LOGINเมื่อสาวน้อยน่ารักอย่างเจ้าใจได้รับการช่วยเหลือจากหนุ่มหล่อ เธอคิดมาตลอดว่าเค้าคือผู้ชายใจดี แต่ความจริงแล้วเขาคือพี่ว้ากวิศวะ
View More“กลับคนเดียวได้แน่นะเจ้าใจ” รุ่นพี่โรงเรียนเก่าที่สนิทสนมกันหันมาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง สีหน้ากังวลเมื่อฉันเอ่ยปากขอลงป้ายรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด จากตอนแรกตกลงกันว่าพี่ไวท์จะไปส่งฉันที่หอหลังคอน เสิร์ตที่เจ้าใจรอคอยมาตลอดหลายเดือนจบลง แต่ในเมื่อพี่ไวท์เพิ่งวางสายจากแฟนหนุ่มแถมทะเลาะกันเรื่องมาดูคอนโดยไม่บอก ครั้นจะให้พี่ไวท์ไปส่งถึงหอก็ยังไงอยู่ ทะเลาะก็ต้องรีบเคลียร์ให้จบโดยเร็วใช่ม้า แค่กลับที่พักด้วยตัวเองเจ้าใจทำได้อยู่ละ
“สบายมากค่ะ รถไฟฟ้าอยู่ไม่ไกลจากหอเท่าไหร่ เดินแป๊บๆ ก็ถึง ตอนไปรับพี่ไวท์ก็เห็นนี่นา” ฉันบอกด้วยรอยยิ้มหวังให้พี่ไวท์คลายกังวล คือครอบครัวเราทั้งคู่รู้จักสนิทสนมกันไง มาคอนวันนี้ทางบ้านฉันก็รู้ว่ามากับพี่ไวท์เลยไม่ห่วงเท่าไหร่
“แต่ถ้าขึ้นแอร์พอตลิ้งค์ต้องเปลี่ยนหลายต่อแถมเดินไกลอีก อย่างน้อยให้พี่ไปส่งที่ใต้ดินละกัน” พี่ไวท์บอกด้วยน้ำเสียงหนักใจ จะดื้อก็ใช่เรื่องเลยตอบตกลง
“เอางั้นก็ได้ค่ะ แต่ถ้าพี่ไวท์ไปช้าพี่อาร์ทไม่งอนกว่าเดิมเหรอ”
“ยังไงอาร์ทก็งอนอยู่ละ พี่ไปช้าอีกครึ่งชั่วโมงจะเป็นไรไป” พี่ไวท์พูดติดขำ ก่อนจะชวนคุยเรื่องคอนที่พวกเรากดบัตรมาได้โดยแต้มบุญล้วนๆ ขนาดจัดที่ราชมัง 2 วันติดที่นั่งยังไม่พออ่ะค่ะ แต่จะให้พอได้ไงในเมื่อเอเธนส์คือไอดอลนัมเบอร์วันของเอเชีย มีแฟนคลับทั้งไทยและอินเตอร์นับไม่ถ้วน ดูยอดฟอลโลไอจีเค้าซะก่อนไม่ต่ำกว่า 50 ล้าน ถึงแม้จะเปิดตัวคบกับไอดอลสุดน่ารักอย่างเดซี่ไปเมื่อสามปีก่อน ความนิยมของเอเธนส์กลับไม่ดรอปลงแม้แต่น้อย มีแต่พุ่งกระฉูดขึ้นด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะคนทั่วไปรวมถึงแฟนคลับอย่างพวกเราเห็นว่าเค้าคือลูกผู้ชายตัวจริง มีแฟนก็ยอมรับว่ามี ไม่กลัวเสียความนิยม... เป็นไงล่ะมายเมน เริ่ดใช่ม้า!
“ถ้าถึงแล้วไลน์บอกพี่ด้วยนะ พี่เป็นห่วง”
“โอเคค่า ถ้าถึงห้องหนูรีบบอกทันที ขอบคุณจ้าว” ฉันไหว้ย่อพี่ไวท์คนสวย รีบวิ่งลงรถเพราะกลัวคันหลังบ่นเอา โชคดีหน่อยที่บัตรเครดิตสามารถแตะเข้ามาในสถานีได้จึงไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋ว ถึงแม้ตอนนี้จะปาเข้าไปสามทุ่มกว่าแต่ไม่น่ากลัวเลยสักนิด คับคั่งด้วยสาวๆ ที่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไปคอนเช่นเดียวกัน บางคนถือพัดรูปเอเธนส์ บางคนใส่เสื้อยืดหน้าเอเธนส์ บางคนถือของพรีเมียมที่ขายหน้าคอน แถมส่วนใหญ่ยังคุยกันเรื่องความหล่อของเอเธนส์และเซอร์วิซแฟนไม่หยุด ไหนจะบอกว่าคอนสนุกแค่ไหน นี่ถ้าไม่เกรงใจจะขอร่วมวงเม้าท์ด้วยละนะ อยากแชร์ความฟินด้วยคนอะไรประมาณนั้น แฮร่!
ยืนได้ป้ายนึงฉันก็เปลี่ยนสถานีมาขึ้นบีทีเอส ระหว่างอยู่บนบันไดเลื่อนก็ได้ยินเสียงจากด้านหลัง พอหันมองเห็นเป็นผู้ชายคนนึงส่งยิ้มมา
“พี่ขอไลน์น้องได้มั้ยครับ”
“ขอโทษค่ะ ไม่สะดวก พอดีมีแฟนแล้ว” ฉันตอบเสียงเรียบและหันกลับทางเดิม จากประสบการตรงและสิ่งที่พี่ชายพร่ำสอนตั้งแต่มีคนเข้ามาจีบน้องสาวคนนี้ ผู้ชายมีหลายประเภท ถ้าเราพูดไม่ดีใส่ เกิดอีกฝ่ายไม่พอใจดันตามไม่หยุดจะทำไง แล้วก็มีบางประเภทที่เราพูดดีตอบ ดันหาว่าเราเล่นด้วยเข้าไปอีกมันจะยิ่งไปกันใหญ่เพราะงั้นเฉยไว้ดีที่สุด
โชคดีที่ฉันซื้อบัตรแบบเติมเงินไว้ตั้งแต่เมื่อวาน พอถึงก็แตะเข้ามาด้านใน ขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้นบน เลือกประตูที่ไม่มีคนยืน
“ให้เถอะครับ แค่ไลน์เอง แฟนน้องไม่รู้หรอก” เสียงพูดข้างหลังทำเอาฉันที่มองรถไฟฝั่งตรงข้ามกำลังเข้าจอดชานชาลาแอบสะดุ้ง
จะบ้า! ยังไม่หยุดตามอีก นี่ก็ไม่ได้หน้าตาดีขนาดดาราไอดอล จะตื๊ออะไรนักหนาคะ! ฉันขยับตัวเดินมาอีกประตูที่คนรอเยอะๆ จังหวะที่รถไฟมาก็รีบก้าวตามคนข้างหน้า ลัดเลาะผ่านผู้คนมาอีกขบวน
อุ๊ย! มีที่ว่างพอดี ฉันเดินเข้ามานั่งอย่างไม่รอช้า คนเยอะคงหนีพ้นแล้วแหละ เฮ้อ!
ฉันล้วงมือถือออกมา ใช้เวลานี้ตอบไลน์ที่ดองไว้ตั้งแต่ก่อนคอนเริ่ม รีบรายงานคุณแม่ว่าคอนเสิร์ตเลิกแล้ว หนูกำลังกลับค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวถึงห้องหนูโทรหา คุณแม่ตอบกลับมาว่าโอเคจ้าสาวน้อยเมืองกรุง น่าน! มีแซวลูกด้วยนะ ฮ่าๆ
“น้องเค้ายิ้มไม่หยุด คงคุยกับแฟน”
“เสือก”
“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะแบบไม่เกรงใจใครทำให้คนในขบวนรวมถึงฉันหันมองทางขวามือ
ห๊ะ! นายช่างตี๊อยืนแถวเสากลางหน้าประตูพร้อมกับเพื่อนอีกเป็นกลุ่ม หนำซ้ำมองมาทางนี้และส่งยิ้มให้... อะหยังปะล้ำปะเหลือ!! ฉันหันขวับก้มหน้ามองมือถืออีกครั้ง ไม่เป็นไรน่าเจ้าใจ อีกสองป้ายก็ลงละ หมอนั่นคงไม่บ้าตามเธอไม่หยุดหรอก คิดได้ฉันก็ตอบไลน์พี่สาวสุดที่รักที่ถามว่าคอนสนุกมั้ย เอเธนส์หล่อรึเปล่า ฉันคลี่ยิ้มพลางชาบูความหล่ออลังการ หล่อเป็นแก้วเป็นแสง หล่อแบบไม่มีอยู่จริงของไอดอลในดวงใจประมาณ 5 บรรทัด เล่าความสนุกฉ่ำในคอนและเซอร์วิซแฟนของเอเธนส์ไม่หยุด หูก็คอยฟังว่าถึงไหนแล้ว
พรึ่บ! ผู้หญิงที่นั่งข้างกันลุกขึ้นยืนเพราะรถไฟกำลังจะเข้าจอดป้าย ไม่ถึงสามสิบวินาทีก็มีใครบางคนเข้ามานั่งแทนที่ พอเหลือบมองถึงกับผงะเมื่อเห็นเป็นนายช่างตื๊อแถมเพื่อนของหมอนี่ร้องหูวไม่หยุด
“สถานีต่อไป...”
ฉันลุกขึ้นยืนทันที ก้าวมารอหน้าประตูอีกขบวน ในใจก็ภาวนาให้ถึงป้ายเร็วๆ แต่ยิ่งจดจ่อว่าเมื่อไหร่จะถึง กลับรู้สึกเชื่องช้าเหลือเกิน จนกระทั่งรถไฟจอดที่ชานชาลา ฉันแทบวิ่งออกจากตู้ขบวน เวลานี้ใครจะทำอะไรเจ้าใจไม่สน ซอยเท้าระรัวลงบันไดโดยไม่กลัวหกล้มแม้แต่น้อย
ติ๊ด!
ใช้บัตรแตะออกสถานีมาแล้วค่อยโล่งอก หือ! เพิ่งสังเกต...ไม่มีใครออกมากับฉันเลย! เมื่อวานตอนนั่งรถไฟกลับจากห้างพร้อมพี่ชายและพี่สาวในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ทางออกฝั่งนี้คนพลุกพล่านราวกับช่วงเวลากลาง วันไม่มีผิด หรือเป็นเพราะพรุ่งนี้มหาลัยเปิดเทอมวันแรก นักศึกษาที่พักแถวนี้เลยรีบเข้านอน ไม่มีใครออกมาดูคอนเสิร์ตอย่างเธอหรอกเจ้าใจ แต่จะทำไงได้ล่ะในเมื่ออีกฝ่ายคือมายเมน ฉันจะพลาดดูเอเธนส์ตัวเป็นๆ ได้ไง อุตส่าห์ใช้แต้มบุญสูงสุดกดบัตรได้ทั้งที ต้องทำหน้าที่แฟนคลับที่ดีสิคะ
ช่างเถอะ! รีบกลับดีกว่า ไฟก็ส่องตลอดทาง ไม่น่ากลัวหรอกน่า
อุ๊ย! ข้างหน้ามีผู้ชายตัวสูงคนนึงเดินนำประมาณร้อยเมตรได้ น่าจะลงรถไฟฝั่งตรงข้ามล่ะมั้ง ยังไงก็เถอะ อย่างน้อยไม่ได้เดินคนเดียวบนทางแห่งนี้ มีเพื่อนร่วมทางที่แม้จะอยู่ไกลแต่อุ่นใจหน่อย
“ให้เบอร์พี่เถอะ แค่คุยเอง แฟนน้องไม่รู้หรอก” เสียงจากข้างหลังที่ดังไปทั้งบริเวณทำเอาฉันสะดุ้ง
“...........” แม้จะมีเสียงเครื่องยนต์เสียงบีบแตรลอยขึ้นมาจากถนนด้านล่าง แต่ฉันกลับได้ยินเสียงพูดนั้นชัดมาก ชัดจนหลอน ความกลัวพุ่งเข้าจู่โจมเมื่อสำนึกได้ว่าอีตาช่างตื๊อยังคงตามไม่หยุด... นี่มันคุกคามกันชัดๆ! ทำไงดีแถวนี้คงไม่มีวงจรปิด แถมเดินห่างสถานีมาไกลแล้วด้วย จะกลับไปขอความช่วยเหลือจากยามก็ต้องวิ่งผ่านหมอนี่ไปอีก หนำซ้ำกว่าจะถึงบันไดทางลงระยะทางก็ไม่ใช่น้อยๆ นี่มันวันซวยอะไรของฉันกันนะ!
“รับพี่ไว้เป็นตัวเลือกของน้องไงครับ ไม่แน่คุยไปน้องอาจชอบพี่จนเลิกกับแฟนก็ได้ หึๆ” เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ฉันได้สติ ตัดสินใจวิ่งสุดกำลังทั้งที่น้ำตากำลังจะไหล เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ยอมรับว่ากลัว อย่าร้องเจ้าใจ มีสติเข้าไว้เธอต้องรอด!
พรึ่บ!
วิ่งยังไม่ทันถึงสิบเมตรก็มีอันต้องเบรกเพราะใครบางคนโผล่ออกมาจากเสาใหญ่กลางทางเดิน
“พี่บอกแล้วไงว่าจะไปรับ รีบออกมาจากสถานีทำไมครับ”
“............” ฉันงง ตะลึง ตกใจ ไม่เข้าใจว่าผู้ชายตัวสูงใหญ่ตรงหน้าพูดเรื่องอะไร
หรือว่าหนีเสือปะจระเข้! นี่มันวันซวยของฉันจริงๆ สินะ ซวยซ้ำซวยไม่จบไม่สิ้น
เมื่อพิธีปฐมนิเทศเสร็จสิ้นลง นักศึกษาใหม่แต่ละคณะแต่ละเอกต่างทยอยเดินลงหอประชุมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนเอกญี่ปุ่นซึ่งนั่งด้านในสุดได้ออกเป็นลำดับสุดท้าย ระหว่างที่รอ เพื่อนคนอื่นที่รู้จักกันตั้งแต่วันมอบตัวก็คุยเล่นกันไป ส่วนฉันกับพรีมที่กลับก่อนก็เริ่มผูกมิตรกับเพื่อนในเอกเช่นกัน วิปดึงฉันกับพรีมเข้ากลุ่มไลน์ปี1 แล้วแหละ เพื่อนร่วมรุ่นของพวกเรามี 26 คน จากการส่องรวมถึงแอบสังเกตมาสักพัก รู้สึกได้ว่าทุกคนเป็นกันเอง น่าจะเข้ากันได้ดีแน่นอน“น้องๆ ขา เดี๋ยวเราจะไปหน้าคณะกันก่อน ตามพวกพี่มาโลด” รุ่นพี่โบกไม้โบกมือให้สัญญาณด้วยรอยยิ้มใจดี พวกเราเด็กปี 1 ที่ใหม่กับทุกอย่างในมหาลัยแห่งนี้ก็เดินตามอย่างคึกคักแต่พอลงมาใต้หอประชุมเท่านั้นแหละ ความคึกคักของฉันเริ่มจางหายเมื่อผู้คนมองมาแถมซุบซิบกันราวกับว่าเจ้าใจคนนี้เป็นตัวอะไรสักอย่าง“เอกไรคณะไรวะ น่ารักชิบหาย”“เอกญี่ปุ่น กูถามเพื่อนมาละชื่อเจ้าใจ”“น่ารักขนาดนี้กูยอมให้เป็นเจ้าของหัวใจกูเลย”“มึงนี่ก็เสี่ยวใช่เล่น”“เบื
ไออิชิอัตเต~~เสียงเพลงภาษาญี่ปุ่นจากไอดอลในดวงใจอย่างเอเธนส์ทำให้ฉันสะลึมสะลือ มือควานหาโทรศัพท์แถวข้างหมอนเพื่อกดปิดเวลาตั้งปลุก ค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นจากที่นอน มองโดยรอบก็สำนึกได้ว่าที่นี่คืออพาร์ทเม้นท์ขนาด 1 ห้องนอน หาใช่บ้านที่อยู่ตั้งแต่เกิดแต่อย่างใดเมื่อคืนกว่าจะข่มตานอนได้ก็ปาเข้าวันใหม่ เหตุการณ์ที่ผู้มีพระคุณยื่นมือเข้ามาช่วยวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด ทั้งหน้าตาเอยน้ำเสียงเอย ไหนจะดวงตาคู่มีพลังสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นอีก ทำยังไงก็ลบจากหัวไม่ออก ที่แย่กว่านั้นคือฉันดันลืมถามชื่อพี่เค้าซะสนิท ดูเหมือนเนรคุณยังไงไม่รู้ ในเมื่อพี่เค้าซึ่งเป็นฝ่ายช่วยเหลือกันยังถามชื่อฉันเลยมีใครอ๊องกว่าเจ้าใจมั้ย ตอบ! ถ้าโลกกลมคงมีโอกาสได้รู้จักชื่อและได้ตอบแทนพี่เค้าบ้างอ่ะเนอะ เฮ้อ!เอ้า! ลุกไปมหาลัยได้แล้วเจ้าใจ... ชีวิตนักศึกษาใหม่กำลังรอเธออยู่!ฉันชื่อเจ้าใจค่ะ เป็นลูกสาวคนเล็กของครอบครัวอันแสนอบอุ่น มีพี่ชายหนึ่ง พี่สาวหนึ่ง พี่ทั้งสองเรียนมหาลัยในเชียงใหม่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพวกเรา ส่วนฉันน้องสาวคนเล็ก แอดติดในกรุงเทพ เพราะงั้นต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง รับผิดชอบชีวิตด้วยตัวเอง แม้จะแอบกังวลอยู่บ้า
“ไม่ต้องกลัว เล่นไปตามน้ำ มันจะได้เลิกยุ่ง” แต่พอร่างสูงตรงหน้ากระซิบก็เก็ททุกอย่าง รู้สึกโล่งอกปนอุ่นใจอย่างประหลาด รอดตายแล้วเจ้าใจเอ๊ย พี่คนนี้ยื่นมือมาช่วยเธอ คนดีๆ ยังมีอยู่บนโลก!ฉันฉีกยิ้มทั้งที่ในใจกลัวอีตาช่างตื๊อไม่หาย เสียงนี่สั่นจนรู้สึกได้ “หนูกะจะเซอร์ไพรส์พี่ไงคะเลยออกมาก่อน”“งั้นกลับห้องเรากัน”“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารัวๆ ยิ้มกว้างจนตาหยีเหมือนดีใจมาก เดินเคียงข้างพี่ผู้ชายคนนี้มาตามทาง เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีสกิลการแสดงก็วันนี้แหละ“แม่ง เชี่ยเอ๊ย!” เสียงสบถจากด้านหลังทำให้ร่างสูงที่เดินข้างกันเหลือบมองต้นเสียงและบอกว่า“มันกำลังย้อนกลับไป นิ่งเข้าไว้”“ค่ะ” ฉันกระซิบเบาๆ ทำตามที่พี่คนนี้บอกทุกอย่าง จนกระทั่งห่างจากจุดเกิดเหตุห้าสิบเมตรได้ คนที่เดินข้างกันก็หันไปมองข้างหลังอีกรอบ“มันไปแล้ว”“ฟู่ว” ฉันพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก เป็นเวลาเดียวกับร่างสูงใหญ่ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยหันมาวินาทีนี้ฉันอึ้งอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นหน้าของเค้าชัดๆ คือตอนแรกไม่ได้สังเกตไง โฟกัสแค่ทำไงให้ตัว เองรอด ไม่คิดว่าผู้มีพระคุณจะหล่อมากกก! หล่อขนาดที่เจ้าใจคนนี้ไม่เคยมองผู้ชายคนไหนหล่อนอกจากเอเธนส์ยังยอมรั
“กลับคนเดียวได้แน่นะเจ้าใจ” รุ่นพี่โรงเรียนเก่าที่สนิทสนมกันหันมาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง สีหน้ากังวลเมื่อฉันเอ่ยปากขอลงป้ายรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด จากตอนแรกตกลงกันว่าพี่ไวท์จะไปส่งฉันที่หอหลังคอน เสิร์ตที่เจ้าใจรอคอยมาตลอดหลายเดือนจบลง แต่ในเมื่อพี่ไวท์เพิ่งวางสายจากแฟนหนุ่มแถมทะเลาะกันเรื่องมาดูคอนโดยไม่บอก ครั้นจะให้พี่ไวท์ไปส่งถึงหอก็ยังไงอยู่ ทะเลาะก็ต้องรีบเคลียร์ให้จบโดยเร็วใช่ม้า แค่กลับที่พักด้วยตัวเองเจ้าใจทำได้อยู่ละ“สบายมากค่ะ รถไฟฟ้าอยู่ไม่ไกลจากหอเท่าไหร่ เดินแป๊บๆ ก็ถึง ตอนไปรับพี่ไวท์ก็เห็นนี่นา” ฉันบอกด้วยรอยยิ้มหวังให้พี่ไวท์คลายกังวล คือครอบครัวเราทั้งคู่รู้จักสนิทสนมกันไง มาคอนวันนี้ทางบ้านฉันก็รู้ว่ามากับพี่ไวท์เลยไม่ห่วงเท่าไหร่“แต่ถ้าขึ้นแอร์พอตลิ้งค์ต้องเปลี่ยนหลายต่อแถมเดินไกลอีก อย่างน้อยให้พี่ไปส่งที่ใต้ดินละกัน” พี่ไวท์บอกด้วยน้ำเสียงหนักใจ จะดื้อก็ใช่เรื่องเลยตอบตกลง“เอางั้นก็ได้ค่ะ แต่ถ้าพี่ไวท์ไปช้าพี่อาร์ทไม่งอนกว่าเดิมเหรอ”“ยังไงอาร์ทก็งอนอยู่ละ พี่ไปช้าอีกครึ่งชั่วโมงจะเป็นไรไป” พี่ไวท์พูดติดขำ ก่อนจะชวนคุยเรื่องคอนที่พวกเรากดบัตรมาได้โดยแต้มบุญล้วนๆ