แชร์

บทที่ 4: เจเดน

ผู้เขียน: Ladywar
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-20 18:15:28

(Milan’ s Part) 

กลับมาปัจจุบัน.

ยามพลบค่ำมาเยือนอีกครั้ง ฉันยังคงจำต้องทำงานล่วงเวลาเนื่องจากโปรเจกต์ด่วนที่เข้ามาให้แก้ไขจากความผิดพลาดของผู้บริหารกลุ่มเก่า ทำให้ไม่สามารถเลิกงานตามปกติได้ เป็นเวลาเกือบสองทุ่มกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น การแบ่งงานทุกอย่างเป็นไปตามระบบระเบียบที่ผู้บริหารหนุ่มมากความสามารถได้วางเอาไว้

“เห้อ! กว่าจะเสร็จรากแทบงอก” เสียงบ่นของรุ่นพี่สาวคนสวยผู้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่าง ‘พี่วิเวียน’ บ่นกระปอดกระแปดมาตามทางเดินพร้อมกับเพื่อนสนิทของเธอ

“เออ! กูแทบจะอ้วกออกมาเป็นกราฟสถิติอยู่แล้ว” สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นอย่าง ‘พี่อาริน’ เองก็บ่นออกมาอย่างออกรสออกชาติเช่นกัน ใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูราวกับหลุดออกมาจากแอนิเมชันญี่ปุ่นนั่นช่างกับบุคลิกของเธอเสียจริง

“เอาน่าพวกมึง อดทนกันหน่อย ท่องเอาไว้ดิว่าโบนัส” รุ่นพี่คนสวยอีกคนที่เพิ่งได้รับตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายการตลาดมาหมาดๆ ทว่ากลับสามารถทำมันได้ดีอย่าง ‘คุณเกล้า’ หรือ ‘พี่ร่มเกล้า’ สาวสวยหวานใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีอดีตบางอย่างกับประธานบริษัทผู้เป็นเจ้านายโดยตรงของฉันปลอบเพื่อนทั้งสองของเธอให้ใจเย็นลง

“โอ๊ย! ถ้าจะเหนื่อยขนาดนี้กูขอโบนัสให้คุ้มค่าเหนื่อยด้วยค่ะ ไม่ใช่ทำงานหลักล้านได้ค่าตอบแทนหลักร้อย!” รุ่นพี่สาวคนสวยยังคงวีนออกมาอย่างต่อเนื่อง ฉันได้แต่มองยิ้มๆ กับการกระทำของเธอ มันไม่ได้น่ารำคาญแบบที่ควรจะเป็นแต่กลับดูน่ารักแถมไม่รู้สึกเบื่อที่จะฟังอีกต่างหาก

“จริง! น้องมิลานเองก็บ่นอะไรบ้างเถอะค่ะ อย่าเป็นแม่พระตามเกล้ามันแล้วปล่อยให้พี่กับวิเป็นนางมารกันอยู่สองคน” สาวร่างเล็กไซส์มินิมอลตามพิมพ์นิยมของคนเอเชียอย่างพี่อารินหันมาหาแนวร่วมหลังจากที่คู่หูสาวของเธอนั้นบ่นจนพอใจไปแล้ว

“เอ่อ... มิจะนำความคิดเห็นของพี่ๆ ไปให้ท่านประธานพิจารณานะคะ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรออกไปเพราะประธานที่ว่าก็ดันเป็นเพื่อนสนิทของแฟนหนุ่มตัวเองจึงได้แต่รับปากว่าจะรับฟังความคิดเห็นของพวกเธอแล้วเอาไปบอกคุณเหมราช หรือ ‘พี่เหม’ นั่นเอง

“อย่าไปฟังพวกมันเยอะเลยค่ะคุณมิลาน ยัยพวกนี้ก็แค่บ่นเพราะปากว่างแค่นั้นเอง ฮ่าๆ” คุณร่มเกล้าผู้เป็นแม่พระของกลุ่มบอกกับฉันพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานๆ ของเธอมาให้ ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ที่เธอสามารถครอบครองหัวใจของเพลย์บอยอย่างพี่เหมได้มาโดยตลอดแม้ว่าทั้งคู่จะเลิกรากันไปแล้วก็ตาม

“ถ้าหากว่าพี่ๆ ลำบากเกินไปหรือคิดว่ามันหนักจริงๆ บอกมิได้เลยนะคะ ยังไงการรับฟังความคิดเห็นภายในองค์กรเพื่อนำไปปรับใช้เพื่อลดความเครียดจากการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพผลงานก็เป็นเรื่องที่ท่านประธานใส่ใจเป็นพิเศษอยู่แล้วค่ะ” ฉันบอกกับสาวๆ

“ตอนผู้บริหารชุดเก่าอยู่ใช้งานพวกพี่ยิ่งกว่าเครื่องจักมนุษย์อีกค่ะ แค่นี้สบายมาก” พี่วิเวียนคนสวยจีบปากจีบคอพูดอย่างมีจริตแต่ไม่ได้ดูเยอะจนล้นแบบที่สาวๆ คนอื่นเป็นกัน มันดูเหมาะกับภาพลักษณ์และเสน่ห์ของเธอจนพอดี

“บ่นเอาซีนกันเฉยๆ แหละค่ะ อย่าไปคิดมากเลย” ร่างเล็กของพี่อารินพูดพลางเดินเข้ามากอดฉันเอาไว้หลวมๆ มือเล็กตบไหล่ฉันเบาๆ เป็นเชิงปลอบกระโลมว่าอย่าไปคิดมากกับสิ่งที่พวกเธอได้บ่นออกไปเลย

“แล้วนี่กลับกันยังไงอ่ะ?” คุณเกล้าถามขึ้นมา สาเหตุที่ฉันไม่เรียกเธอว่าพี่แบบสาวสวยอีกสองคนทั้งที่สนิทกันเป็นเพราะว่าความเคยชินจากการทำงาน ท่านประธานมักให้ความสำคัญกับหญิงสาวคนนี้มากเป็นพิเศษจนแทบจะย้ายให้เธอมาทำงานห้องเดียวกับเขาอยู่แล้ว เราจึงมักได้พูดคุยกันบ่อยจนเกิดความเคยชินในการใช้สรรพนามเรียกแบบนี้

“กูขับรถมา จะกลับด้วยกันหมดนี่เลยป่ะ” สาวแกร่งอย่างพี่วิเวียนพูดพร้อมกับหันมาถามทุกคน

“กูกลับด้วยคนดิ” พี่อารินตอบรับในทันที

“กูด้วย” ตามมาด้วยคุณเกล้า

“แล้วมิลานล่ะ ให้พี่ไปส่งไหม ดึกแล้วเป็นผู้หญิงกลับคนเดียวมันอันตราย” เธอพูดพลางโน้มน้าวฉันด้วยความเป็นห่วง

“คือว่า... แฟนมิบอกไว้ว่าจะมารับค่ะ” ส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับเธอด้วยความเกรงใจที่ต้องปฏิเสธ

“ดีแล้วที่ให้แฟนมารับ จะได้กลับอย่างปลอดภัย” พี่วิเวียนพยักหน้าเข้าใจ

“แต่นี่ก็เลิกงานแล้วนะ แฟนมิยังไม่มาอีกเหรอ?” ใบหน้าจิ้มลิ้มของพี่อารินเริ่มลดความสดใสของเธอลงก่อนจะถามฉันด้วยความเป็นห่วง

“เดี๋ยวมิลองทักหาเขาดูอีกทีค่ะ” ฉันบอกกับพวกเธอก่อนจะปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อส่งข้อความหาคนเป็น ‘แฟนหนุ่ม’ ที่ไม่แม้แต่จะอ่านข้อความก่อนหน้านี้เลยด้วยซ้ำ หลังจากช่วงเช้าตอนเขามาส่งฉันแล้วบอกว่าจะมารับก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย

MilanR_mmi: มิเลิกงานแล้วนะคะ

MilanR_mmi: พี่เจย์ยังสะดวกมารับอยู่หรือเปล่า?

ฉันกดส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า พักนี้เขามักจะผิดสัญญากับฉันบ่อยครั้งจนรู้สึกชินชากับมัน ความรัก ความเอาใจใส่ที่เขามีให้เริ่มลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ความสัมพันธ์บนเตียงจะไม่ได้ลดลงตามไปด้วยก็ตาม

“แฟนไม่ตอบเหรอ กลับกับพวกพี่ก็ได้นะ” คุณเกล้าจับข้อมือบางของฉันเอาไว้หลวมๆ ส่งกำลังใจให้กับฉันผ่านสีหน้าแววตาและความอบอุ่นจากมือเล็กนิ่มนวลของเธอ สายตาของคนผ่านประสบการณ์มาก่อนทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าคนสวยหวานตรงหน้านี้กำลังมองทุกอย่างออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

“กลับด้วยกันเถอะมิ เชื่อพี่นะ” แน่นอนว่าไม่มีทางที่คนฉลาดเฉลียวแบบพี่วิเวียนและพี่อารินเองก็ไม่มีทางที่จะไม่รู้ พวกเธอถึงได้ช่วยกันขยั้นคะยอให้ฉันกลับไปด้วยกันแบบนี้

“ใช่ๆ รอแฟนที่ไม่ตอบแชทก็ไม่รู้ว่าจะมารับตอนไหนอีก กลับด้วยกันเถอะ ถ้าเขามาแล้วไม่เห็นมิอยู่นี่ก็จะได้รู้ตัวบ้างว่าไม่มีใครมานั่งรอคอยความเอาใจใส่จากอีกฝ่ายที่ละเลยได้ตลอด” พี่อารินพูดเสริม ความนัยจากประโยคที่เธอต้องการจะสื่อทำให้ฉันสามารถเข้าใจมันได้เป็นอย่างดีว่าหมายถึงอะไร เพียงแต่ว่าฉันตอนนี้กลับไม่สามารถเดินออกมาจากตรงนั้นได้เท่านั้น

“ก็ได้ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบรับความหวังดีของทั้งสามคน ฉันที่ทั้งชีวิตมหา’ ลัยจวบจนเข้าสู่วัยทำงานมีเขาคนนั้นเป็นโลกทั้งใบมาโดยตลอดเริ่มีสังคมเพื่อนฝูงก็ตอนได้มารู้จักและสนิทสนมกับสาวรุ่นพี่ทั้งสามคนในที่ทำงาน ความแข็งแกร่งของทั้งสามซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปทำให้ฉันซึมซับมันได้บ้าง

ความแข็งแกร่งในแบบที่เด็ดขาดของคุณร่มเกล้านั้นทำให้ฉันรู้สึกประทับใจในตัวเธอ แม้หญิงสาวคนนี้จะไม่ค่อยพูดเรื่องส่วนตัวของตัวเองในเชิงโอ้อวดแต่ก็รับรู้ถึงความเด็ดขาดที่เธอกล้าจะตัดสิ่งที่ทำร้ายตัวเธอออกไปแม้จิตใจอันบอบช้ำของเธอจะต้องใช้เวลาเยียวยานานแสนนานก็ตาม หากเป็นสาวๆ คนอื่นคงจะโอ้อวดไปแล้วว่าตัวเองทิ้งเพลย์บอยหนุ่มผู้เพียบพร้อมแบบพี่เหม แต่กลับคนข้างๆ ฉันคนนี้เธอไม่แม้แต่จะอยากพูดถึงเขาเลยด้วยซ้ำหากไม่มีเรื่องที่ต้องปรึกษาจริงๆ

ความแข็งแกร่งถัดมาในรูปแบบความเด็ดเดี่ยวของพี่วิเวียนเองก็ทำให้ฉันรู้สึกชื่นชมอยู่มาก คนตรงหน้ากล้าที่จะเดินออกมาจากชายหนุ่มคนรักที่เคยเป็นโลกทั้งใบ ถึงขั้นสูญเสียทุกอย่างจนแทบไม่เหลืออะไร ผ่านการเป็นโรคซึมเศร้าจนทำร้ายตัวเองหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังสามารถลุกขึ้นมาได้

ความแข็งแกร่งที่มาพร้อมกับไหวพริบและความฉลาดของพี่อารินเองก็เป็นสิ่งที่ฉันควรศึกษาจากเธอบ้าง แม้จะเคยตกอยู่ในสถานะชู้แบบไม่รู้ตัวแต่ทันทีที่เธอสามารถตื่นรู้ได้ก็ตีตัวออกห่างแถมหนีจากเขามาโดยทันที ไม่รับฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้นแม้อีกฝ่ายจะคอยตามง้อเธออยู่ตลอดก็ตาม

ล้อรถของพี่วิเวียนขับมาส่งฉันเป็นคนแรกเนื่องจากพักอยู่ใกล้บริษัทที่สุดในหมู่พวกเรา ฉันโค้งหัวขอบคุณสาวๆ รุ่นพี่ผู้มีบุญคุณกับตัวเองก่อนจะได้รับการโบกไม้โบกมือร่ำลากันจากพวกเธอ

ร่างบางของฉันยืนมองรถคันนั้นขอบออกไปจนลับสายตาแล้วค่อยเดินขึ้นห้องไป จนถึงป่านนี้แล้วยังไม่ได้รับข้อความตอบกลับจากคนเป็นแฟนเลยแม้แต่ข้อความเดียว ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ จากความวิตกกังวลว่าเขาหายไปไหนในตอนแรก กลับกลายมาเป็นความรู้สึกเฉยชากับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

ฉันตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายให้สายน้ำที่ไหลผ่านมานั้นชะล้างเอาความคิดเยอะคิดมากของตัวเองออกไป หาอะไรทำคงจะดีกว่าการมานั่งคิดถึงเรื่องของคนที่ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของเราสักเท่าไหร่ ทว่าระหว่างการอาบน้ำผ่านฝากบัวอยู่นั้นฉันสัมผัสได้ถึงอ้อมแขนแข็งแกร่งของใครบางคนโอบรัดร่างกายเปลือยเปล่าของฉันจากทางด้านหลัง

‘เจเดน’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • BADDEST Relationship ก่อนจะเป็นแฟนเก่า   บทที่ 68: ไม่รักกันแล้วใช่ไหม

    (Jayden’ s Part)มิลานกำลังตั้งท้อง...ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว....หลายคนคงจะไม่เชื่อว่าครั้งหนึ่งผมเคยกลายเป็นไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่คิดจะใช้ลูกเป็นข้ออ้างในการฉุดรั้งไม่ให้แฟนสาวคนสวยเลิกรากับผมไป ยอมรับเลยว่าผมในตอนนั้นสารเลวจนไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ ทั้งนอกกายเธอไปหาแฟนเก่าแถมยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกถ้าหากว่าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้น...อยากจะเสยหมัดเข้าหน้าตัวเองในอดีตจริงๆ ที่กล้าทำร้ายจิตใจมิลานได้ถึงขนาดนั้น ดีแต่ทำให้เธอต้องมาร้องไห้เสียใจเจ็บปวดผิดหวังกับความไม่รู้จักพอของผมเอง สาบานเลยว่าไม่มีวันไหนที่ผมอยากจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลง ยิ่งหลังจากกลับมาปรับความเข้าใจกัน ผมยิ่งรู้สึกผิดทุกครั้งที่มองหน้าเธอ ได้แต่สาบานกับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันทำร้ายเธออีกตอนที่ผลตรวจการตั้งครรภ์ออกมาว่าคนรักของผมกำลังท้องอยู่ ผมดีใจมากจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ทั้งที่ปกติแล้วผมไม่ใช่คนอ่อนไหวอะไร ออกจะไปทางผู้ชายแมนๆ ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเลยด้วยซ้ำไป แต่ว่าพอเป็นเรื่องลูกแล้วผมกลับอ่อนไหวแล้วปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อ

  • BADDEST Relationship ก่อนจะเป็นแฟนเก่า   บทที่ 67: เรื่องอะไรต้องปล่อยเมียกับลูกตัวเองไปวะ

    ฉันอาเจียนใส่เขา...ของเหลวสีใสเหนียวหนืดพวยพุ่งออกมาจากปากของฉันกระเด็นโดนเสื้อผ้าของร่างหนาและไหลลงสู่โซฟาหรูก่อนจะลงสู่พรมขนสัตว์บนพื้นห้อง เจเดนไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือขยะแขยงอะไรอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ เขาเพียงถอดเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนไปด้วยอ้วกออกแล้วจัดการทำความสะอาดโซฟากับพรมจนกลับมาเหมือนใหม่หลังจากจัดการกับกองอ้วกของฉันเสร็จคนตัวใหญ่ก็เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับร่างกายของเขาโดยใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ เสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ของเขาถูกใช้ห่อหุ้มร่างกายของฉันก่อนจะถูกยกร่างบางขึ้นโดยแขนเต็มไปด้วยมัดกล้าม“จะพาไปไหนคะ?” ฉันถามขึ้นเมื่อถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวโดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง“ไปโรงพยาบาล ไปตรวจกันว่าเป็นอย่างที่เราคิดไหม” ร่างหนาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทว่าดวงตาของเขากลับวูบไหวเต็มไปด้วยประกายความหวังอย่างปิดไม่มิด“อาจจะเป็นแค่โรคกระเพาะก็ได้...” ฉันพยายามพูดกลางๆ ไม่อยากให้เขาคิดไปเองแล้วตั้งความหวังเอาไว้สูงจนเกินไป หากคาดหวังแล้วเกิดว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดขึ้นมาคงจะเสีย

  • BADDEST Relationship ก่อนจะเป็นแฟนเก่า   บทที่ 66: พี่เคยอยู่ให้บอกด้วยแหรอ?

    หลายวันต่อมา....สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเองทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำจะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ชีวิตของฉันเพิ่งจะผ่านมรสุมความรักครั้งใหญ่มา ทำให้มีอาการเครียดจนระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดอาการแปรปรวนรวมไปถึงมีเรื่องให้ต้องคิดและจัดการมากมายจึงไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควรมากนักฉันพยายามคิดในแง่ดีไม่กังวลไปก่อนที่จะเก

  • BADDEST Relationship ก่อนจะเป็นแฟนเก่า   บทที่ 66:

    หลายวันต่อมา.... สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจเดนดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ เขาได้จัดการเคลียร์ตัวเองโดยที่ฉันไม่ต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดอีกต่อไป อะไรที่เขาสามารถคิดเองได้ว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเขาก็จะเลี่ยงมันด้วยตัวเอง ทว่าพักนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายตัวเองขึ้นมาได้แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม ฉันเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา ร่างกายโหยหาการพักผ่อนมากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้งและรู้สึกคลื่นไส้จนบางทีอยากจะอาเจียนขึ้นมา อาหารที่เคยชอบกลับรู้สึกไม่อยากจะกินมันเสียอย่างนั้น จะบอกว่าเป็นเพราะความเครียดก็คงไม่ใช่ ช่วงนี้ฉันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องคิดมากอะไร ออกจะสบายกายสบายใจเสียด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วรอบเดือนของฉันก็ยังไม่มาเลยนี่...&nb

  • BADDEST Relationship ก่อนจะเป็นแฟนเก่า   บทที่ 65: งี่เง่า

    “เจ็บมือไหมเนี่ย คราวหลังไม่ต้องตบนะ พี่ตบแทนเธอเอง” ทว่าทุกอย่างกลับผิดคาดเมื่อคนตัวใหญ่กว่าดึงมือเรียวของฉันที่ขึ้นสีแดงเล็กน้อยไปสำรวจพร้อมกับบ่นอุบอิบ“พูดอะไรของพี่” ฉันทำหน้างงพร้อมกับมองการกระทำของเขาด้วยความสงสัย“มือเธอแดงหมดแล้วเห็นไหม บ้าเอ๊ย! ต้องประคบเย็นไหมวะ” ร่างหนาพูดพลางทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง เรียวคิ้วหนาสีอ่อนเรียงตัวเป็นเส้นตรงขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์อยู่แล้ว“พี่อย่าเวอร์ มือแดงนิดหน่อยเอง เดี๋ยวก็หาย” ฉันรีบห้ามปรามเมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของคนตัวโต ปกติเขาเคยเป็นแบบนี้เสียที่ไหน ขนาดเมื่อก่อนผลักฉันล้มลงจนเข่าแตกยังไม่คิดจะหันกลับมาสนใจกันเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้ใส่ใจกันจนเกินขอบเขต“เธอเป็นแฟนพี่นะเว้ย ก็ต้องดูแลให้ดีหน่อยสิ” ร่างหนาเถียงกลับพลางเดินไปหาน้ำแข็งจากในตู้เย็นมาห่อในผ้าขนหนูผืนเล็กแล้วนำมาประคบมือของฉันโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านบ้างเลย“...” ฉันเงียบได้แต่ถอนหายใจกับแฟนคนเดิมในเวอร์ชั่นใหม่ที่ชอบทำอะไรโอเวอร์จนเกิน

  • BADDEST Relationship ก่อนจะเป็นแฟนเก่า   บทที่ 64: เธอไปตบคนอื่นทำไมวะ?!

    เพล้ง!แก้วน้ำเปล่าที่น้ำภายในถูกราดลงไปบนตัวหญิงสาวตรงหน้าไปแล้วเนื่องจากไม่รู้จักวางตัวให้เหมาะสมตอนนี้มันได้แปรสภาพเป็นเศษแก้วชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปเรียบร้อยแล้วจากการปาลงบนโต๊ะกาแฟโดยฉันเอง“ทะ...ทำบ้าอะไรของเธอ?!” เลขาฯสาวของเจเดนที่ปากดีใส่ฉันเริ่มมีอาการสั่นกลัวเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มลงไม้ลงมือหึ! เก่งแต่ปาก...ฉันไม่ได้ตอบอะไรหล่อน เพียงก้าวเดินไปแนบชิดกับคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวต้นเหตุอย่างเจเดนนั้นกำลังบรรจุธนบัตรสีน้ำตาลเทาจำนวนหลายใบใส่เข้าไปด้านในซองกระดาษสีขาวอยู่ในห้องครัว“ยะ...อย่าเข้ามานะ ฉันเป็นคนโปรดของคุณเจเดน ถ้าแกกล้าทำอะไรฉันล่ะก็เขาต้องมาจัดการแกแน่” แม้จะยังส่วนกลัวการกระทำของฉันแต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังปากดีใส่ฉันไม่เลิก อาจเป็นเพราะคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่เขาเรียกขึ้นเตียงบ่อยๆ ถึงได้กล้ามาวางท่าใส่ฉันแบบนี้ แต่หารู้ไม่ว่าคนที่เธอคาดหวังจะให้ปกป้องนั้นกำลังเตรียมค่าทำขวัญให้กับเธออยู่“อ๋อ เพราะว่าเป็นคู่นอนคนโปรดที่เขาเรียกให้ไปอ้าขาให้เอาบ่อยๆ ก็เลยกล้ามาปากดีกับคนเป็นแฟนที่มีสถานะชัด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status