登入เป็นแฟนหนุ่มที่คบหากันมาเป็นเวลาสี่ปีของฉันเอง ฉันเพียงปรายตามมองอีกคนเล็กน้อยก่อนจะละความสนใจจากคนด้านหลัง รู้สึกไม่อยากพูดคุยอะไรกับเขาในตอนนี้ ทั้งเรื่องที่เขามักจะหายไปจนติดต่อไม่ได้บ่อยครั้ง ไหนจะการไม่รักษาคำพูดของเขาอีก
“ทำไมไม่รอพี่ไปรับ กลับมาก่อนทำไม” เสียงทุ้มหนาพูดอู้อี้เพราะริมฝีปากของเขานั้นกำลังซุกไซร้ซอกคอขาวของฉันอยู่
“ถ้ารอพี่มิคงต้องนอนหน้าบริษัทแล้วล่ะค่ะ” ฉันถอนหายใจยืดยาวพร้อมกับเอ่ยวาจาประชดประชนอีกฝ่ายออกมาด้วยความหงุดหงิด
“แบตพี่หมด นี่ก็รีบไปหาที่สุดแล้ว” เขาพูดแก้ตัวด้วยประโยคเดิมๆ เหมือนกับทุกครั้ง แม้จะรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ แต่ฉันก็เลิกที่จะแกล้งโง่ต่อไปถ้ามันยังรักษาเขาไว้ได้ ฉันในตอนนี้... ไม่พร้อมจะเสียเขาไปจริงๆ
“ค่ะ มิเชื่อใจพี่เจย์นะคะ” ฉันพูดออกมาเสียงเบาเหมือนกับกำลังบอกตัวเองมากกว่า อย่าไประแคะระคายกับเรื่องอะไรที่เขาปกปิดมันเอาไว้ถ้ายังอยากมีเขาอยู่ อย่าแสดงความรู้สึกหึงหวงไร้ประโยชน์นั่นทำให้เขาเบื่อหน่าย จำเป็นต้องแกล้งโง่ว่าง่ายเพื่อให้เขารัก
“คิดถึงจัง...” ถ้อยคำหวานที่ฉันเคยชอบออกมาจากริมฝีปากหนา บัดนี้ฉันกลับไม่รู้สึกเขินอายอย่างเคย มีเพียงความรู้สึกปวดหน่วงภายในหัวใจที่ต้องข่มกลั้นมันเอาไว้ให้ลึกที่สุดเพื่อไม่แสดงมันออกมาให้ใครเห็นเท่านั้น
มือหนาลูบไล้ไปตามร่างกายของฉันแผ่วเบาก่อนจะบีบขยำสองเต้าของฉันอย่างรุนแรง ฉันหลับตาแน่นพยายามมีความสุขไปกับสัมผัสที่เขามอบให้ ทว่ายิ่งพยายามเท่าไร่ก็ยิ่งรู้สึกฝืนไปกับสิ่งที่ร่างกายของฉันไม่ได้ต้องการ ไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ที่ฉันรู้สึกไร้อารมณ์ร่วมไปกับสัมผัสของคนรัก อาจเป็นเพราะความรักของเรามันกำลังจืดจางลงไปจนน่าใจหาย เหลือไว้เพียงความรู้สึกที่ฉันไม่รู้จักอย่างความผูกพัน...ล่ะมั้ง
“อ๊ะ!” ฉันสะดุ้งครางเมื่อมือปลาหมึกของคนตัวโตที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังได้รุกล้ำกลางกายสาวของตัวเอง นิ้วร้ายบีบคลึงสลับกับบดขยี้เม็ดเสียวเบาๆ เรียกเอาเสียงครางจากริมฝีปากของฉัน ก่อนที่ปลายนิ้วร้ายจะสอดแทรกเข้ามาในรูสาวแห้งผากเวลาต่อมา มีเพียงสายน้ำจากฝากบัวเท่านั้นที่ช่วยหล่อลื่นให้มันเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
“ทำไมแน่นจังเนี่ย” ร่างสูงพึมพำกับตัวเองด้วยความหลงใหลในเรือนร่างของฉันที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของเขาได้ตลอด ต่อให้ฝ่ายที่ต้องบแบกรับความเจ็บปวดจากการเซ็กส์ของเขาจะต้องกลายเป็นฉันเองก็ตาม
สวบ!
“อ๊า!!!” ฉันกรีดร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวดเมื่อความเป็นชายแข็งขืนลำใหญ่ถูกสอดแทรกเข้ามาในโพลงสวาทอย่างแรง หยดน้ำตาไหลรินออกมาช้าๆ โดยที่ผู้กระทำอย่างเขาไม่แม้แต่จะรับรู้มันด้วยซ้ำ
“ฟิตจังเลย แบบนี้พี่ถึงไปไหนไม่ได้ไง” เสียงทุ้มต่ำพูดออกมาด้วยความพึงพอใจ สะโพกกลมของฉันถูกมือหนายึดเอาไว้ก่อนจะเริ่มซอยความใหญ่โตเข้าออกในร่างกายของฉัน
“อึก! ฮึก!” ฉันข่มกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้ พยายามไม่ให้คนตัวโตได้ยินมัน ฝืนทนจำยอมให้เขาเล่นสนุกกับร่องสาวของตัวเองต่อไป
เพียะ!!!
“ครางออกมาสิมิลาน กลั้นเอาไว้ทำไม?”
“อ๊ะ!!!”
ฝ่ามือแกร่งฟาดลงมาบนสะโพกของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บแสบไปหมด กายหนาเองก็ไม่หยุดขยับรัวกระแทกใส่ฉันจนเสียหลักล้มลงกับพื้น น้ำสีใสจากฝักบัวกระทบลงกับพื้นแปรเปลี่ยนจนเป็นสีแดงจากบาดแผลบนตัวฉันที่มาจากการกระแทกกับพื้นห้องน้ำอย่างแรง
“แม่ง! น่าเบื่อ” ใบหน้าหล่อเริ่มแสดงความไม่พอใจออกมา ดวงตาดุดันแข็งกร้าวจนน่ากลัว ร่างกายแข็งแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามถูกประดับไปด้วยรอยจูบของใครบางคน
“ฮึก! ฮือ...” ฉันไม่สามารถอดทนต่อไปได้อีกแล้ว ความรู้สึกหนักอึ้งที่พยายามสะกดเอาไว้ถูกปล่อยออกมาด้วยเส้นความอดทนที่ขาดผึง ท่อนเอ็นใหญ่ที่เขาให้มันสร้างความสุขกับฉันทุกคืน ตอนนี้กลับต้องแบ่งมันไปให้ผู้หญิงคนอื่นร่วมใช้ด้วย
“จะร้องไห้ทำไมวะ?!” คนตัวใหญ่ยืนมองฉันนั่งกองกับพื้นด้วยสายตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ
“อึก!” ฉันจิกเล็บลงบนหลังมือแน่นพยายามควบคุมร่างกายอันสั่นไหวของตัวเองแต่มันกลับยากเย็นเหลือเกิน
“น่ารำคาญ!”
ปัง!
ร่างสูงแข็งแกร่งเดินหันหลังออกไปจากห้องน้ำพร้อมกับเสียงปิดประตูดังลั่น สิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือแผ่นหลังแกร่งเต็มไปด้วยรอยเล็บสดใหม่ซึ่งฉันไม่ได้เป็นคนฝากมันเอาไว้ ความรู้สึกแปลกๆ แล่นเข้ามีตีรวนปะทะทั้งกับสมองและร่างกายของฉันอย่างต่อเนื่องเสียจนรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาเสียตรงนี้
“อุ๊บ! อ๊วก!!!!”
ร่างกายของฉันขับเอาของเหลวสีใสเหนียวหนืดออกมาทางปาก มื้ออาหารล่าสุดคือตอนเที่ยงวันช่วงพักเบรก หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องอีกเลย ความตึงเครียดที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องราวที่ประสบพบเจอถูกขับออกมาผ่านการอาเจียนจนหมด ฉันนั่งหมดแรงอยู่ในห้องน้ำพักใหญ่ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นไปชำระร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลอีกครั้ง ความแสบสันจากแผลสดตอกย้ำให้ฉันรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นั้นเป็นเรื่องจริง
30 นาทีผ่านไป...
ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำก็พบกับร่างหนาแสนคุ้นเคยนั่งบนโซฟารับแขกภายในห้องของฉันด้วยสภาพท่อนบนเปลือยเปล่ากับท่อนล่างถูกปกปิดโดยกางเกงยันขายาวสีเข้มเท่านั้น กลิ่นบุหรี่จากคนตัวโตทำให้ฉันเดินเลี่ยงอีกฝ่ายตรงไปยังห้องนอนในทันที
ทว่า...
หมับ!
แขนเรียวของฉันถูกเขาจับเอาไว้แน่นก่อนจะดึงให้นั่งลงบนตักของอีกฝ่ายด้วยความไม่เต็มใจ แม้ความเป็นจริงแล้วฉันอยากจะหนีไปจากตรงนี้ไม่อยากต่อปากต่อคำอะไรกับคนใจร้ายอย่างเขาก็ตาม ความรู้สึกไม่อยากสูญเสียเขาไปก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ ขยะแขยงร่างกายใหญ่โตอบอุ่นที่ผ่านการโอบกอดผู้หญิงคนอื่นลับหลังกันแบบนี้
“เป็นอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถามข้างหูฉัน แขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามโอบรัดเอวของฉันไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“พี่เจย์กลับไปก่อนได้ไหมคะ” ฉันพยายามควบคุมน้ำเสียงตัวเองไม่ให้สั่นเครือ เอ่ยปากไล่คนตัวใหญ่ให้กลับไปก่อน
“ไล่พี่กลับเลยเหรอ?” เรียวคิ้วหนาสีอ่อนเช่นเดียวกับกลุ่มผมหนาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความไม่พอใจ
“ค่ะ ช่วยกลับไปก่อนนะคะ” ฉันหันกลับไปมองสบตากับเขาเพื่อยืนยันความต้องการขอตัวเองอีกครั้ง
“อย่าทำตัวงี่เง่าได้ไหมวะ เป็นอะไรก็พูดกันตรงๆ” แรงโอบรัดถูกส่งจากร่างกายหนาเพิ่มขึ้นจนสร้างความอึดอัดให้กับฉัน
“มิไม่ได้งี่เง่า แล้วพี่เจย์หายไปไหนมาล่ะคะถึงได้มารับมิไม่ทัน” ฉันสวนกลับไป แม้ตลอดเวลาจะไม่เคยเรียกร้องความสนใจอะไรจากเขาเลยก็ตามแต่กลับมาถูกอีกฝ่ายละเลยกันแบบนี้
“ติดลูกค้า แบตหมดเลยไม่ได้บอกก่อน” เขาเลือกที่จะโกหกคำโตออกมา
“ลูกค้าพี่เป็นสัตว์สี่เท้าหรือไงคะ เนื้อตัวถึงได้มีแต่รอยข่วนรอยช้ำ!” ฉันเถียงคนตัวโตที่กำลังพยายามหาข้อแก้ตัวมาโกหกกันอีกครั้ง
“มันจะมากเกินไปแล้วนะมิลาน อย่ามางี่เง่าใส่พี่!” เขาตวาดใส่ฉันเสียงดังลั่น ตั้งแต่คบกันมาสี่ปีครั้งนี้คงเป็นการทะเลาะกันที่รุนแรงที่สุดระหว่างเรา ที่ผ่านมามักเป็นฉันที่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขามาตลอด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ยอมลงให้เขาจนทุกอย่างกลายมาเป็นแบบนี้
“ไม่อยากให้มิงี่เง่าใส่พี่ก็ไปให้พ้นหน้าสักทีเถอะค่ะ มิก็คน ความอดทนมิไม่ได้มากขนาดนั้น!” ฉันลุกออกจากตักแกร่งโดยทันที ยืนค้ำหัวร่างสูงที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมตะคอกกลับใส่เขาเช่นกัน ความรู้สึกมากมายตีรวนกันจนควบคุมอารมณ์แทบไม่อยู่ ร่างกายบอบบางเกิดสั่นเครือจนทนไม่ไหว
“อย่าทำให้พี่เบื่อเธอนะมิลาน...” น้ำเสียงแข็งกร้าวจากเขากดลงต่ำตักเตือนฉัน
“มิก็เบื่อพี่เหมือนกัน เบื่อมากที่ต้องมาทนฟังคำโกหกแบบควายๆ ของพี่เนี่ย!”
“นี่เธอ...”
“จะบอกอะไรให้นะคะ นอกจากอีโง่แบบมิก็ไม่มีใครมองว่าคำพูดตอแxลของพี่มันน่าเชื่อถือหรอก!!!”
ปัง!
หมับ!“อึก! ปะ...ปล่อย”มือหนาคว้าเข้าที่ลำคอของฉันพร้อมกับบีบมันเอาไว้แน่นราวกับจะขยำให้มันหักคามือ อากาศหายใจของฉันเริ่มน้อยลงไปตามระยะเวลาที่คนตรงหน้าออกแรงบีบ ดวงตาดุดันมองมาที่ฉันนิ่งสนิทไม่มีแวววูบไหวอะไรเลยปรากฏให้เห็น“ที่พูดมา... เธอแน่ใจนะว่ารับผิดชอบคำพูดตัวเองได้” รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา“หะ...หายใจไม่ออก” ฉันพยายามตะเกียกตะกายให้หลุดพ้นจากมือหนาที่บีบลำคอระหงเอาไว้ หูทั้งสองข้างเริ่มอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินอะไรแล้ว ภาพคนตรงหน้าก็เริ่มพร่าเบลอลงไปทุกที“ฉันไม่ปล่อยเธอไปหรอกมิลาน...”“อึก...”“ต่อให้ตายก็ต้องตายอยู่ใต้ร่างของฉัน!”“เฮือก!”ร่างกายของฉันถูกปล่อยให้เป็นอิสระอีกครั้ง ทันทีที่เขาปล่อยมือออกจากลำคอฉันก็รีบโกยเอาอากาศหายใจเข้าปอดทันทีโดยลืมสนใจคนสารเลวตรงหน้าไปชั่วครู่ ทว่าก็ต้องมานึกเสียใจทีหลังเมื่อนึกขึ้นได้อีกครั้งแกร๊ก!“ จะทำอะไร?! ป
หลังเลิกงานฉันก็ติดรถรุ่นพี่สาวคนสนิทกลับมายังที่พักเหมือนทุกครั้ง ได้แต่นึกโทษโชคชะตาที่เรื่องราวต่าง ๆ เดินมาถึงจุดที่ใกล้เคียงกับคำว่าทางตัน ไม่ว่าทางไหนฉันก็ควรจบมันในวันนี้เสียทีดีกว่าปล่อยให้ทุกอย่างยังเดินต่อไปแล้วบิดเบี้ยวมากกว่านี้...ภาพความทรงจำในอดีตตอกย้ำให้ฉันหวนนึกถึงแรกรักที่หอมหวาน ฉันเข้าไปเยียวยาบาดแผลจากรักครั้งเก่าของเขาจนหายดี ราวกับความรักไร้เงื่อนไขในนวนิยายโรแมนติกที่ใครหลายคนชื่นชอบ คอยกางร่มให้ในวันที่ฝนตกแม้ตัวเองจะต้องเปียกปอนจนเจ็บป่วยแทนเขาก็ตามน่าเสียดายที่ความจริงมันไม่ได้หอมหวานอย่างที่เราวาดฝันมันเอาไว้ ฉันเป็นได้แค่คนคั่นเวลาที่ถูกวางเอาไว้แต่แรกให้รักษาบาดแผลในจิตใจของเขาก็เป็นได้แค่เพียงเท่านั้น เมื่อคนเก่าของเขากลับมา ตัวของเจเดนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกลังเลที่จะกลับไป แม้จะยังคงสถานะแฟนไว้ให้ฉัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอคนนั้นอยากจะได้สถานะนี้คืน เขาคงทิ้งฉันอย่างไม่ไยดีเลยล่ะข้าวของเครื่องใช้ของชายคนรักจำนวนไม่มากไม่น้อยถูกฉันเก็บใส่กล่องเอาไว้เพื่อง่ายต่อการส่งคืนให้กับเจ้าของ ก่อนที่จะถูกทิ้งก็ต้องเตรียมตัวกันหน่อย ฉั
พูดจบฉันก็ก้มหน้าลงทันที การระบายความในใจของตัวเองให้สาวๆ ทั้งสามคนฟังเป็นการลดทอนความรู้สึกเจ็บแค้นได้ประมาณหนึ่ง แต่ก็คงเอาความคิดเห็นของพวกเธอมาปฏิบัติตามได้ไม่ง่ายนัก ฉันรู้จักกับเขามาสี่ปีค่อนข้างจะรู้จักนิสัยของคนรักดีในระดับหนึ่ง ถ้าเขาพูดว่าจะไม่ทิ้งนั่นก็หมายความว่าการเลิกราครั้งนี้คงจะไม่ง่ายนัก“ทำไมล่ะ? แค่พูดว่าจะไม่ทิ้ง ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่มีคนอื่นอีกนะ คำพูดพวกนั้นอย่ายึดติดจะเป็นผลดีกับตัวมากกว่า” คนผ่านประสบการณ์ถูกนอกใจโดยตรงเอ่ยเตือนสติของฉันว่าอย่าไปหลงเชื่อคำพูดพวกนั้นให้มากนัก“มิรู้ค่ะคุณเกล้า แต่พี่เจย์กับมิมีบางอย่างที่ผูกติดกันเอาไว้อยู่ หากเลิกรากันไปแล้วมิก็ไม่แน่ใจว่าจะเชื่อใจเขาได้ไหม” ฉันจงใจบอกบางอย่างด้วยคำพูดทางอ้อม สามสาวตรงหน้านี้ล้วนฉลาดและเข้าใจได้ในทันทีว่าไม่ควรจะถามต่อบางอย่างที่ผูกติดกันนั้นหมายถึงวิดีโอของฉันที่ยังอยู่ในเครื่องของเขา ฉันเองก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงพวกนั้นที่เขาเก็บคลิปวิดีโอตอนร่วมรักกันไปเอาไว้ หากใช้โอกาสเมื่อคืนลบมันก็คงทำให้เขาไหวตัวทัน ไม่แน่ว่าคนรอบคอบระดับเขาจะเก็บมันไว้ที่อื่นด้วยหรือไม่“เจเดนเป็นผู้ชายที่เข้าใจความ
เช้าวันต่อมา...ฉันฝืนตื่นขึ้นมาทำงานตามปกติแม้ทั้งร่างกายและสภาพจิตใจในตอนนี้จะเข้าขั้นวิกฤตก็ตาม อาการเวียนหัวจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเข้าเล่นงานอย่างหนัก แค่กล้ำกลืนฝืนทนยืนอยู่กับที่ก็หนักหนาแล้วแท้ๆ อาการเจ็บป่วยทางใดเองก็ยิ่งย่ำแย่เข้าไปอีกความพยายามฝืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่ากำลังถูกคนรักของตัวเองนอกใจกลับไปหาแฟนเก่า นี่มันแย่เสียยิ่งกว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่อีก ทั้งสองคนเคยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน ไม่แน่ว่าความรัก ความผูกพันที่มีให้กดันเองก็อาจจะยังหลงเหลืออยู่ คนมาทีหลังแบบฉันเอาอะไรไปสู้ก็ไม่ไหวอยู่แล้วเมื่อคืนตัดสินใจไปแล้วดิบดีว่าจะยอมเป็นคนถอยออกมา แต่พอหันกลับมามองใบหน้าหล่อเหลาที่แสนคุ้นเคยแล้วกลับรู้สึกใจหายที่จะต้องจบความสัมพันธ์นี้ลง สี่ปีที่เคยใช้เวลาร่วมกันมามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจได้เลย แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ที่ว่าฉันแพ้... แพ้คนเก่าที่ติดอยู่ในใจของเขามาตลอดอย่างหมดรูปเลยล่ะ“ทำไมออกมานอนที่โซฟาล่ะ” คิ้วเรียวหนาขมวดเข้าหากันถามฉัน“มินอนไม่หลับเลยตื่นมาดูรายการทีวีแล้วเผลอหลับไปน่ะค่ะ” ฉันตัดสินใจไม่พูดความจริงกับเขา แม้จะรู้ว่ามันเป็นคำโ
“จะแตกแล้ว อ่า!”ท่อนเอ็นลำยักษ์ถูกส่งเข้ามาในกายของฉันอีกไม่กี่ครั้งก่อนจะแช่คาเอาไว้จนลึก น้ำอุ่นร้อนถูกฉีดพ่นเข้ามาจนหมด ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าเขาจะปล่อยเอวบางของฉันเป็นอิสระจากมือหนาที่จับเอาไว้แน่นป๊อก!เสียงน่าอายจากการถอดถอนความเป็นชายลำหนาดังขึ้นพร้อมกับน้ำกามสีขาวขุ่นของเขาที่ไหลออกมาจากโพลงสวาทลงมาตามโคนขาของฉันเหนียวหนืดไปหมด ความวูบโหวงในท้องน้อยแล่นเข้ามาแทนที่ในทันที“อย่าพึ่งหมดแรงดิ นี่แค่น้ำแรกเอง”“...”“ไม่ได้เอาเธอเป็นอาทิตย์ คิดว่าพี่จะจบแค่นี้หรือไง?”“อ๊า!!!”หลายชั่วโมงผ่านไป...ฉันเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้หลังจากที่ถูกเจเดนเล่นสนุกกับร่างกายจนกลีบสาวแบะอ้าออกดูน่ากลัว รูสาวที่เคยปิดสนิทตอนนี้ขยายออกกว้างน่าใจหาย ภายในร่องหลืบสีแดงอมชมพูสดถูกเติมเต็มไปด้วยน้ำรักสีขาวขุ่นเต็มไปหมด แค่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกน้ำอุ่นร้อนที่คั่งค้างอยู่ภายในกายสาวไหลออกมาสายตาเหลือบไปมองเห็นคนตัวโตด้านข้างที่นอนหลับสนิทไปแล้ว ลมหายใจอุ่นร้อนสม่ำเสมอเป็นสัญญาณการบ่งบอกว่าเจ้าตัวนั้นเป็นการยืนยันได้อย่างดี ฉันขยับตัวลุกขึ้นอย่างแผ่วเบาที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้คนด้านข้างรู้สึกตัวตื่
สุดท้ายแล้วฉันก็ถูกเขาหลอกล่อไปทานดินเนอร์ด้วยกันจนได้ ระหว่างการทานอาหารไม่มีการพูดคุยอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวประเด็นที่จับได้ว่าเขานอกใจ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารสุดหรูภายในร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกบนดาดฟ้าของโรงแรมห้าดาวจึงกลายเป็นกระอักกระอ่วนหลังจากมื้ออาหารแสนแพงผ่านพ้นไป เรื่องของเราก็ได้วนกลับมาจบบนเตียงกว้างภายในห้องนอนหรูหราอีกครั้ง ลีลาบนเตียงที่ถูกเขาปรนเปรอมาตลอดสี่ปีถูกงัดขึ้นมาใช้เพื่อปรับอารมณ์ของฉันและสถานการณ์ย่ำแย่ของเราให้ดีขึ้นเชื่อเถอะว่ามันไม่ได้ผล...ฉันสามารถตอบสนองสัมผัสทางร่างกายจากเขาได้ตามปกติก็จริง ยินยอมให้เจเดนถ่ายคลิปวิดีโอเกี่ยวกับกิจกรรมทางเพศตามรสนิยมของอีกฝ่ายเหมือนทุกครั้ง ระหว่างการสอดใส่ของเขาก็ทำให้นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ในโทรศัพท์ของเขาเองก็น่าจะมีคลิปของผู้หญิงคนนั้น...ความรู้สึกขยะแขยงเกิดขึ้นมาตีรวนจนฉันต้องกุบขาเข้าหากัน พยายามขัดขืนการสอดใส่ลำกายแท่งโตขึ้นมาเสียดื้อๆ เบือนหน้าหนีสายตาคมดุของคนด้านบนโดยอัตโนมัติ เสียงหายใจฟึดฟัดจากร่างหนาบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังไม่พอใจ“เป็นอะไร?” เสียงเข้มเอ่ยถามห้วนๆ“ช่วยใส่ถุงก่อนค่ะ มิไม่ได้กินยาคุ







