Masukเพราะพลาดท้องในวัยเรียน และถูกพ่อของลูกตราหน้าว่าท้องกับคนอื่น ‘ไอญารินทร์’ ตัดใจหันหลังให้แฟนหนุ่มรุ่นพี่ คลอดและเลี้ยงดูลูกสาวจน ‘หนูไอติม’ อายุครบห้าขวบ ความเจ็บปวดครั้งนั้นกัดกินหัวใจเธอ ไม่มีวันไหนเลยที่จะลืมเขาได้ลง เมื่อได้กลับมาพบเขาอีกครั้งในฐานะ ‘นายจ้าง’ ร่างทั้งร่างของไอญารินทร์อ่อนแรง ‘เตชธรรม’ ควรจะลืมผู้หญิงมากรักไปให้หมดใจ ทว่าเมื่อได้เธอกลับมาอยู่ในอ้อมแขน วันวานที่เคยรักหวานชื่นก็ย้อนกลับเข้ามา เขาลบเธอออกไปจากใจ ขีดเส้นใต้สถานะแค่ผู้ว่าจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น จ่ายเงินจ้างพยาบาลพิเศษเข้ามาดูแลมารดาเขา ซึ่งล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดในสมอง แค่ ‘ไอญารินทน์’ นายแพทย์หนุ่มเหรอจะสนใจ อยากเดินป้วนเปี้ยนในบ้านกี่รอบก็เดินไป อย่าหวังเลย ว่าจะได้เดินเข้ามาในหัวใจอีก แต่แล้วหัวใจเขาต้องสั่นคลอน เพราะเธอไม่ได้มาคนเดียว แต่พา ‘ลูกสาว’ หน้าตาน่ารักเข้ามาป่วนเขาอีกคน งานนี้ ‘คุณหมอไร้หัวใจ’ ตกที่นั่งลำบาก เพราะหนีหัวใจตัวเองไม่ได้ อยากได้ทั้งลูกและเมียกลับคืน!
Lihat lebih banyakผ่านไปเกือบสองเดือน ที่ ‘ไอญารินทร์’ ไม่มีโอกาสได้มาเยือนอพาร์ทเมนท์แห่งนี้ เธอยุ่งวุ่นวายกับการเก็บข้าวของออกจากบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ไปขออาศัยบ้านญาติคนนั้นทีคนนี้ทีเพื่อหนีเจ้าหนี้ ทว่าในท้ายที่สุดสามพ่อลูกก็ถูกบีบให้ออกไปหาบ้านเช่าอยู่กันเอง
ไอญารินทร์เข้าใจหัวอกเครือญาติ ที่ไม่เต็มใจให้แหล่งพักพิง เพราะหวาดกลัวเจ้าหนี้จะตามมาทำให้เดือดร้อน เธอปลอบโยนพ่อกับพี่สาวหลายวัน กว่าทั้งสองคนจะทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง ว่าฐานะครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ทั้งสองเคยชินกับการอาศัยในบ้านเดี่ยว มีคนงานคอยรองมือรองเท้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีรถหรูให้ขับ ได้ย้ายมาอยู่บ้านเช่าหลังเล็กกว่าห้องคนรับใช้ พ่อกับพี่สาวเงียบซึมไม่ยอมออกไปไหนหลายวัน ไอญารินทร์ต้องคอยออกไปซื้อกับข้าวมาคะยั้นคะยอให้กิน ปลอบใจพ่อกับพี่สาวให้เห็นถึงข้อดีของบ้านหลังนี้ ที่ถึงแม้มันจะเล็กและเก่า แต่ก็ช่วยให้มีที่หลบลมหลบฝน
‘แกก็พูดได้สิ แกไปอยู่กับไอ้กระจอก ใช้ชีวิตจนๆ กับมันจนชินแล้วนี่!’
อัญญาณีตะคอกใส่หน้าน้องสาว โกรธจนลมออกหู ลุกขึ้นมาร้องกรี๊ดๆ โต้กลับอย่างใจร้าย เธอเพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี กำลังจะมีชีวิตที่ดี แต่เมื่อครอบครัวประสบปัญหาการเงินเข้าขั้นวิกฤต ถูกข่มขู่เอาชีวิตจากเจ้าหนี้ของพ่อไม่เว้นวัน มันส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตจนเธอต้องมาติดอยู่ด้วยกันที่นี่ จะออกไปใช้ชีวิตตามลำพังก็ถูกพวกมันตามล่า
‘ในเวลาแบบนี้มันหายหัวไปไหนล่ะ หรือมันหลอกนอนกับแกแล้วเฉดหัวทิ้ง ฉันว่า แกกับมันเหมาะสมกันดีนะ จนกับจนอยู่ด้วยกัน กลายเป็นไอ้พวกโคตรจน พอลูกแกคลอดออกมา ก็จะกลายเป็นไอ้เด็กยากจนตามพ่อกับแม่ของมัน!’
‘ยายอัญ!’
หัวหน้าครอบครัวคว้าท่อนแขนลากลูกสาวคนโตไปสงบสติอารมณ์หลังบ้าน ทิ้งไอญารินทร์ให้เศร้าเสียใจอยู่ตามลำพัง มือเรียวบางเลื่อนมาวางบนครรภ์อายุสามเดือนที่เริ่มจะใหญ่โดยไร้พ่อของลูกเคียงข้าง
ฮอนด้าเวฟ ยานพาหนะประจำตัวของแฟนหนุ่มนักศึกษาแพทย์ไม่อยู่ในลานจอด ไอญารินทร์พาร่างกายอ่อนแรงเดินตากแดดตากลมไปนั่งรอบนม้าหินอ่อน เฝ้ามองความเงียบเหงาของอพาร์ทเมนท์ที่ผู้อาศัยส่วนมากเป็นคนวัยทำงาน
เตชธรรมเลือกเช่าห้องที่นี่ซึ่งไกลจากมหาวิทยาลัย เนื่องจากราคาค่าเช่าค่อนข้างถูก รวมค่าน้ำค่าไฟเฉลี่ยแล้วสามพันห้าร้อยบาท เขาประหยัดช่วยแม่ที่มีอาชีพขายข้าวแกงในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ
ทุกวันที่เขาไปเรียนมักจะมีไอญารินทร์ นักศึกษาเทคนิคการแพทย์ชั้นปีสองซ้อนท้ายเสมอ ได้หลับนอนกับเขาในห้องพัก ได้กินข้าวข้างทางด้วยกัน ไอญารินทร์มีความสุขมากกว่าจะคิดว่ามันคือความลำบาก
แม้ฐานะทางครอบครัวของเธอจะจัดอยู่ในกลุ่มร่ำรวย แต่ไอญารินทร์ปิดบังเขาเรื่อยมา และคบหากับเขานานเกือบสองปี กว่าความจะแตกว่าเป็นลูกเศรษฐี เรื่องไปถึงหูพ่อ พ่อโกรธมาก สั่งห้ามไอญารินทร์ไม่ให้พบเตชธรรม ส่งคนขับรถมารับส่งที่มหาวิทยาลัย ไม่เปิดโอกาสให้คู่รักได้เจอกัน กีดกันถึงขั้นบังคับไอญารินทร์ให้คบหากับลูกชายเพื่อนพ่อที่ฐานะใกล้เคียงกัน
พ่อไม่สนใจว่าเตชธรรมจะเรียนคณะอะไร มีเกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ หรือรักลูกสาวพ่อมากแค่ไหน สิ่งเดียวที่พ่อสนใจคือเงินทองของนอกกายที่เขาไม่สามารถเทียบกับคนที่พ่อเลือกได้ เตชธรรมเป็นแค่เด็กต่างจังหวัด บ้านจน แม้ว่าเขาจะเข้ามาคุกเข่าขอโอกาส ให้คำมั่นสัญญาว่าเรียนจบจะมาสู่ขอ จะดูแลไอญารินทร์ให้ดีที่สุด จะไม่ทอดทิ้ง และไม่ทำให้เสียใจ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่พอสำหรับพ่อ
ไอญารินทร์นั่งเหงาอยู่นาน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไปจากขอบฟ้า หลายชั่วโมงมานี้มีผู้คนเข้าออกอพาร์ทเมนท์ แต่ไม่มีเลยสักคนที่เค้าโครงเดียวกับเตชธรรม ต่อให้เขาจะพรางตัวหรือสวมเสื้อผ้าแปลกใหม่ ไอญารินทร์ก็มั่นใจว่าเธอนั้นจำเขาได้
สายเรียกเข้าจากพ่อโทรมาอีกครั้ง พ่อเป็นห่วง กลัวเจ้าหนี้เจอตัวแล้วจะทำร้าย หรือพาไปกักขังหน่วงเหนี่ยว เหมือนที่คนพวกนั้นเคยทำกับพ่อ นัยน์ตาไอญารินทร์ทอดมองมือถือซัมซุงเครื่องเก่าแต่ใช้เบอร์เดิมอย่างชั่งใจ ให้กำลังใจตัวเองก่อนจะกดรับสาย และกรอกเสียงบอกพ่อว่ากำลังรอรถกลับบ้าน
ก่อนจะไปจากที่แห่งนี้ ไอญารินทร์บีบมือตัวเองจนเจ็บ ใจหนึ่งเธออยากก้าวเดินต่อไปไว้วันหน้าค่อยกลับมาใหม่ แต่อีกใจ ไอญารินทร์ไม่อยากหลอกตัวเองให้มีความหวังกับความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว หากเป็นจริงตามที่คิด ถึงมันจะเจ็บปวดกับการทำใจยอมรับ แต่วันเวลาอาจช่วยเยียวยาหัวใจเธอให้ผ่านช่วงเลวร้ายนี้ไปได้ และเข้มแข็งในสักวันหนึ่ง
ไอญารินทร์คลายมือสองข้างที่กำแน่น สูดลมหายใจลึก กะพริบตาถี่เพื่อขับไล่ม่านน้ำตา หมุนร่างกายผอมบางเดินเข้าไปยังห้องติดต่อสอบถามในอพาร์ทเมนท์
‘หนูมาหาแฟนห้อง 501 ค่ะ วันนี้... ป้าเห็นพี่เขาบ้างไหมคะ’
ป้าเล็ก หญิงวัยกลางคนตัวเล็กสมชื่อ ทำงานให้อพาร์ทเมนท์มานาน สนิทกับผู้เช่าอาศัยเกือบทุกคน นักศึกษาแพทย์หนุ่มหน้าตาดีคนนั้นอาศัยอยู่ที่นี่ บนชั้นห้าคนเดียว ตั้งแต่เข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ชั้นปีหนึ่ง เพิ่งจะพาแฟนเข้ามาอยู่ด้วยเป็นบางวันช่วงชั้นเรียนปีที่ 5-6 ก่อนจะเลิกรากันเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากนั้นก็ไม่เห็นแฟนสาวของเตชธรรมมาที่นี่อีกจนถึงวันนี้
‘เตเขาไม่ได้บอกหนูหรอกเหรอ เขาย้ายออกไปนานแล้วจ้ะ ก็ตั้งแต่ที่เลิกกัน’
ไม่เลย... เขาไม่บอก ไม่รับกระทั่งสายโทรศัพท์
‘อย่างนั้นเหรอคะ’ เปรยปากสั่น
ไม่ใช่อยากให้ป้าตอบกลับ เพียงแต่สมองไอญารินทร์ถูกฝังกลบไปด้วยความสิ้นหวัง คิดไม่ออก ว่าควรพูดหรือถามอะไรในสถานการณ์แบบนี้
‘พี่เต เขา... ได้ฝากอะไรถึงหนูหรือเปล่าคะ’
อาจจะคำพูด เบอร์ติดต่อ สถานที่ที่เขาไปเป็นแพทย์ใช้ทุน หรือระยะเวลารอคอย เขาอาจจะกลับมาที่นี่ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ไอญารินทร์ภาวนาให้ป้าเล็กบอกข้อมูลเหล่านั้น เพื่อให้เธอได้มีหนทางพบเจอเขาอีกครั้ง
อย่าทิ้งเธอกับลูกไว้เพียงลำพัง จะให้อยู่ในสถานะอะไรไอญารินทร์ก็จะอดทน วันที่เขาเห็นหน้าลูก ไอญารินทร์มั่นใจว่าเขาจะกลับมารักและไว้ใจเธออีกครั้ง เพราะเธอไม่เคยนอกใจเขาเลย
เรื่องในวันนั้นไม่ใช่ความจริง เขาเข้าใจผิด
‘ไม่มีจ้ะ’
แต่แล้วความหวังเล็กๆ ก็สลายหายไป มวลความรู้สึกส่งตรงไปยังแขนและขาให้ชาไปทั่วทั้งร่างกาย อ่อนแรงถึงขั้นทรุดล้มลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น
ไอญารินทร์ยกมือขึ้นปิดบังใบหน้าหวาน ป้าเล็กจากเคยห่างเหิน ก็เข้ามาโอบประคองไหล่พาไปนั่งพักอย่างใจอ่อน ตามประสาคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน
‘ไหวไหม’
‘ฮึก...’
‘ว่าก็ว่าเถอะนะ พ่อหนูให้คนมาอุ้มซ้อมเตขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องกลัวทั้งนั้นแหละหนู’
‘ป้าขา ฮึก...’ แววตาป้าอ่อนลง
‘ถ้าพี่เตกลับมา หนูมีคำพูดอยากฝากถึงเขา...’
‘เขาไม่มาหรอกหนู...’
‘...’
เสียงตัดบท ตัดรอนมาถึงดวงใจไอญารินทร์
ถูกของป้า
เขาไปแล้วไปลับไม่กลับมาอีกเลย
พิธีรับปริญญาบัตรที่แพทย์ทุกคนภาคภูมิใจเข้าร่วม เขาก็ไม่มา ไอญารินทร์อุ้มท้องที่โตจนใกล้คลอดเบียดฝ่ากลุ่มคนจำนวนมาก มาเฝ้ามองกลุ่มเพื่อนของเขารวมตัวกันถ่ายรูปกับป้ายคณะจากมุมไกล
เพราะไม่อยากเห็นหน้าเธอใช่ไหม เขาถึงไม่มา
คนอื่นมีความสุขในวันสำคัญ แต่ไอญารินทร์กลับร้องไห้อย่างน่าสงสาร ใบหน้าขาวซีดไม่เหลือที่ว่างให้คราบน้ำตา เธอไม่มีหน้าจะเข้าไปตื๊อถามถึงเขาจากคนกลุ่มนั้น เดินน้ำตานองหน้าออกจากรั้วมหาวิทยาลัย และออกจากชีวิตเขาตราบปัจจุบัน
“พี่เตคะ” แววตาเพียงพิณอ่อนลง เมื่อชายผู้เปรียบเสมือนพ่อ พี่ชาย และเพื่อน สลบเหมือดหลับกลางวันเหมือนเด็กอนุบาลบนชุดรับแขกตัวยาว เพียงพิณเขย่าแขนปลุกพี่ชาย เมื่อเข็มนาฬิกาเลื่อนผ่านมาถึงเวลาสิบเจ็ดนาฬิกา ใจจริงอยากให้เขานอนพักนานกว่านี้ แต่ต้องปลุกเพราะเขาต้องไปงานเลี้ยงในโรงพยาบาลช่วงแรกที่แม่เข้าโรงพยาบาล แม่ถูกจัดเตียงให้อยู่ใกล้หมอและพยาบาล แพทย์เพิ่งจะอนุญาตย้ายเตียงเข้ามาในห้องพักพิเศษช่วงบ่ายวันนี้ เพียงพิณขอกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น ให้พี่ชายเฝ้าแม่ตามลำพัง กลับมาเห็นพี่ชายหลับไปด้วยสีหน้าอิดโรยก็นึกห่วงใยสุขภาพเขาทำงานหนักเพื่อครอบครัวมาหลายปี เป็นแพทย์ด้านหัวใจ และประกอบธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ จนมีฐานะทางการเงินที่มั่งคั่ง ถึงขั้นซื้อบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ด้วยเงินสด พาแม่กับเพียงพิณย้ายจากทางเหนือมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เข้าปีนี้ ก็ปีที่สอง“หืม” เตชธรรมสะลึมสะลือเปิดเปลือกตาขึ้นมามองหน้าน้องสาวต่างสายเลือด ที่แม่เขารับมาเลี้ยงตั้งแต่เพียงพิณอายุสิบสองขวบ จากความสงสารที่หญิงสาวกำพร้า“ตื่นได้แล้วค่ะ พี่เตต้องไปงานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ”“กี่โมงแล้ว” เขาชันกายขึ้น
ไอญารินทร์เดินโซซัดโซเซออกจากบ้านนายจ้าง สิ่งเดียวที่พอจะทำให้เธอยิ้มได้ก็คือสายเรียกเข้าจากพ่อไอญารินทร์รู้ดี เวลาห้าโมงเย็นของทุกวันมักจะมีเด็กน้อยขโมยโทรศัพท์คุณตา โทรหาแม่อ้อนแม่ให้กลับบ้านเร็วๆ อ้อนว่าหนูคิดถึง หัวอกคนเป็นแม่คิดถึงลูกมากไม่แพ้กัน ไม่ว่อกแว่กไปทางไหน ตรงกลับบ้านไปกอดเด็กหญิงที่มีใบหน้าถอดแบบจากเธอเป็นพิมพ์เดียวกัน ยกเว้นดวงตาเท่านั้นที่คล้ายกับใครอีกคน“แม่เลิกงานแล้วค่ะ เด็กดีอยากกินขนมอะไรเอ่ย แม่จะซื้อไปฝาก ฮึก...” ไอญารินทร์ดึงโทรศัพท์ออกห่างเพื่อสูดน้ำมูกให้เบาที่สุด ไม่อยากให้ลูกสาวได้ยินเสียงแม่ร้องไห้“น้องไอ พ่อนะลูก ไอติมหลับไปแล้ว” “พ่อเหรอคะ ทำไมให้นอนเร็วนักล่ะคะเพิ่งจะห้าโมงเย็น กลางคืนจะไม่ยอมนอนนะ”“พ่ออยู่โรงพยาบาล หลานล้มอีกแล้ว น้องไอรีบมาเถอะ”ต่อมา ไอญารินทร์ลงจากรถแท็กซี่หน้าอาคารการแพทย์ เข้ามาเยี่ยมลูกสาวในห้องผู้ป่วยรวม“คุณแม่ขา...” หนูไอติมนอนเพิ่งตื่น ลืมตาแป๋วมองแม่ไอ เนื้อตัวไม่กระดุกกระดิก นอนเหยียดแขนเหยียดขาตรง มีแค่ปากเล็กเท่านั้นที่มีรอยยิ้ม น่ารักเหมือนตุ๊กตาตัวน้อย“คุณครู บอกคุณตา ว่าหนูวิ่งเล่นกับเพื่อนเหรอคะ” ไอญารินทร์มอง
“น้องไอ มาเช็ดตรงนี้อีกหน่อยสิจ๊ะ พี่ว่าน้องเช็ดตัวให้แม่พี่ไม่ค่อยสะอาดเลยนะ”เสียงทักท้วงจากชายวัยกลางคนลักษณะท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยพา ‘ไอญารินทร์’ ดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบันเธอกัดริมฝีปากล่างพลางหลบสายตานายจ้าง อยากปฏิเสธ แต่ด้วยยูนิฟอร์มที่สวมใส่ปักโลโก้บริษัท Health at home ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการส่งผู้ช่วยมาดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุถึงบ้านที่สวมใส่ ทำให้เธอไม่กล้าแสดงความรู้สึก หรือพูดในสิ่งที่คิดออกไป จำยอมก้มหน้าขานรับทุกคำสั่งจากผู้ว่าจ้าง แม้เขาจะท้วงขึ้นมาเป็นครั้งที่สามแล้วก็ตามเข้าสู่เดือนเมษายน อุณหภูมิเกือบทุกพื้นที่ในประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้นเฉียดสี่สิบองศา คนธรรมดาทั่วไปมีสุขภาพแข็งแรงยังใช้ชีวิตลำบากท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว นับประสาอะไรกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ มีพัดลมตัวเดียว ไม่มีเครื่องปรับอากาศลดอุณหภูมิให้เย็นลงผู้ป่วยมีอารมณ์ฉุนเฉียว ขว้างปาข้าวของจนห้องนอนมีสภาพเละเทะ เปิดประตูได้จ้องจะหนีออกจากบ้านอย่างเดียว โวยวายว่าที่นี่ไม่ใช่บ้าน จำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อและหน้าลูกชายแท้ๆ ของตัวเองอย่างเดียวที่ไอญารินทร์พอจะช่วยให้หญิงช
ผ่านไปเกือบสองเดือน ที่ ‘ไอญารินทร์’ ไม่มีโอกาสได้มาเยือนอพาร์ทเมนท์แห่งนี้ เธอยุ่งวุ่นวายกับการเก็บข้าวของออกจากบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ไปขออาศัยบ้านญาติคนนั้นทีคนนี้ทีเพื่อหนีเจ้าหนี้ ทว่าในท้ายที่สุดสามพ่อลูกก็ถูกบีบให้ออกไปหาบ้านเช่าอยู่กันเองไอญารินทร์เข้าใจหัวอกเครือญาติ ที่ไม่เต็มใจให้แหล่งพักพิง เพราะหวาดกลัวเจ้าหนี้จะตามมาทำให้เดือดร้อน เธอปลอบโยนพ่อกับพี่สาวหลายวัน กว่าทั้งสองคนจะทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง ว่าฐานะครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกแล้วทั้งสองเคยชินกับการอาศัยในบ้านเดี่ยว มีคนงานคอยรองมือรองเท้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีรถหรูให้ขับ ได้ย้ายมาอยู่บ้านเช่าหลังเล็กกว่าห้องคนรับใช้ พ่อกับพี่สาวเงียบซึมไม่ยอมออกไปไหนหลายวัน ไอญารินทร์ต้องคอยออกไปซื้อกับข้าวมาคะยั้นคะยอให้กิน ปลอบใจพ่อกับพี่สาวให้เห็นถึงข้อดีของบ้านหลังนี้ ที่ถึงแม้มันจะเล็กและเก่า แต่ก็ช่วยให้มีที่หลบลมหลบฝน‘แกก็พูดได้สิ แกไปอยู่กับไอ้กระจอก ใช้ชีวิตจนๆ กับมันจนชินแล้วนี่!’อัญญาณีตะคอกใส่หน้าน้องสาว โกรธจนลมออกหู ลุกขึ้นมาร้องกรี๊ดๆ โต้กลับอย่างใจร้าย เธอเพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี กำลังจะมีชีวิตที่ดี แต่เมื่อ





