ณ โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
สายขิมก้าวลงจากรถเฟอร์รารีไปพร้อมกับเทรย์ซิส ก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปข้างในโรงแรมหรูระดับห้าดาว เมื่อก้าวเข้ามามีชายชุดสูทสีดำยืนรอทางเข้า เพื่อพาทั้งคู่ไปยังห้องที่นายหญิงใช้จัดวันเกิด
ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ สถานที่แห่งนี้ เธอไม่ชินกับความหรูหรานี้เลย แค่เข้ามาก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก อาจเพราะที่นี่…ไม่ใช่ที่ของเธอ
“ป้าหยก!” เข้ามาในงาน สายขิมเห็นป้าตัวเองก็รีบปรี่เข้าไปหา “โห้ ป้าสวยจัง”
“ชมคนแก่”
“เอาตรงไหนมาแก่ ยังสาวยังแซ่อยู่”
หยกยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา โดนหลานสาวชมทีเขินจนเก็บสีหน้าไม่อยู่
“คุณน้ำตาลล่ะป้า”
“อยู่ทางนู้น ยืนคุยกับเพื่อนอยู่”
เธอมองตามสายตาป้าหยก ภาพของแม่เทรย์ซิสกำลังยืนคุยกับเพื่อนที่ดูสวยไม่แพ้กันอย่างถูกคอ แม้อายุมากแล้วแต่พวกเขายังดูเหมือนไม่แก่กันเลย ทั้งกลุ่มดูยังสาวกันมาก แถมท่าทางยังเหมือนวัยรุ่นสุดๆ
“ตอนสาวๆ พวกเขาน่าจะจี๊ดพอตัวเนอะป้า”
“สุดๆ โดยเฉพาะคุณน้ำตาลกับคุณดัชเชส สองคนนี้แสบมาก แต่อีกคนที่ดูเรียบร้อยหน่อยชื่อเซลีน เป็นน้องสาวคุณเซนต์”
“น้องสาว…พ่อพี่เทรย์ซิสเหรอป้า”
“ใช่ คุณน้ำตาลเคยเล่าให้ป้าฟัง ตอนสมัยยังสาวๆ จีบพ่อคุณเทรย์ซิสก่อน” หยกเล่าไป พลางอมยิ้มตามไปด้วย
“น่ารักจัง…” ช่วงเวลาที่ทั้งสองจีบกันคงน่ารักไม่น้อย ขนาดเธอฟังป้าเล่ายังอดยิ้มตามไม่ได้ สายตาเลื่อนไปเห็นผู้ชาสองคนที่กำลังยืนคุยกับเทรย์ซิส เพราะมีใบหน้าคล้ายกัน ความสงสัยจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง “แล้วสองคนนั้นใครเหรอป้า ที่พี่เทรย์ซิสกำลังคุยด้วย”
“คุณคิเร็น ลูกชายคนโตของคุณครินทร์กับคุณเซลีน ส่วนอีกคนชื่อไคเร็น เป็นลูกชายคนเล็ก”
“ลูกๆ พวกเขาหน้าตาดีกันเนอะป้า” เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ งานวันเกิดแม่เทรย์ซิส คนไม่เยอะมาก เหมือนเน้นแค่คนรู้จักและสนิทจริงๆ
“ได้พ่อแม่มาทั้งนั้น”
น้ำตาลเดินจากกลุ่มเพื่อนตรงเข้ามาหาสายขิมด้วยรอยยิ้มใจดี คนตัวเล็กไม่รอช้าที่จะยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะ”
“หนูขิมสวยจังเลย”
“สุขสันต์วันเกิดนะคะ เดี๋ยวขิมเอาของขวัญมาให้ย้อนหลังนะคะ วันนี้ขิมหาไม่ทัน” ป้าโทรมาบอกกะทันหันช่วงบ่าย ถ้าโทรมาบอกตอนเช้าเธอคงออกมาเดินหาซื้อของขวัญวันเกิดให้แม่เทรย์ซิสทัน
“ไม่เป็นไรจ้ะๆ แค่หนูขิมมาก็ถือเป็นของขวัญให้แม่แล้ว” น้ำตาลพูดด้วยรอยยิ้ม “ขอยืมตัวหนูขิมแป๊บนึงนะป้าหยก”
“ตามสบายเลยค่ะ”
“เดี๋ยวแม่พาไปรู้จักกับเพื่อนสมัยมหา’ลัยของแม่”
“เอ่อ…จะดีเหรอคะ”
“ไม่ต้องเกร็งนะ หนูขิมทำตัวสบายๆ ได้เลย เพื่อนแม่น่ารักทุกคน” น้ำตาลจูงมือพาสายขิมไปหากลุ่มเพื่อน
อีกฝั่งของห้องโถงจัดงานวันเกิด ขณะที่เทรย์ซิสกำลังยืนคุยกับลูกพี่ลูกน้องตัวเอง คิเร็น เหลือบสายตาไปเห็นภาพแม่ของเทรย์ซิสจูงมือสายขิมไปหาแก๊งเพื่อน เลยขยับริมฝีปากถามเทรย์ซิส
“แม่มึงจูงมือใครวะไอ้เทรย์”
“หลานป้าหยก”
“ป้าหยกมีหลานสาวสวยขนาดนี้เลยเหรอวะ” ไคเร็น มองตามแล้วขยับริมฝีปากพูด พลางยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ
ใครๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘หลานป้าหยกสวย’ เห็นสายขิมแล้วชมทุกคนจนเขาหน่ายที่จะฟังคำนี้แล้ว
“ดูท่าแม่มึงจะชอบหลานป้าหยกนะไอ้เทรย์”
“อือ ถึงขั้นอยากได้มาเป็นลูกสาวอีกคน”
สองพี่น้องมองหน้ากันทันที ก่อนที่ไคเร็นจะเป็นฝ่ายพูดขึ้น
“แม่มึงกำลังบอกทางอ้อมรึเปล่า ว่าอยากได้เขามาเป็นลูกสะใภ้” คนน้องพูดแล้วหันไปยิ้มกับพี่ชาย
“คนนี้ไม่เลวนะ สวยเลย”
หนีจากเพื่อนสนิทสองคนมาโดนสองพี่น้องบ้านนี้เป่าหูอีกรอบ เทรย์ซิสไม่ตอบ เพียงแค่ยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ สายตามองสายขิมที่ยืนคุยกับเพื่อนแม่ตัวเองด้วยรอยยิ้ม แววตาผู้ใหญ่กลุ่มนั้นดูเอ็นดูสายขิมไม่น้อย
เวลาล่วงเลยจนดึกพอสมควร การเป่าเค้กสิ้นสุดลง บรรยากาศถูกเปลี่ยนเป็นผับชั่วคราว มีดีเจชื่อดังจากต่างประเทศมาเปิดเพลง
“ป้าไม่ดื่มเหรอ”
“ไม่เอา”
“เอาหน่อยป้า วันเกิดเจ้านายป้าทั้งที”
หยกมองแก้วในมือหลานสาวอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้ามาแล้วชนแก้วกับหลานสาวแล้วยกขึ้นดื่ม
สายขิมยกนิ้วให้ป้าของตัวเองอย่างชอบใจ คืนนี้เธอไม่มีเพื่อนมาสนุกด้วย เลยต้องลากป้ามาเอนจอยเป็นเพื่อน ส่วนหยกก็สนุกเต็มที่เหมือนกัน เพราะไม่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้มานานมากแล้ว ถึงอายุจะไม่ใช่น้อยๆ แต่ใครต่อใครต่างก็บอกว่าหน้าตาของเธอยังดูสาวอยู่เสมอ
“ขิมไปห้องน้ำก่อนนะ”
หยกพยักหน้าให้หลานสาว สายขิมจึงปลีกตัวออกไปห้องน้ำเพียงลำพัง
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ร่างบางก็ก้าวออกมายืนล้างมืออยู่หน้ากระจก ก่อนจะหยิบลิปสติกออกมาเติมสีให้ริมฝีปากดูสดขึ้น
ตอนนี้ใบหน้าของเธอเริ่มแดงก่ำเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่คืนนี้เธอไม่ได้ดื่มหนักนัก เพราะตั้งใจจะดื่มให้น้อยที่สุด
สายขิมก้าวออกมาจากห้องน้ำ ฝีเท้าชะงักนิ่งเมื่อสายตาปะทะเข้ากับอีกคนที่ก้าวออกมาจากห้องน้ำชายฝั่งตรงข้าม เธอเพียงแค่ยิ้มให้ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปข้างในโดยมีเขาเดินตามหลังมาด้วย
รู้สึกแปลกๆ เดินนำเขามาเหมือนถูกจ้องอย่างไรอย่างนั้น เธอจึงหยุดแล้วหมุนตัวกลับไป และเขาก็หยุดนิ่งลงเช่นเดียวกัน
“พี่เทรย์ซิสเดินไปก่อนสิคะ”
เทรย์ซิสไม่พูดอะไร เขาเพียงเดินผ่านหน้าสายขิมไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากก้าวเลยไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็หยุดฝีเท้าลง ก่อนจะหมุนตัวกลับมาหาคนตัวเล็กอีกครั้ง และแล้วเทรย์ซิสก็ทำในสิ่งที่สายขิมคาดไม่ถึง เขาเดินย้อนกลับมาหาเธออีกครั้ง
“คะ?” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาที่ยืนตรงหน้า
“เธอไปทำอีท่าไหน แม่ฉันถึงได้หลงเธอนัก”
“ขิมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”
“หึ! อยากได้ฉันจนตัวสั่นเลยหรือไง ถึงเข้าหาแม่ฉัน”
คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที อยากสวนกลับไปตรงๆ ว่า ‘หลงตัวเอง’ แต่จู่ๆ ก็มีความคิดสนุกๆ ผุดขึ้นมาในหัวเสียก่อน
สายขิมยิ้มอ่อน ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าว เงยหน้ามองอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
“พี่เทรย์ซิสทั้งหล่อทั้งรวย แถมยังขับเฟอร์รารีอีกด้วย ผู้หญิงคนไหนไม่อยากได้บ้างล่ะคะ ยิ่งแม่พี่ชอบขิมนี่ยิ่งเข้าทางเลย”
เรื่องปั่นประสาทคนเป็นงานถนัดของเธออยู่แล้ว
“เหอะ!” เขาหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน ไม่อยากเชื่อเลยว่าสายขิมจะกล้าพูดออกมาตรงๆ “เห็นซื่อๆ แต่ร้ายกว่าที่คิดอีกนะ”
“แน่นอนค่ะ ขิมมันร้าย” เธอยิ้มกริ่ม “ขอตัวกลับเข้าไปข้างในก่อนนะคะ”
สายขิมหมุนตัว ตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปข้างใน ทันทีที่หันหลังให้เทรย์ซิส แววตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ หากแต่ว่า…
หมับ!
“อ๊ะ!” เธออุทานร้องเสียงหลงเมื่อถูกเขาจับต้นแขน แรงกระชากทำตัวเธอปลิวกลับมากระแทกใส่ร่างหนา กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาทำแววตาเธอไหววูบ “พะ….พี่เทรย์ซิสจะทำอะไรขิม”
“เมื่อกี้เห็นบอกว่าอยากได้ฉันจนตัวสั่น กำลังสนองให้อยู่นี่ไง”
“จะบ้าเหรอคะ! ไม่เอา ขิมพูดเล่น” ไม่คิดว่าเขาจะคิดว่าเธอพูดจริง ตอนแรกตั้งใจแกล้งเขาสนุกๆ ตอนนี้เริ่มขำไม่ออกแล้ว
เพราะคนที่เอาจริง…คือเขา
แววตาที่ดูเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปากที่แฝงความร้ายกาจ ทำให้เธอรู้สึกขนลุกวาบไปทั้งตัว
“พี่เทรย์ซิสขิมพูดเล่นจริงๆ นะ”
“บอกตอนนี้แล้วได้อะไร”
“ก็เผื่อพี่เทรย์ซิสจะเห็นใจเด็กตาดำๆ คนนี้ไงคะ“ เธอพูดแล้วทำตาปริบๆ ให้เขาสงสาร
“หึ! เห็นอยากได้ฉันนัก ก็เลยจะสนองให้ตอนนี้เลยไง”
“พี่เทรย์…อุ๊บ!!” เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเขากดจูบลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว มือที่ตอนแรกตั้งใจจะดันอกเขาออก กลับเผลอเปลี่ยนไปกำคอเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
เทรย์ซิสกดจูบลงมาอย่างร้อนแรงไม่เหมือนคืนนั้น ครั้นที่เธอจะดึงศีรษะกลับเขาก็กดท้ายทอยแน่นไม่ยอมให้ไปไหนง่ายๆ
เทรย์ซิสจูบเธออย่างรุนแรง ต่างจากจูบในคืนนั้นโดยสิ้นเชิง เมื่อสายขิมพยายามจะดึงศีรษะหนี เขาก็ใช้มืออีกข้างกดท้ายทอยเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้หนีไปไหนง่ายๆ
ลมหายใจของทั้งสองเริ่มปะทะกันถี่ขึ้น หัวใจของสายขิมเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก ก่อนที่เทรย์ซิสจะเริ่มค่อยๆ ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งระยะห่างเพียงปลายนิ้ว สายตาคมกริบมองเธออย่างพอใจ
“อย่ามาเล่นกับคนอย่างฉัน”
“…”
“หรือถ้าอยากได้ฉันมาก…” เขาแสยะยิ้มร้ายกาจ มือพลางเลื่อนขึ้นลูบแก้มสายขิมเบาๆ “ก็แค่เดินมาเคาะประตูห้อง”
เทรย์ซิสปล่อยสายขิมเป็นอิสระ ก่อนจะตั้งท่าเตรียมเดินกลับเข้าไปข้างใน
“คนนิสัยไม่ดี!”
“ไม่ดูตัวเอง คืนนั้นมาขอผู้ชายจูบ” เขาหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะเอียงตัวหันกลับไปมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“เอ้า! ขิมบอกแล้วไงว่าแพ้พนัน แต่คืนนี้จู่ๆ พี่เทรย์ซิสก็เข้ามาจูบเองหน้าตาเฉย คิดอะไรขิมป่ะเนี่ย”
“หลงตัวเองฉิบหาย” เขาส่ายหัวไปมาด้วยความเอือมระอา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปข้างใน
“ชิ! ไม่ดูตัวเอง” เธอก่นด่าไล่หลัง ก่อนจะยกมือขึ้นแตะปากที่เพิ่งโดนจูบ อุตส่าห์ทาลิปสติกแล้วแท้ๆ ไอ้คนบ้า!
เทรย์ซิสเกือบถึงประตูทางเข้าไปข้างใน หากแต่ต้องชะงัก เมื่อหันไปเห็นใครบางคน กำลังยืนอมยิ้มกริ่มอยู่มุมหนึ่งเข้าพอดี
“แม่….”