Mag-log in"จะไปรู้เหรอว่ะ ทุกคนก็แค่เป็นห่วงมึงแค่นั้นเอง"
"ทุกคน?"ไทเกอร์เลิกคิ้วถามเพื่อน "อืม...ก็ใช่ ไอ้ธันอยู่ผับ ไอ้ก้านาน ๆ เห็นหน้าที กูก็ติดเมีย เหลือมึงคนเดียวทุกคนก็เลยเป็นห่วง" "....." "มึงไม่คิดอยากมีความรักบ้างเหรอว่ะ" "พอเลยไอ้ฟรินท์ กูไม่ชอบหาห่วงมาผูกคอเหมือนมึง" "มีความรักไม่ดีตรงไหนว่ะ คนที่พูดแบบมึงคือคนที่ยังไม่เคยมี ลองได้มีมึงอาจจะติดเมียหนักกว่ากูก็ได้ ไทเกอร์ส่ายหน้ารัว ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ชอบเอาใจใคร ไม่ชอบง้อเวลาผู้หญิงโกรธ ไม่ชอบเอาเวลาส่วนตัวยึดติดกับผู้หญิงแค่คนเดียว "แค่เห็นมึงกูก็จะอ้วกออกมาแล้วว่ะ" หลังจากออกจากสนามแข่งในเวลาเกือบสามทุ่ม ก็เหมือนเดิมชีวิตในทุกวันคือขับรถตรงไปผับของเพื่อนสนิท ยิ่งวันนี้มีเรื่องให้เครียดหลายเรื่อง ร่างกายเลยต้องการแอลกอฮอล์เพื่อทำให้ความหงุดหงิดในใจเบาบางลงไป "อ้าว...ไอ้เกอร์ มึงปิดเครื่องทำไมว่ะ" "ไม่ได้ปิด" "กูโทรไม่ติดตั้งแต่บ่ายแล้วนะ" "ขอเหล้าเข้ม ๆ ให้กูหน่อย" ธันเดอร์มองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย แต่ก็ตามใจสั่งเหล้าเข้ม ๆ แบบที่เพื่อนต้องการกับบริกรให้ "เครียดไรว่ะ?" "เรื่องผู้หญิงบ้าคนหนึ่งว่ะ ทำกูปวดหัวมาทั้งวันแล้ว" "ใครว่ะ? กูรู้จักไหม" มุมปากหนายกขึ้น ก่อนจะกระดกเหล้าที่บริกรเอามาให้ทีเดียวหมดแก้ว "เบาหน่อยสิว่ะ" "....." "กูไม่อยากให้เด็กหิ้วมึงขึ้นไปนอนข้างบนอีกคน ห้องนั้นให้ไอ้ฟรินท์คนเดียวพอ" "กูไม่คออ่อนแบบมัน" ธันเดอร์ส่ายหน้า ระอาในความดื้อของเพื่อนที่ส่งต่อกันมา เมื่อก่อนก็ไอ้ฟรินท์ทีหนึ่งแล้ว ที่เขาต้องนั่งดื่มเป็นเพื่อนทุกคืนแบบนี้ คิดว่าเรื่องแบบนี้จะหายไปแล้วเสียอีก "เออ...ปากเก่งเหมือนกันหมด เดี๋ยวมึงนั่งกินไปคนเดียวก่อนนะ กูลงไปดูข้างล่างหน่อย" ไทเกอร์โบกมือให้เพื่อน ส่วนเขาเองก็นั่งดื่มต่ออีกหลายแก้ว จนเริ่มรู้สึกมึนหัวนิด ๆ ธันเดอร์ถึงเดินขึ้นมาหาเขาที่ชั้นสองโต๊ะวีไอพี "ตาเยิ้มขนาดนี้ เมาแล้วใช่ไหมว่ะ" "ไม่ได้เมา แค่กรึ่ม ๆ ไอ้ธัน..." "หืม?" "กูเสี้ยน หาเด็กให้คนดิว่ะ" เพราะเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน เรื่องพวกนี้เลยพูดออกไปได้อย่างไม่อาย "วันนี้ไม่มีใครเลยว่ะ แต่เดี๋ยวมึงรอก่อนนะเผื่อมีมาตอนดึก ๆ เออเมื่อกี้กูเจอเด็กเก่าไอ้ฟรินท์" "เด็กเก่าไอ้ฟรินท์?" "ก็น้องใบเฟิร์นคนสวยไงว่ะ มานั่งดื่มอยู่คนเดียวที่เคาท์เตอร์บาร์ด้านล่าง แต่งตัวอย่างแจ่มเลยว่ะ ผู้ชายงี้มองกันตาเป็นมัน" "ยัยนั่นอยู่ที่นี่เหรอว่ะ"จากที่กรึ่ม ๆ ไทเกอร์ตาสว่างทันที ผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาหงุดหงิดทั้งวัน เขาคงไม่ปล่อยให้เธอนั่งดื่มแบบมีความสุข ในขณะที่เขายังไม่ได้โทรศัพท์คืน "ยัยตัวแสบ เดี๋ยวกูมานะไอ้ธัน ขอไปจัดการยัยนั่นก่อน" "เดี๋ยวไอ้เกอร์ อย่าบอกว่าที่มึงบอกว่าผู้หญิงบ้าคือน้องใบเฟิร์นเหรอว่ะ" "เออ ยัยเด็กนั่นแหละ อยากมาลองดีกับกู เดี๋ยวกูจัดแม่ง!!!" "เชี่ย!!! ใจเย็นก่อน มึงเมาแล้วว่ะ" "ไม่ได้เมา กูมีสติทุกอย่าง"ไทเกอร์สะบัดแขนออกจากเกาะกุมของธันเดอร์ ตอนแรกเขาก็ลืมเรื่องขุ่นมัวพวกนี้ไปแล้ว แต่ทว่าพอได้ยินว่าเธอมานั่งกินเหล้าสบายใจ แต่บอกว่าไม่มีเวลาเอาโทรศัพท์มาให้เขา ทำให้ตอนนี้อารมณ์เขาคุกกรุ่นขึ้นมาอีกแล้ว "เธอทำไรมึง?" "เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง ขอไปจัดการตัวต้นเหตุก่อน"พูดจบเขาก็สาวเท้าเดินไปยังเคาท์เตอร์บาร์ด้านล่างทันที ตอนนี้ฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังทำให้เขาขาดสติและดวงตาเริ่มพร่ามัว อีกทั้งไม่ได้ถามเพื่อนมาด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นใส่ชุดสีอะไร ทำให้เขาเดินเข้าไปหาผู้หญิงทุกคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้น จนถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่ชุดสายเดี่ยวสีดำสุดเซ็กซี่ เปิดเปลือยแผ่นหลังเนียนจนเกือบถึงสะโพก กำลังนั่งไขว้ห้างยกแก้วดื่มด้วยท่าทางสบายใจ "มานี่!!" "ว้ายยย!!! ปล่อยฉันนะ" มือหนาออกแรงดึงคนตัวเล็กให้เดินตามเขามาจนถึงมุมอับที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ยกสองแขนขึ้นกักตัวเธอไว้ ไม่ให้ขยับตัวหนีไปไหนได้ "โทรศัพท์ฉันอยู่ไหน?" "ไม่ได้เอามาค่ะ" "อย่ามาตลกกับฉันนะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเด็กอย่างเธอ" "หึ ฉันไม่ได้ตลกกับพี่นะ ฉันไม่ได้เอามาจริง ๆ ใครจะคิดว่าจะเจอพี่ที่นี่ล่ะคะ" ดวงตาคมแดงก่ำด้วยความโกรธ กรามหนาขบเข้าหากันแน่น กำปั้นทั้งสองข้างทุบข้างกำแพงเสียงดังจนใบเฟิร์นสะดุ้งด้วยความตกใจ ปัง!!! ใบหน้าคมเข้มถมึงทึง เต็มไปด้วยความโกรธคนตัวเล็กตรงหน้าที่กล้าลองดีกับเขา "เธอรู้ไหม? ว่าตอนนี้ความโกรธฉันอยู่ที่ระดับไหน" "ระดับไหนค่ะ" "หึ ระดับที่ฉันสามารถบีบคอผู้หญิงอย่างเธอได้"เสียงทุ้มกระด้างบ่งบอกอารมณ์ที่เขามีตอนนี้ "งั้นก็ทำสิคะ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะทรมานมากกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า" "อย่ามาท้าฉันนะใบเฟิร์น คิดว่าฉันไม่กล้าเหรอว่ะ" "ไม่ได้ท้าค่ะ ฉันอยากให้พี่ทำ" หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นท้าทายเขา เธอรู้ว่าเขาไม่กล้าทำอะไรเธอแน่ เพราะถ้าเขาอยากทำ เขาคงไม่พูดและทำเธอไปตั้งนานแล้ว "เธอต้องการอะไรว่ะ เป็นเด็กมีปัญหา พ่อแม่ไม่รัก เลยเรียกร้องความสนใจแบบนี้ใช่หรือเปล่า" คำว่าพ่อแม่ไม่รัก ทำให้คนตัวเล็กสะอึกไปทันที ประโยคนี้นอกจากจะกระแทกใจเธอแล้ว มันยังเป็นประโยคตอกย้ำตัวเองมาตลอด ไม่คิดว่าพอเป็นเขาพูดแล้วจะทำให้เธอเจ็บปวดได้ขนาดนี้ "เจ็บดีนะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ฉันชินแล้ว" "....." "พี่อยากได้โทรศัพท์คืน ฉันก็บอกอยู่ว่าพี่ต้องมีอะไรมาแลก" "เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรองฉัน" "ไม่อยากรู้หน่อยเหรอคะว่าฉันต้องการอะไร" ไทเกอร์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ในเมื่อเธออยากบอกเขาก็จะฟังว่าสิ่งที่เธอต้องการคืออะไร "ฉันอยากได้...ตัวพี่ค่ะ ให้ฉันได้หรือเปล่าคะ" คนตัวสูงยิ้มเยาะออกมาทันที ไม่เคยพบเจอผู้หญิงคนไหนที่ประหลาดขนาดนี้มาก่อน พูดออกมาได้ว่าอยากได้ตัวเขา ทำเหมือนเป็นเด็กที่อยากได้ของเล่นไปได้ แต่ทว่าเขาไม่ใช่ของเล่นของผู้หญิงอย่างเธอ "ขอโทษนะ ฉันไม่เอาผู้หญิงคนเดียวกันกับเพื่อน" "ฉันไม่เคยมีอะไรกับพี่ฟรินท์" "ฉันไม่ใช่เด็กนะ ที่เธอพูดอะไรฉันจะเชื่อ เธอไปหลอกเด็กอนุบาลเถอะไป" "ไม่เชื่อฉันไม่เป็นไรค่ะ แต่เพื่อนสนิทพี่ที่ตอนนี้เกี่ยวดองกันเป็นพี่เขย น้องเมีย พี่ก็ไม่เชื่อเหรอคะ พี่ฟรินท์รักพี่สาวพี่ขนาดไหนพี่ก็รู้ เขาจะยอมเอาตัวเองมาเกลือกกลั้วกับผู้หญิงอย่างฉันเหรอคะ" ไทเกอร์ยิ้มเยาะคำพูดเธออีกครั้ง"เธอนี่ตลกดีนะ กล้ายอมรับว่าตัวเองเป็นผู้หญิงไม่ดีด้วย ขอถามได้ไหมว่าผ่านผู้ชายมากี่คนแล้วล่ะ ถึงได้เที่ยวเสนอตัวเองให้ฉันขนาดนี้" "จะกี่คนก็เรื่องของฉัน ก็แค่เอากันค่ะ พี่จะคิดมากทำไมคะ" "ยิ่งเธอทำแบบนี้ฉันยิ่งขยะแขยงเธอ" "งั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับพี่แล้วค่ะ หลีกไปด้วย" "ฉันบอกตอนไหนว่าให้เธอไป เอาโทรศัพท์ฉันคืนมาก่อน"คนตัวสูงแบมือไปตรงหน้าเธอ "ก็บอกว่าไม่ได้เอามา พี่นี่พูดไม่รู้เรื่องนะคะ อีกอย่างถ้าพี่ไม่ทำตามความต้องการของฉันก็เลิกคิดเรื่องโทรศัพท์ไปได้เลยค่ะ โอ้ยยย!!" ใบเฟิร์นนิ่วหน้า ร้องออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อมือหนาบีบไหล่สองข้างของเธอแน่นราวกับจะให้กระดูกเธอหัก "เธอกำลังทำให้ฉันหมดความอดทนลงไปทุกที ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่คันขนาดเธอมาก่อน" "ค่ะ ฉันคัน รู้แบบนี้แล้วพี่ก็เกาให้ฉันสิคะ"“มิลอยากไปไหน พี่จะพาไปให้หมดทุกที่เลยนะ ขอแค่บอกพี่มา”“มิลอยากไปทุกที่ที่พี่ไปค่ะ”คำพูดที่ทำให้ใจแกร่งสว่างวาบขึ้นมา เขาเอาจมูกกดจูบผมของเธออย่างแสนรัก ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เขาจะเบื่อเธอคนนี้ มีแต่อยากอยู่กับเธอตลอดเวลา ไม่ว่าอีกกี่ปีเขาก็อยากอยู่ฉลองแต่งงานกับเธอตลอดไปสองคนเดินกันมาถึงตรงที่มองเห็นพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เป็นภาพที่สวยงามมาก เมื่อท้องฟ้าสีฟ้าสดใสตอนกลางวัน กลายเป็นสีส้มทันที กล้องถ่ายรูปถูกกดถ่ายภาพตรงหน้านับสิบ ๆ รูป ก่อนที่เขาจะหันเลนส์กล้องไปทางภรรยาจากในกล้องมองเห็นเสี้ยวหน้าสวยด้านข้าง ริมฝีปากที่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่ได้เห็นพระอาทิตย์ตก นิ้วเรียวรัวชัตเตอร์ทันที เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ผ่านมากี่ปีเขาก็ไม่เคยลืมสามปีต่อมามิลลิคลอดลูกชายคนแรกได้สองปีแล้ว โดยคนเป็นพ่อเป็นคนตั้งชื่อว่าน้องโยธา และลูกสาวคนที่สองอายุหนึ่งขวบคนนี้ยีนส์ตั้งชื่อว่าน้องยูริ ส่วนตอนนี้ในเธอท้องลูกคนที่สามได้สี่เดือนเป็นผู้หญิงอีกหนึ่งคนก็ตั้งชื่อไว้รอแล้วว่าน้องยูมินอกจากสองคนแรกชื่อจะขึ้นตันด้วยยอยักษ์เหมือนยีนส์แล้ว หน้าตายังถอดแบบเขามาอีกด้วย ไม่รู้ทำไมถึงหน้าไม่เหมือนเธอบ้
หลังจากบทรักตอนเที่ยงจบลง ท้องของมิลลิก็ส่งเสียงประท้วงเสียงดัง ตอนแรกคนตัวสูงอยากจะต่อรอบกับเธอด้วยซ้ำ เพราะบรรยากาศที่เป็นใจ ถึงจะร้อนไปหน่อย แต่มีความตื่นเต้นจากการทำรักเอาท์ดอร์ครั้งแรก แต่ทว่าคนตัวเล็กขอพักกินข้าวก่อน"ประจำเดือนมิลมาอยู่หรือเปล่า”ยีนส์ต้องถามภรรยาเรื่องนี้ เพราะหลังจากเธอเรียนจบก็ไม่ได้กินยาคุมอีก แต่ผ่านมาเกือบสามเดือน ทำไมเธอถึงยังไม่ท้องสักที ทั้งที่เขาขยันทำการบ้านกับเธอแทบตาย งัดกลเม็ดทุกอย่างมาใช้หมดแล้ว แต่ทว่ายังไร้วี่แวว“ที่จริงประจำเดือนมิลก็มาไม่ปกติอยู่แล้ว แต่เพื่อความสบายใจของพี่ มิลจะตรวจหลังจากเรากลับนะคะ”“เมื่อวานพ่อตาบอกว่าพี่ไม่มีน้ำยา”มิลลิหัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อที่บ่นเธออยู่ทุกวันว่าเมื่อไหร่จะมีหลานให้ท่านสักที“หรือพี่จะไม่มีน้ำยาอย่างพ่อตาว่าจริง ๆ”เขายังคงคิดมากเรื่องนี้อยู่ ก็เขาอยากมีลูก พ่อกับแม่ของเขาก็อยากมีหลานหลาย ๆ คน“พี่อย่าคิดมากสิคะ มิลเพิ่งปล่อยได้แค่สองเดือนกว่า ๆ เอง ใครจะไปรู้ตอนนี้มิลอาจจะท้องแล้วก็ได้”“งั้นเราไปซื้อที่ตรวจมาตรวจเลยได้ไหม พี่อยากรู้ตอนนี้เลย มิลก็รู้ว่าพี่อยากมีลูกขนาดไหน”สุดท้ายแล้วมิลล
“มิลกลัวว่า อาหารที่สั่งมาจะเป็นหมันไปเสียก่อน”“อาหารเป็นหมันช่างมัน ตอนนี้พี่อยากทำลูกกับมิลมากกว่า เพราะพี่ไม่ได้เป็นหมัน”มือหนาค่อย ๆ จับตรงสายชุดบิกินี่ตัวบน แล้วดึงปมมันให้คลายออกจนอกเต่งตึงโผล่ออกมาท้าทายสายตา ยีนส์ผลักร่างเล็กให้นอนราบไปกับเก้าอี้ผ้าใบ ก่อนที่เขาจะซุกไซร้ตรงร่องอกของเธอ มิลลิรู้สึกเสียววูบวาบไปหมดทั้งร่างกายทันที“อื้อ~ อ่า”เสียงครางหวานหลุดออกมาเบา ๆ เมื่อคนตัวสูงใช้ลิ้นปาดเลีย หยอกล้อกับจุกสีหวานไปมา มืออีกข้างก็ค่อย ๆ ลูบไล้ลงไปตามหน้าท้องแบนราบ จนถึงเนินอวบอิ่มภายใต้กางเกงบิกินี่สีชมพูอ่อน ค่อย ๆ ปลดปมมันออกทั้งสองข้างส่งนิ้วเรียวเข้าไปกรีดกรายตรงร่องสีหวาน ที่เริ่มเปียกชื้นเพราะความเสียวซ่าน จากการปรนเปรอของลิ้นร้อนไปทั่วอกอวบทั้งสองข้าง มิลลิหลับตาพริ้มให้เขาทำตามใจตัวเองทุกอย่างเธอขยับขาเรียวออกให้กว้างขึ้น เมื่อเขาส่งนิ้วเข้าไปในร่องรักของเธอ ขยับเข้าออกเบา ๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้วเป็นสองนิ้ว และเร่งจังหวะให้รัวเร็วขึ้น เมื่อร่องรักของเธอขมิบตอดรัดนิ้วเขามากขึ้น“อ๊าสส อ่ะ มะ มิลเสียว”เสียงหวานร้องครางไม่หยุด ท้าทายกับเสียงเกลียวคลื่นที่ดังคลอมากับเสี
หลังจากงานแต่งจบลง ยีนส์และมิลลิก็รีบไปสนามบินทันที ทั้งคู่จะไปฮันนีมูนกันที่มัลดิฟส์ เป็นเจ้าสาวที่จองตั๋วเครื่องบินและที่พักเองหมดทุกอย่าง กำหนดการเที่ยวทุกอย่างใช้เวลา4วัน3คืน“มิลตื่นเต้นอยากเห็นทะเลใจจะขาดแล้วค่ะ”มิลลิเดินควงแขนสามีหนุ่มหล่อ เพื่อไปยังรถตู้ของโรงแรมที่เธอจองเอาไว้ แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาตีสี่กว่าแล้ว อีกทั้งยังเหนื่อยกับงานแต่ง แต่เธอกลับไม่รู้สึกง่วงสักนิด เพราะทะเลที่นี่ เธอใฝ่ฝันจะมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว“พี่อยากให้มิลพักหน่อยนะ”ยีนส์พูดไปตามที่คิด เพราะตั้งแต่ขึ้นเครื่องจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เห็นเธอหลับเลย ทั้งที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อแต่งหน้า ทำผม ไหนจะยุ่งกับงานแต่งทั้งวัน เสร็จจากงานก็เที่ยงคืน ก็รีบมาสนามบินทันที เป็นเขาเสียอีกที่รู้สึกอ่อนเพลียมาก“ถึงที่พักแล้วค่อยนอนก็ได้ค่ะ สามีของมิลเหนื่อยแล้วเหรอคะ”“พี่ยอมแพ้มิล”รถตู้ของที่พักเข้ามาจอดตรงส่วนของโรงแรม แต่มิลลิจองเป็นที่พักติดทะเลไว้ เลยต้องใช้เวลาเดินไปอีก ขนาดว่าตอนนี้ตีห้า แต่ก็ยังมองเห็นความสวยงามของทะเล พนักงานของโรงแรมพาเดินไปตามสะพานไม้ที่พาไปยังที่พักเป็นหลังที่สร้างอยู่ในทะเล ก่อนที่จะหยุดตรงท
เธอเว้นช่วงนิดหน่อยก่อนพูดต่อ"ที่พ่อเป็นแบบนั้นเพราะพ่อรักแม่มากค่ะ แล้วความรักของพ่อกับแม่ ก็ส่งมาถึงลูกอย่างเราสามคน ที่มิลต้องเชื่อฟังพี่ชาย ไม่ใช่ว่ามิลกลัวนะคะ แต่มิลคิดว่าเขาเป็นคนที่เคยดูแลและปกป้องมิลมาตลอดต่างหากค่ะ"มือหนายกมือลูบหัวเธออย่างเอ็นดู รู้สึกว่าตัวเองโง่มากที่สุด ที่เคยทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจ เธอเป็นผู้หญิงที่ดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก ความคิดของเธอหลายอย่างเป็นสิ่งที่เขาคิดไม่ถึง"มิลรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ดีมาก""เหรอคะ""จริงสิ มิลดีจนพี่กลัวว่าวันหนึ่งพี่จะเสียมิลไป"อยู่ ๆ เสียงทุ้มก็ขาดห้วงไป เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะร้องไห้ เมื่อคิดถึงวันที่เธอไม่อยู่กับเขาระยะเวลาแค่สองเดือนกว่า แต่เขากลับรักเธอมากขนาดนี้ได้ ทั้งที่จริงแล้วเขาเป็นคนรักคนยากมาก แต่กับเธอคือข้อยกเว้นทุกอย่าง"ตราบใดที่พี่ยังต้องการมิล มันก็ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ มิลรักพี่ก่อนนะคะ จนถึงวันที่รู้ว่าพี่ใจร้าย มิลก็ไม่เคยหยุดรักพี่เลย แล้วหากเราสองคนยังรักและเข้าใจกันอยู่อย่างนี้ มิลก็มองไม่เห็นภาพที่เราจะเลิกรักกันได้เลยค่ะ""พี่รักมิล"มันไม่มีคำพูดไหนในตอนนี้ ที่แทนความรู้สึกของเขา
ยีนส์ขับรถหรูเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ เพื่อส่งมิลลิลงก่อน ส่วนเขาก็ขับไปจอดในลานจอดรถ ก่อนจะเดินลงมาหาเธอที่ยืนรออยู่ พร้อมกับว่าที่พ่อตา ว่าที่แม่ยาย และพี่ชายสองคนของเธอคนตัวสูงยอมรับว่าประหม่ามาก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับว่ากลัวอะไรขนาดนั้น เขาเองก็เป็นลูกผู้ชายมากพอ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้อยู่แล้ว เพราะงั้นไม่ว่าจะโดนอะไรเขาก็พร้อมจะยอมรับ ขอแค่อย่างเดียวอย่าให้เขาเลิกคบกับมิลลิ เพราะเป็นเรื่องเดียวที่เขาจะไม่ยอม“สวัสดีครับ”ยีนส์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง และพี่ชายคนโตของมิลลิด้วยท่าทางปกติ ผิดกับสายตาของว่าที่พ่อตา ที่ดูเหมือนจะไม่พอใจเขามาก ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร เพียงแต่สบัดหน้าหนีเขา ไม่รับไหว้เขาเหมือนอย่างแม่ของเธอ“เข้าบ้านกันดีกว่า มิลพาพี่เขาเข้ามาเร็วลูก”มิลลิจับมือของเขา เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกัน ตรงที่พ่อกับแม่นั่งรออยู่คือห้องรับแขกของบ้าน ยีนส์ทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับพ่อแม่ของมิลลิทันทีทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว จากตอนแรกที่ไม่รู้สึกอะไร เจอแบบนี้เขาเองก็ต้องกุมมือเข้าหากันเพื่อลดอาการประหม่าของตัวเองตอนนี้“เรื่องที่ผ่านมา แม่จะไม่พูดถึงมันนะ แต่หลังจากนี้ อย่าให







