สองหนุ่มไม่ได้คำตอบจากสายขิม เพราะเธอชิ่งหนีกลับห้องตัวเองไปก่อน
และตอนนี้เทรย์ซิสก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัย โดนเพื่อนสนิทเตรียมอีกครั้ง เขาไม่คิดว่าเพื่อนจะมาเร็วขนาดนี้ ตอนแรกที่บอกว่าจะมาหาคิดว่าคงอีกนานพอสมควร เพราะปกติสองคนนี้ลีลาอยู่แล้ว
“ยังไง ทีนี้มึงจะยอมรับได้รึยังว่าน้องเขาเป็นเด็กของมึง” ตะวันพูดขึ้น หลังจากนั่งจ้องหน้าเทรย์ซิสมานานสองนาน
“สายขิมไม่ใช่เด็กกู”
“หลักฐานคาตาพวกกูสองคนขนาดนั้นยังกล้าปฏิเสธ ไอ้ผู้ร้ายปากแข็งเอ๊ย” คเชนทร์ว่า
“เมื่อคืนสายขิมนอนห้องกูจริง ยัยนั่นเมาแล้วเข้าห้องผิด คิดว่าห้องกูเป็นห้องตัวเอง”
ตะวันกับคเชนทร์มองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อ เหตุผลของเทรย์ซิสอาจเป็นเรื่องจริง แต่ทุกอย่างดูบังเอิญกับคนๆ เดียวราวกับจงใจ
“ก็แล้วแต่พวกมึงจะเชื่อหรือไม่เชื่อ และเมื่อคืนกูก็ไม่ได้อึ๊บยัยนั่นด้วย” เขาเอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างหัวเสีย ทำไมเรื่องวุ่นวายต้องเกิดขึ้นระหว่างเขากับสายขิมด้วยไม่เข้าใจ แค่นี้ก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว
“มันก็แปลกๆ อยู่ เพราะที่ผ่านมามึงไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวเลยสักครั้ง แถมยังค้างด้วยแต่กับน้องเขามันไม่ใช่ พวกกูก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ แต่ถ้ามึงกับน้องเขาแอบกินกันจริงๆ ไม่เห็นต้องปิดบังพวกกูเลย พวกกูไม่ล้อมึงหรอกหน่าเพื่อน” คเชนทร์พูดแล้วหันไปยิ้มกับตะวัน
เทรย์ซิสถอนหายใจแล้วกรอกดวงตาไปมาด้วยความเอือมระอา
“พวกมึงเป็นอะไรนักหนา ถึงอยากให้เด็กนั่นเป็นเด็กกูนัก”
“เคมีตรงกันดี” ตะวันตอบสั้นๆ
“เหอะ!”
“พวกกูแค่เห็นว่าน้องเขาน่ารักดี แถมยังเป็นคนแรกที่พวกกูรู้สึกว่าเคมีเข้ากับมึงที่สุด” คเชนทร์พูด
“สายขิมไม่ใช่สเปกของกู” เขาพูดตัดบท ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินออกไปจากวงสนทนา
สายขิมอาจเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยอมให้เธอเข้ามาแบบเต็มใจ
วันต่อมา
สายขิมพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เจอหน้าเทรย์ซิส หากไม่จำเป็นเธอก็แทบไม่ออกจากห้องเลย เพราะกลัวว่าจะบังเอิญเจอกันเข้า
ดูเหมือนโชคชะตากำลังเล่นตลกกับเธอเสียมากกว่า วันนี้เป็นวันเกิดแม่ของเขา ท่านเลยฝากบอกป้าหยกมาเธอ กำชับว่าให้แต่งตัวสวยๆ อีกด้วย
ภาวนาแค่อย่างเดียว ขออย่าให้เจอเขาก็พอ แต่คงเป็นไปได้ยาก ทำใจไว้แล้วว่าต้องเจอแน่นอน นึกถึงเรื่องนั้นทีไรยังรู้สึกอับอายจนอยากย้ายไปอยู่ที่อื่น ทำไปได้ยังไงคิดว่าห้องของเขาคือห้องตัวเอง เธอไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังเพราะมันน่าอายเกินไป
ถ้าวันนั้นไม่วางพนันบอลกับเพื่อน ทีมที่เชียร์คงแพ้ เธอก็คงไม่ต้องเข้าไปขอเขาจูบ และเรื่องทั้งหมดคงไม่ต้องลงเอยแบบนี้
“ทำไมเกิดแต่กับฉัน….” เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขี่ยเล่น ทันทีที่กดเข้าไอจีก็เจอเข้ากับโพสต์ของคนหนึ่งที่เธอติดตามอยู่พอดี
เธอมองรูปคู่ของคนที่ตัวเองแอบชอบมาหลายปี ‘พี่ริท’ เพื่อนพี่ชาย ชอบเขามาตั้งแต่ม.4 จนตอนนี้เขามีแฟนแล้ว แถมแฟนยังสวยอีกต่างหาก เธอยิ้มให้กับความรักครั้งนี้ของเขาด้วยความยินดี ถึงแม้ว่าลึกๆ แล้วหัวใจมันจะรู้สึกหน่วงขึ้นมาเล็กน้อยก็ตาม
สายขิมไม่เคยบอกความรู้สึกของตัวเองให้เขารู้ ได้แค่แอบชอบอยู่เงียบๆ และคอยมองเขาอยู่ห่างๆ เท่านั้น
แอบใจหายที่เห็นเขามีแฟน ไม่ได้เสียใจถึงขั้นร้องไห้ฟูมฟายแต่ก็แอบเศร้า นิ้วเรียวเลื่อนดูโพสต์ของเขา ผู้หญิงคนนี้โชคดีมากที่ได้เขาเป็นแฟน
แตะที่โพสต์สองทีเป็นการกดไลก์ ก่อนจะกดตรงไอคอนแว่นขยายด้านล่างเพื่อเลื่อนดูโพสต์และคลิปในไอจี แต่แล้วดันไปสะดุดตาเข้ากับโพสต์หนึ่งของเทรย์ซิส ทีแรกว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่เพราะเป็นไอจีของคนที่ตัวเองรู้จัก มันเลยทำให้อดอยากเข้าไปดูไม่ได้
ภาพแรกเป็นภาพเทรย์ซิสยืนพิงอยู่ข้างรถออฟโรดคันสีครีมท่ามกลางธรรมชาติป่าเขียวชอุ่ม ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแรง ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงขาสั้นสีดำตัวเดียว
“เขาสักด้วยเหรอเนี่ย…”
บริเวณกลางหลังช่วงบนมีรอยสัก ไม้กางเขนสีเข้ม วางตัวเป็นแนวตั้งพาดลงมาตามแนวสันหลัง ด้านบนเหนือขึ้นไปเล็กน้อยเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษเรียงเป็นเส้นตรงพาดอยู่ระหว่างแนวสะบัก ช่วงเอวตรงกลางด้านล่างเป็นรอยสักรูปเสือสีดำ
ไม่รู้นานแค่ไหนที่เธอหยุดมองรูปนี้ของเขา รอยสักตรงแผ่นหลังดึงดูดให้เธอมองมันอยู่นานมาก ก่อนจะเลื่อนดูรูปภาพอื่นๆ ในโพสต์เขา
เทรย์ซิสเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมแต่การใช้ชีวิตดูธรรมดา เธอมองว่ามันดูมีเสน่ห์ หรืออาจเป็นเพราะชอบผู้ชายทรงนี้อยู่แล้วเลยเผลอใจสั่นเวลาดูรูปเขา
หล่อเกินพ่อคุณ
เธอกดออกจากไอจีของเขาแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปบ้านใหญ่
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย สายขิมทำการหยิบกระเป๋าขึ้นมาเตรียมออกจากห้อง วันนี้เธอเลือกสวมใส่ชุดเดรสแขนกุดสีชมพูมีดีเทลที่เป็นคอปกสีขาว โบว์สีดำตรงกลาง รองเท้าส้นสูงที่มีความสูงไม่มากนัก ทำให้ลุคของเธอดูเรียบร้อยแต่ยังคงความน่ารักเอาไว้
แกร๊ก~
กึกกก!
ทันทีที่เปิดประตูออกมา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิดออกพอดี ทำให้สายขิมชะงักไปทันที ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับสายตาของเทรย์ซิสโดยไม่ทันตั้งตัว
อันดับแรกเธออึ้งในความหล่อของเขา…
วันนี้เขาแต่งตัวไม่ต่างจากทุกครั้ง โทนสีดำทั้งตัว เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมช่วงบนเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง สวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำ กางเกงสแลคเข้ารูป และรองเท้าโลฟเฟอร์หนังที่ไม่ได้เห็นเขาใส่บ่อยนัก ผมถูกเซตเสยขึ้น เปิดให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
‘หล่อฉิบหาย’
เธอพูดในใจ
“เอ่อ…สวัสดีค่ะ” ไม่รู้จะพูดอะไรดี จึงเอ่ยทักออกไปก่อน พร้อมกับส่งรอยยิ้มให้เขาเล็กน้อย
“แม่ฉันบอกให้พาเธอไปด้วย”
“คะ?”
“หูตึงรึไง ฉันไม่พูดซ้ำ” พูดจบเขาก็เดินออกไปทันที ตอนแม่โทรมาบอกมาให้พาสายขิมมาด้วย เขาปฏิเสธไปแล้ว แต่แม่กลับบอกว่า นี่มันวันเกิดท่านอย่าขัดใจ เล่นเอาเรื่องนี้มาต่อรองทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก สุดท้ายเลยยอมตอบตกลง
เธอก้าวตามเขาไปติดๆ เมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟต์และยืนข้างกัน เธอเพิ่งรู้ตัวว่า ตัวเองสูงแค่ระดับหัวไหล่ของเขาเท่านั้น ความสูงต่างกันชัดเจนมาก
เมื่อยืนใกล้กันแบบนี้ ทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขา ไม่ได้ตั้งใจสูดดมเลยสักนิด แต่เพราะต้องหายใจอยู่แล้วจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นนั้นเข้ามาพร้อมกับอากาศ
ติ๊ง…
ทันทีที่ลิฟต์เปิดออก เทรย์ซิสก้าวออกไปคนแรกโดยมีสายขิมตามมาติดๆ มือหนาหยิบกุญแจรถเฟอร์รารีออกมาแล้วกดเปิด
สายขิมลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำเมื่อรู้ว่าจะได้นั่งเฟอร์รารีไม่ใช่บิ๊กไบค์เหมือนที่เคยซ้อนเขา
“ปะ…ไปคันนี้เหรอคะ”
“ใช่ รีบขึ้นรถ” เขาตอบ ก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ
เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดประตูเฟอร์รารีคันสีแดงดูดุดันน่าเกรงขาม นี่เป็นครั้งแรกของการนั่งเฟอร์รารี ตื่นเต้นแต่พยายามเก็บอาการ
เสียงเครื่องยนต์ดังคำรามเมื่อเขาเริ่มสตาร์ต เคยเห็นแค่ในติ๊กตอก ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้เห็นกับตาแถมยังได้นั่งอีกด้วย
วาสนาสุดๆ
เทรย์ซิสขับออกจากลานจอด มีไม่บ่อยนักที่เขาจะขับเฟอร์รารีถ้าไม่ใช่การออกงานหรือไปงานสำคัญ ส่วนใหญ่ชอบขับบิ๊กไบค์มากกว่าเพราะสะดวกสบาย แถมยังไม่ต้องทนนั่งติดแหง็กกบนรถเวลารถติด
สายขิมลอบมองเทรย์ซิสขับรถเป็นระยะ เพิ่งสังเกตว่าที่มือของเขามีรอยสัก จังหวะมือที่มีรอยสักหักพวงมาลัยเลี้ยวข้างเดียวดูเท่และกร้าวใจไม่น้อย
คนอะไรโคตรหล่อเท่เป็นบ้าเลย
ตึกตัก ตึกตัก
อัตราการเต้นของหัวใจแรงขึ้น เธอเลยเลือกที่จะเบือนหน้าออกไปมองนอกกระจกรถแทน
บ้าจริง…
จะชอบเขาจริงๆ เหมือนที่เพื่อนพยายามยุยงไม่ได้นะยัยสายขิม!