LOGINชานนท์ ชายหนุ่มวัย 30 ปี ทำงานฟรีแลนซ์กราฟิกดีไซเนอร์ ต้องแบกรับภาระงานบ้านและการเลี้ยงดู น้องพะแพง ลูกสาววัย 2 ขวบเพียงลำพัง เพราะวิภาวรรณ ภรรยาสาว เลขาของผู้บริหารระดับสูงบ้างานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว ความเหนื่อยล้าและความเหินห่างทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มแห้งเหือด เขาจึงตัดสินใจจ้างกวาง เด็กสาววัย 22 ปี หน้าตาน่ารักสดใสมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงเด็ก การเข้ามาของกวางช่วยคืนชีวิตชีวาให้กับบ้านหลังใหญ่ กวางดูแลน้องพะแพงอย่างเข้าอกเข้าใจจนเด็กน้อยติดเธอมากกว่าแม่แท้ๆ อีกทั้งกวางยังคอยใส่ใจดูแลชานนท์ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความชิดใกล้บวกกับความอ้างว้างในใจของชานนท์ ทำให้ขอบเขตระหว่างเจ้าของบ้านกับพี่เลี้ยงค่อยๆ พังทลายลง จนก้าวข้ามสายสัมพันธ์ไปสู่ความสัมพันธ์เร่าร้อนซ่อนเร้น ตั้งแต่วันนั้น บ้านหลังเดิมก็กลายเป็นสวรรค์ลับของคนทั้งคู่ กวางคอยสวมบทบาทเป็นทั้งแม่ที่ให้ความอบอุ่นแก่ลูกน้อย และเป็นเมียที่มอบความสุขให้แก่ชานนท์ในยามที่วิภาวรรณออกไปทำงาน จนกระทั่งวิภาวรรณต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ช่องว่างที่ภรรยาละเลยจึงถูกเติมเต็มด้วยความรักและความปรารถนาของกวางอย่างสมบูรณ์แบบ จนเธอเข้ามาครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของชานนท์ไว้ได้ทั้งหมด
View Moreต๊อก... ต๊อก...
เสียงนาฬิกาบนผนังเดินเป็นจังหวะหนักๆสะท้อนก้องไปทั่วบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ ยามเช้าตรู่ที่ควรจะอบอุ่นกลับเงียบเหงาและเย็นชืด นนท์ถอนหายใจยาวขณะจ้องมองแผ่นหลังของ "วิภา" ที่กำลังยืนติดกระดุมเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมหน้ากระจกบานใหญ่
“วิ... วันนี้กลับกี่โมง เย็นนี้ผมมีงานด่วนต้องส่งลูกค้าตอนทุ่มนึง อยากให้กลับมาช่วยดูพะแพงหน่อย” ชานนท์เอ่ยถาม เสียงของเขาแหบแห้งจากความอ่อนล้า
วิภาวรรณหมุนตัวกลับมา ปัดเรือนผมทรงวูล์ฟคัทสุดเนี๊ยบ ก่อนจะหยิบสูทตัวนอกขึ้นมาสวม สายตาของเธอเรียบเฉยเมื่อมองสบตาสามี
“คงไม่ทันหรอกนนท์ วันนี้วิมีประชุมบอร์ดบริหารถึงเย็น แล้วต้องไปทานมื้อค่ำต่อกับเจ้านายใหญ่จาก headquarters ด้วย” เธอตอบพลางฉีดน้ำหอมกลิ่นหรูหราที่เตะจมูกชานนท์อย่างจัง
“นนท์เป็นฟรีแลนซ์ อยู่บ้านทั้งวันก็จัดเวลาเอาสิ จะให้วิทิ้งประชุมระดับร้อยล้านกลับมาเลี้ยงลูกเนี่ยนะ”
“แต่ผมก็ต้องทำงานเหมือนกันนะวิ!” ชานนท์พลั้งปากพูดเสียงดังด้วยความอัดอั้น
“กี่เดือนแล้วที่คุณกลับบ้านสี่ทุ่มห้าทุ่ม งานบ้าน งานลูก งานหาเงิน ผมต้องแบกคนเดียวหมดเลยนะ!”
วิภาวรรณชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน เธอเดินเข้ามาใกล้ ถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่น้ำเสียงยังคงเต็มไปด้วยความเหินห่างไม่พอใจ
“วิก็ทำงานหาเงินเข้าบ้านเหมือนกันนะ นนท์อย่ามางี่เง่าน่า... ไหนจะเรื่องบนเตียงที่คุณอยากอีก วิก็บอกแล้วไงว่าวิเหนื่อย งานมันเครียด นนท์จะมาคาดหวังอะไรตอนนี้”
เธอยื่นมือมาผลักไหล่เขาเบาๆ เป็นสัมผัสที่แห้งแล้ง ไร้ซึ่งความอบอุ่น แล้วเดินก้าวฉับๆ ออกไป เสียงประตูหน้าบ้านปิดลง ปั้ง! เบาๆ แต่บาดลึกในความรู้สึก
‘งาน... เจ้านาย... เครียด... มีแต่คำพวกนี้อยู่ในหัวเธอเสมอ’ นนท์คิดในใจอย่างขมขื่น
‘แล้วความรักของเราล่ะ ความสัมพันธ์ที่ไม่มีแม้แต่จูบมาเป็นปี มันคืออะไร’
ยังไม่ทันที่ชานนท์จะได้จมอยู่กับความคิด เสียงร้องไห้ก็แผดดังมาจากห้องนอนเล็ก
“แง้! ปะป๊า! ปะป๊าาา!”
น้องพะแพง วัยเกือบ 2 ขวบ ตื่นนอนแล้ว ชานนท์รีบวิ่งขึ้นบันไดไปด้วยความวุ่นวาย ลูกสาวตัวน้อยกำลังร้องไห้กระจองอแงเพราะผ้าอ้อมเปียกชื้น และเมื่อชานนท์พยายามจะอุ้มไปเปลี่ยนผ้าอ้อม พะแพงก็ดิ้นรนและปัดนมกล่องจนหกเลอะเทอะเต็มพื้นไม้ปาร์เก้
“โอ๋ๆ นิ่งก่อนลูก... อย่าพึ่งดิ้นครับ พะแพง!” ชานนท์พยายามจับลูกสาวไว้ มือหนึ่งเช็ดตัวลูก อีกมือต้องคอยเอาผ้ามาซับนมที่เจิ่งนองบนพื้น
ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่แปดโมงเช้า ชานนท์ต้องอุ้มลูกสาวมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งคอยจับตะกร้าผ้าใส่เครื่องซักผ้า เสียงไลน์ในโทรศัพท์มือถือดังขัดจังหวะไม่หยุด
ครืด... ครืด…
[ลูกค้า - กราฟิกด่วน]: “คุณนนท์ครับ ซีจีแบบที่สั่งแก้ไขปรับแก้สีหรือยังครับ เที่ยงนี้ขอซีเอสเอสไฟล์ดูแป๊บนะครับ”
ชานนท์มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานกลางบ้าน ภาพกราฟิกที่ทำค้างไว้ยิ่งตอกย้ำความเครียด เสียงพะแพงงอแงอยากกินนม เสียงโทรศัพท์ตามงาน และคราบอาหารเช้าที่เลอะเทอะบนโต๊ะอาหาร ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาพร้อมกันในบ้านหลังใหญ่ที่กว้างใหญ่ทว่าอุดอู้จนน่าอึดอัด
เขานั่งลงบนโซฟา ท่ามกลางกองของเล่นที่กระจายเกลื่อนกลืน มองซ้ายมองขวาพบเพียงความว่างเปล่า หัวใจของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายและสิ้นหวัง ความเหงากัดกินหัวใจจนชาชิน เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า ลำพังตัวเขาคนเดียวไม่อาจแบกรับความวุ่นวายนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
ความโกลาหลลากยาวไปจนถึงช่วงค่ำ ชานนท์ต้องอุ้มพะแพงป้อนข้าวด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกมือพิมพ์คีย์บอร์ดเร่งส่งงานให้ลูกค้า สายตาของเขาเพ่งมองหน้าจอจนปวดระบม หัวสมองตึงเครียดจนแทบระเบิด กว่าลูกสาวตัวน้อยจะยอมหลับลงได้ก็ล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่ม บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบสงัด ชานนท์เดินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างในห้องนอนใหญ่ด้วยความล้าทั้งกายและใจ
เวลาเกือบเที่ยงคืน เสียงประตูห้องนอนเปิดออกเบาๆ วิภาวรรณเดินเข้ามาในชุดทำงานที่ดูยับย่นเล็กน้อย ใบหน้าสวยงามนั้นฉายแววโรยแรง ชานนท์ที่ยังนอนไม่หลับมองเรือนร่างของภรรยา กลิ่นน้ำหอมหรูหราที่คุ้นเคยบวกกับความเหงาและอารมณ์ที่ถูกกดดันมานานหลายเดือน ทำให้ความปรารถนาลึกๆ ในตัวชายหนุ่มตื่นตัวขึ้นมา
ร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นเดินไปหาภรรยาจากด้านหลัง เขาอ้าแขนสวมกอดเอวคอดของเธอไว้เบาๆ แล้วซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น โน้มตัวลงประจูบที่ไหล่เนียนอย่างหิวโหย
“วิ... ผมคิดถึงคุณนะ” ชานนท์กระซิบเสียงพร่า มือนวดเฟ้นสะโพกงอนงามของเธอ พยายามจะดึงตัวเธอเข้ามาชิด
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ซุกไซ้ต่อ วิภาวรรณก็ถดตัวหนีทันที เธอถอนหายใจออกมาดัง เฮ้อ! ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเบี่ยงตัวออกจากการกอดรัดอย่างชักสีหน้า
“นนท์! ทำอะไรคะเนี่ย วิเหนื่อยจะตายอยู่แล้วนะ!” วิภาวรรณส่งเสียงห้วน แกะมือสามีออกอย่างไม่ใยดี
“วันนี้วิประชุมทั้งวัน เดินสายพบลูกค้าจนขาจะขวิด นนท์ยังจะมาคิดเรื่องแบบนี้อยู่อีกเหรอ”
“วิ... แต่นี่มันเป็นปีแล้วนะ” ชานนท์ตัดพ้อ สายตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“เราเป็นสามีภรรยากันนะวิ ผมก็เหนื่อย ทำงานบ้าน เลี้ยงลูก ปล่อยให้ผมเหงาอยู่คนเดียวแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”
“ก็วิทำงานหนักเพื่ออนาคตของพวกเราไง!” วิภาวรรณตวาดกลับ เสียงเริ่มดังขึ้น
“นนท์อยู่บ้านชิลๆ จะไปเข้าใจอะไร แค่เลี้ยงลูกกับนั่งหน้าคอมพิวเตอร์มันจะเหนื่อยอะไรนักหนา!”
คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความอดทนของชานนท์ขาดสะบั้นลงทันที
“ชิลเหรอ?! วิลองมาเป็นผมดูไหมล่ะ! อุ้มลูกมือหนึ่ง ทำงานมือหนึ่ง ข้าวก็ไม่ได้กิน งานบ้านก็ต้องทำ!”
“แง้! ปะป๊าาา!”
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ฉอดใส่กันต่อ เสียงร้องไห้โฮของน้องพะแพงก็ดังแทรกขึ้นมาจากห้องนอนเล็กด้านข้าง คาดว่าคงตกใจตื่นเพราะเสียงทะเลาะกันของพ่อแม่
“ลูกร้องแล้วนะ วิไปดูลูกหน่อยสิ” ชานนท์พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนผสมความเครียด
วิภาวรรณปัดมือปฏิเสธทันควัน ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเพื่ออาบน้ำ “ไม่เอาแล้วนนท์! วิเหนื่อยจนไม่มีแรงจะเดินแล้ว นนท์ไปดูเองเลย วิจะอาบน้ำนอน!”
ชานนท์จ้องมองแผ่นหลังของภรรยาด้วยความขมขื่นและความรู้สึกสมเพชในตัวเอง เขาไม่พูดอะไรต่ออีกแม้แต่คำเดียว ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนใหญ่ ปิดประตูเสียงดัง ปั้ง! แล้วตรงไปยังห้องของลูกสาว
เขาสวมกอดร่างเล็กๆ ที่กำลังร้องไห้กระจองอแงขึ้นมาอุ้มปลอบ พะแพงซบหน้าลงกับอกของพ่อ ชานนท์ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเล็กข้างๆ ลูกสาว พลางกอดลูกไว้แน่น ความอึดอัด ความเบื่อหน่าย และความเหงากัดกินหัวใจ ค่ำคืนนั้นชานนท์ไม่ได้กลับเข้าไปนอนในห้องนอนใหญ่อีกเลย
“แต่กวางกลัว...”เสียงเธอยังคงสั่น น้ำตายังคงไหลไม่ขาดสาย“กวางกลัวว่าวันหนึ่งพี่จะรู้สึกว่ากวางไม่ใช่คนที่เหมาะสม กลัวว่าพะแพงจะอยากได้แม่แท้ ๆ มากกว่ากวาง แล้วสุดท้าย... กวางจะไม่เหลือที่ยืนตรงนี้อีกเลย” เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “กวางรักพะแพงนะคะ รักเหมือนลูกแท้ ๆ กวางไม่เคยคิดว่าแกเป็นลูกคนอื่นเลย แต่บางครั้ง... ต่อให้กวางรักแกมากแค่ไหน กวางก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดของแกอยู่ดี”“หนูไม่จำเป็นต้องคิดว่าต้องเป็นแม่ที่คลอดพะแพงออกมา ถึงจะมีสิทธิ์ยืนในบ้านหลังนี้นะครับ” ชานนท์ดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอก ลูบหลังเธอเบา ๆ อย่างปลอบโยน “ทุกสิ่งที่หนูทำให้ลูกมาตลอด พี่เห็นด้วยตาตัวเอง พะแพงเองก็สัมผัสได้ว่าหนูรักแกมากแค่ไหน พี่ไม่เคยคิดว่าหนูเป็นคนอื่น และไม่มีวันยอมให้ใครมาทำให้หนูรู้สึกว่าความรักที่หนูมีให้ลูกมันด้อยกว่าใครเด็ดขาด”“กวางขอโทษ... กวางงี่เง่าคิดไปเอง” กวางซบหน้าลงกับอกแกร่งปล่อยโฮออกมาจนไหล่สั่น “กวางกลัวว่าตัวเองจะเป็นส่วนเกิน...”“พี่ไม่เคยโกรธเลย สำหรับกวางแล้วไม่มีคำว่าส่วนเกินสำหรับพี่” เขากอดเธอแน่นขึ้นอีก “จำไว้นะกวาง บ้านหลังนี้ไม่ใช่ที่ซุกหัวนอนชั่วคราว แต
ในเวลาเดียวกัน ชานนท์พูดกับวิภาวรรณจบลง เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่ได้พูดชัดเจนเสียที“ผมรู้ว่าคุณคิดถึงลูก และผมเข้าใจ คุณเป็นแม่ของพะแพง ผมไม่เคยคิดจะปิดกั้น แต่ผมจะไม่กลับไปเป็นสามีของคุณอีก ผมขอให้คุณเคารพชีวิตครอบครัวของผมด้วย ผมรักภรรยาของผม ผมรักกวาง และจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำให้เธอเจ็บเพราะเรื่องในอดีตอีก”“นนท์ คุณไม่คิดจะให้โอกาสวิเลยเหรอ” วิภาวรรณถามเสียงอ่อย“ถ้าคุณต้องการมีส่วนร่วมในชีวิตของลูก ผมยินดีจัดเวลาให้ตามความเหมาะสม แต่เรื่องระหว่างเราจบไปนานแล้ว ผมไม่ต้องการกลับไปเริ่มต้นใหม่กับคุณอีก คุณกลับไปเถอะวิ ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่ได้เจอลูกอีกเลย” คำตอบของเขาชัดเจนโดยไม่มีความลังเลวิภาวรรณเม้มริมฝีปาก ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเริ่มตึงเครียด“ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วสินะคะ”“ครับ ขอตัวก่อน”ชานนท์ปิดประตูบ้าน รู้สึกโล่งใจขึ้นอย่างมาก อย่างน้อยวันนี้เขาก็พูดทุกอย่างชัดเจนแล้ว อยากรีบไปหากวาง บอกเธอว่าทุกอย่างจบแล้ว ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เขาเดินกลับเข้าห้องนอนด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่ทันทีที่เปิดประตู เขาหยุดนิ่ง เตียงว่างเปล่า ไม่มีเธอ“กวาง!”เขาเดินดูในห้องน้ำ เ
คืนนี้ฝนตกพรำตั้งแต่เย็น ความมืดปกคลุมทั่วไป ทิ้งให้กวางนอนคิดอยู่กับคำพูดของวิภาวรรณซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ของชานนท์ดังขึ้นอีกครั้ง เธอเห็นเขารับสายแล้วเดินออกไปด้านนอก รอสักพักใหญ่สามีของเธอก็ไม่เข้ามาสักที กวางจึงตัดสินใจลงไปตามเสียงพูดคุยลอยลมเข้ามาถึงห้องโถงอย่างชัดเจน เขากำลังยืนคุยกับวิภาวรรณที่เพิ่งขับรถมาถึงหน้าบ้านอีกครั้งในเวลาที่ทุกคนหลับใหลเธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ก็พอได้ยินบางประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้น“นนท์ วิขอร้องจริง ๆ นะ” เสียงวิภาวรรณดังแผ่ว แต่สั่นพร่าด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะทุกข์ “วิแค่อยากให้พะแพงมีครอบครัวที่สมบูรณ์นะนนท์ เด็กคนหนึ่งควรได้เติบโตมาพร้อมพ่อกับแม่ไม่ใช่เหรอ เราสองคนก็เคยมีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกัน ถ้าเราลองกลับมาปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อลูก..”“วิ ผมพูดไปแล้วว่า..” เกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่ง กวางกลั้นหายใจฟังอยู่ข้างประตู มือเกร็งแน่นที่ขอบวงกบ“สุดท้ายแล้วนนท์ก็ต้องคิดถึงลูกให้มากกว่าความรู้สึกของตัวเองนะคะ” เสียงของวิภาวรรณดังขึ้นจากบริเวณหน้าบ้านกวางยืนอยู่ตรงประตูห้องรับแขก มือข้างหนึ่งจับขอบประตูไว้แน่
วันหนึ่ง วิภาวรรณมาถึงบ้านของครอบครัวชานนท์โดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า รถยนต์สีขาวมุกคันหรูจอดอยู่หน้าบ้าน ขณะที่คนงานกำลังช่วยกันขนของจากรถเข้ามาในตัวบ้าน หญิงสาวก้าวลงมาพร้อมถุงของฝากหลายใบ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“สวัสดีค่ะคุณแม่”คุณผกาที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ“อ้าว วิ เธอมาที่นี่ได้ยังไง”“วิมาเยี่ยมพะแพงค่ะ พอดีมีของมาฝากลูกด้วย เลยถือโอกาสมาเยี่ยมคุณแม่ด้วยเลย”วันหนึ่ง วิภาวรรณมาถึงบ้านของครอบครัวชานนท์โดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า รถยนต์สีขาวมุกคันหรูจอดอยู่หน้าบ้าน ขณะที่คนงานกำลังช่วยกันขนของจากรถเข้ามาในตัวบ้าน หญิงสาวก้าวลงมาพร้อมถุงของฝากหลายใบ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรที่ค่อนข้างฝืน“สวัสดีค่ะคุณแม่”คุณผกาที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจไม่ปิดบัง “อ้าว! วิ เธอมาที่นี่ได้ยังไง”คำถามนี้ไม่ใช่แค่ถามธรรมดา ตลอดช่วงที่คบกัน ครอบครัวฝ่ายชายไม่เคยชอบเธอ ไม่เคยเชื้อเชิญมาที่บ้าน แม้แต่งานแต่งงานของเธอก็ไม่ได้จัด เธอจึงไม่เคยก้าวเข้ามาในรั้วนี้แม้แต่ก้าวเดียว“วิมาเยี่ยมพะแพงค่ะ พอดีมีของมาฝากลูกด้วย เลยถือโอกาสแว



![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

