LOGINตั้งแต่วันนั้นฉันก็ต้องย้ายไปอยู่กับเขาอย่างไม่มีทางเลือก หากไม่ยอมทำในสิ่งที่นายนั้นต้องการ ฉันรู้ดีว่าเขาไม่ใช่แค่ขู่แต่มันคือการพูดจริง ทำจริง และตอนนี้ฉันก็พาร่างกายของตัวเองมายืนอยู่หน้าห้องของต้นนํ้าโดยที่ดีไวน์ยืนรออยู่ข้างล่างล็อบบี้
ฉันขอร้องให้ปล่อยฉันมาเจอเพื่อนแต่ดีไวน์ไม่ยอม เขาตามติดฉันไม่ห่างแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัว ถามว่าอึดอัดไหมแน่นอนชีวิตที่ไม่มีอิสระเป็นของตนเองมันก็เหมือนตายทั้งเป็น ก็อก ก็อก ก็อก! "อาย มึงเป็นไงบ้างวะ" พอมันเปิดประตูออกมาสีหน้าขอต้นน้ำก็ดูเป็นห่วงฉันมาก แขนเรียวดึงร่างเขาไปกอดพร้อมกับปิดประตูห้องก่อนที่มันจะผละออกแล้วไล่สายตาสำรวจร่างกาย "เกือบตาย" "กูแจ้งตำรวจให้ตามหา แล้วทำไมมึงบอกแบบนั้น" "กูไม่มีทางเลือก ตาบ้านั้นขู่กูทุกอย่าง ตอนนี้มันก็รอกูอยู่ข้างล่าง" "อย่าบอกนะว่ามึงจะกลับไปกับมันอีก…" "แล้วกูทำอะไรได้บ้างวะ" พูดจบร่างกายก็ทรุดลงพื้น หลังจากที่ดีไวน์ทำแผลให้ฉันเสร็จมันก็ผ่านมาสามวันแล้ว เรื่องเรียนก็ยังไม่จัดการ ไหนจะเรื่องดีไวน์ปล่อยในอีก ฉันไม่รู้เลยว่าต้องจัดการอะไรก่อน "ลุกขึ้นก่อนอาย ตั้งสติแล้วค่อยคิด" ต้นน้ำพยุงตัวฉันลุกขึ้นแล้วพาไปนั่งบนปลายเตียง มันบีบมือฉันเบาๆแล้วเดินไปหยิบยาคุมออกมาเป็นแผงยัดใส่มือพร้อมเอกสารการเรียน "กูรู้ว่ามันคงรังแกมึงแน่ มึงรีบกินยาคุมก่อนแล้วมาเล่าให้กูฟัง" พูดจบมือบางก็คว้าขวดนํ้าพลาสติกที่ตั้งข้างหัวเตียงมาให้ ฉันรับมาแล้วแกะยาออกจากแผงแล้วกรอกลงไป "กูต้องย้ายไปอยู่กับมันว่ะ แม่งจะอะไรนักหนาก็ไม่รู้" "มันขู่จะฆ่ามึงหรอ" "อือ" "นี้มึงต้องยอมไปจริงๆใช่ไหม กูไม่อยากให้มึงไปเลยว่ะอาย" สีหน้าต้นน้ำดูกลุ้มใจมาก ฉันจึงยกมือขึ้นเช็ดนํ้าออกจากมุมปากแล้วถอนหายใจออกมา ตอนนี้บ้านของดีไวน์ยังคงมีกระเป๋าเดินทางและเอกสารสำคัญหลายอย่างจะหนีอีกคงต้องกลับไปเอาของพวกน้ั้นแต่การหนีครั้งนี้ของฉันคือการไปแล้วจะไม่กลับมาอีก "คงต้องอยู่ ดีให้เวลากูแค่ห้านาทีกูต้องกลับไปหามัน" "มันคุมทุกอย่างเลยงั้นดิ" "กูไม่มีอิสระอะไรแล้วตอนนี้" ฉันตัดพ้อออกมากับความฉิบหายครั้งนี้แล้วเพ่งสายตามองนาฬิกาข้อมือซึ่งเวลาก็ใกล้เข้ามาทุกที "เดี๋ยวนะอาย ทำไมผมมึง?" ต้นน้ำยื่นมือมาจับตามเส้นผมปลอมด้วยแววตาไม่เข้าใจ ใช่…ตอนนี้ฉันสวมวิกอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าสภาพผมของฉันมันเป็นยังไง "กูขอดูได้มั้ย" "…" ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไปพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตา ต้นน้ำจึงค่อยๆถอดวิกออกอย่างเชื่องช้าภาพที่เห็นทำให้ต้นน้ำอ้าปากค้างมือยกขึ้นปิดปากตัวเองไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น ฉันจึงเปิดหน้าท้องให้มันดูด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวตรงขอบตา "อาย…" "กูไม่เหลืออะไรแล้ว" เหมือนมันจะรู้ว่าฉันเริ่มทนไม่ไหว ต้นน้ำดึงฉันเข้าไปกอดสัมผัสจากมือเล็กคอยลูบหลังให้กำลังใจเพียงเท่านั้นแหละอายแคร์ที่ภายนอกดูเข้มแข็งก็ปลดปล่อยความอ่อนแอออกมา ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตนับต่อจากนี้จะเป็นยังไง รู้แค่ว่าตอนนี้ฉันโชคดีมากที่มีต้นน้ำอยู่ข้างกาย อย่างน้อยๆแค่ไม่กี่นาทีให้ฉันได้หลุดพ้นจากเขาบ้างก็ยังดี "…นํ้า โคตรแย่เลยว่ะ ความรู้สึกกูตอนนี้" "ร้องไห้ออกมา ใครมาอยู่จุดนี้คงไม่มีใครรับได้หรอก มึงไม่ต้องห่วงนะเรื่องงานกูจะเคลียร์แทนว่ามึงไม่พร้อมรับงาน ถ้ามึงมีปัญหาเรื่ิิองเงินให้มาหากู" ฉันกอดมันแล้วร้องไห้อยู่แบบนั้นจนไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาทีจึงผละกอดออกแล้วหยิบเอกสารการเรียนขึ้นมา ป่านนี้ดีไวน์คงไม่พอใจแล้ว "กูไปก่อนนะ ไว้เจอกันที่มหาลัย" "อืม หาทางติดต่อมาหากูบ่อยๆถ้ามีอะไรที่มันเกินไปก็อย่าไปทน" "อืม" ลํ่าลากันเสร็จฉันก็พาร่างกายตัวเองลุกขึ้นจากปลายเตียงแล้วเดินออกมาหน้าห้อง พลันสายตาก็เห็นเข้ากับร่างหนาในชุดวิศวะที่กำลังยืนพิงผนังข้างประตูห้องอยู่ ทำให้ฉันแอบสะดุ้งตกใจเล็กน้อย "ดีไวน์ ไหนนายบอกจะรอข้างล่าง อ๊ะ!?" ไม่ทันที่จะถามจบ มือหนาก็คว้าหมับแล้วลากฉันมาที่ลิฟต์ นายนั้นไม่ตอบอะไรสักคำจนมาถึงรถคันหรูเขาก็ยัดฉันเข้าไปข้างใน ฉันได้แต่นั่งตัวเกร็งลอบมองคนข้างกายเป็นระยะภายในรถมีเพียงความเงียบ ไม่รู้สิฉันไม่อยากคุยกับนายนี้เพราะไม่รู้ว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน อีกอย่างเขาเป็นคนไม่ค่อยพูดเป็นผู้ชายที่ฉันไม่สามารถคาดเดาได้ . . . MMU. (มหาลัย) ผ่านมาหลายนาทีรถเฟอร์รารี่คันหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอดในมหาลัยชื่อดังเป็นที่จับตามองของเหล่านักศึกษา ดีไวน์เปิดประตูลงมาจากรถตามมาด้วยอายแคร์ที่เปิดลงตามมาติดๆ เธอเว้นระยะห่างเพื่อจะเลี่ยงไปลงทะเบียนเรียนด้วยความแผ่วเบาทำให้ใบหน้าเรียบนิ่งหันมามองแล้วหรี่ตามองอย่างต้องการคำตอบ "?" "ฉันจะไปลงทะเบียนเรียน เราต้องแยกกันตรงนี้" "…" ดีไวน์ไม่ได้ตอบอะไร เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วพยักหน้าตอบ "อืม" "แล้วมือถือฉันขอคืนด้วย" พอได้ยินคำพูดของอายแคร์มือหนาก็ล้วงหยิบมือถือของหญิงสาวคืนเจ้าตัว มือเรียวจึงรับมันมาพร้อมกับจะหมุนตัวเดินไปคณะนิเทศ พอห่างกันออกมาพอสมควรเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วเดินไปที่ตึกอำนวยการเพื่อทำเรื่องลงทะเบียนเรียน ในตอนที่เธอเดินไปนั้นเสียงนักศึกษาผู้หญิงก็ซุบซิบกันใหญ่สายตาจ้องมองมาที่ร่างของหญิงสาวในชุดนักศึกษาธรรมดา 'นั้นใช่อายแคร์นางแบบรึป่าววะมึง นางลาออกไปแล้วไม่ใช่หรอ' 'นางดรอปไว้สองปีแล้วกลับมาเรียนปีสี่ใหม่ ช่างกล้าเนาะหน้าไม่อาย" ใบหน้าที่ไร้เครื่องประทินโฉมเหยียดยิ้มกับคำนินทาพวกนั้นเธอไม่ได้สนใจแล้วเดินไปติดต่อกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ปกติแล้วการลงทะเบียนเรียนจะเริ่มช่วงต้นเทอมซึ่งที่นี้เปิดเรียนมาแล้วสักพักเพราะติดถ่ายแบบแล้วเป็นการกลับมาเรียนใหม่อายแคร์จึงช้ากว่าคนอื่น "มาติดต่อลงทะเบียนเรียนค่ะ" ไม่พูดเปล่าเธอก็ยื่นเอกสารให้ รอไม่นานก็มีใบข้อมูลรายวิชาและข้อมูลส่วนตัวมาให้กรอก เธอไม่รอช้าหยิบปากกาขึ้นมากรอกข้อมูลให้ครบ "ดรอปมาสองปี ทำไมถึงกลับมาเรียนใหม่ล่ะ" "อยากเรียนให้จบค่ะ" "มีข่าวว่าเธอเคยท้องไม่ใช่หรอ ไม่นึกอายกับสายตาของคนอื่นบ้างรึไง" ถึงปากจะถามแต่ผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตาท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรก็ก้มจัดการกับอะไรบางอย่าง ทำให้อายแคร์นิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรจนเธอกรอกข้อมูลเสร็จแล้ววางปากกาลงอย่างแรงทำให้สายตาของเธอคนนั้นไปที่ิอายแคร์ไม่พอใจนัก "จะอายทำไมคะในเมื่อคนพวกนั้นไม่ได้อิทธิพลอะไรกับชีวิตอาย อยากจะพูดอะไรก็เชิญ ไร้สาระสิ้นดี" พูดจบเธอก็เดินสะบัดร่างออกมาคำตอบของอายแคร์ทำให้คนที่ได้ยินยิ่งไม่ชอบเธอเข้าไปใหญ่ "พี่ครับ" ในตอนที่เดินออกมาจากตึกเสียงของใครบางคนก็ทักขึ้น อายแคร์หยุดเดินแล้วมองไปที่รุ่นน้องปีหนึ่งหน้าตาหล่อเหลาเธอฉีกย้ิมให้คนตรงหน้าที่มีท่าทีขวยเขิน "น้องมีอะไรรึเปล่าคะ" "คือ ผมขอถ่ายรูปกับพี่ได้ไหม" "น้องไม่…" "ไม่ครับ ผมเป็นแฟนคลับพี่แล้วก็เป็นกำลังใจให้ด้วย" ชายหนุ่มผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเดือนคณะของปีนี้พูดขึ้นตัดบทเธอ ทำให้อายแคร์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างมีคนเกลียดก็ต้องมีคนรักคำนี้มันจริง "โอเคค่ะ" "งั้นผมขอจับกล้องนะครับ" "ได้สิ" อายแคร์พยักหน้าตอบเป็นจังหวะเดียวกันที่เดือนคณะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นเพื่อที่จะถ่ายรูป แฉะ! "ขอบคุณนะครับพี่อาย" เด็กหนุ่มหน้าใสก้มหน้าขอบคุณใหญ่ เขาเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบอายแคร์ เขาชอบที่เธอสู้ชีวิตและยืนหยัดในอาชีพที่ตนเองรักไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรมากมายเข้ามาก่อกวน "พี่ไปนะ" "เดี๋ยวครับพี่อาย" "คะ?" "ผมดีใจนะครับที่พี่กลับมาเรียน โชคดีมากเลยที่เข้ามาเจอพี่พอดี" "พี่ก็ดีใจค่ะ ที่มีคนรักอยู่ นึกว่าจะมีคนเกลียดซะแล้ว" "พี่จะรังเกียจไหมครับ ถ้าผมจะรบกวนให้พี่พาทัวร์หน่อย" เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับยกมืิอขึ้นเกาท้ายทอยหลบสายตา อายแคร์ที่เริ่มรู้สึกเหงาจึงพยักหน้าตอบ "เอาสิ เดี๋ยวพี่พาทัวร์" พูดเพียงเท่านั้นร่างเล็กก็เดินนำคนตัวโต ทำเอาเขายิ้มไม่หุบในตอนที่พาทัวร์เสียงซุบซิบของคนในคณะก็ดังขึ้นอีก พวกเขามองว่าอายแคร์กำลังหลอกฟันเดือนคณะที่พวกเขาหมายปองทั้งที่ผู้ชายคนนั้นเป็นฝ่ายเข้าหาอายแคร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ "นี้มันเดือนคณะนิเทศกับพี่อายนิ เพจคิ้วบอยเอาลงด้วย" "ไหนเอามาดูหน่อย" "โห พี่อายฮอตจัง มาเรียนวันแรกเดือนคณะก็มาขอถ่ายรูป" "จริงด้วย" เสียงของสาวพูดคุยกันในตอนที่นั่งอยู่ร้านอาหารของคณะวิศวะในช่วงพักเที่ยง ทำให้คนที่นั่งฟังอยู่หัวโต๊ะอย่างดีไวน์รีบกดเข้าไปในเพจ พอเห็นรูปอายแคร์กับเด็กผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาร่างหนาก็ลุกจากเก้าอี้ในทันใด "ไปไหนคะพี่ดิน" "อ้าว…" กระถินหน้าเหว๋อทันใดเมื่อดีไวน์ไม่ตอบคำถามแต่กลับเดินออกไปพร้อมความเงียบแล้วแบบนี้พวกเธอจะบอกแฟนตัวเองยังไงว่าดีไวน์ไปไหน? ด้านอายแคร์ที่พักเที่ยงเธอเลือกจะมานั่งที่โรงอาหารมุมลับตาคนและมีเดือนคณะคนเดิมอาสามานั่งด้วยเป็นการขอบคุณที่พาทัวร์รอบคณะ "พี่อายมานั่งคนเดียวแบบนี้ไม่เหงาหรอครับ" "เหงาแล้วทำอะไรได้คะ" เธอตอบแล้วเค้นหัวเราะออกมา เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายเธอจึงอังคางมอง "หาแฟนสิครับ" "คงมีคนชอบพี่มั้ง" อายแคร์ตอบปนตลก คนข้างกายจึงกลั้วหัวเราะออกมาแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด "จะว่าไปพี่อายตอนหน้าสดก็น่ารักอีกแบบนะครับ เหมือนเด็กปีสองปีสามเลย" "ชมพี่เกินไปแล้วนะ" "ก็พี่น่ารักไง…สวยด้วย" เคล้ง!เสียงตวาดของดีไวน์ทำให้ฉันสะดุ้งตกใจขยับไปชิดกับขอบเตียง เป็นครั้งแรกที่เขาตวาด และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าดีไวน์หมายถึงอะไร… "ก็บอกมาสิว่าหมายถึงเรื่องอะไร อายจะได้อธิบาย…" ฉันพยายามควบคุมเสียงตนเองไม่ให้สั่น อยากให้ดีไวน์ใจเย็นและพูดมันออกมาสักที "ไม่ต้อง…" เขาตอบมาด้วยนํ้าเสียงเยือกเย็น มือหนาบีบโทรศัพท์ในมือแน่นหรือว่าดีไวน์จะรู้แล้ว ว่าฉัน…ทะ…ท้อง"งั้นบอกอายที" "ตอบคำถามฉัน" เขาพูดสวนขึ้นมาในทันควัน ร่างหนาเดินเข้ามาประชันชิดที่ปลายเตียง สายตาเรียบนิ่งคู่นั้นซ่อนไปด้วยความน่ากลัวอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "อายแค่ออกไปเดินเล่น บอกป้าอิงแล้วด้วย" "เดินเล่น?" หมับ! มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปลายคางฉัน เขาออกแรงบดขยี้ระบายความโกรธออกมาจนความเจ็บที่กรามวิ่งแล่นเข้ามา ใบหน้าฉันเบ้ด้วยความทรมาน มือก็พยายามจะจับแขนใหญ่ออก "แหกตาดู" ดีไวน์ยกหน้าจอมือถือขึ้นมามันกำลังฉายคลิปวีดีโอของฉันและดีเลนตอนอยู่ข้างคลีนิก และฉันเชื่อว่ามันคงไม่ได้มีแค่คลิปเดียว แสดงว่าดีไวน์ให้คนตามฉันตลอดงั้นหรอ "ดะ…ดินไปเอามาจากไหน" "คิดว่าฉันไม่รู้งั้นเหรอ" "ดินรู้เรื่องอะไร…" เคล้ง! ฉันเค้นเสียงถามกลับไปด้วยควา
ทันทีที่อายแคร์ก้าวขาเข้าไปภายในคลีนิกสายตาคู่สวยก็กวาดมองภายใน เธอหย่อนตัวนั่งลงที่อีกฝั่งคลีนิกแห่งนี้ถูกกฎหมายและปลอดภัย เพราะคุณหมอและพยาบาลสวมชุดเต็มรูปแบบ อีกอย่างที่นี้เปิดทำการเป็นเวลาเพื่อที่คุณหมอจะได้มีเวลาเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลใหญ่ อายแคร์นั่งอยู่เพียงลำพังเธอยังไม่เข้าไปสอบถามอะไรเกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติม มือบางยังคงลูบหน้าท้องตนเองอย่างแผ่วเบา เธอพึมพำขอโทษลูกในท้องก่อนจะช้อนสายตามองพยาบาลที่กำลังผายมือเชิญผู้หญิงวัยมัธยมเข้าไปในห้องเพื่อพบคุณหมอ การทำแท้งเธอมองว่าเป็นการเลือกทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนเป็นแม่แล้ว ผู้หญิงต้องอุ้มท้อง ต้องใช้เวลาเกือบปีดูแลเขาให้ดีที่สุด ในเมื่อคนเป็นแม่ไม่พร้อมก็ต้องตัดสินใจเอง ถ้าเธอพร้อมมีลูกในท้องจะถูกดูแลให้ดีที่สุด คนอื่นคงมองว่าใจร้ายใจบาป หากมาอยู่ในสถานการณ์หรือตัวเองไม่พร้อมเป็นแม่คนที่ต้องแบกความร้บชิบชอบอีกหนึ่งชีวิตเอาไว้คงไม่เข้าใจ เธอมีพ่อที่คอยอยากให้เด็กเกิดมาก็จริง แต่อายแคร์ไม่ได้อยากมีครอบครัวกับเขา…"ขอโทษนะคะ มีอะไรให้เราช่วยไหมเอ่ย" คุณพยาบาลถามออกมาเป็นภาษาจีน ทำให้เธอฟังมันไม่เข้าใจแล้วเอ่ยตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษแ
ขะ…ขีดสอง ให้ตายเถอะ ฉันท้อง… ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้ที่ตรวจครรภ์หล่นจากมือกระทบกับพื้นห้องนํ้า ฉันแทบล้มทั้งยืน แล้วแบบนี้ฉันจะทำยังไงต่อไป อีกไม่นานคงแสดงอาการออกมาชัดเจนกว่านี้ แล้วดีไวน์ก็คงจับได้ฉันคิดหาทางออกพร้อมกับจังหวะเสียงหัวใจที่เต้นระรัว ต้องเอื้อมมือจับอ่างล้างหน้าเอาไว้ อีกข้างยกขึ้นปิดปากสั่นระริก ขอบตามันเริ่มร้อนผ่าวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ในตอนที่ฉันกำลังยืนวิตกกังวลอยู่เสียงเคาะประตูห้องนํ้าก็ดังขึ้น ฉันหลุบตามองที่ตรวจครรภ์แล้วหยิบมันขึ้นมาแล้วซ่อนไว้ นํ้าตาที่กำลังจะไหลออกถูกปาดออกด้วยหลังมือ ก่อนที่ฉันจะเปิดประตูแง้มออก ก็สบตาเข้ากับดีไวน์อย่างจัง "ดิน…ไปไหนมาหรอ" ฉันยกยิ้มกลบเกลื่อนให้คนตรงหน้า ปลายจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์ ดีไวน์คงไปดื่มกับเพื่อนมาก่อนจะบินไปฮ่องกงสองสัปดาห์แต่ทำไมตอนนี้เขายังไม่ไปอีกก็ไม่รู้ ถ้าดีไวน์ไปตอนนี้ฉันจะได้นอนคิดหาทางออก…"ผับ""ไปเตรียมตัวได้แล้ว กำลังจะบินแล้วนิ" พูดจบฉันก็แทรกตัวผ่านร่างหนาออกมา พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงอาการกังวลออกมามาก "เธอต้องไปกับฉัน" "…แต่" คำพูดของดีไวน์ทำให้ฉันที่กำ
"อายแค่สงสัยหน่ะค่ะเลยซื้อไปลองตรวจดู…" ฉันตอบกลับเสียงแผ่วแล้วหยิบเงินออกจากถุงกางเกงวางให้พี่พนักงาน "อายกลับก่อนนะคะ""โอเคจ๊ะ" เธอพยักหน้าตอบแล้วฉีกยิ้มให้ฉันจึงหยิบที่ตรวจครรภ์ออกมาแล้วซ่อนไว้ตรงเสื้อซับใน ส่วนถุงยาก็หลบหลังเอาไว้ แต่พอเดินออกมาจากหน้าร้านได้ไม่นานก็มีเงาของใครบางคนมาขวางหน้าเอาไว้ ฉันหยุดแน่นิ่งแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเงานั้น แล้วคนที่ไม่อยากให้มาที่สุดก็ยืนอิงกับเสาสายตามองมาที่ฉัน ดีไวน์รู้ได้ยังไงกันนะว่าฉันแอบออกมาตอนนั้นเขายังคุยโทรศัพท์อยู่เลยฉันออกมาแป๊บเดียวเอง ฉันบีบถุงยาเอาไว้แน่นดีไวน์มองตาม ก่อนที่ประโยคนิ่งจะเอ่ยถามออกมา "ซ่อนอะไร" "ยาหน่ะ…ยาแก้ปวด อายปวดตัว แล้วทำไมมายืนตรงนี้" "ยาแก้ปวด" ดีไวน์ทวนแล้วหรี่ตามอง มือหนาคว้าแขนฉันแล้วดึงเข้าไปหาตนเองดีไวน์ดึงถุงยาออกมาแล้วหยิบมันขึ้นมาดู ก็ปรากฏว่ามันเป็นแผงยาคลุมหลายแผง ถูกจับได้อีกแล้วล่ะสิ "ดิน" มือหนาจับถุงขึ้นแล้วเทมันลงพื้นจนหมด เขาทิ้งถุงยาเป็นสิ่งสุดท้ายแล้วปล่อยมือออก คนตัวโตสั่งให้เดินตามมาด้วยสายตา ฉันหลุบมองแผงยาพวกนั้นด้วยแววตาละห้อย อยากจะก้มเก็บขึ้นมาก็คงทำไม่ได้ แต่ฉันไม่ยอมแพ้หร
"ได้ยินไหม…" ดีไวน์ยังคงยื่นหน้าเข้ามาคลอเคลียพร้อมกับจังหวะเอวที่เริ่มถี่มากขึ้นกว่าเดิม คาดคั้นอยู่ได้ ไม่รู้รึไงฉันกำลังเก็บอาการไว้อยู่"อ๊ะ…ดิน" เขาใช้เอวเร่งเร้าให้ฉันตอบแทนคำพูด ฉันกัดปากตัวเองอย่างขอไปทีแล้วเกาะบ่าแกร่งเอาไว้ "ตอบมา" "คะ…คบ อ๊ะ…อื้อ!! คบแล้ว…" คำตอบของฉันทำให้ใบหน้าเหยเกนั้นยกยิ้มมุมปาก ดีไวน์ได้ใจใหญ่ ก็แหงน่ะสิ เขามันชอบฉันตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว"…ครับแฟน" และมันเป็นอีกครั้งที่ดีไวน์เรียกฉันว่าแฟน…เขาเรียกฉันว่าแฟนอีกแล้ว ได้แต่ยืนนิ่งพร้อมกับร่างกายที่โดนกระแทก รู้ตัวอีกทีลิ้นหนาก็กำลังตะลอมเลียกลีบปากฉัน แล้วฉันก็ยอมให้ตานี้จูบอยู่แบบนั้นแถมยังอ้าขาแอ่นสะโพกรับเเรงอีกด้วย ใจง่ายซะจริงเลยนะอายแคร์ แต่ก่อนกลัวเขานักหนา แต่ตอนนี้ดีไวน์คงไม่ทำให้ฉันกลัวอีกแล้วมั้ง ถ้าฉันไม่…ร่าน จะพยายามก็แล้วกันนะ ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!!! "อึก…อื้อ!!" ดูเหมือนดีไวน์กำลังจะฮึกเฮิมอีกแล้วเขาตั้งใจกระแทกมากเลย ทำเอาฉันต้องร้องครางอู้อี้ในลำคอ ร่างกายปวดแน่นไปหมดอยากปลดปล่อยออกมาอยู่รอมร่อ ใกล้แล้วสิ ใกล้จะแตกอีกแล้ว คิดได้แบบนั้นก็ทุบอกแกร่งให้ปล่อยจูบก่
"ครางได้ใช่ไหม…มันเสียวมากเลยดิน" "ครางสิ ให้ดัง" ดีไวน์ตอบ แล้วขยับสะโพกสอบกระแทกลงมา เหมือนนํ้าที่ถูกขังในเขื่อนแล้วได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่งปึก! ปึก! ปึก! ปึก! "อ๊ะ…อ๊าา!" อายแคร์ร้องครางออกมาเมื่อจุดบอบบางถูกรังแก ก่อนทีีมือบางจะยกขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียง ใบหน้าส่ายไปมาพัลวัน คนบนร่างเธอร้อนแรงเกินกว่าจะต้านอยู่ ดีไวน์ตอกอัดสะโพกสอบใส่ร่องนุ่มไม่ยั้ง มือหนาลูบไล้ตามเนื้อตัวขาวเนียนแล้วหยุดที่หน้าอกอวบอิ่ม มันกำลังกระเพื่อมตามแรงโยกใต้ร่าง ใบหน้าสวยน่ารักเหยเก ปากบางยังคงเผยอขึ้นปลดปล่อยเสียงครวญครางออกมาเป็นระยะ ดีไวน์หลุบตามองอายแคร์พลันหัวใจก็เต้นรัวกระหน่ำไม่ต่างจากจังหวะเอว มันเป็นอีกแล้วดีไวน์หวั่นไหวเวลามองอายแคร์นอนอยู่ใต้ร่าง เธอสวยที่สุดในสายตาเขา"ดะ…ดิน อึก…อ๊าาา~" เธอเม้มปากแน่นเสียงหวานไม่หยุดกระตุ้นให้เขาตอกอัดแรง ยิ่งได้ฟังตอนอายแคร์ครางชื่อ ก็ยิ่งอยากกดเธอให้จมโซฟา ดีไวน์ได้แต่กัดปากตัวเองแน่นเขาขยับขาแนบกับขาเรียวแล้วทิ้งนํ้าหนักตัวลงกระแทกหมด ทำเอาเสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังลั่นห้องชมรม มือบางไร้ที่พึ่งยกขึ้นจิกขอบโซฟาที่กำลังขยับเสียรูปทรง เสียงสปริงดังระ







