LOGINAmaya Romano free spirited, beautiful, young, sophisticated and highly desired heiress to the Billionaire Romano family comes back home after her master studies abroad to find out she has been betrothed to the Cold, ruthless, egotistical and highly feared Damian Allucci-Rossi. Bound by duty, she agrees to this alliance but what happens when all the aloof Damian can offer is distance and a cold aura. Will Amaya succeed in breaking Damian’s emotional walls or will his elusive nature and cold demeanor break her wings and make her a shadow of who she once was.
View Moreบทที่ 1
เหลียนหรูเซียนหญิงสาวที่ได้ชื่อว่างดงามไม่แพ้ผู้ใดยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนตระกูลเวยด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่มาเยือนที่นี่ ถึงแม้นางจะมาทุกวันก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เคยควบคุมความตื่นเต้นของตนเองได้เลยสักนิด ยิ่งได้เห็นใบหน้าของบุรุษในดวงใจนางก็ยิ่งหลงรักเขามากขึ้นทุกวัน
คนตัวเล็กเดินเข้าไปในจวนอย่างง่ายดาย เพราะนางมาที่นี่แทบทุกวันจนทุกคนคุ้นเคยกับนางไปแล้ว และยามมานางก็มักจะนำของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากทุกคนเพื่อแสดงความมีน้ำใจ
“ไฉ่หง เจ้านำของพวกนี้ไปแจกจ่ายให้ทุกคน ข้าซื้อมาฝาก” นางบอกกับสาวใช้อย่างสนิทสนม เป็นสาวใช้ผู้นี้ที่คอยดูแลนางทุกครั้งที่มา
“เจ้าค่ะ” ไฉ่หงยิ้มร่า บ่อยครั้งที่คุณหนูผู้นี้จะมีของมาฝากคนในจวน หากได้คุณหนูผู้นี้มาเป็นนายหญิงของจวนก็คงดี
“พี่ซานเซินอยู่ที่ห้องทำงานใช่หรือไม่” เหลียนหรูเซียนถามถึงบุรุษในดวงใจ ทุกครั้งที่นางมาที่นี่เขาก็จะอยู่ที่ห้องทำงานเสมอ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ให้บ่าวนำไปหรือไม่”
“ไม่ต้อง เจ้าเอาของพวกนี้ไปแบ่งกันเถิด” นางคุ้นเคยกับในจวนดีไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดนำทาง
เมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จก็ตรงไปที่ห้องทำงานของจวน ใบหน้างดงามประดับไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขเพราะว่ากำลังจะได้พบหน้าของบุรุษที่พึงใจ
“พี่ซานเซินถึงเวลาอาหารแล้ว มาพักกินข้าวก่อนเจ้าค่ะ” นางเรียกคนที่ตั้งใจทำงานให้มากินอาหารที่นางทำมาให้ เกือบทุกวันนางจะทำอาหารมาให้เขาที่จวน แม้ว่าเขาจะไม่เคยแตะต้องอาหารที่นางทำเลยสักครั้ง แต่นางก็ทำมันออกมาด้วยความตั้งใจ
เวยซานเซินอดีตหมอหนุ่มมากฝีมือไม่ได้หันไปสนใจคนที่เข้ามาใหม่ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเอง เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมาสนใจเรื่องไร้สาระกับนาง เขายังมีงานอีกมากมายที่ต้องจัดการ
โรงหมอตระกูลเวยเป็นโรงหมอที่มีชื่อมากที่สุดของแคว้น ทั้งยังมีสำนักศึกษาสำหรับคนที่ต้องการศึกษาเพื่อเป็นหมอ และตอนนี้เขาก็เป็นคนดูแลกิจการทุกอย่างเพียงคนเดียว เพราะบิดามารดาจากไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนจากการถูกโจรปล้นขณะเดินทางไปยังต่างเมือง เขาที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวต้องทำงานอย่างหนัก จึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนเช่นคนอื่น
“พี่ซานเซินมากินข้าวก่อนเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นจะล้มป่วยเอาได้” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วง เพราะทุกครั้งที่นางมาก็เห็นว่าเขาเอาแต่ก้มหน้าทำงาน ไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเหมือนเช่นผู้อื่น
ชายหนุ่มยังคงไม่สนใจปล่อยให้คนตัวเล็กพูดอยู่คนเดียว หากนางเบื่อเดี๋ยวก็ออกไปเอง ทว่าเขาก็ดูแคลนความเอาแต่ใจของนางมากเกินไป เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมลุกไปกินข้าวตามที่นางต้องการ จึงได้เดินมาดึงมือของเขาให้ลุกขึ้นไปกินข้าว ทว่าก็ถูกเขาสะบัดมือออกไม่ให้นางมาถูกตัว
“อย่ามายุ่งกับข้า” เวยซานเซินบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ส่วนสายตาของเขาก็เฉยชาแฝงไปด้วยความรำคาญ
“ข้าก็แค่เป็นห่วงท่านเท่านั้น” เหลียนหรูเซียนพยายามฝืนยิ้มออกมา นางรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบที่นางมาวุ่นวายเช่นนี้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อนางเป็นห่วงเขา
เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดแล้วก้มหน้าทำงานของตนเองต่อ เขาเป็นหมอมาก่อนเหตุใดจะไม่รู้ว่าตนเองควรทำอันใด ไม่จำเป็นให้นางต้องมาสั่งสอน
“พี่ซานเซินมากินข้าวเสียหน่อยเถิด ข้าตั้งใจทำมาให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ” ในเมื่อบังคับเขาไม่ได้ นางจึงเปลี่ยนมาเป็นร้องขอแทน แต่ว่าผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างไปจากเมื่อครู่เลยสักนิด เพราะเขาเอาแต่ทำงานไม่หันสนใจนางเลยแม้แต่น้อย “ท่านไม่คิดจะสนใจข้าจริง ๆ หรือ”
เหลียนหรูเซียนนั่งมองเขาทำงานอยู่เงียบ ๆ ในเมื่อเขาไม่กินข้าวที่นางเตรียมมาให้ นางจึงได้สั่งให้สาวใช้ไปเตรียมอาหารของจวนมา เผื่อว่าเขาจะยอมกินอาหารของทางจวน
“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ยกสำรับเข้ามาตามที่เหลียนหรูเซียนสั่ง
“พี่ซานเซิน ข้าให้คนเตรียมอาหารมาให้แล้ว กินหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” เหลียนหรูเซียนยังคงไม่ยอมแพ้ ความจริงนางอยากให้เขาลองกินอาหารฝีมือของนางสักครั้ง แต่นางไม่อยากบังคับเพียงแค่เขายอมกินอาหารก็พอ
เวยซานเซินได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แล้วลุกขึ้นไปกินอาหารตามที่นางต้องการเพื่อตัดรำคาญ ไม่รู้ว่านางต้องการอันใดจากเขาจึงมาวนเวียนสร้างความรำคาญใจให้เขาเช่นนี้
หญิงสาวที่เห็นบุรุษในดวงใจลุกขึ้นมากินอาหารตามที่นางต้องการก็ยิ้มอย่างดีใจ แม้เขาจะไม่ยอมแตะอาหารที่นางทำเลยก็ตาม ขอเพียงเขายอมกินอาหารนางก็ดีใจมากแล้ว
“พอใจเจ้าหรือยัง” หลังจากกินอาหารได้ไม่เท่าไหร่เขาก็วางตะเกียบลงแล้วมองหน้าคนที่เอาแต่ยิ้มด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหายเพียงคนเดียว เขาไม่มีทางปล่อยให้นางเข้ามาทำตัววุ่นวายเช่นนี้เป็นแน่
“พอใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มร่า หากเขายอมเชื่อนางเช่นนี้บ่อย ๆ ก็คงดี
หลังจากกินอาหารเสร็จเวยซานเซินก็ลุกขึ้นไปทำงานเช่นเดิม และคิดว่าคนที่บังคับให้เขากินอาหารเมื่อครู่จะยอมกลับจวนของตนเอง แต่มิใช่เช่นที่คิดเพราะนางยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขาเหมือนเดิม
คนตัวเล็กนั่งมองคนที่ตั้งใจทำงานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางรู้จักกับเขาเมื่อหลายปีก่อน เพราะเขาและพี่ชายของนางเป็นสหายกัน และจากนั้นนางก็รักปักใจเขามาโดยตลอด เริ่มแรกเขาก็ดูเหมือนจะดีกับนาง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปนางก็เริ่มแสดงความรู้สึกของคนเองมากขึ้น เขาจึงค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากนาง และเขาก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน แต่นางก็ไม่ยอมแพ้พยายามทำให้เขาหันมาสนใจ ทว่าความตั้งใจของนางเหมือนจะเป็นการสร้างความรำคาญให้เขาเสียมากกว่า
หลังจากลงมือทำงานเวยซานเซินก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีก เลยไม่ได้รู้ว่าคนตัวเล็กที่เอาแต่คอยก่อกวนเขาออกไปจากห้องเมื่อใด
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่” เหลียนหรูเซียนเดินเข้ามาดูความเรียบร้อยในจวน เขาเป็นบุรุษอยู่ในจวนคนเดียว เรื่องในเรือนหลังก็ดูแลไม่ค่อยเรียบร้อยนัก เพราะวัน ๆ เขาดูแลเรื่องงานนอกจวนก็แทบไม่มีเวลาแล้ว นางจึงเข้ามาดูแลเรื่องพวกนี้ให้เขาด้วยตนเอง
“เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ” จวนนี้เป็นจวนเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก แม้ตระกูลเวยจะร่ำรวย แต่เพราะนายท่านของจวนเป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบความวุ่นวาย ในจวนจึงมีบ่าวรับใช้ไม่ถึงยี่สิบคน
“นี่หิมะก็ใกล้จะตกแล้ว เจ้าก็เตรียมเสื้อผ้าหนา ๆ สักสองสามชุดเอาไว้ให้พี่ซานเซินหน่อยเถิด” หญิงสาวบอกอย่างใส่ใจ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เขาไม่เคยสนใจ นางจึงเข้ามาช่วยเขาดูแล
“คุณหนูเหลียนตอนนี้ผ้าที่จวนหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดเท่านั้น” เรื่องพวกนี้พวกนางไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ให้พ่อบ้านไปแจ้งแก่นายท่านแล้วก็ไม่มีความคืบหน้า พวกนางจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
“เช่นนั้นข้าจะซื้อผ้าเข้ามาให้ พวกเจ้าก็รอตัดชุดก็แล้วกัน” เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เคยใส่ใจเรื่องของตนเองเลย สนใจแต่ทำงาน
“เจ้าค่ะ” เหล่าสาวใช้ต่างก็พากันคิดว่าหากได้เหลียนหรูเซียนมาเป็นนายหญิงจริง ๆ ก็คงดี พวกนางก็ได้แต่เอาใจช่วย เพราะดูเหมือนเจ้านายของพวกนางจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกัน
“ลำบากพวกเจ้าแล้ว” เหลียนหรูเซียนได้แต่ยิ้มน้อย ๆ จวนนี้ไม่มีเจ้านายสตรีคอยดูแล ส่วนสาวใช้ที่รู้เรื่องพวกนี้ก็จากไปพร้อมอดีตนายหญิง เหลือไว้เพียงสาวใช้แรกรุ่นเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าจะต้องจัดการเรื่องพวกนี้อย่างไร ส่วนพ่อบ้านก็อายุมากกว่านายท่านของจวนไม่กี่ปี อาจดูแลเรื่องพวกนี้ไม่ทั่วถึง
เมื่อจัดการเรื่องในเรือนเรียบร้อยเหลียนหรูเซียนก็เดินกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของจวนที่ห้องทำงาน นางอยากช่วยแบ่งเบาภาระของเขาบ้าง แต่เขาก็มองข้ามความหวังดีของนางตลอด
“พี่ซานเซินมีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ” เขาเพิ่งเข้ามาจัดการกิจการของจวนได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เรื่องต่าง ๆ ยังไม่ลงตัว เขาจึงต้องทำงานอย่างหนัก
“หากเจ้าไม่เข้ามาวุ่นวายจะช่วยข้าได้มากทีเดียว” เขาละสายตาจากงานที่ทำอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เขาคิดว่ากลับไปแล้ว นางหายไปนานขนาดนั้นเขาคิดว่านางกลับไปแล้วเสียอีก
“ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ เรื่องพวกนี้ข้าก็ได้เรียนมาบ้าง” บิดามารดาของนางจากไปตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้พี่ชายต้องเข้าไปดูแลกิจการตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบแปดปี นางจึงต้องอยู่ข้างกายเขาตลอด เพราะพี่ชายไม่กล้าปล่อยนางให้อยู่คนเดียว นางจึงได้เรียนเรื่องบัญชีมาบ้าง
“ไม่รบกวนคุณหนูเหลียน หากไม่มีอันใดแล้วเจ้าก็กลับไปเสียเถิด ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นสนุกของเจ้า” เขาบอกปัดอย่างไร้เยื่อใย เรื่องพวกนี้เขาทำเองได้ไม่จำเป็นต้องให้นางยื่นมือมาช่วย
“เช่นนั้นพี่ซานเซินก็อย่าโหมงานมากเกินไปนะเจ้าคะ เซียนเอ๋อร์เป็นห่วง” เหลียนหรูเซียนยังคงยิ้มให้เขาแม้ว่าจะไม่เคยได้รอยยิ้มตอบกลับมาเลยก็ตาม แต่นางก็ยังพยายามเอาใจเขาอยู่เสมอ เผื่อว่าวันหนึ่งเขาจะมองเห็นความดีของนางบ้าง
“เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้าหรอก กลับไปได้แล้วอย่าได้มาวุ่นวายแถวนี้” เขาก้มหน้าลงทำงานต่อ เพราะไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระกับนางอีก ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องนี้กับนางไปกี่ครั้งแล้ว แต่นางก็ยังทำเหมือนเดิม
“แต่เซียนเอ๋อร์อยากช่วยนี่เจ้าคะ ให้ข้าช่วยท่านนะเจ้าคะ” นางเดินไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา หมายจะช่วยเขาทำงาน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้รับสายตาดุ ๆ ที่เขาส่งมา
เวยซานเซินถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขาไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไรนางจึงจะไม่มาวุ่นวายกับเขาอีก เพราะคิดว่าที่ผ่านมาเขาก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ชอบนาง
“ข้าบอกให้เจ้ากลับไป หากไม่มีเรื่องสำคัญก็อย่าได้มาที่นี่อีก” เขายังคงพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่อยากให้นางหวังในตัวของเขาไปมากกว่านี้ เพราะว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของนางได้
“พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่” นางยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะทำให้เขารักนางให้ได้
เจ้าของจวนได้แต่มองคนที่เดินออกไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง หากไม่ติดว่านางเป็นน้องสาวของสหาย ก็คงไม่ได้เดินเข้าออกจวนเขาราวกับเป็นจวนของตนเองเช่นนี้
The storm broke again that night.Thunder rolled over the hills like a warning, and the rain came harder than before, washing away every trace of what had happened at the airstrip. But no amount of rain could wash away the image from Amaya’s mind—Nancy collapsing, the sound of the gunshot echoing through the air, Damian’s face right after.He hadn’t said a word since they left Florence.Not when Kelly drove them through the countryside. Not when Amaya pressed a bandage against her arm. Not even when she whispered his name softly, trying to pull him back.The silence between them wasn’t anger—it was heavy, unspoken guilt.Kelly pulled into a secluded motel near Siena, its neon sign flickering weakly in the rain. “This is the safest I could find on short notice,” she said, glancing back at them. “No security cameras, no nosy neighbors, no questions.”Damian nodded absently. “Good.”Amaya looked at Kelly. “You’ll stay, right?”Kelly shook her head. “I’ll circle back to make sure the area
The next morning broke with a quiet unease that neither of them could ignore.The rain had stopped sometime during the night, but the air still felt heavy, the sky a pale gray sheet pressing down on the world. Amaya stood by the kitchen window, coffee in hand, watching droplets roll down the glass. Her reflection looked strange—stronger, older somehow. Maybe that was what love and survival did to a person.Behind her, Damian was already dressed, his dark jacket fitted, his movements deliberate. Every motion of his hands—loading the gun, adjusting the strap of his watch—was calm, precise, controlled. Too controlled.“You didn’t sleep,” Amaya said without turning around.He gave a small grunt. “Neither did you.”She turned, offering a half-smile. “Touché.”He finally looked at her, and for a moment, something soft flickered behind his eyes. “You don’t have to come, Amaya.”She sighed, setting down her mug. “We’re not doing that again, Damian. I’m in this. Until the end.”He walked close
The morning after the chaos felt unreal.The sunlight was warm, almost too gentle compared to the night before. For the first time in what felt like forever, Amaya woke up without fear gripping her chest. The safe house was quiet, except for the steady rhythm of her heartbeat and the faint rustle of curtains swaying in the soft breeze.Damian was standing near the window, shirtless, his back to her. His shoulders looked tense, like he was still carrying the weight of everything that had happened. She sat up slowly, watching him, her heart twisting. Even in the light, he looked like a man haunted by shadows.“Couldn’t sleep?” she asked quietly.He didn’t turn around immediately. “Not really,” he said after a pause. “There’s too much on my mind.”She slid out of bed and padded toward him, the wooden floor cool under her bare feet. “You’ve been protecting everyone else,” she said softly. “When’s the last time you let someone protect you?”That made him glance over his shoulder, eyes tire
The night was restless, heavy with an electric tension that pressed against Amaya’s chest. Even the city seemed to hold its breath, the usual hum of traffic muted under the threat of what they knew was coming. Damian had been silent for most of the evening, his mind clearly racing, plotting their next move against Nancy. Amaya watched him from the dim light of the safe house, noting the furrow of his brows, the tight set of his jaw. She wanted to reach out, to tell him that she was with him no matter what—but the storm outside mirrored the storm in her heart.“Damian,” she whispered, stepping closer to him. “Talk to me. What’s going on in that head of yours?”He didn’t look at her immediately, but when he finally did, his dark eyes softened, betraying the intensity of his concern. “Amaya… tonight isn’t just another operation. Nancy has planned something bigger than we imagined. This is the heart of the storm.”Her stomach clenched at his words. “The heart of the storm?” she repeated,
Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.