Masukมิลินเองก็เข้าไปกอดแสดงแสดงความยินดี พอผละกอดออกก็ยื่นช่อดอกไม้ให้ ครินทร์บอกว่าเซลีนชอบสีชมพูเลยสั่งจัดเป็นช่อสวยๆ มาให้“ยินดีด้วยนะเซลีน เรียนจบสักที” คิรันพี่ชายครินทร์พูดแล้วมองเซลีนด้วยแววตาอบอุ่น“ขอบคุณค่ะ” วันนี้รู้สึกอบอุ่นมาก ทุกคนมาร่วมแสดงความยินดีในวันสำคัญของเธอเยอะมาก แต่แล้วสายตากลั
หลายปีต่อมาเสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีดังก้องไปทั่วลานหน้าคณะ ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลด้วยความยินดีและความภาคภูมิใจของเหล่าบัณฑิตใหม่ วันนั้นเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสจนแทบไม่มีเมฆ เสียงหัวเราะ เสียงชัตเตอร์ เสียงเรียกชื่อกันข้ามตึกดังระงมไปหมด มวลอากาศร้อนระอุปะปนกลิ่นดอกไม้ที่ผู้คนถือเต็มสองมือเซลีนอยู
ครินทร์ : เดี๋ยวโดนอีกกระทง โทษฐานดื้อนะครับเซลีนอมยิ้มและครินทร์ก็เห็น เซลีนส่งเพียงสติกเกอร์ทะเล้นมาแล้วรีบกลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ ครินทร์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วแอบถ่ายรูปแฟนสาวจากไกลๆ จากการสังเกตเธอไม่ได้ออกนอกลู่นอกทาง หากลองมองดูดีๆ เธอยิ้มแบบนั้นกับทุกคน แต่ความหึงหวงทำให้เขาหัวเสียไม่เข้าท่า
ลานกิจกรรมของคณะเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงเชียร์ เสียงปรบมือ และเสียงตะโกนสลับกันไปมาไม่ขาดสาย ยามบ่ายอากาศร้อนอบอ้าวแต่กลับเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เหงื่อที่ไหลตามกรอบหน้าแต่คนละถูกเช็ดลวกๆแสงแดดสะท้อนจากผ้าใบกันแดดที่ขึงไว้เหนือหัวจนเกิดประกายแสบตา ทุกมุมของลานกว้างเต็มไปด้วยสีสันของลูกโป่ง ป้ายผ้า
“เรื่องธุรกิจผมไม่ปฏิเสธใครอยู่แล้วครับ”เซลีนนั่งมองอลิชานิ่งๆ แต่พออีกคนหันมาก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ท่าทางอลิชาออกชัดเจนว่ากำลัง ‘อ่อย’ ผัวคนอื่นอยู่ แต่เธอเชื่อใจคนของตัวเองว่าไม่เล่นด้วยการคุยงานเริ่มต้นขึ้นนานเกือบสามชั่วโมง อลิชาตั้งใจยืดเวลาในการคุยเพื่ออยู่กับครินทร์ให้นานกว่านี้ แม้แฟนตัวจ
ความสัมพันธ์ระหว่างครินทร์กับเซลีนดูราบรื่นแต่ก็มีทะเลาะกันตามประสาคู่รัก และทุกครั้งครินทร์เป็นฝ่ายยอมเพราะไม่อยากทำเรื่องให้เล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่สองคนไม่เคยทะเลาะกันจริงๆ จังๆ เวลาอีกคนไม่ชอบอะไรในตัวอีกคนก็จะคอยบอกปรับกัน เป็นเรื่องปกติเวลาคบกันนานขึ้นแล้วเจอข้อเสียของกันและกัน“พี่ครินทร์มีผู้
ซึ่งมันไม่มีอยู่อีกแล้ว…คิรันปรายตามองเธออย่างเย็นชา ไม่มีแม้แต่คำทัก ไม่มีแม้แต่การหยุดเท้า เขาเดินผ่านเธอเหมือนเป็นแค่ลมร้อนจากระบบระบายอากาศของคาสิโน แต่เอแคลร์ไม่ยอมแพ้ มือบางเอื้อมมาคว้าแขนเขาไว้แน่นหมับ“เดี๋ยวสิคิรัน”เขาหยุดกะทันหัน หันหน้ามาช้าๆ พร้อมแววตาคมกริบเหมือนใบมีดที่เฉือนใจคนมานั
ภายในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดของโรงพยาบาลเอกชนเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมเบา ๆ จากเครื่องปรับอากาศที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ดูจะไม่ต่างจากบรรยากาศอึมครึมในใจของใครบางคน ที่นั่งเหม่อมองออกไปยังหน้าต่างบานใหญ่นาเนียร์นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าซีดเซียวอิงกับหมอนพิงหลัง ผ้าห่มผืนบางคล
ตอนนี้เขารู้แล้วว่ากำลังจะเสียนาเนียร์ไปจริงๆ และครั้งนี้…เธอคงไม่หันกลับมาอีกแล้วแอดดเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นทำให้คิรันปรายสายตาไปมองทันควันอย่างไม่พอใจ พอเห็นว่าเจ้าของการกระทำเป็นน้องชายยิ่งรู้สึกหงุดหงิดไปกันใหญ่“มึงลืมพกมารยาทมาจากบ้านหรือไงวะ”“สงสัยลืมไว้บนรถ” ครินทร์ตอบด้วยท่าทางยียวน ก่อ
“ผมว่าคุณลงไปเคลียร์หน่อยดีไหม” คนขับแกรปหันไปบอกนาเนียร์นาเนียร์เม้มริมฝีปาหแน่น สายตามองคิรันที่ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเธอกำลังสั่นไหว ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะ…เจ็บปวดเธอเปิดประตูรถและก้าวลงไปก่อนที่คิรันจะเดินมาถึงพอดี เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าข้อมือเล็กของเธอแน่นก่อนจะลากไปทางรถตั
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






