จุดเริ่มของเธอมันเริ่มจากคืนนั้น…
คืนที่เธอออกไปดื่มกับแก๊งเพื่อนตามปกติ ไม่มีอะไรต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพียงแต่บรรยากาศคึกคักกว่าทุกทีเพราะมีการแข่งขันบิ๊กแมตช์ของทีมฟุตบอลดังพอดี
เธอกับเพื่อนเป็นสายดูบอลตัวยงอยู่แล้วจะให้พลาดได้ยังไง จากแค่ตั้งใจไปเชียร์ทีมโปรดและดื่มกัน กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
‘สายขิม’ รับคำท้าเดิมพันกับเพื่อน เพราะมั่นใจเต็มร้อยว่าทีมที่ตัวเองเชียร์ต้องชนะ กติกาง่ายๆ ใครเชียร์ทีมแพ้ คนนั้นต้องทำตามคำสั่งของฝ่ายที่เชียร์ทีมชนะทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้
ชนะ…
ชนะ…
เธอลุ้นแทบขาดใจ สองมือจิกกระเป๋าแน่น ถ้าลูกนี้ยิงไม่เข้าประตูเท่ากับว่าทีมที่เธอเชียร์แพ้
เฮ้!!
‘เรียบร้อยครับ ทีมAเป็นฝ่ายชนะ’
เวรกรรม…
“อีขิม พายุ กับอีนัตตี้แพ้!” เสียงของ ขวัญ หนึ่งในแก๊งสายขิมซึ่งเชียร์ทีมที่ชนะเอ่ยขึ้น
แก๊งสายขิมมีทั้งหมดหกคน พายุ ไบร์ท เป็นเพื่อนผู้ชายสองคนของกลุ่ม ขวัญ นัตตี้ และเขตเป็น LGBTQ
สามคนมองหน้ากันเหมือนนักโทษรอฟังคำพิพากษา จังหวะเดียวกันพนักงานยก B52 มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ พร้อมกับจุดไฟให้เรียบร้อย เปลวไฟสีน้ำเงินไหวระริกเหนือแก้ว
“คนแพ้แดกเลยค่า คนละแก้ว”
“เตรียมแบกกูเลย” สายขิมพูด หันไปมองผู้ร่วมชนะกรรมอีกสองคนที่ยิ้มแห้ง ดื่มหนึ่งคำเตรียมสวดอภิธรรมสามวันได้เลย
“กูขอเหล้าขาวเลยได้ไหม ถ้ากูจะให้แดกนี่” นัตตี้ หนึ่งในแก๊งพูด แค่เห็นก็ขนลุกซู่แล้ว
กินง่ายแต่เตรียมหงายหลังได้เลย…
“อย่าบ่นๆ พายุยกไปเมื่อกี้ไม่เห็นบ่นสักคำ” ขวัญพูดแล้วยื่นแก้วให้เพื่อน
นัตตี้หันไปชนกับสายขิมเสียงดัง กริ๊ก ก่อนจะยกขึ้นดื่มพรวดเดียวหมดแก้ว
“ทีนี้ก็มาถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยกันแล้ว…”
“กูขออย่างเดียว อย่าทำอะไรพิเรนทร์ๆ เหมือนที่มึงชอบทำ” นัตตี้พูด
“อะๆ คนแพ้ไม่มีสิทธิ์พูดค่ะซิส” ขวัญยกนิ้วชี้ขึ้นเบรก ก่อนจะหัยไปมองเพื่อนในกลุ่มที่เชียร์ทีมเดียวกับตัวเองแล้วชนะ “อีเขต ไบร์ท พวกมึงว่าให้สามคนนี้ทำอะไรดีวะ”
“ให้พายุมาหอมแก้มกู” เขตพูด สายตามองเพื่อนชายด้วยแววตากะลิ้มกะเหลี่ย
“มึงนี่มุ่งฉิบหาย” ไบร์ท พูดขึ้นแล้ว ส่ายหัวไปมาพลางยกเหล้าขึ้นดื่ม
เขตไหวไหล่ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้พายุหนุ่มตี๋ที่จริงใจหนึ่งที
“กูจ่ายเป็นเงินได้ไหมวะ”
เพื่อนในกลุ่มหลุดขำอย่างอดไม่ได้ พายุ พูดเล่นขำๆ สุดท้ายก็ยอมหอมแก้มเขตเพราะไม่อยากเสียเงิน เขตยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างพอใจ
“ส่วนมึงนัตตี้ คืนนี้มึงต้องเต๊าะพี่ฉลาม”
“เดี๋ยวกูโอนให้เลยตอนนี้คนละหมื่น” แค่ได้ยินชื่อคนที่ตัวเองต้องเข้าไปเต๊าะคืนนี้ก็ขอยกธงขาวทันที
“กูอุตส่าห์ช่วยสงเคราะห์ เห็นชอบพี่เขา”
“ใครจะกล้า…” นัตนี้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแอพธนาคารทันที “เอาคิวอาร์พวกมึงมา”
เพื่อนสามคนต่างเปิดเข้าแอพธนาคาร แล้วกดไปยังหน้าคิวอาร์สแกนรับเงิน ไม่นานแจ้งเตือนเงินเข้าก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
ครอบครัวนัตนี้รวยมาก เงินแค่สามหมื่นไม่สะเทือนขนหน้าแข้งคนอย่างนัตตี้ได้หรอก
“และคนสุดท้าย…”
“ของอีขิมกูขอคิด” เขตพูดแทรกขึ้น สายตากวาดมองไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะสะดุดตากับผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มคนเดียวหน้าบาร์ รอยยิ้มก็พลันปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า “มึงเห็นผู้ชายที่นั่งอยู่บาร์คนเดียวไหมขิม”
สายขิมเหลือบตามองผู้ชายที่นั่งเดี่ยวอยู่หน้าบาร์ เขาแต่งตัวโทนสีดำทั้งตัว แผ่นหลังกว้างในแจ็กเก็ตสีดำสนิทเงาขลับทำให้เขาดูโดดเด่นเกินใคร
“เห็น”
“มึงจะเลือกระหว่างโอนเงินให้พวกกูแบบอีนัตตี้ หรือจะเข้าไปขอผู้ชายคนนั้นจูบ”
คำว่า ‘จูบ’ ทำให้เธอนิ่งชะงัก สายตาเหลือบมองผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง ด้วยความที่เขานั่งหันหลัง จึงทำให้ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
ถ้าหล่อก็กล้าขอจูบอยู่หรอก…
“กูติดไว้ก่อนได้ไหม”
“ไม่ได้จ้ะ ของแบบนี้ใครเขาติดกันไว้ก่อน ไม่มีหรอก” ขวัญพูด
สายขิมทำหน้าลำบากใจ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด มือคว้าแก้วเหล้ามากระดกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังหน้าบาร์
ร่างบางก้าวเข้าไปยืนข้างหนุ่มแจ็กเก็ตสีดำอย่างกล้าๆ กลัวๆ วินาทีที่เห็นใบหน้าด้านข้างของเขาชัดๆ หัวใจดวงน้อยในอกก็ไหววูบเหมือนถูกกระชาก
หล่อจัง…
ความหล่อของเขาทำให้เธอไม่กล้าเริ่มบทสนทนา พอเขาหันมาสบตา สมองเธอก็พลันขาวโพลนไปหมด เสียงเพลงรอบตัวค่อยๆ เลือนหาย เหลือเพียงแค่เสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็นส่ำในอก
แพ้คนหล่อ
ใบหน้าหล่อเหลาเกินคน สันกรามคมชัด จมูกโด่งได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาเรียวคมกำลังฉายแววเย็นชา ริมฝีปากติดคล้ำเล็กน้อยแบบคนสูบบุหรี่ คิ้วดกดำเข้มรับกับผิวที่ไม่ได้ขาวจัด แต่กลับมีเสน่ห์ชวนมองอย่างบอกไม่ถูก
และยิ่งใส่ต่างหูด้วยแล้วล่ะก็…
แม่งเอ๊ยหล่อฉิบหาย!
“ชะ…ชื่ออะไรเหรอคะ”
“เทรย์ซิส”
แค่ชื่อยังหล่อเลย…
“เราชื่อสาย…”
‘เทรย์ซิส’ เบือนหน้าไปจากคนที่กำลังยืนแนะนำตัว ทำให้สายขิมชะงัก ก่อนจะหันไปมองเพื่อนที่ยืนมอง โดยที่เขตกำลังยกโทรศัพท์ขึ้นถ่าย
“มาคนเดียวเหรอคะ” เธอไม่เสียเวลาแนะนำตัวต่อ ยิงคำถามต่อไปใส่เขาทันที
“ใช่” เขาตอบโดยไม่มองหน้าคู่สนทนา ยกเหล้าขึ้นดื่มเงียบๆ และไม่คิดจะถามอีกคนกลับ
“ปกติมาร้านนี้บ่อยไหมคะ”
“บ่อย” เขาตอบกลับเสียงเรียบ ไม่ให้มาบ่อยได้อย่างไรในเมื่อ…เขาเป็นเจ้าของร้าน
“สายดื่มเหรอคะ”
คราวนี้เขาไม่ตอบเพียงแค่พยักหน้าให้เป็นคำตอบ มือก็พลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างใจเย็น
“ขอจูบได้ไหมคะ” เธอเลิกต่อบทสนทนาให้ยืดเยื้อ เข้าประเด็นของจุดประสงค์ที่เข้าหาผู้ชายคนนี้ทันที
กึกก
ปากแก้วเหล้าจรดค้างอยู่ริมฝีปากหยัก เทรย์ซิสหันไปมองคนที่เพิ่งขอตัวเอง ‘จูบ’ เมื่อครู่
“เป็นบ้ารึไงถึงมาขอผู้ชายจูบ” เป็นครั้งแรกที่เขาพูดมากกว่าหนึ่งคำกับผู้หญิงคนนี้ หน้าตาก็ดีแต่ดันมาขอผู้ชายแปลกหน้าจูบ
สายขิมชะงัก
ไม่มีอะไรเจ็บกว่าการถูกผู้ชายด่าแล้ว…
หรือควรแกล้งบ้าเหมือนที่เขาด่า?
“เอ่อ…พะ…พอดีเราพนันกับเพื่อนไว้ คนแพ้ต้องทำตามคนที่ชนะบอก แล้วเราก็…โดนสั่งให้มาขอนายจูบ”
เอาไงดียัยสายขิม ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายเลย…
“ขอโทษนะคะ งั้นไม่เป็นไรแล้วค่ะ” เธอเห็นท่าไม่ดีแล้วจึงไม่ฝืน ยอมเสียเงินก็ได้ว่ะ! ก็แค่เดือนนี้ต้องกินมาม่าไปยาวๆ จนกว่าจะหมดเดือน
สายขิมหมุนตัวเตรียมเดินกลับโต๊ะ พลางแบมือแล้วไหวไหล่เบาๆ เชิงบอกทางอ้อมว่าไม่เวิร์ก ตั้งท่าเตรียมเดินหากแต่ว่า…
หมับ!
“อุ๊บ!” แรงกระชากมหาศาลทำให้เธอหมุนตัวไปตามแรง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
ใบหน้าของผู้ชายที่เพิ่งว่าเธอ ‘บ้า’ อยู่ห่างแค่ลมหายใจกั้น ริมฝีปากหยักกดลงมาโดยไม่รอให้เธอได้ตั้งตัวทัน สัมผัสนุ่มที่แนบชิดลงมา ทำหัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
เขาจูบเธอ…
เทรย์ซิสผละใบหน้าออก กดสายตามองคนตัวเล็กแค่อกเพียงนิด ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่หันกลับไปมองคนที่ตัวเองเพิ่งจูบไปหมาดๆ
จังหวะเดินผ่านโต๊ะสายขิม ขวัญ นัตตี้ และเขตต่างอ้าปากค้างตะลึงในความหล่อของผู้ชายที่เพื่อนเข้าไปขอจูบ
ทางด้านของสายขิมยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก มือเล็กสั่นระริกยกขึ้นมาแตะริมฝีปากที่เพิ่งโดนจูบ
จูบแรกของเธอ…
คิดว่ามันคงจบลงแค่คืนนี้ ไม่เลย…เพราะยังมีอะไรให้เซอร์ไพรส์อีกเยอะ