุกการสนทนายังคงเป็นเดย์ที่ค่อยตอบทุกความสงสัยให้กับเธอ พร้อมกับเผยรอยยิ้มกว้างมองดูเด็กผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดู ก่อนจะเริ่มอธิบายสิ่งที่เธอสงสัยอย่างใจเย็น

“อ้อค่ะ หนูชื่อแสงเหนือ”

เด็กหญิงตัวเล็กยกมือขึ้นปาดซับน้ำตาอย่างลวก ๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างไร้เดียงสา หลังจากที่เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นพี่ของเธอ แสงเหนือที่ได้รู้ชื่อของเดย์รีบหันไปมองอีกคนที่เธอยังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร

“แล้วพี่ชื่อเดย์เหมือนกันหรือเปล่าคะ”

“ไนท์”

เสียงเรียบนิ่งของไนท์ เอ่ยออกมาอย่างเงียบ ๆ เป็นการแนะนำตัวเองในแบบที่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร เขารู้เพียงแค่ว่าหากเขาไม่พูดอะไรออกไป ใบหน้าจิ้มลิ้มนี้อาจจะมีน้ำตาอีกครั้งหากถูกขัดใจ เพราะเด็กผู้หญิงมักจะอ่อนแอและร้องไห้เก่งที่สุด

“พี่เดย์ กับ พี่ไนท์”

“…”

“อ๊ะ! มือพวกพี่แดงหมดเลย เจ็บไหมคะ”

แสงเหนือมองรอยถลอกตามข้อมือของทั้งสองคน แล้วรีบวิ่งไปเปิดกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่ไม่ไกล ก่อนจะควานหากล่องดินสอที่อยู่ในนั้น แล้วหยิบปลาสเตอร์ลายการ์ตูนที่พกติดตัวเอาไว้ตลอดมาติดให้ทั้งคู่ด้วยมือสั่นเทา แต่ก็พยายามตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่

“พี่เป็นฝาแฝดที่หน้าคล้ายกันมากเลยค่ะ แต่...ก็ไม่เหมือนกัน”

“นี่! ยัยตัวเล็กเป็นแฝดก็ต้องเหมือนกันสิ จะไม่เหมือนได้ไง”

ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมองตามเสียงของเดย์อีกครั้ง ก่อนจะไล่สายตามองพวกเขาทีละคนอย่างตั้งใจ ดวงตากลมโตจ้องมองพวกเขาอย่างพิจารณา พร้อมกับใช้เรียวนิ้วบางเคาะที่ปลายคางตัวเอง ในขณะที่เอียงคอไปมาเพื่อสำรวจทั้งสองคนตรงหน้าอย่างตั้งใจ

“ใบหน้าเหมือน แต่ดวงตากับความรู้สึกไม่เหมือนกันค่ะ”

“เธอนี้เก่ง สมกับเป็นยัยตัวเล็กของฉันจริง ๆ”

“หึ นี่มันยัยเปี๊ยกของฉันต่างหาก”

ทว่าระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังถกเถียงกัน น้ำตาของคนตัวเล็กก็เอ่อคลอขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันเป็นความเสียใจที่สร้อยเส้นโปรดของเธอขาดออกจากกัน

“เป็นอะไรอีกยัยตัวเล็ก”

“ฮึก ๆ สร้อยของแสงเหนือขาดหมดเลยค่ะ แม่ต้องดุแสงเหนือแน่ ๆ ที่ไม่รักษาของ”

เดย์กับไนท์หันมองหน้ากัน หลังได้ยินคำอธิบายของร่างเล็กตรงหน้า ก่อนจะรีบถอดสร้อยเส้นเล็ก ๆ ของตัวเองออกมา ทั้งที่สร้อยยังมีจี้รูปพระอาทิตย์และจี้พระจันทร์เสี้ยว ห้อยแกว่งบนมือเล็ก ๆ

สร้อยเส้นเล็กของทั้งสองคนถูกถอดออก พร้อมกับยื่นมาตรงหน้าพร้อมกัน เพื่อมอบให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังสะอื้นตัวโยน

“ไม่ต้องร้องนะยัยตัวเล็ก เอาสร้อยของพี่ไปแทนก็ได้”

เดย์พูดพลางยิ้มกว้าง อย่างใจเย็นก่อนจะเอื้อมมือเล็ก ๆ ของตัวเองไปปาดซับน้ำตาบนใบหน้าของแสงเหนือ

“ใช่ อย่าร้อง หนูเอาสร้อยของพี่ไปรวมกับของหนูก็ได้ มันจะได้กลายเป็นสร้อยเส้นใหม่ที่มีทั้งจี้ดวงดาว พระอาทิตย์และพระจันทร์ไงยัยเปี๊ยก”

ไนท์เอ่ยเสียงนิ่ง มั่นคง แสงเหนือก้มมองสร้อยสองเส้นในมือ น้ำตาใสหยดลงมาไม่ขาดสาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วเผยรอยยิ้มกว้างออกมาทั้งที่สะอื้นไม่หยุด

“หนูทำแบบนั้นได้ใช่ไหมคะ ถ้ามีสร้อยแม่ก็จะไม่ดุเหนือ”

“อือ/อืม”

“แต่หนูไม่มีอะไรให้พี่ ๆนะ”

“มีสิ คำสัญญาไง งั้นเรามาทำสัญญากัน ต่อไปนี้พี่สองคนจัดการคนที่มารังแกเธอเอง ส่วนเธอก็มีหน้าที่ตอบแทนพวกพี่ด้วยการคอยทำแผลให้พวกพี่แบบวันนี้ไง”

“ค่ะ...งั้นต่อไปหนูจะทำแผลให้พี่เดย์กับพี่ไนท์เอง แล้วพอหนูโตขึ้น หนูจะไปเป็นคุณหมอที่เก่งที่สุด แล้วจะเป็นคนดูแลพี่สองคน ค่อยดูนะโตขึ้นหนูต้องทำแผลเก่งกว่านี้แน่นอน”

เดย์หัวเราะเบา ๆ ส่ายหน้าให้กับความไร้เดียงสาของแสงเหนือ ไม่ต่างกับไนท์ที่ยกยิ้มขึ้นตรงมุมปากเล็กน้อยด้วยท่าทีนิ่งสงบ และมองคนตัวเล็กที่ยังคงพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ก่อนเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำกว่าทุกครั้ง

“เป็นแค่ยัยเปี๊ยกไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก แค่สัญญาว่าจะเป็นแสงเหนือของพวกพี่สองคนตลอดไปก็พอ”

“ใช่ แค่เป็นแสงเหนือที่ส่องแสงสวย ๆ ของเราก็พอ”

เด็กหญิงชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมึนงงและไม่เข้าใจ ว่าเธอเป็นคนจะส่องแสงออกมาได้ยังไง ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างไร้เดียงสา แล้วพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น หลังจากที่คิดได้ว่า เธออาจจะส่องแสงได้แบบที่ทั้งสองคนบอกจริง ๆ ก็ได้หากเธอโตขึ้น

“ได้ค่ะ หนูสัญญา หนูจะเป็นแสงเหนือที่ส่องแสงสวย ๆ ของพี่สองคนเอง”

ปลายนิ้วก้อยเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของแสงเหนือถูกยื่นไปตรงหน้าของทั้งสองคน ก่อนจะเกี่ยวก้อยกันไว้ภายใต้ท้องฟ้ายามเย็น เป็นสายสัมพันธ์และคำสัญญาจากนิ้วเรียวเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงพวกเขาเอาไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันเลือนหาย
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 69

    “ไปครับ แต่พี่สองคนจะไปให้หมอแสงเหนือคนเดียวเท่านั้น”“คนบ้า”แสงเหนือต่อว่าทั้งสองคนด้วยท่าทีเง้างอน กว่าเธอจะรู้ตัวว่าโดนหลอก อารมณ์และความต้องการของเธอก็เริ่มไปไกลจนกู่ไม่กลับ“อ๊ะ อื้มมมม”ไนท์เอนตัวพิงบนหัวเตียง แล้วดึงร่างเล็กให้โน้มตัวตามมา ก่อนจะตะโบบจูบดูดนมทั้งสองเต้าหายเข้าไปในปาก โดยที่แ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 68

    “งั้นหันหน้ามานี้ครับ แล้วอมมันเข้าไปให้พี่หน่อย”ไนท์ที่เห็นว่าคนตัวเล็กเสร็จนำไปก่อน และคิดว่าแสงเหนือพร้อมที่จะรับตัวตนของพวกเขาแล้ว ก็จับร่างบางพลิกเข้าหาตัวเองมือหนาบีบคางเล็กเล็ก ๆ ให้เธออ้าปากออก ก่อนจะดันแท่งเอ็นร้อนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนเข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่มนั้นทันที“อ่าส์

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 67

    “อย่าใจร้ายกับผัวเลยนะครับ”ไนท์กับเดย์กลับหัวเราะในลำคอพร้อมกัน เสียงทุ้มต่ำแบบนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดจากอก“หนูไหวครับ แต่พี่ไม่ไหว”ทันทีที่พูดจบ เดย์ก็อุ้มเธอขึ้นทั้งตัว ด้วยเรียวแขนแกร่ง ร่างเล็กของเธอถูกอุ้มจนตัวลอย ก่อนถูกวางลงบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดแสงเหนือเผลอขยับถอยจนติดหัวเ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 66

    เสียงเพลงจากงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ค่อย ๆ เลือนหายไปและเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เมื่อเดย์เดินนำขึ้นบันไดหินอ่อนออกมา ก่อนจะเดินตรงเข้ามาในลิฟต์เพื่อกลับขึ้นไปยังห้องสวีทที่ใช้เป็นห้องหอในคืนนี้ทว่าประตูลิฟต์ยังไม่ทันได้ปิดลง ฝ่ามือหนาของไนท์ก็มาขวางเอาไว้ซะก่อน“กูไปด้วย”“หึ”ร่างสูงของคนสองก้าวออกมาจากประต

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 65

    หลังจากพิธีการจบลงและแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงไฟสีทองอ่อน ๆ ก็เปิดขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยงที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นโซนอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดหรู แท่งไฟยาวประดับด้วยดวงดาวคริสตัลหลายพันดวง ทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงของออโรร่าจริง ๆ แสงเหนือ อยู่ในชุดเดรสสีขาวไข่มุกสั้นเหนือเข่า ปั

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 64

    เสียงไวโอลินบรรเลงเพลงหวานแผ่วเบา ประกายแสงสะท้อนจากคริสตัลที่แขวนเรียงกันเป็นม่านใส ๆ เป็นคลื่นซ้อนกันคล้ายกับแสงออโรร่า หรือแสงเหนือทางเดินยาวปูด้วยดอกกุหลาบสีขาว ตั้งแต่บันไดหินอ่อนด้านหน้าไปจนถึงซุ้มพิธีที่ล้อมรอบด้วยม่านผ้าชีฟองสีขาวสวยงามลงตัวราวกับฉากแต่งงานในเทพนิยายที่หลายคนใฝ่ฝันถึง งดงา

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 16

    “ให้มันวัดไข้คนเดียวไม่ดีนะครับ”“พี่เดย์…”เธอพึมพำเสียงเบาหลังคนตัวโตผละจูบออก แล้วปล่อยให้เธอปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ“มอร์นิ่งคริสครับ เหมือนอาการจะดีขึ้นแล้วจริงด้วย”เดย์พูดเสียงเรียบ แววตายังคงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง อ่อนโยนไม่ต่างจากมือที่ยังเกลี่ยเบา ๆ อยู่ข้างแก้มเธอ“ใครสอนพวกพี่ให้วัด

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 15

    แสงแดดอ่อนยามสายลอดผ่านผ้าม่านสีเข้มเข้ามาแผ่วเบาแตะปลายผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยของหญิงสาวและชายหนุ่มทั้งสองคนบนเตียงเดย์เป็นคนแรกที่เริ่มขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นภายใต้ผ้าห่ม ก่อนสอดแขนแกร่งเข้าโอบร่างเล็กที่ยังคงหลับสนิทไว้แนบอก ก่อนที่เรียวคิ้วหนาจะเริ่มขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ยังไม่ลืมตา เ

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 14

    “คราวนี้…พี่จะเข้าไปในตัวเหนือนะครับ” เดย์กระซิบชิดข้างหู เสียงทุ้มพร่าพร้อมลมหายใจอุ่นร้อนทำให้หัวใจเธอสั่นกระตุก ใบหน้าสวยพยักตอบ เธอไม่สามารถปฏิเสธได้อีกแล้ว ร่างกายที่ถูกครอบครองก่อนหน้านี้ยังไม่ฟื้นเต็มที่ด้วยซ้ำ ทว่ามันกลับโหยหาเขามากขึ้นในแบบที่ไม่เคยรู้จัก ไนท์โน้มตัว

  • ต้องรักแสงเหนือ   บทที่ 13

    “อ๊ะ…เจ็บ พี่ไนท์…เหนือเจ็บ” เสียงหวานสั่นเครือแทบขาดห้วง “ชู่ว…ไม่เป็นไรคนเก่ง เดี๋ยวก็จะดีเอง”เดย์กระซิบแนบหู ก่อนกดจูบซับน้ำตาที่เอ่อคลอ ปลอบประโลมด้วยริมฝีปากนุ่มอุ่น ชิมกลีบปากอ่อนหวานเพื่อดึงความสนใจของเธอออกจากความเจ็บ ไนท์กัดฟัน กดเอวเข้าไปทีละน้อย จนกระทั่งเข้าไปได้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status