LOGINห้าทุ่มกว่าๆ เกือบเที่ยงคืน...
บรรยากาศในคฤหาสน์สุรศักดิ์โสภณเงียบสงัด มีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านยอดสนด้านนอก อิงอักษรหลบมุมออกมาที่ระเบียงกว้างของชั้นสอง ร่างบางในชุดนอนทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวยืนพิงขอบระเบียง ลมเย็นๆ ที่โชยเอื่อยกระทบผิว ไม่ได้ช่วยพัดพาความอึดอัดที่สุมแน่นอยู่ในอกออกไปได้เลย
หญิงสาวหนีบโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหู น้ำเสียงที่คุยกับพราวฟ้า เพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสั่นเครืออย่างปิดไม่มิด
“แกไม่เจอกับตัวเอง แกคิดภาพไม่ออกหรอกว่า อีตาจอมทัพนั่นน่ากลัวแค่ไหน เขาเป็นพวกบ้าอำนาจ บังคับให้ฉันทำตามคำสั่งเขาทุกอย่าง” อิงอักษรระบายความอัดอั้นที่เก็บสะสมมาหลายวัน “ส่วนอีตาหมาบ้าสิบทิศนั่นก็เหมือนกัน เอะอะก็ใช้อารมณ์ ใช้กำลัง นี่ยังดีนะที่ลูกชายคนรองไม่ประสาทแดกตามพี่น้องของเขา”
[ถือว่ายังโชคดีนะอิ๊ง นี่ถ้าแกเจอสามคนประสาทแดกพร้อมกัน ไม่อยากจะคิดเลยว่ะว่าจะทำยังไงต่อ]
“เฮ้อออ ฉันเหนื่อยว่ะแก รู้สึกเหมือนตัวเองเคว้งคว้าง ตัวคนเดียวในดงสัตว์ประหลาดนี่ยังไงก็ไม่รู้”
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วง
[แล้วนี่แกได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้น้าอรฟังบ้างหรือเปล่าอิ๊ง]
“ไม่อะ” อิงอักษรหลับตาลง แค่นยิ้มขมขื่นให้กับชะตากรรมตัวเอง “ตอนนี้แม่กำลังมีความสุขกับชีวิตใหม่ ฉันไม่อยากเอาเรื่องบ้าๆ พวกนี้ไปทำลายรอยยิ้มของแม่”
[แล้วแกจะทำไงต่อไป]
“ไม่รู้ว่ะ ฉันเองก็ไม่รู้จะทนอยู่ที่นี่ไปได้อีกนานแค่ไหน...”
เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะคุยต่ออีกสองสามประโยคแล้วกดวางสาย หญิงสาวฟุบหน้าลงกับท่อนแขนที่วางพาดอยู่บนราวระเบียง ปล่อยให้ความอ่อนแอครอบงำจิตใจชั่วขณะ
ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ตัวเลยว่า ลูกชายคนรองของสามีใหม่แม่จะยืนแอบฟังอยู่ในเงามืดมาตั้งแต่ต้น
ตรีทศยืนพิงกรอบประตูระเบียง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของพยัคฆ์ร้ายผุดขึ้นเมื่อได้รับรู้ความในใจของกวางน้อย พี่ชายคนโตเขาใช้ความเด็ดขาด น้องชายคนเล็กใช้ความก้าวร้าว แต่วิธีพวกนั้นมันใช้ไม่ได้ผลกับผู้หญิงที่ข้างนอกดูแข็งกร้าว แต่ข้างในนั้นแสนเปราะบางอย่างอิงอักษรหรอก
ผู้หญิงน่ะ... ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหน ก็แพ้ความนุ่มนวลและที่พึ่งพิงทางใจกันทั้งนั้น
ตรีทศหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่น รินไวน์แดงนำเข้าดีกรีแรงลงในแก้วคริสตัลทรงสูงสองใบ ก่อนจะเดินก้าวช้าๆ ออกไปที่ระเบียง
“เอาเรื่องผู้ชายบ้านนี้ไปบ่นให้คนอื่นฟัง ไม่กลัวว่ากำแพงมีหูประตูมีตาเหรอครับอิ๊ง”
อิงอักษรสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมแก้วไวน์ในมือ ร่างกายของเธอเกร็งเขม็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
“คุณทศ!” เธอรีบเช็ดหางตาที่รื้นน้ำ
“เรียกเฮียทศเถอะอิ๊ง ไม่ต้องพูดจาทางการหรอก”
อิงอักษรเม้มริมฝีปาก ความเหนื่อยล้าสะสมและบรรยากาศที่ดูเป็นมิตรของเขา ทำให้เธอยอมลดกำแพงลง และตัดสินใจเปลี่ยนสรรพนามตามที่ชายหนุ่มร้องขออย่างเสียไม่ได้
“อะ…เอ่อ… เฮียมาแอบฟังอิ๊งคุยโทรศัพท์เหรอคะ”
“เฮียแค่บังเอิญเดินผ่านมาได้ยินพอดีน่ะ”
“อ้าขากว้างๆ หน่อยอิ๊ง เอาให้ธรรมชาติมันรู้ไปเลยว่าเมียเฮียแม่งร่านแค่ไหน!” สิบทิศครางดุดัน ทรุดตัวลงทาบทับ แผ่นอกแกร่งเสียดสีกับทรวงอกมันวาวของเธอ “ตอดดุ้นเฮียให้ขาดไปเลย ซี้ดดดส์... รูหลังแม่งโคตรรัด!”“เสียวไหมคนดี... ครางดังๆ ร้องออกมาให้สุดเสียง” ตรีทศกระแทกสะโพกสอบเข้าใส่ช่องทางด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ซี้ดดดส์... อ้าาาส์... เอาเมียกลางหาดนี่มันโคตรได้ฟีลเลยว่ะ!”“ดูดหัวมันแรงๆ เลยคนสวย อมเข้าไปให้ลึกที่สุด อื้ม...แบบนั้นแหละ เฮียจะได้หายเงี่ยนซะที” จอมทัพขบกรามแน่น สวนเอวอัดท่อนลำเข้าออกในโพรงปากหวานอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะร่างอรชรถูกกระหน่ำแทงจากสามทิศทางอย่างไม่หยุดหย่อน ความเสียวซ่านตีตื้นขึ้นมาจนสมองขาวโพลน อิงอักษรตาเหลือก น้ำตาคลอเบ้า ร่างกายกระตุกเกร็ง เสร็จสมรอบแล้วรอบเล่าจนนับไม่ถ้วน แต่ชายหนุ่มทั้งสามก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก พวกเขายังคงตะบี้ตะบันกระแทกกระทั้นอย่างหิวกระหาย ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังเสพสังวาสกลางแจ้งอย่างเปิดเผยพั่บ พั่บ พั่บ...ความร้อนแรงบนหาดทรายทะยานขึ้นสู่จุดเดือด ทั้งสามคนเร่งจังหวะของตัวเองอย่างไม่คิดชีวิต อิงอักษรหวีดร้องสุดเสียง ร่างกาย
“อิ๊ง เฮียเห็นน้ำอิ๊งไหลเยิ้มเต็มหว่างขาเลย อิ๊งเงี่ยนแล้วใช่ไหม” จอมทัพกระซิบเสียงแหบพร่า สองตาจดจ้องไปที่ความฉ่ำเยิ้มกลางหว่างขาของเธออย่างหิวกระหาย“ช่วยสงเคราะห์พวกเฮียหน่อยนะครับทูนหัว แค่ใช้ปากก็ได้ เฮียเห็นอิ๊งแล้วเงี่ยนขึ้นมาเฉยเลย” ตรีทศเอ่ยสมทบ น้ำเสียงทุ้มลึกเต็มไปด้วยแรงตัณหาที่ปิดไม่มิด“ดูสิ มันกระตุกหงึกๆ อยากให้อิ๊งดูดมันใจจะขาดแล้ว” สิบทิศไม่พูดเปล่า หมาป่าหนุ่มขยับสะโพก จงใจอวดอ้างความเป็นชายขนาดมหึมาที่กำลังเต้นตุบๆ ท้าทายสายตาเธออย่างโจ่งแจ้งชายหนุ่มทั้งสามไม่พูดเปล่า พวกเขาขยับเข้ามาประชิดตัว จอมทัพคุกเข่าอยู่เหนือศีรษะ จ่อความใหญ่โตเข้าที่ริมฝีปากอวบอิ่ม ในขณะที่ตรีทศและสิบทิศขยับเข้ามาขนาบข้างลำตัว บังคับให้มือเล็กทั้งสองข้างของเธอกอบกุมท่อนลำของพวกเขาเอาไว้อิงอักษรยอมทำตามอย่างว่าง่าย เธออ้าปากครอบครองความเป็นชายของจอมทัพ ดูดดึงและตวัดลิ้นรัวๆ อย่างเอาใจ ในขณะที่มือซ้ายและมือขวาก็ออกแรงรูดรั้งท่อนเอ็นของตรีทศและสิบทิศขึ้นลงตามจังหวะ ความลื่นของออยล์ทาผิวที่เปื้อนมือทำให้จังหวะการสาวชักเป็นไปอย่างราบรื่น และซ่านสยิวจนสองหนุ่มต้องสูดปากปลดปล่อยความเสียว“ซี้ดดด
สองปีผ่านไป...ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เริ่มต้นจากการเหยียบย่ำและแก้แค้นของพวกเขาทั้งสี่คน ไม่ได้จืดจางหรือลดน้อยถอยลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว ในทางกลับกัน สัตว์ป่าทั้งสามตัวกลับยิ่งคลั่งรักและหลงใหลในตัวกวางน้อยของพวกเขาจนโงหัวไม่ขึ้นเพื่อฉลองวันครบรอบสองปี ผู้ชายทรงอิทธิพลทั้งสามคนเคลียร์คิวงานทุกอย่าง แล้วหอบหิ้วเมียรักบินข้ามทวีปมาพักผ่อนกันแค่สี่คน ณ หาดลับในเมืองกัปดากด์ ประเทศฝรั่งเศส ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักธรรมชาตินิยม สถานที่ที่ทุกคนสามารถเปลื้องผ้าเดินทอดน่องได้อย่างมีอิสระ ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์และสายตาจับจ้องวันนี้คนน้อยจนแทบร้าง หาดทรายสีขาวละเอียดทอดยาวขนานไปกับน้ำทะเลสีฟ้าใสแจ๋ว แสงแดดจัดจ้านของฤดูร้อนในยุโรปแผดเผาจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทุกอณูรูขุมขนณ มุมหนึ่งของหาดลับใต้ร่มไม้ใหญ่ที่เงียบสงบและไร้ผู้คนพลุกพล่าน จอมทัพ ตรีทศ และสิบทิศ จัดการสลัดเสื้อผ้าและกางเกงว่ายน้ำของตัวเองทิ้งอย่างไม่อายฟ้าดิน ชายหนุ่มสามคนยืนเปลือยเปล่า อวดเรือนร่างกำยำ มัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวย และความใหญ่โตที่แกว่งไกวท้าทายแสงแดดอย่างภาคภูมิใจอิงอักษรนั่งอยู่บนผ้าชายหาดผืนใหญ่ใต้ร่มไม้ มองภาพสามหน
“เปลี่ยนท่าหน่อย เดี๋ยวเมียจะเหนื่อยไปซะก่อน” ตรีทศกระซิบเสียงพร่าเอ็นลำใหญ่จากทั้งสามทิศทางถูกถอนออกพร้อมกันจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะ อิงอักษรหอบฮัก รีบโกยอากาศเข้าปอด แต่ทว่ายังไม่ทันได้พักหายใจ ตรีทศก็ขยับไปนั่งพิงพนักโซฟา แล้วดึงร่างที่อ่อนปวกเปียกของเธอให้มานั่งทับลงบนตักในท่าหันหลังให้เขา ก่อนจะสอดแทรกความแข็งขืนเข้าสู่ช่องทางด้านหลังแทนที่พี่ชายอย่างไหลลื่นจอมทัพก้าวเข้ามาแทรกกลางหว่างขา ยกเรียวขาขาวเนียนขึ้นพาดเอวสอบ แล้วสวนกระแทกความใหญ่โตเข้าสู่ร่องรักด้านหน้าอย่างลึกล้ำและดุดัน ส่วนสิบทิศ... หมาป่าหนุ่มผู้หลงใหลและชอบให้เธอใช้ปากให้ที่สุด การได้ก้มมองใบหน้าสวยหวานที่กำลังกลืนกินความเป็นชายของเขา มันกระตุ้นอารมณ์ได้ดีสุดๆ เขาคุกเข่าลงข้างๆ ประคองใบหน้าสวยที่กำลังเชิดหอบให้หันมารับท่อนลำร้อนผ่าวเข้าสู่โพรงปากหวานอีกครั้งแผ่นหลังบอบบางและน้ำหนักตัวทั้งหมดของอิงอักษรถูกเอนซบลงบนแผงอกกว้างของตรีทศ แม้เธอจะไม่ต้องฝืนเกร็งร่างกายให้เมื่อยล้าอีกต่อไป ทว่าการตกอยู่กึ่งกลางการประกบหน้าหลังเช่นนี้ กลับทำให้กวางน้อยต้องเผชิญกับแรงตอกอัดที่สอดประสานกันอย่างบ้าคลั่ง ทะลวงลึกล้ำและดุดันยิ่
“อ๊ะ! เฮียทศ... เบาๆ... มันเจ็บ” หญิงสาวครางประท้วงเมื่อพยัคฆ์ร้ายกดส่วนหัวหยักแทรกเข้าไปอย่างเอาแต่ใจแต่ทว่า... ความจุกยังไม่ทันคลาย จอมทัพที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังก็บีบเจลหล่อลื่นสูตรอุ่นลงบนฝ่ามือ ชโลมมันเข้าที่ช่องทางรักด้านหลังของเธออย่างรวดเร็ว มันคือ ‘ช่องทางต้องห้าม’ ที่พวกเขาพร่ำเว้าวอนขอมาตลอด แต่เธอก็บ่ายเบี่ยงเพราะยังไม่พร้อมแม้ช่วงหลังมานี้เธอจะยอมโอนอ่อน แอบล้างทำความสะอาดเตรียมเผื่อเอาไว้เสมอ เพราะรู้ดีว่าวันนั้นคงมาถึงในไม่ช้า แต่ก็ไม่คิดเลยว่าหวยจะมาออกในคืนที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้!“เฮียขอนะอิ๊ง อยากลองมานานแล้ว”ปลายนิ้วสากสอดแทรกเข้าไปเบิกทางเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนที่ราชสีห์หนุ่มจะงัดความใหญ่โตของตัวเอง จ่อกดเข้าที่ช่องทางคับแคบนั้นทันที!“อ๊าาา... เฮียทัพขา... ไม่เอา... ตะ...ตรงนั้นมัน... อึก...”อิงอักษรตาเบิกโพลงในวินาทีนั้น ความรู้สึกถูกเติมเต็มจากทั้งสองช่องทางพร้อมกัน พลันทำเอาเธอจุกจนแทบขาดใจ ร่างกายถูกขึงพืดด้วยท่อนลำขนาดมหึมาสองลำที่สอดประสานเข้ามาจนสุดความยาว หญิงสาวอ้าปากเตรียมจะหวีดร้องสุดเสียงเพื่อระบายความเสียวซ่านที่มากเกินจะรับไหวแต่ในเสี้ยววินาทีนั้น
ทริปพักผ่อนประจำปีของตระกูลสุรศักดิ์โสภณ ณ ชาเลต์ไม้สนหลังใหญ่แบบส่วนตัวในเมืองเซนต์มอริตซ์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทริปนี้ยกโขยงกันมาทั้งครอบครัวใหญ่ ทั้งเกริกเกียรติ เอมอร บรรดาเครือญาติ รวมจนถึงลูกพี่ลูกน้องอีกหลายชีวิตมันควรจะเป็นทริปที่แสนสงบสุขและอบอุ่นท่ามกลางหิมะขาวโพลน แต่สำหรับชายหนุ่มสามพี่น้อง มันกลับกลายเป็นนรกบนดินขนาดย่อมที่ทำให้อารมณ์ของพวกเขาคุกรุ่นจนแทบจะระเบิดเพราะตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา อิงอักษรกลายเป็นดาวเด่นที่ใครๆ ต่างก็รุมล้อมและเอ็นดู บรรดาญาติผู้ใหญ่และลูกพี่ลูกน้องคนอื่นๆ บ้างก็พาเธอไปเล่นสกี บ้างก็ชวนถ่ายรูป บ้างก็นั่งล้อมวงกินฟองดูว์กันอย่างสนุกสนานแต่ปัญหามันอยู่ที่... อิงอักษรดันทำตัวน่ารักเกินเหตุ หญิงสาวโปรยยิ้มพิมพ์ใจให้กับญาติผู้ชายวัยไล่เลี่ยกันอยู่บ่อยครั้ง บางทีก็หัวเราะคิกคักกับมุกตลกฝืดๆ ของพวกเขา จนลืมไปเลยว่ามีสายตาคมกริบของสัตว์ป่าสามตัวจ้องมองมาจากมุมห้องนั่งเล่นด้วยความหึงหวงจอมทัพ ตรีทศ และสิบทิศ ถูกครอบครัวกันซีนให้ออกมาคุยเรื่องธุรกิจ พวกเขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั่งกำแก้ววิสกี้ในมือแน่น ลอบมองน้องสาวสุดที่รัก ที่กำลังนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ
อิงอักษรแทบจะไม่ต้องขยับมือทำอะไรเลย เธอถูกปรนเปรอและเทคแคร์จนแทบจะกลายเป็นง่อย หญิงสาวเคี้ยวโทสต์เบคอนตุ้ยๆ มองผู้ชายสามคนที่แย่งกันเอาใจเธอด้วยสายตาขบขันและเปี่ยมไปด้วยความสุขและในระหว่างที่เธอกำลังกินมื้อเช้าอยู่นั้น จู่ๆ มหกรรมการ ‘เปย์เมีย’ ก็เริ่มต้นขึ้นแบบงงๆแปะ!“แบล็คการ์ดใบนี้ไม่จำกัดวง
เท่านั้นยังไม่พอ ตรีทศที่ยืนขนาบอยู่อีกด้านก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขาคว้ามือบางของเธอที่กำลังจิกขยุ้มผืนพรม จับมันมาวางแหมะลงบนแก่นกายของเขาที่แข็งเต็มที่ บังคับให้มือเล็กกอบกุมและรูดรั้งความเป็นชายของตยขึ้นลงตามจังหวะที่เขาเป็นคนนำทางภาพความบ้าคลั่งตรงหน้าคือการมะรุมมะตุ้มรุมรักอย่างแท้จริงทุกสัดส่วนข
กระทั่งเวลาผ่านพ้น พิธีการสำคัญบนเวทีจบลง แขกเหรื่อเริ่มทยอยกลับอิงอักษรเตรียมตัวจะเดินไปหาเกริกเกียรติและมารดาเพื่อจะขอตัวกลับบ้านก่อน ทว่ามือหนาของสิบทิศกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธออย่างแรง!“จะไปไหน”“งานจบแล้ว อิ๊งก็จะกลับบ้านสิคะ”“ใครบอกว่าเธอจะได้กลับบ้าน” จอมทัพก้าวเข้ามาขนาบข้าง ซ้อนแผ
“อิ๊ง... ฉันจะไม่ไหว... อ้าาาส์...” หมาป่าจอมระห่ำที่คุ้นชินแต่กับความหยาบกระด้างและรุนแรงมาทั้งชีวิต เมื่อถูกหลอมละลายด้วยสัมผัสอ่อนโยนที่แสนหวาน เส้นความอดทนก็ขาดสะบั้นลงในพริบตาสิบทิศคำรามลั่นห้องราวกับสัตว์ป่าที่ถูกปลิดชีพ ไม่อาจเก็บกลั้นเสียวซ่านนี้เอาไว้ได้อีกต่อไป สองมือหนายึดสะโพกกลมกลึงไว







