เข้าสู่ระบบ“เอวาพี่ฝากเราถ่ายเอกสารสองชุดสิ ขอก่อนพักเที่ยงนะ”
“…เอ่อ ได้ค่ะ”
คนตัวเล็กจำต้องผละมือออกจากงานตรงหน้าแล้วลุกขึ้นเอื้อมตัวไปรับกระดาษปึกใหญ่มาถือไว้ในมือ เธอเหลือบตามองจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าตาละห้อยเพราะงานของตัวเองยังไม่ทันเสร็จดี แต่หัวหน้าแผนกกลับมอบหมายงานที่ไม่เกี่ยวข้องแทรกเข้ามาเสียได้
ใบหน้าสวยอิดโรยริมฝีปากซีดเซียว แม้เธอจะทาลิปมันบำรุงไว้ก็ไม่สามารถทำให้ใบหน้าของหญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาได้ ตั้งแต่ที่แม่ของเธอล้มป่วยเธอก็ต้องรับจ็อบหางานเสริมทำเพิ่มหลังเลิกงาน ลำพังแค่เงินเดือนหมื่นต้น ๆ ของพนักงานออฟฟิศที่โดนกดขี่อย่างเธอ คงไม่พอจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่อยู่แล้ว
เอวาซูบผอมลงหลายกิโลจากการทำงานหนักและพักผ่อนน้อยติดต่อกันหลายสัปดาห์ โชคดีหน่อยที่เธอเพิ่งได้งานทำความสะอาดเพนต์เฮาส์ดาราดังเลยยังพอมีเงินเหลือให้ตัวเองได้กินได้ใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่บ้างในแต่ละเดือน
“เอวาได้รึยัง พี่จะเข้าประชุมแล้ว”
“ค่ะ ๆ เหลืออีกสามแผ่นสักครู่นะคะ”
คนตัวเล็กผงกหัวหงึก ๆ รีบก้มไปโกยกระดาษเป็นร้อยแผ่นมารวบไว้ในมือ เธอเผลอเหม่อลอยไปชั่วขณะเลยยกมือขึ้นมาตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ
“สติหน่อยยัยเอวา”
ปากเล็กพึมพำก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของหัวหน้าแผนก เธอวางกระดาษสองปึกหนาลงบนโต๊ะแล้วกลับมานั่งทำงานของตัวเองต่อ
เฮ้อ…อดกินข้าวอีกแล้วสิ
คำพูดไว้อาลัยให้กับกระเพาะตัวเองที่เอวาพูดมันอยู่ในใจ ในเมื่องานยังไม่เสร็จเธอคงไม่สามารถลุกออกไปไหนได้ ไม่อย่างนั้นงานก็จะคั่งค้างลากไปอีกวันจนตัวเองลำบากกว่าเดิม
18:08น.
ตึก ตึก ตึก
“แฮ่ก แฮ่ก…”
“รีบอะไรขนาดนั้นใจเย็น ๆ”
คนตัวเล็กก้มตัวเอามือยันเข่า เธอหอบแฮ่กออกมาเสียงดังหลังจากรีบวิ่งลงจากรถประจำทางเพื่อเข้าทำงานให้ทัน ตามรอบที่พี่เต้อุตส่าห์ใจดีจัดรอบทำงานพิเศษให้เธอ แต่เธอก็ยังมาสายไปแปดนาที…
“ขอโทษนะพี่ วันนี้รถติดมีอุบัติเหตุตรงสี่แยกอะ”
“ใครเขาว่าอะไรล่ะ ไป ๆ ไปเปลี่ยนชุด”
“ค่ะ”
รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า เธอพยักหน้าแล้วเดินหายเข้าไปหลังร้านเพื่อเปลี่ยนชุดจากพนักงานออฟฟิศมาใส่ยูนิฟอร์มของร้านสะดวกซื้อแทน เอวากลับออกมาประจำหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงิน เธอทำงานของตัวเองสลับกับเดินออกไปจัดสินค้าเข้าสต็อกเวลาไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ
โครก ครากก~
“…เอานี่ติดไปด้วย จะไปทำงานต่อล่ะสิ”
เต้ยื่นข้าวปั้นสองก้อนส่งมาตรงหน้า เอวาต้องรับไว้อย่างเสียไม่ได้เพราะกระเพาะเธอดันส่งเสียงประจานออกมาพอดี ทำให้หญิงสาวไม่สามารถพูดแก้ต่างอะไรได้อีก
“ขอบคุณค่ะ ไปก่อนนะพี่”
เธอยกมือไหว้ขอบคุณพลางส่งยิ้มทะเล้นออกไปโดยไม่คิดตอบคำถามเรื่องการทำงานอันแสนหฤโหดเช้ายันดึกของตนเอง
“…อายุแค่นี้โชคร้ายจริง ๆ”
เต้ส่ายหัวมองตามหลังเอวาด้วยความสงสาร เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าสาววัยยี่สิบต้น ๆ ต้องเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกันแบบกะทันหัน และกำลังไม่มีที่พึ่ง
คอนโดฟีนิกซ์
“วันนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลนี่นา”
เสียงหวานแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเธอหยิบมือถือขึ้นมาดูแจ้งเตือนที่ตนเองทำไว้ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องเข้าไปจ่ายค่ารักษาส่วนหนึ่ง เพื่อให้แม่ของเธอยังได้รับการรักษา
แขนเรียวทิ้งลงข้างตัวเอวาค่อย ๆ เงยใบหน้าขึ้นมองไปยังชั้นบนสุดของอาคารแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่าถ้าเธอเกิดมาวาสนาดีกว่านี้อีกสักหน่อย ก็คงไม่ต้องมาพบเจอเรื่องลำบากอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้…
ติ๊ด!
เอวาแตะคีย์การ์ดสำรองเข้าไปในเพนต์เฮาส์หรูเธอตรงดิ่งไปวางของแล้วใส่ถุงมือทำความสะอาดทันทีราวกับระบบอัตโนมัติที่ถูกตั้งไว้ หญิงสาวไม่ได้ใส่ใจว่าชายเจ้าของห้องจะอยู่ในเพนต์เฮาส์หรือเปล่าเพราะเธอแค่เข้ามาทำความสะอาดตามหน้าที่เท่านั้น หมดหน้าที่ตัวเองเธอก็จะกลับออกไป แต่ก็พยายามไม่ส่งเสียงดังมากเกินไปตามที่รอนผู้จัดการของเขาได้กำชับและย้ำนักย้ำหนาว่าธีโอรักความเงียบสงบ และหวงความเป็นส่วนตัวของเขาเป็นลำดับที่หนึ่ง
“เอานี่ไปทิ้งด้วย”
“…ค่ะ”
คนตัวเล็กมีเหงื่อผุดซึมตามกรอบหน้าเธอหันไปตามเสียงเรียกแล้วรับถุงขยะมาจากมือธีโอที่เขาเพิ่งเดินออกมาจากห้องนอน ตาสวยหลุบมองต้นคอแกร่ง วันนี้มันไม่มีรอยสักให้เห็น แปลว่าเขาคงออกไปทำงานแล้วกลบมันเอาไว้
“งานเสร็จแล้วเหรอ”
“ค่ะ ขอตัวนะคะ”
เอวาตอบเพียงเท่านั้นแล้วพาตัวเองออกมาจากเพนต์เฮาส์ของนักแสดงหนุ่ม เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีตาคมมองตามหลังมาตลอดอย่างคนลอบสังเกต…
โรงพยาบาล
ฟึบ…
ร่างบอบบางหย่อนบั้นท้ายนั่งบนเก้าอี้แข็ง ๆ ไร้พนักพิงที่มันถูกวางไว้ข้างเตียงผู้ป่วย เธอทิ้งกระเป๋าผ้าวางกองไว้ที่พื้นแล้วมองผู้ให้กำเนิดที่ตอนนี้มีสายห้อยระโยงระยาง และไม่ตื่นมาพูดคุยกับเธอหลายสัปดาห์แล้ว เอวายื่นมือไปจับมือของแม่ขึ้นมากุมเธอลูบหลังมือที่เริ่มเหี่ยวย่นเบา ๆ ด้วยความถนุถนอมพลันน้ำตาก็พากันไหลออกมาจากดวงตากลมสวย
“ฮึก”
เสียงสะอื้นเล็ดลอดจากริมฝีปากจิ้มลิ้มเธอพยายามสะกดกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้แต่มันก็ยากเหลือเกิน ความเหนื่อยล้า และอารมณ์อ่อนไหวกำลังปะเดปะดังเข้ามาพร้อมกัน ในหัวเอวามีแต่ภาพของผู้เป็นพ่อที่แสนจะเห็นแก่ตัวที่ไปกู้เงินมาทำธุรกิจก่อนจะล้มไม่เป็นท่าแล้วทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้เธอกับแม่รับผิดชอบ ทำให้แม่ของเธอเครียดหนักเส้นเลือดในสมองแตกล้มหัวฟาดไปเมื่อเดือนก่อน
จากปกติที่ชีวิตก็ไม่ได้ดีเด่กว่าใครเขาแค่พอเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดไม่เป็นภาระของครอบครัว แต่กลับต้องมาทุกข์ระทมกับความเห็นแก่ตัวของพ่อผู้บังเกิดเกล้าแบบไม่มีทางเลือก สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ต่างจากการที่เธอถูกราดด้วยน้ำมันแล้วจุดไฟเผาเลยสักนิด…
“…ฮึก หนูเหนื่อยจังเลยแม่ แต่ไม่ต้องห่วงนะยังไงแม่ต้องได้รับการผ่าตัด ตอนนี้หนูได้งานเพิ่มอีกที่ เดือนนี้แม่น่าจะได้ผ่าตัดแล้วนะ แม่ต้องเข้มแข็งไว้นะ ฮึก”
เสียงหวานสั่นเครืออย่างคนไร้ที่พึ่ง เธอเหนื่อยแต่ต้องพยายามเข้มแข็งจนบางครั้งความรู้สึกมันก็ปนเปตีกันมั่วไปหมด
ครืดดด~
เอวาเลื่อนประตูเปิดอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอแทรกตัวพาตัวเองออกมาจากห้องผู้ป่วยตรงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อชำระค่าใช้จ่ายที่ยังคั่งค้างตั้งแต่เดือนก่อน
“คุณพิศมัยค่ะ ขอทราบยอดค้างจ่ายปัจจุบัน”
“ค่ะ สักครู่นะคะ”
พยาบาลประจำเคาน์เตอร์พยักหน้าแล้วหันไปพิมพ์ยุกยิกครู่หนึ่งแล้วถึงได้พิมพ์เอกสารออกมาวางตรงหน้าเธอ เอวาไล่ตามองลากปลายนิ้วไปตามตัวเลขก่อนที่ตาสวยจะตื่นตะลึงกับยอดค่ารักษาที่พุ่งสูงขึ้น จนเธอเองยังคาดไม่ถึง
“กะ…เก้าแสนเลยเหรอคะ!? อันนี้ได้ใช้สิทธิรักษารึยังคะ?”
เธอละล่ำละลั่กถามพลันใจดวงน้อยก็กระตุกวูบกับจำนวนเงินที่ตัวเธอเองยังไม่มั่นใจว่าจะต้องทำงานอีกกี่เดือนถึงจะโปะค่ารักษาทั้งหมดนี้ได้ ไหนจะหนี้นอกระบบที่พ่อของเธอก่อไว้อีก มันเยอะจนความรู้สึกมืดแปดด้านพากันตีแสกเข้าหน้า
“ใช้แล้วค่ะ แต่ตัวยากับค่ารักษาบางส่วนไม่รวมอยู่ในระบบ”
“ผ่อนจ่ายได้ใช่ไหมคะ”
“ได้ค่ะ แต่ถ้ายอดค้างจ่ายเหลือเกินสามแสนโดยปกติแล้วจะไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้นะคะ นอกจากมีหลักค้ำประกันหรือชำระค่ารักษาจนครบถ้วน”
“…”
คนตัวเล็กนิ่งงัน สถานการณ์ตรงหน้าไม่ต่างจากการบีบให้เธอไปยืนตรงหน้าผาเลยสักนิด เหมือนแค่ให้เธอเลือกว่าเธอจะจบชีวิตตัวเองด้วยวิธีไหน เท่านั้นเอง
“จะชำระบางส่วนก่อนไหมคะ? ใกล้เวลาปิดระบบแล้ว”
“…อะ เอ่อค่ะ ได้ค่ะ”
เอวาพยักหน้าเธอตัดสินใจชำระค่ารักษาพยาบาลเพิ่มไปอีกสองหมื่นในวันนี้ แต่ตัวเลขหลังการหักยอดกลับไม่ทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นเลย ร่างแบบบางเดินไหล่ตกออกมาจากโรงพยาบาลเธอพยายามคิดหาทางออก แต่มันก็ไม่มีหนทางไหนเลยที่จะช่วยเธอได้…
แอคชั่นนน~ ผู้กำกับสั่งเริ่มการถ่ายทำโดยใช้น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มละมุนมากกว่าปกติ ทีมงานทั้งกองถ่ายเลยพากันขนลุกซู่ไม่คุ้นชินกับภาพย้อนแย้งของผู้กำกับหนุ่มหนวดเคราเฟิ้มที่กำลังพยายามบีบเสียงเล็กเสียงน้อย เพื่อหลอกล่อนางแบบตัวจิ๋วนามว่า ‘ลลิน’ ให้หันตาแป๋ว ๆ มองมาที่กล้อง “น่ารักมากสาวน้อย นั่นแหละเจ้าตัวน้อย ยิ้มสิ…อื้อหืออ ยิ้มอีกลูก ยิ้มอีกกก~” “…อะไรก็ดีหมดยกเว้นก็แต่ผู้กำกับเนี่ยแหละ ทำฉันขนลุกไม่ไหว” “ชู่วว! เบา ๆ สิ เดี๋ยวก็ได้ยินกันทั้งกองถ่ายพอดี”ทีมงานผู้หญิงที่ยืนประกบหลังกล้องถือผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีชมพูไว้ในมือรีบหันไปยกนิ้วจุ๊ปากตำหนิเพื่อนร่วมงานตนเองเพราะกลัวว่าผู้กำกับคนดังกล่าวจะได้ยินคำนินทาเข้า “เชื้อไม่ทิ้งแถวจริง ๆ ดูสิ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูไม่พอ ตัวแค่นี้แต่กลับรู้มุมกล้อง รู้ความกว่าที่คิด นักแสดงนางแบบบางคนยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย” เอวาอมยิ้มแก้มแทบปริเมื่อหูได้ยินทีมงานในกองถ่ายพูดถึงลูกสาวตัวน้อยของตนเองในทางที่ดีแถมยังชื่นชมออกนอกหน้านอกตา “แก้มจะแตกแล้วมั้ง หน้าตาดีได้พ่
“…ฉันว่าเราเดินห่าง ๆ กันหน่อยดีกว่า” “ทำไม?” ธีโอมองเอวาสะบัดมือของตนที่กอบกุมมือเล็กออก คนตัวเล็กหันมองรอบตัวทำให้ชายหนุ่มต้องหันมองตามซึ่งเขาก็เห็นแค่คนทั่วไปที่กำลังเข็นรถเข็นเลือกซื้อของอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น “เดี๋ยวแฟนคลับนายมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี” เอวาบอกถึงเหตุผล เธอแอบกังวลทุกครั้งที่ต้องอยู่ใกล้เขาในพื้นที่สาธารณะ หรือเวลาธีโอแสดงความรักอย่างเปิดเผยในบางครั้ง มันทำให้เธอทำตัวไม่ถูกกลัวว่าแฟนคลับบางกลุ่มจะไม่พอใจตนเอง “แล้วยังไง!? ฉันก็ป่าวประกาศชัดเจนว่าเธอเป็นแฟนฉัน จะไปไหนมาไหนด้วยกัน จับมือกัน มันผิดตรงไหน?” ธีโอเริ่มไม่เข้าใจตาคมฉายความงุนงงออกมาพลันคิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันเมื่ออยู่ดี ๆ แฟนสาวก็กังวลแบบไร้เหตุผล “ไม่ใช่แฟนคลับทุกคนที่ยินดีกับความรักของเราสักหน่อย นายก็รู้” เอวาตอบเสียงอ่อยแล้วเดินเข็นรถเข็นห่างออกไป ตั้งแต่ที่เขาบอกกับสื่อถึงสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา แฟนคลับบางส่วนก็ยินดีและสนับสนุน แต่ก็มีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ไม่เห็นด้วยและประกาศ
คอนโดฟีนิกซ์ “เดี๋ยวพรุ่งนี้มารับสิบโมง…อยากได้อะไรไหม? จะกินอะไรกันรึเปล่า?” เบย์ถามหลังจากพาธีโอกับเอวามาส่งถึงบนเพนต์เฮาส์ “เอา…” “ไม่ ออกไปได้แล้วหมดหน้าที่มึงแล้ว” เอวาหันหน้ามองร่างสูงข้างตัวเมื่อเขาเอ่ยปากปฏิเสธเบย์ทั้ง ๆ ที่เธอกำลังจะฝากซื้อของกิน “เอวาล่ะ?” “ไม่เอา ยัยนี่ไม่มีเวลากินหรอก มึงกลับไปได้แล้ว” “กูถามเอวา” เบย์พูดอีกครั้งก่อนจะเริ่มสังเกตได้ถึงพฤติกรรมแปลก ๆ ของไอ้เพื่อนสนิทกับสายตาแสดงความรำคาญของมัน จนเขาต้องเป็นฝ่ายพยักหน้ายอมทำตามคำสั่งเมื่อเริ่มคาดการสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับคนทั้งคู่หลังจากนี้ได้ “…เข้าใจละ พรุ่งนี้เอวามีถ่ายงาน กรุณาเบามือ” ปึง! “ทำไมนายทำตัวไม่มีมารยาทแบบนั้นล่ะ!?” เอวาตำหนิคนข้างตัวเมื่อเบย์พูดไม่ทันจบดีก็ถูกชายเจ้าของห้องปิดประตูใส่หน้าเสียก่อน “บอกให้เปลี่ยนชุดแล้วทำไมยังใส่ไอ้ชุดพวกนี้อยู่?” ธีโอเอ่ยสวนกลับมา เสียงของเขาเย็นยะเยือกพลางตาคมก็ไล่มองชุดที่เธอใส
ข่าวใหญ่แพร่สะพัดอีกครั้งเมื่อศาลมีคำสั่งจำกัดสิทธิการปกครองบุตรชายของวราภรกับศุภกิจ หรือก็คือนายพชร ธารธารา นักแสดงชื่อดังที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านั้น รวมไปถึงคนทั้งคู่ต้องถูกคุมประพฤติและสอบสวนเพิ่มเติมถึงคลิปหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่มีการทำร้ายร่างกายบุตรชายตนเองภายในบ้านพักตั้งแต่สมัยวัยเยาว์… เอวาไล่ตาอ่านข่าวผ่านมือถือส่วนตัวเธอไถนิ้วเลื่อนลงมาเพื่อดูคำสั่งศาลเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในส่วนของคดียักยอกทรัพย์ที่นายพชร ธารธารา ถูกอดีตผู้จัดการโกงค่าตัวและเก็บส่วนต่างเข้ากระเป๋าตนเองนั้น ทางศาลได้ตัดสินให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้กับนักแสดงคนดังกล่าวเป็นจำนวนเทียบเท่า หรือมากกว่าตามแต่ดุลยพินิจและความประสงค์ของโจทก์อีกทีหนึ่ง “…อืม” เอวาพยักหน้าเลื่อนนิ้วลงไปล่างสุด เธออ่านมาถึงบทความสุดท้ายที่กำลังจะกล่าวถึงมือดีที่เป็นคนปล่อยภาพส่วนตัวของเธอกับธีโอ ในคืนงานเลี้ยงปิดกองละคร ภาพและคลิปที่ถูกปล่อยออกมาได้มีการเปิดเผยตัวผู้กระทำแล้ว และยืนยันว่าเป็น ‘คอปเปอร์’ นักแสดงชื่อดังอีกท่านหนึ่งที่รับบทเป็นพระรองในละครที
06:30น. “…” แพขนตางอนเปิดขึ้นช้า ๆ ก่อนที่รอยสักรูปหนามบนต้นคอของใครบางคนจะฉายชัดอยู่ตรงหน้า เธอไม่ต้องหยีตาหลบแสงแดดยามเช้าเพราะตลอดทั้งคืนมีธีโอกกกอดรวบตัวเธอไว้ พอตื่นมาเธอเลยเจอกับร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาเป็นภาพแรก คนตัวเล็กไล่ตามองกรอบหน้าหล่อละมุน เธอส่งมือไปแตะสัมผัสมันเบา ๆ แล้วลากปลายนิ้วลงมาที่ต้นคอ นิ้วเรียวไล้ไปตามหนามแหลมที่พวกมันถูกสักสลับเป็นฟันปลาตามการออกแบบของชายหนุ่ม เธอหยุดมือจ้องรอยสักตรงหน้า เอวามองมันด้วยสายตาอ้อยอิ่งแฝงความกังวล “…นายลืมโบราได้จริงรึป่าว” “ลืมได้แล้ว” “ตะ ตื่นแล้วเหรอ!?” เอวาพึมพำออกไปเพราะคิดว่าธีโอยังไม่ตื่นจากห้วงนิทรา แต่ทันทีที่เธอพูดจบเขาก็ตอบกลับมาแถมยังเปิดเปลือกตาขึ้นมาสบตากับเธออีกต่างหาก ทำให้เอวาถึงกับทำตัวไม่ถูกเลิ่กลั่กเตรียมจะลุกหนีจากที่นอน “จะไปไหน…เธอถามฉันก็ตอบ ก่อนหน้านั้นมันยังมีความรู้สึกผิดอยู่น่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะฉันเชื่อว่าโบราเข้าใจ…เหมือนที่เธอเข้าใจฉัน” ธีโอรวบเอวบางเข้ามาใกล้เขากระชับอ้อมแข
“คิดว่าฉันเขี่ยเธอทิ้งล่ะสิ หึ…ถ้าจะเขี่ยทิ้งคงไม่ขับรถไปรับให้เสียเวลาหรอกมั้ง” “…วะ ว้าย!” เอวาร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ดี ๆ ธีโอก็รวบเธอขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์บาร์แถมเขายังลากเก้าอี้มานั่งแทรกกลางระหว่างขาเธออีกต่างหาก ดาราหนุ่มหลุบตามองกระโปรงพลีทที่เอวาใส่ เขาคลี่ยิ้มร้ายกาจก่อนจะส่งมือสอดเข้าไปด้านในกระตุกเอาชั้นในลายลูกไม้ลากมันออกมาตามขาเรียว คนตัวเล็กมองชั้นในสีหวานตกลงพื้น ธีโอขยำมันเป็นก้อนกลมแล้วเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี เขาจับขาเธอขึ้นชันบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เผยให้เห็นดอกไม้งามปิดสนิทล่อตาล่อใจแมลงผู้อย่างธีโอได้เป็นอย่างดี “อะ อ๊ะ!” เอวาสะดุ้งเมื่อไอร้อนจากฝ่ามือของชายเจ้าของห้องตะปบเข้ามาลูบคลึงกลางใจสาว แววตาเธอสั่นระริกด้วยความวูบไหวสวนทางกับธีโอที่ตอนนี้นัยน์ตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความหื่นกระหายเรียบร้อยแล้ว “…อืม อย่าเกร็ง ปกติตรงนั้นของเธอก็รัดฉันจะขาดใจอยู่แล้วแล้วนี่ตั้งเดือนนึงที่ไม่ได้เอา มันจะตอดขนาดไหนวะ” ธีโอพูดบอกในขณะที่เขากำลังสอดใส่นิ้วเข้าไปในโพรงสวาทคับแคบ ชายหนุ่มลอบสังเกตส







