Masuk"ฉันอยากได้...ตัวพี่ค่ะ ให้ฉันได้หรือเปล่าคะ" คนตัวสูงยิ้มเยาะออกมาทันที ไม่เคยพบเจอผู้หญิงคนไหนที่ประหลาดขนาดนี้มาก่อน "ขอโทษนะ ฉันไม่เอาผู้หญิงคนเดียวกันกับเพื่อน" "ฉันไม่เคยมีอะไรกับพี่ฟรินท์" "ฉันไม่ใช่เด็กนะ ที่เธอพูดอะไรฉันจะเชื่อ เธอไปหลอกเด็กอนุบาลเถอะไป" "ไม่เชื่อฉันไม่เป็นไรค่ะ แต่เพื่อนสนิทพี่ที่ตอนนี้เกี่ยวดองกันเป็นพี่เขย น้องเมีย พี่ก็ไม่เชื่อเหรอคะ พี่ฟรินท์รักพี่สาวพี่ขนาดไหนพี่ก็รู้ เขาจะยอมเอาตัวเองมาเกลือกกลั้วผู้หญิงอย่างฉันเหรอคะ" ไทเกอร์ยิ้มเยาะคำพูดเธออีกครั้ง"เธอนี่ตลกดีนะ กล้ายอมรับว่าตัวเองเป็นผู้หญิงไม่ดีด้วย ขอถามได้ไหมว่าผ่านผู้ชายมากี่คนแล้วล่ะ ถึงได้เที่ยวเสนอตัวเองให้ฉันขนาดนี้" "จะกี่คนก็เรื่องของฉัน ก็แค่เอากันค่ะ พี่จะคิดมากทำไมคะ" "ยิ่งเธอทำแบบนี้ฉันยิ่งขยะแขยงเธอ" "งั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับพี่แล้วค่ะ หลีกไปด้วย"
Lihat lebih banyakเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มไปทั่วสนามแข่ง ที่ตอนนี้เจ้าของสนามอย่างไทเกอร์กำลังลองเครื่องยนต์รถยนต์ที่เพิ่งแต่งเครื่องยนต์มาใหม่ การออกตัวและการดิฟท์เข้าโค้ง ที่ต้องใช้ทักษะนักแข่งรถมืออาชีพ รถคันนี้ก็ทำได้อย่างลงตัว
“เป็นไงครับเฮีย” พลช่างประจำสนามแข่ง เข้ามาถามไถ่ทันทีที่เขาขับรถมาจอดเทียบ“ก็ดี ว่าแต่รถคันนั้นของใครว่ะ” ไทเกอร์หันหน้าไปเห็นรถยนต์สีขาวจอดอยู่ใกล้กับอัฒจันทร์ สองวันมานี้เขาเห็นรถคันนี้เข้ามาสนามแข่งบ่อยมาก แต่ทว่าไม่มีโอกาสได้สอบถามลูกน้องของตัวเอง เพราะช่วงนี้เขากำลังเตรียมสนามไว้จัดการแข่งขันในเดือนหน้า “รถคันนี้มาจอดแบบนี้สองวันแล้วครับ ผมเองก็งงเหมือนกัน จ่ายเงินค่าเช่าสนามแต่ไม่เคยเห็นซ้อมเลยนะครับ” “ผู้หญิง?” “เฮียรู้ได้ยังไงครับ” แค่เขาเห็นรถก็เดาออกว่าเป็นรถของผู้หญิงแน่นอน น่าแปลกที่เธอมาเช่าสนามไว้แค่ต้องการมาจอดรถ ถ้ามีการแข่งขันอะไรก็ว่าไปอย่าง ว่าเธออาจจะสนใจการแข่งขัน แต่นี่นอกจากเขาที่ลองเครื่องยนต์เมื่อกี้ ในสนามก็ว่างเปล่าไม่มีใครสักคน นอกจากพวกทีมงานเท่านั้น “จะไปไหนครับเฮีย” “กูว่าจะไปดูหน่อย เผื่อเป็นลมอยู่ในรถ” ร่างสูงของไทเกอร์เดินตรงไปยังรถคันนั้น เสียงเครื่องยนต์ยังติดอยู่ แต่รถติดฟิล์มดำทำให้เขามองจากข้างนอกไม่เห็น เลยถือวิสาสะเคาะกระจกรถทันที ก๊อก! ก๊อก! เงียบ...ไร้เสียงตอบรับจากคนในรถ เลยเอามือจับประตูเพื่อเปิดออก แต่ปรากฏว่าล็อกไว้“เปิดประตู” เสียงเรียกจากด้านนอก เรียกสติของหญิงสาวที่กำลังฟุบหน้าหลับอยู่ในรถให้รู้สึกตัว เธอเปิดเปลือกตาและหันไปมองกระจกรถ ก็เห็นชายหนุ่มคุ้นตาเจ้าของสนามแข่งที่เธอเคยเจอเขามาก่อน กำลังเคาะกระจกและยืนทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่เธออยู่ นิ้วเรียวเลยกดเลื่อนกระจกรถลงเพื่อให้เขามองเห็นหน้าเธอชัด ๆ “นี่เธอ”คนตัวสูงทำสีหน้าตกใจทันที ที่เห็นหน้าเธอ ก็แน่ล่ะสิเขาดูไม่ชอบเธอตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไปทำอะไรให้เขา ถึงได้ทำท่าทางเกลียดเธอนัก “มีอะไรคะ?” “เธอมาที่นี่ทำไม อย่าบอกนะว่ามาหาไอ้ฟรินท์”ไทเกอร์ออกแรงดึงประตูรถทันที แต่ทว่าเปิดไม่ออก เขาเลยเอื้อมมือเข้าไปหมายจะกดปลดล็อคจากด้านใน “นี่พี่จะทำอะไร!!” “เปิดประตูเดี๋ยวนี้!! ก่อนที่ฉันจะพังรถเธอ” “เป็นบ้าอะไรว่ะ ฉันมาจอดของฉันอยู่ดี ๆ จ่ายเงินแล้วด้วย พี่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้เหรอว่ะ” “อย่ามาขึ้นว่ะกับฉันนะ ยัยเด็กประสาท เธอกับฉันห่างกันกี่ปี” “พี่ไม่มีมารยาทกับฉันก่อนนะ คิดว่าเป็นเจ้าของสนามแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ” มือหนายังคงพยายามเปิดประตูรถเข้าไป ถึงเธอจะออกแรงต้านเขา แต่ทว่าแรงผู้หญิงตัวเล็กแบบเธอไม่สามารถสู้แรงของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่แบบเขาได้ เพราะไม่ถึงนาทีเขาก็สามารถเปิดประตูรถเข้ามานั่งข้างคนขับได้สำเร็จ “ฉันไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงแบบเธอหรอกนะ อย่าสำคัญตัวเองผิด แต่เธอควรรู้ไว้ว่าไม่ควรมายุ่งกับผัวพี่สาวฉันอีก” “เหอะ ฉันไปอยากยุ่งกับผัวพี่สาวพี่ตอนไหน พูดให้มันดี ๆ นะ ไอ้ผู้ชายปากปีจอ” “แล้วที่เธอมาจอดรถที่นี่สองวันแล้วมันหมายความว่าไง?" "....." "เธอคงหวังจะได้เจอไอ้ฟรินท์สินะ แต่เธอคงคิดผิดแล้วล่ะ ตอนนี้ไอ้ฟรินท์มันหลงพี่สาวฉันจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว แถมตอนนี้มันก็หลงลูกแฝดจนไม่มาทำงานแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ตื่นจากนมเมียมันหรือยัง” ใบเฟิร์นอ้าปากเหวอ ไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะคิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ เพราะอะไรเขาถึงได้มาตัดสินเธอทั้งที่ไม่รู้ความจริงแบบนี้ “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนมีวุฒิภาวะขนาดนี้แล้ว จะคิดอะไรปัญญาอ่อนได้ขนาดนี้” “…..” “ถ้าฉันอยากเจอพี่ฟรินท์จริง ๆ คงไม่มาจอดรถคอยที่นี่หรอก ฉันมีเบอร์โทรพี่เขาและก็รู้จักบ้านพี่เขาด้วย อีกอย่างแม่ฉันกับแม่พี่ฟรินท์เป็นเพื่อนสมัยมัธยมกันค่ะ เผื่อว่าพี่ไม่รู้” “แสดงว่าเธออยากเจอมันจริง ๆ สินะ หน้าตาก็ดี ทำไมไม่หาผัวเป็นของตัวเองว่ะ" เพี๊ยะ!!! ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนแก้มซ้ายของไทเกอร์สุดแรง ในชีวิตสิ่งที่สิ้นคิดที่สุดและเธอไม่มีวันทำแบบนั้นคือการเป็นมือที่สามของคนที่มีครอบครัวแล้วหรือแม้แต่แค่เป็นแฟนกัน เธอก็ไม่คิดจะทำ เธอมองว่ามันต่ำและสกปรกที่สุด แต่ทำไมผู้ชายตรงหน้าถึงได้ด่าทอและดูถูกเธอขนาดนี้ ทั้งที่เราก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดนั้น "นี่เธอกล้าตบฉันเหรอว่ะ" "ถ้าฉันมีมีดตอนนี้ ฉันไม่ลังเลเลยที่จะแทงผู้ชายแบบพี่ให้ตาย ๆ ไปซะ พี่มันคนจิตใจคับแคบที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเจอมา" "ปากเก่ง ปากดี เป็นใครก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ แต่การกระทำต่างหากที่สำคัญกว่าคำพูด" "......" "ถ้าเธอไม่ได้มาดักรอไอ้ฟรินท์ เธอมาที่นี่ทำไมทุกวัน ตอบให้ดีนะ" ใบเฟิร์นสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง น้ำตาปริ่มจะไหลออกมา เธอไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอธิบายเรื่องส่วนตัวของตัวเองให้ผู้ชายคนนี้ฟัง ที่จริงแค่เธอจ่ายเงินเพื่อหาที่สงบใจสักสองสามชั่วโมง มันไม่ควรต้องมีคนทำลายความสุขนี้ของเธอ โดยเฉพาะผู้ชายแบบเขา "หึ สุดท้ายเธอก็ไม่มีข้ออ้างที่ดีพอ" "อยากจะคิดอะไรก็เรื่องของพี่" "ยอมรับแล้วสินะ" "ถึงฉันพูดอะไรไป คนที่ตัดสินฉันไปตั้งแต่แรกแบบพี่คงไม่เชื่อหรอก ลงจากรถฉันไปได้แล้ว โอ้ยยย!!!" คนตัวเล็กร้องเสียงหลง นิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อมือหนากระชากร่างเธอเข้าประทะกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างแรง "ฉันขอเตือนเธอ อย่ามายุ่งกับไอ้ฟรินท์ ตอนนี้มันกำลังมีความสุขกับเมียกับลูกมัน ถ้าเธออยากมากหาที่ลงไม่ได้ ฉันจะสงเคราะห์ให้เอง" ตุ้บ! ตุ้บ! กำปั้นเล็กยกขึ้นทุบอกแกร่งรัว ๆ คำด่าของเขามันเหมือนมีดเล่มเล็กที่กรีดหน้าเธอจนเป็นแผลเหวอะหวะ แต่ทว่าเธอไม่มีวันอ่อนแอให้เขาเห็น ผู้ชายแบบนี้จะไม่มีวันได้เห็นน้ำตาของเธอแม้แต่หยดเดียว ใบหน้าสวยแดงก่ำเพราะความโกรธ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะผู้ชายตรงหน้า"พี่จะสงเคราะห์ให้ฉันจริงเหรอคะ ถ้าฉันบอกพี่ว่าตอนนี้ฉันคันมากขนาดไหน พี่จะช่วยเกาให้หรือเปล่าคะ" ไทเกอร์ขบกรามแน่น มือหนาออกแรงบีบแขนเล็กของเธอหนักขึ้น"ที่แท้เธอก็เป็นผู้หญิงแบบนี้เองสินะ ผู้หญิงร่าน!!!" "ใช่ค่ะฉันร่าน ที่พี่พูดมาคือฉันเลยค่ะ พลาดหวังจากพี่ฟรินท์ ฉันก็ต้องหาที่ลงใหม่ แล้วตอนนี้..." ฝ่ามือเล็กยกขึ้นลูบไล้แผงอกแกร่งด้วยสายตายั่วยวน"ฉันก็เริ่มสนใจพี่แล้วล่ะคะ" พรึ่บ!!! ชายหนุ่มผลักร่างเล็กออกห่างจากตัวเขาทันที ด้วยท่าทางรังเกียจ ในชีวิตไม่เคยรู้สึกรังเกียจผู้หญิงคนไหนเท่าเธอมาก่อน "จะไปไหนคะ?" "ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ แล้วอย่าให้ฉันเห็นว่าเธอมาที่นี่อีก" นิ้วเรียวยาวชี้หน้าผากของเธอ เห็นแบบนั้นเธอก็แกล้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าช่องแชทของฟรินท์แล้วหันหน้าจอให้เขาดู "งั้นฉันทักไปหาพี่ฟรินท์ดีกว่า ป่านนี้ทำอะไรอยู่น้า" ไทเกอร์รีบฉกโทรศัพท์ไปจากมือเธอทันที ทำให้หญิงสาวหัวเราะออกมากับท่าทางของเขา "ต่อให้พี่ลบเบอร์ ลบแชทออกไป รู้ใช่ไหมคะว่าทำแบบนั้นไม่มีประโยชน์ บอกไปแล้วนิว่าแม่ฉันสนิทกับน้าปิ่น ยังไงฉันก็เอาเบอร์พี่ฟรินท์กลับมาได้อยู่ดี แค่บอกว่าน้องสาวคนนี้คิดถึงพี่ชาย..." "เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอว่ะ!!!" ไทเกอร์ตะโกนออกมาสุดเสียง ผู้หญิงคนนี้กำลังยั่วประสาทเขา ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นเพศแม่และเขาที่ถูกปลูกฝังมาทั้งชีวิตว่าห้ามรังแกผู้หญิง ป่านนี้เขาบีบคอเธอไปแล้ว“มิลอยากไปไหน พี่จะพาไปให้หมดทุกที่เลยนะ ขอแค่บอกพี่มา”“มิลอยากไปทุกที่ที่พี่ไปค่ะ”คำพูดที่ทำให้ใจแกร่งสว่างวาบขึ้นมา เขาเอาจมูกกดจูบผมของเธออย่างแสนรัก ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เขาจะเบื่อเธอคนนี้ มีแต่อยากอยู่กับเธอตลอดเวลา ไม่ว่าอีกกี่ปีเขาก็อยากอยู่ฉลองแต่งงานกับเธอตลอดไปสองคนเดินกันมาถึงตรงที่มองเห็นพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เป็นภาพที่สวยงามมาก เมื่อท้องฟ้าสีฟ้าสดใสตอนกลางวัน กลายเป็นสีส้มทันที กล้องถ่ายรูปถูกกดถ่ายภาพตรงหน้านับสิบ ๆ รูป ก่อนที่เขาจะหันเลนส์กล้องไปทางภรรยาจากในกล้องมองเห็นเสี้ยวหน้าสวยด้านข้าง ริมฝีปากที่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่ได้เห็นพระอาทิตย์ตก นิ้วเรียวรัวชัตเตอร์ทันที เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ผ่านมากี่ปีเขาก็ไม่เคยลืมสามปีต่อมามิลลิคลอดลูกชายคนแรกได้สองปีแล้ว โดยคนเป็นพ่อเป็นคนตั้งชื่อว่าน้องโยธา และลูกสาวคนที่สองอายุหนึ่งขวบคนนี้ยีนส์ตั้งชื่อว่าน้องยูริ ส่วนตอนนี้ในเธอท้องลูกคนที่สามได้สี่เดือนเป็นผู้หญิงอีกหนึ่งคนก็ตั้งชื่อไว้รอแล้วว่าน้องยูมินอกจากสองคนแรกชื่อจะขึ้นตันด้วยยอยักษ์เหมือนยีนส์แล้ว หน้าตายังถอดแบบเขามาอีกด้วย ไม่รู้ทำไมถึงหน้าไม่เหมือนเธอบ้
หลังจากบทรักตอนเที่ยงจบลง ท้องของมิลลิก็ส่งเสียงประท้วงเสียงดัง ตอนแรกคนตัวสูงอยากจะต่อรอบกับเธอด้วยซ้ำ เพราะบรรยากาศที่เป็นใจ ถึงจะร้อนไปหน่อย แต่มีความตื่นเต้นจากการทำรักเอาท์ดอร์ครั้งแรก แต่ทว่าคนตัวเล็กขอพักกินข้าวก่อน"ประจำเดือนมิลมาอยู่หรือเปล่า”ยีนส์ต้องถามภรรยาเรื่องนี้ เพราะหลังจากเธอเรียนจบก็ไม่ได้กินยาคุมอีก แต่ผ่านมาเกือบสามเดือน ทำไมเธอถึงยังไม่ท้องสักที ทั้งที่เขาขยันทำการบ้านกับเธอแทบตาย งัดกลเม็ดทุกอย่างมาใช้หมดแล้ว แต่ทว่ายังไร้วี่แวว“ที่จริงประจำเดือนมิลก็มาไม่ปกติอยู่แล้ว แต่เพื่อความสบายใจของพี่ มิลจะตรวจหลังจากเรากลับนะคะ”“เมื่อวานพ่อตาบอกว่าพี่ไม่มีน้ำยา”มิลลิหัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อที่บ่นเธออยู่ทุกวันว่าเมื่อไหร่จะมีหลานให้ท่านสักที“หรือพี่จะไม่มีน้ำยาอย่างพ่อตาว่าจริง ๆ”เขายังคงคิดมากเรื่องนี้อยู่ ก็เขาอยากมีลูก พ่อกับแม่ของเขาก็อยากมีหลานหลาย ๆ คน“พี่อย่าคิดมากสิคะ มิลเพิ่งปล่อยได้แค่สองเดือนกว่า ๆ เอง ใครจะไปรู้ตอนนี้มิลอาจจะท้องแล้วก็ได้”“งั้นเราไปซื้อที่ตรวจมาตรวจเลยได้ไหม พี่อยากรู้ตอนนี้เลย มิลก็รู้ว่าพี่อยากมีลูกขนาดไหน”สุดท้ายแล้วมิลล
“มิลกลัวว่า อาหารที่สั่งมาจะเป็นหมันไปเสียก่อน”“อาหารเป็นหมันช่างมัน ตอนนี้พี่อยากทำลูกกับมิลมากกว่า เพราะพี่ไม่ได้เป็นหมัน”มือหนาค่อย ๆ จับตรงสายชุดบิกินี่ตัวบน แล้วดึงปมมันให้คลายออกจนอกเต่งตึงโผล่ออกมาท้าทายสายตา ยีนส์ผลักร่างเล็กให้นอนราบไปกับเก้าอี้ผ้าใบ ก่อนที่เขาจะซุกไซร้ตรงร่องอกของเธอ มิลลิรู้สึกเสียววูบวาบไปหมดทั้งร่างกายทันที“อื้อ~ อ่า”เสียงครางหวานหลุดออกมาเบา ๆ เมื่อคนตัวสูงใช้ลิ้นปาดเลีย หยอกล้อกับจุกสีหวานไปมา มืออีกข้างก็ค่อย ๆ ลูบไล้ลงไปตามหน้าท้องแบนราบ จนถึงเนินอวบอิ่มภายใต้กางเกงบิกินี่สีชมพูอ่อน ค่อย ๆ ปลดปมมันออกทั้งสองข้างส่งนิ้วเรียวเข้าไปกรีดกรายตรงร่องสีหวาน ที่เริ่มเปียกชื้นเพราะความเสียวซ่าน จากการปรนเปรอของลิ้นร้อนไปทั่วอกอวบทั้งสองข้าง มิลลิหลับตาพริ้มให้เขาทำตามใจตัวเองทุกอย่างเธอขยับขาเรียวออกให้กว้างขึ้น เมื่อเขาส่งนิ้วเข้าไปในร่องรักของเธอ ขยับเข้าออกเบา ๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้วเป็นสองนิ้ว และเร่งจังหวะให้รัวเร็วขึ้น เมื่อร่องรักของเธอขมิบตอดรัดนิ้วเขามากขึ้น“อ๊าสส อ่ะ มะ มิลเสียว”เสียงหวานร้องครางไม่หยุด ท้าทายกับเสียงเกลียวคลื่นที่ดังคลอมากับเสี
หลังจากงานแต่งจบลง ยีนส์และมิลลิก็รีบไปสนามบินทันที ทั้งคู่จะไปฮันนีมูนกันที่มัลดิฟส์ เป็นเจ้าสาวที่จองตั๋วเครื่องบินและที่พักเองหมดทุกอย่าง กำหนดการเที่ยวทุกอย่างใช้เวลา4วัน3คืน“มิลตื่นเต้นอยากเห็นทะเลใจจะขาดแล้วค่ะ”มิลลิเดินควงแขนสามีหนุ่มหล่อ เพื่อไปยังรถตู้ของโรงแรมที่เธอจองเอาไว้ แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาตีสี่กว่าแล้ว อีกทั้งยังเหนื่อยกับงานแต่ง แต่เธอกลับไม่รู้สึกง่วงสักนิด เพราะทะเลที่นี่ เธอใฝ่ฝันจะมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว“พี่อยากให้มิลพักหน่อยนะ”ยีนส์พูดไปตามที่คิด เพราะตั้งแต่ขึ้นเครื่องจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เห็นเธอหลับเลย ทั้งที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อแต่งหน้า ทำผม ไหนจะยุ่งกับงานแต่งทั้งวัน เสร็จจากงานก็เที่ยงคืน ก็รีบมาสนามบินทันที เป็นเขาเสียอีกที่รู้สึกอ่อนเพลียมาก“ถึงที่พักแล้วค่อยนอนก็ได้ค่ะ สามีของมิลเหนื่อยแล้วเหรอคะ”“พี่ยอมแพ้มิล”รถตู้ของที่พักเข้ามาจอดตรงส่วนของโรงแรม แต่มิลลิจองเป็นที่พักติดทะเลไว้ เลยต้องใช้เวลาเดินไปอีก ขนาดว่าตอนนี้ตีห้า แต่ก็ยังมองเห็นความสวยงามของทะเล พนักงานของโรงแรมพาเดินไปตามสะพานไม้ที่พาไปยังที่พักเป็นหลังที่สร้างอยู่ในทะเล ก่อนที่จะหยุดตรงท






Ulasan-ulasan