LOGIN
ณ มหาวิทยาลัยชื่อดังที่ค่าเทอมแพงหูฉี่ นักศึกษาที่จะเข้าเรียนในมหาลัยนี้ได้ต้องเป็นลูกของคนมีฐานะร่ำรวยถึงรวยมาก ถ้ามีแค่พออยู่พอกินไม่สามารถส่งลูกเรียนได้ตลอดรอดฝั่งเป็นแน่นอน เพราะค่าใช้จ่ายของนักศึกษาที่นี้มันไม่ได้มีแค่ค่าเทอมที่สูงลิ่ว มันยังมีค่าข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมที่บ่งบอกถึงฐานะของแต่ละคนอีกด้วย หรือเรียกง่ายๆว่าของที่มีไว้อวดรวยนั่นแหละ แต่ทว่าท่ามกลางสังคมผู้ดีกลับมีหญิงสาวที่เป็นแกะดำอยู่หนึ่งคนคือ ศรัญญา หรือฟ้าใส ชื่อนี้ไม่ได้เป็นชื่อที่ผู้ให้กำเนิดตั้งให้ แต่เป็นชื่อที่แม่ครูจากบ้านเด็กกำพร้าตั้งให้ ใช่แล้ว! ฟ้าใสเธอเป็นเด็กที่มาจากบ้านเด็กกำพร้า เธอเป็นเด็กสาวที่หน้าตาน่ารักผิวพรรณขาวเนียนราวกับลูกผู้ดี และเธอยังฉลาดเฉลียวมีความคิดต่างจากเด็กคนอื่นๆ ฟ้าใสพยายามผลักดันตัวเองเพื่อยกระดับชีวิตของตนให้ดีขึ้นจากเดิม โดยมีแม่ครูคอยสนับสนุนและพาเธอมาสอบชิงทุนเข้ามหาลัยชื่อดัง แน่นอนว่าความเก่งของฟ้าใสทำให้เธอได้ทุนตามที่หวัง ตึก! ตึก! ตึก! ฟ้าใสในชุดนักศึกษาพอดีตัวเดินสะพายกระเป๋าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเอกสารและงานสำคัญที่รับมาจากอาจารย์ที่ปรึกษา เพราะความจนทำให้ฟ้าใสต้องหาค่าขนมระหว่างเรียน เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะเข้าเรียนสาย ฟ้าใสจึงเลือกที่จะเดินลัดเลาะไปยังข้างตึกเรียน เดินผ่านตึกเก่าที่ปิดซ่อมแซม แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปถึงไหน เสียงชวนขนลุกก็ดังออกมาจากมุมตึก "โอ๊ย! ..อย่า.. " เสียงอันทรมานของผู้หญิงที่ดังออกมาให้ได้ยินอยู่ไม่ไกล ฟ้าใสถึงกับขนลุกไปทั้งตัว นี่เธอโดนผีหลอกตอนกลางวันหรือนี่ " กรี๊ดดด ! พวกนายอย่ารุมสิ!" อย่ารุมสิ! คืออะไรกัน? หรือว่ามีผู้หญิงโดนทำร้ายอย่างนั้นหรอ ฟ้าใสได้แต่ตั้งคำถามขณะที่มองไปรอบๆบริเวณที่ค่อนข้างเงียบ เนื่องจากเป็นตึกที่ติดป้ายซ่อมแซมไว้จึงไม่มีนักศึกษาเดินผ่านบริเวณนี้ ปึก!!ปึก! ปึก! " กรี๊ดดดด .. แรงขนาดนี้ ร่องฉันฉีกพอดี !" เสียงของผู้หญิงอย่างแน่นอน แต่เสียงต่อมาคืออะไร ด้วยความที่เป็นคนจิตใจดีเป็นทุนเดิม ทำให้ฟ้าใสเดินตามเสียงนั้นไป เธอมองหาอาวุธที่อยู่แถวนั้น ได้ท่อนเหล็กขนาดพอดีมือมาหนึ่งท่อนทำให้กล้าที่จะก้าวเดินไปยังทางเดินที่ไร้ผู้คน " โอ๊ย ...ใหญ่จนจุกไปหมด ....." " ไหนบอกว่าชอบแบบถึงใจวะ!" เสียงผู้ชายพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงแหบพล่าเล็กน้อย ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ฟ้าใสก็ยิ่งได้ยินเสียงอย่างชัดเจน และรู้สึกได้ว่าตรงนี้ไม่ได้มีแค่สองคน ตึกตักๆ หัวใจของฟ้าใสเต้นแรงขึ้นทุกขณะเมื่อสมองเริ่มจะรับรู้ได้ถึงเสียงอันน่าขนลุกนี้ แต่สถานที่ที่เป็นมหาลัยทำให้เธอปฏิเสธความคิดของตัวเอง ความโลกสวยทำให้เธอคิดว่าไม่มีใครกล้าทำเรื่องอย่างว่าในมหาลัยหรอกนะ "อะ...ซี๊ดดดด..ดูดแรงๆ ..." "เธอแม่ง ....ครางดังว่ะ...! เดี๋ยวก็มีคนมาได้ยินหรอก!" 00! ฟ้าใสตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ กับภาพหนังสดที่อยู่ตรงทางขึ้นบันไดหนีไฟ เอญ่า! เพื่อนร่วมคณะของเธอกำลังทำเรื่องอย่างว่าชายร่างเปลือยเปล่าสามคน ฟังไม่ผิดหรอกนะ ชายทั้งสามคนที่กึ่งเปลือยกำลังรุมกระทำเอญ่า เอญ่าที่อยู่ในชุดนักศึกษาที่ถูกปลดกระดุมเสื้อออกจนหมด เห็นหน้าอกอวบใหญ่เกินมาตรฐาน น่าจะไปศัลยกรรมมาอย่างแน่นอน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ฟ้าใสจะต้องใส่ใจในตอนนี้ สิ่งที่พวกเขาทำอยู่ต่างหากคือสิ่งที่คิดศีลธรรม และไม่ควรจะเกิดขึ้น ใครๆก็รู้ว่าเอญ่าเป็นแฟนกับรุ่นพี่อยู่ แล้วเอญ่ายังแอบแซ่บกลับมาเต็มกินลับหลังแฟนมาตลอด แล้วตอนนี้..เธอยังทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายตั้งสามคน ฟ้าใสถึงกับต้องขยี้ตาแล้วตบหน้าตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติ นี่เธอไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม " อ๊ะ..กู..จะแตกว่ะ!" พอจะเสร็จก็เร่งจังหวะใส่ร่างของบางอย่างเร่ง แล้วยื่นมือไปบีบขย้ำเต้าอวบใหญ่อย่างแรง ฟ้าใสที่แอบมองดูอยู่ถึงกับรู้สึกเจ็บแทบ ทำไมบีบแรงขนาดนั้น ! แล้วผู้ชายที่น่าจะเป็นรุ่นพี่อีกคนที่เปลือยท่อนล่างก็เข้ามาจับแก่นกายยัดใส่ปากกาของเอญ่า เอญ่าใช้ลิ้นตวีดรับอย่างรู้งาน " รีบๆเลย กูจะเอาต่อ นี่ก็ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว!" " เข้าพร้อมกันเลยได้ไหม กูขาดอีกไม่ได้ละ พ่อกูเอาตายแน่!" 00 ! ฟ้าใสทนดูไม่ไหวจึงรีบก้าวเดินออก แต่ความไม่ระวังทำให้เกิดจังหวะนรกจนโต๊ะพอดี อุ๊ป! ฟ้าใสรีบปิดปากตัวแล้วแล้ววิ่งออกมาจากจุดนั้น เธอตื่นกลัว ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด คนพวกนั้นต่างหากที่ทำเรื่องไม่ดีในมหาลัย 'ฟู่ววว...เกือบสายแล้วเรา' พอหนีพ้นฟ้าใสก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก คิดยังไงถึงพากันทำเรื่องแบบนั้นในมหาลัย ไม่คิดว่าจะเสื่อมเสียไปถึงวงศ์ตระกูลเลยหรือไงหากมีใครไปพบเข้า ตัวเธอเองไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่นไม่มีทางพูดออกไปอย่างแน่นอน แล้วตอนนี้ก็พยายามลบฉากหนังสดนั้นแล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ค่อยๆเดินไปหาที่นั่งก่อนที่อาจารย์จะเข้ามาสอน และที่ประจำของเธอคือมุมหลังห้อง ที่ห่างจากกลุ่มเพื่อน ไม่ต้องบอกทุกคนก็น่าจะรู้ว่าเพราะอะไร ฟ้าใสถูกเพื่อนๆและคนทั้งมหาลัยบลูลี่เพราะความจน พวกเขารังเกียจเธอเพราะรู้ว่าเธอมาจากบ้านเด็กกำพร้า แต่เธอก็ไม่เคยสนใจ แม้ว่าเธอจะถูกกลั้นแกล้งเกือบทุกวันก็ตาม ครืด~ ขณะที่ฟ้าใสกำลังก้าวเดินไปหาที่นั่ง มือถือในกระเป๋าสะพายก็ดังขึ้นมา ฟ้าใสเปิดกระเป๋าสะพายด้วยท่าทางประหม่าและหวาดระแวง เพราะเธอกำลังเดินผ่านกลุ่มของหญิงสาวที่มีอิทธิพลที่สุดในมหาลัย เธอคนนั้นคือ มารีญา ลูกสาวของเจ้าของมหาลัยชื่อดังแห่งนี้ เธอเป็นหญิงสาวที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของทุกคนในมหาลัยได้ ไม่ว่าใครก็ไม่กล้ามีเรื่องกับเธอ แม้กระทั่งอาจารย์ สายเรียกเข้าจาก >>090xx 'คุณริว' ฟ้าใสเอ่ยชื่อของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ใบหน้าของเธอถอดสีขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์หน้าจอ แม้ว่าเธอจะไม่ได้บันทึกชื่อของชายหนุ่มไว้ แต่เธอก็จำเบอร์โทรของชายหนุ่มได้ขึ้นใจ เพราะริวเป็นลูกชายของคุณหญิงรินลณา คนที่เป็นผู้สนับสนุนบ้านเมตรตาและรับฟ้าใสเข้ามาทำงานบ้านในช่วงปิดเทอม ทำให้เธอมีเงินมาใช้จ่ายในแต่ละวัน "มันมาแล้ว " หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องหันไปบอกกลุ่มเพื่อน ก่อนที่ทั้งสี่คนจะยกยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ หมับ! ยังไม่ทันที่ฟ้าใสจะได้รับสาย มือถือของเธอก็ถูกใครบางคนกระชากไปจากมือ และคนๆนั้นก็คือมารีญา " ใครโทรมาเหรอ พวกเสี่ยแก่ๆ หรือผัวชาวบ้าน ถึงไม่ยอมรับสาย " มารีญาถามออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจมือถือรุ่นเต่าล้านปีของฟ้าใส แต่ที่เธอยอมลงทุนแย่งมาเพราะอยากจะรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาจะใช่คนที่เธอคิดหรือเปล่า ขณะที่ฟ้าใสกำลังแสดงท่าทางตื่นกลัวเสียงสั่นเตือนก็เงียบไป แต่ไม่ทันไรเสียงข้อความก็ดังขึ้นมาแทน มารีญารีบกดดูอย่างไม่ลังเล 090xx งอนอะไรพี่หรือเปล่า ทำไมช่วงนี้ไม่รับสายพี่เลย มารีญาถึงกับคลั่งขึ้นมาทันทีที่ได้อ่านข้อความจากมือถือเครื่องเล็ก เบอร์โทรที่ส่งมาเป็นเบอร์โทรที่เธอจำได้ขึ้นใจเช่นกัน เพราะมันคือเบอร์ของว่าที่คู่หมั้นของเธอ หมับ!! มารีญาขว้างมือถือในมือทิ้งอย่างไม่ใยดีจนมันแตกกระจายไม่หลงเหลือสภาพเดิม จากนั้นก็พุ่งเข้าไปกระชากผมฟ้าใสที่ยืนสั่นเทาอยู่ตรงหน้า แล้วดึงทึ้งมันอย่างแรงจนฟ้าใสส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้มารีญาพอใจ เธอฉุดกระชากร่างของฟ้าใสไปที่หลังห้องท่ามกลางสายตาของหนุ่มสาวที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง
>อีกด้านของร้าน อาหารมากมายที่วางอยู่ตรงหน้าไม่ได้เป็นที่สนใจของหนุ่มๆ ตอนนี้ทุกคนต่างจ้องมองไปยังมาตินเป็นตาเดียว ทุกสายตาเต็มไปด้วยคำถาม ที่พวกเขานิ่งไม่ยอมพูดอะไรก่อนหน้านี้ ก็แค่รอดูว่ามาตินจะจัดการยังไงกับฟ้าใสที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน นึกว่าจะได้เห็นฉากเด็ดลากกันไปง้อในรถเหมือนในนิยาย แต่เพื่อนรักของเขานั่งนิ่งนึกว่าวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว " มึงจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอวะ? เสียเวลากูพามาชิบหาย!" เจย์ซีถึงกับทำหน้าเซ็งที่มาตินเพื่อนรักไม่ทำอะไรเลย คนอุตส่าห์วางแผนพามาถึงร้าน นึกว่าจะได้ดูฉากเด็ดๆ หมดสนุกเลยงานนี้! "กูก็นั่งลุ้นอยู่ ว่ามันจะทำอะไร แต่มันกลับนั่งเป็นหมาหงอย " "ฮ่าๆ เออจริงว่ะ หน้ามันเหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้งเลย " ปึก! มาตินจบการสนทนาด้วยการเตะขาโตเสียงดัง สายตาของเขาแสดงออกชัดเจนว่า 'กูกำลังใช้ความคิดอยู่พวกมึงมาสนุกอะไรวะ' เขายังคิดไม่ออกว่าจะต้องจัดการกับเรื่องนี้ยังไง ถ้าบังคับให้เธอกลับไปจะเกิดผลเสียยังไงบ้าง จะมีผลกระทบกับลูกในท้องหรือไม่ สภาพจิตใจคนเป็นแม่จะแย่แค่ไหน เขาคิดมากและกังวลไปหมด "เพื่อนอุตส่าห์พามาง้อเมีย ตอบแทนด้วยส้นตีนเหรอวะ?" เจย์ซีได้แต่
ตึกตักๆหัวใจแกร่งเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก สายตาคมมองไปยังร่างบางที่คุ้นเคย จ้องมองทุกการกระทำของเธอโดยที่ไม่พูดอะไร ไม่แม้กระทั่งเอ่ยถามเรื่องที่ผ่านมา ทำได้เพียงแค่ปล่อยให้หัวใจเต้นแรงตามจังหวะก้าวเดินของเธอ เขาลุ้นทุกวินาทีที่เธอยกถาดอาหารมาวางตรงหน้า เขาอยากจะช่วยหยิบจับและบริการตัวเองด้วยซ้ำ แต่พอเธอมองมาร่างกายก็ชาวาบและหยุดชะงักไปเองโดยอัตโนมัติส่วนคนที่โดนมองก็ทำตัวไม่ถูก หลายวันที่ผ่านมาเธอพยายามที่จะลืมเขา แต่พอได้เห็นวันนี้กลับเสียอาการจนมือไม้สั่นไปหมด เธอรีบร้อนวางจานอาหารจนน้องที่มาด้วยกันมองหน้า ทำไมวันนี้พี่ฟ้าใสถึงวางผิดวางถูก ไม่ตั้งใจทำงานเอาเสียเลย หรือว่าเป็นเพราะเจอหนุ่มหล่อจึงทำให้เสียอาการได้ขนาดนี้ น้องพนักงานได้แต่มองฟ้าใสด้วยความสงสัย" ถ้ามึงจะมองขนาดนั้น ไม่ช่วยยกเลยวะ?"เพื่อนๆ ก็อดแซวมาตินไม่ได้ ที่เอาแต่จ้องมองฟ้าใาตลอดเวลา มองเหมือนอยากจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัวแต่สักพักมาตินก็เหลือบมองมายังเจย์ซีคนที่พามา ดูก็รู้ว่าตั้งใจจะพาเขามาเจอกับเธอ การมาที่ร้านนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะสนใจ ผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังทำง
# มหาวิทยาลัย หนุ่มฮอตที่เป็นที่รู้จักทั้งมหาลัย เดินออกมาจากตึกคณะหลังจากส่งโครงการเสร็จ พวกเขาฮอตตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงวัยเรียนจบ กินสาวสวยมาทุกคณะ โดยเฉพาะเจย์ซีหนุ่มแบดบอยอารมณ์ดีที่เอ็นดูสาวๆทุกคน ใจบางเห็นผู้หญิงลำบากไม่ได้ อยากจะเข้าไปช่วยเหลือตลอด ตอนนี้เขาก็มองไปยังเพื่อนร่วมคณะที่กำลังขอร้องอาจารย์ขอเลื่อนเวลาจ่ายค่าเทอมไปอีก เธอชื่อริต้า นางฟ้าที่พึ่งจะตกสวรรค์ เพราะครอบครัวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหมด เหลือแค่เธอเพียงคนเดียวที่ต้องใช้ชีวิตที่เหลือกับหนี้ก้อนโต ไม่ได้มีมรดกทิ้งไว้เหมือนที่ใครๆคิด "เดี๋ยวกูมานะ!" ร่างสูงเดินแยกออกจากกลุ่มเพื่อนตรงไปยังหญิงสาวที่กำลังเกาะขาอ้อนวอนครูฝ่ายบัญชีด้วยท่าทางน่าสงสาร สุภาพบุรุษอย่างเขาจะเป็นคนเห็นผู้หญิงลำบากได้อย่างไร เธอสวยเข้าตรงสเปคน่าช่วยเหลือเป็นอย่างมาก " มันจะเลี้ยงผู้หญิงไว้ทำไมเยอะแยะวะ?" เพื่อนได้แต่ส่ายหน้าให้กับการกระทำของพ่อหนุ่มเจย์ซีคนใจดี สาวๆหลายคนตกหลุมพลาง พ่ายแพ้ให้กับคำหวานที่เจย์ซีพูดออกไป รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่ตัวจริงแต่ก็ยอมเป็นของเล่น อยู่ในพื้นที่ของตัวเองเงียบๆ "ช่างมันเถอะ แล้วพวกมึงจะไปไหนต่อ กูยังไม่อยา
# หลายวันต่อมาร่างสูงเดินเข้ามาในคลับหรู วันนี้เป็นวันแรกที่เขาก้าวออกจากบ้านหลังจากที่นอนพักฟื้นอยู่เป็นอาทิตย์ จริงๆเขาหายตั้งแต่สองวันแรกแล้ว แต่อากับมารีญาไม่ยอมให้เขาออกมา ขู่ว่าจะบอกพ่อเรื่องที่เขาก่อขึ้น เขาไม่ได้กลัวพ่ออย่างที่ใครๆคิดหรอกนะ เขาไม่อยากให้พ่อเป็นกังวลไปมากกว่านี้ ตอนนี้เหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อมากขึ้นด้วย "หายดีแล้วหรอวะ" เจย์ซีที่กำลังนัวเนียกับสาวรุ่นน้องได้หยุดการกระทำลงแล้วหันมาถามเพื่อนสนิท ตั้งแต่มีเรื่องก็แทบจะไม่ได้คุยกัน ไปเยี่ยมเพื่อนวันแรกก็ติดธุระเลย ธุระที่ว่าเคยไปจัดการเรื่องที่ค้างคาให้กับมาตินนั่นแหละ และช่วยเฮียสิงห์เคลียร์เรื่องสำคัญจัดการพวกศัตรูที่กล้ามาทำกับเพื่อนของเขา เฮียเสือเองก็เปลี่ยนเป้าหมายไปแค้นพวกนั้นเหมือนกัน ความแค้นที่มีต่อมาตินก็ลดน้อยลง แต่จะให้หมดภายในคืนเดียวก็คงจะไม่ได้ คงต้องใช้เวลารักษาแผลใจกันไปอีกสักพัก" กูไม่ตายง่ายๆหรอก" มาตินนั่งลงยังที่ว่างด้วยด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ เขาไม่ได้อยากออกมาดื่มเลยสักนิด ที่ออกมาก็แค่เบื่อบ้าน แล้วอยากจะมาถามความคืบหน้าเรื่องที่ขอฝากเพื่อนให้ไปสืบมาด้วย" ได้
# สองวันต่อมา เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องเฝ้าระวังสัญญาณชีพดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นยาเจือปนอยู่ในอากาศภายในห้องนอนโทนสีเข้ม ความเงียบสนิทถูกทำลายลงเมื่อเปลือกตาหนักอึ้งของมาตินค่อยๆ ขยับลืมขึ้น ความเจ็บปวดจากบาดแผลรวดร้าวไปทั่วร่าง แต่สติที่คืนกลับมาทำให้เขานึกถึงใบหน้าสวยของใครบางคนทันที ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังรอเขาที่ห้องหรือเปล่า "มาติน! มาตินฟื้นแล้วค่ะอา" มารีญาที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงรีบขยับเข้ามาจับมือพี่ชายฝาแฝดด้วยความดีใจ แต่ยังไม่ทันที่มาตินจะได้เอ่ยปากถามหาคนที่อยู่ในความคิด มารีญากลับรีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "ไม่ต้องมองหาหรอก มันหนีไปแล้ว! " คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจของชายหนุ่ม มาตินนอนนิ่งอึ้ง สายตาที่เคยดุดันบัดนี้โพล่งกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความรู้สึกจุกแน่นวิ่งขึ้นมารุกรานจนอกแทบระเบิด หัวใจของเขาค่อยๆ แตกสลายลงอย่างสมบูรณ์ ความเจ็บปวดจากบาดแผลทางกายในยามนี้เปรียบไม่ได้เลยกับความเจ็บจุกในอก เขาเจ็บปวดเจียนตายขนาดนี้ เธอยังทิ้งเขาได้ลงคอ ! แล้วทำไมถึงหนีไป ! ทั้งๆที่ท้องลูกของเขา? มาตินหลับตาลงช้าๆ เขาทำได้เพียงแต่นอน
ฟ้าใสมองดูพิกัดที่เฮียเสือส่งมาให้ สลับกับคฤหาสน์หลังใหญ่โทนสีดำเข้มที่อยู่ตรงหน้า เธอนั่งแท็กซี่มาหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึง แต่พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เข้าออกได้ง่าย กำแพงสูงจนแทบจะมองไม่เห็นข้างในทำให้เธอไม่รู้ว่ามีใครอยู่หรือไม่ แล้วเจ้าของบ้านจะต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญหรือเปล่า ยิ่งอยู่ในสถานการณ์ที่หลานชายเป็นแบบนี้ คุณอาของเขาจะยอมให้เธอเข้าไปไหมเอาไงดี ? ฟ้าใสได้แต่ถามตัวเอง จะกดกริ่งหน้าบ้านก็ไม่กล้า ทำได้แต่ยืนลังเลอยู่ตรงนี้หลายนาที เธอเป็นห่วงคนที่อยู่ในบ้านมากกว่าห่วงความปลอดภัยของตัวเอง พื้นที่นอกเขตชุมชนตรงนี้แทบจะไร้ผู้คน แน่นอน!ว่าความยิ่งใหญ่ของคฤหาสน์หลังนี้ต้องมีคนเฝ้ามองดูกล้องวงจรปิด เจ้าของบ้านได้รับรายงานว่ามีหญิงสาวยืนอยู่หน้าประตูด้วยท่าทางมีพิรุธ "ให้ผมไปจัดการไหมครับ" ยามาโตะมือขวาของมาคัสคุณอาแท้ๆของมาร์ติน ผู้ที่มีเบื้องหลังเป็นหุ้นส่วนและผู้ซัพพอร์ตมาเฟียลับ เขาทำงานสีเทามาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น สร้างสร้างตัวแข่งขันกับพี่ชายมาโดยตลอด แต่พออายุมากขึ้นก็รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ถูกต้อง จึงได้กลับตัวกลับใจเข้าไปช่วยงานพี่ชายที่มหาลัย เป็นหูเป็นตาจัดการพวกคู่แข่งของพ







