Masuk"อย่าบีบให้ฉันต้องรังแกผู้หญิง"
เสียงทุ้มพูดลอดไรฟันด้วยความโมโห ไม่แปลกใจที่เพื่อนสนิทเขาควงเธอไปไหนมาไหนด้วยตั้งนาน แต่ทว่าความสัมพันธ์ไม่คืบหน้า เพราะดูเป็นผู้หญิงประหลาดแบบนี้นี่เอง "ผู้ชายแบบพี่นี่น่าสนใจดีนะคะ ทำยังไงดีล่ะ ตอนนี้ฉันอยากได้พี่ไปแล้วและก็ต้องได้ด้วย" ใบเฟิร์นยังพูดยั่วอารมณ์เขาไม่หยุด เธอถนัดอยู่แล้วเรื่องปั่นประสาทคนอื่น ยิ่งเป็นผู้ชายความคิดสกปรกแบบเขาเธอยิ่งชอบ อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะทนฟังได้สักกี่น้ำ "อย่าร่านให้มากนะ" "....." "จะบอกอะไรให้เอาบุญ เห็นฉันเป็นแบบนี้ ฉันก็เลือกนะ ผู้หญิงแบบเธอฉันไม่แหย่ให้เสียเวลาหรอก" คนตัวเล็กอึ้งไปทันที โดนพูดตอกใส่หน้าจนหน้าชา ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะปากจัดได้ขนาดนี้ "แน่ใจเหรอคะ ว่าไม่อยากแหย่ ถ้าฉันนอนแบให้ ฉันว่าคนแบบพี่คงกลืนกินฉันไปทั้งตัว" "ออกไปจากที่นี่!!! ก่อนที่ฉันจะให้คนของฉันมาลากเธอออกไป" เสียงทุ้มตะโกนออกมาดังลั่นอย่างเหลืออด เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนเป็นแบบเธอมาก่อน"ขนาดพวกทำงานอย่างว่า ยังดูมีศักดิ์ศรีมากกว่าเธอเลย เธอมันทำตัวไร้ค่า ไร้ราคา" รถหรูกระชากตัวออกจากจุดจอดทันที ทำให้คนตัวสูงที่ยืนเกาะกระจกกระเด็นไปอีกทาง คนขับอย่างใบเฟิร์นเหลือบมองกระจกด้านหลัง ก่อนจะยิ้มสะใจออกมา แต่ทว่าขับมาได้ไม่เท่าไหร่เธอก็ต้องขับเข้าจอดข้างทางและฟุบหน้ากับพวงมาลัยร้องไห้ออกมาทันที "ฮึก ฮึก" เธอพอจะรู้ว่าเขาไม่ชอบหน้าเธอ แต่ไม่คิดว่าเขาจะไม่ชอบเธอขนาดนี้ เมื่อก่อนยังพอเข้าใจได้ว่าเพราะกลัวเธอจะไปแย่งพี่ฟรินท์มาจากพี่สาวของตัวเอง แต่ในตอนนี้ที่พี่ฟรินท์แต่งงานมีลูกไปแล้ว และเธอก็ยอมรับทุกอย่าง ไม่ได้ไปคิดยื้อแย่งกลับมาและเธอก็ยอมรับได้มาตั้งแต่ก่อนที่เขาสองคนจะแต่งงานกันแล้วด้วย เพียงแค่ไม่ได้ไปป่าวประกาศให้ใครรู้แค่นั้นเอง แต่ทำไมเขาถึงยังคิดแบบนั้นกับเธออยู่ ทำราวกับว่าเธอจะไปเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่แล้วอย่างนั้นแหละ ทั้งที่เธอไม่เคยคิดแบบนั้น ที่ร้องไห้ไม่ใช่แค่ความเสียใจ แต่เธอคับแค้นใจที่เขาตัดสินเธอโดยที่ยังไม่รู้จักเธอดีพอ ครืด! ครืด! เสียงโทรศัพท์มือถือสั่นระรัว จำได้ว่าก่อนหน้าไทเกอร์เป็นคนหยิบโทรศัพท์ของเธอไปเพื่อจะลบเบอร์ติดต่อของฟรินท์ แต่ทว่าไม่ทันได้มองว่าเขาเอาโทรศัพท์เธอวางไว้ตรงไหน ก่อนจะเหลือบไปเห็นตรงคอนโซลตรงหน้าเบาะข้างคนขับ “ไม่ใช่เครื่องนี้นิ”เมื่อหยิบมาดูก็ไม่พบแจ้งเตือนหรือสายเรียกเข้าจากเครื่องของเธอ แต่ทว่ายังคงได้ยินเสียงสั่นอยู่ เลยมองหาที่มาของเสียงนั้น จนไปเจอแสงไฟจากหน้าจอตรงซอกเบาะรถ เมื่อหยิบมาดูมุมปากเล็กก็ยกขึ้นเพราะรูปหน้าจอเป็นรูปของเจ้าของสนามแข่งที่ด่าเธอเมื่อกี้นี้ เธอนั่งรอจนมีสายเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง ถึงกดรับสาย“ฮัลโหล” (ทำไมโทรศัพท์ฉันถึงไปอยู่ที่เธอ) “พี่ทำตกไว้เองนะ ฉันไม่ได้ขโมยมาเสียหน่อย” (แน่ใจเหรอ ไม่ใช่ว่าเป็นแผนของเธอหรอกใช่ไหม) “ตอนแรกก็ไม่ใช่ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจเป็นแผนการของฉันก็ได้ค่ะ” (คิดไว้ไม่มีผิด) “ถ้าอยากได้คืน พี่ต้องมีอะไรมาแลกนะคะ” (เธอต้องการอะไร?) ใบเฟิร์นยิ้มเยาะออกมา พอจะเข้าใจว่าโทรศัพท์คงสำคัญกับนักธุรกิจแบบเขามาก แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดเธอที่เขามาทำตกไว้ในรถและตอนนี้เธอก็ไม่อยากคืนเขาด้วย "ยังคิดไม่ออกค่ะ ไว้คิดออกจะโทรไปบอกนะคะ" (อย่ามาเล่นบ้า ๆ นะ เธอก็รู้ว่าโทรศัพท์สำคัญกับฉัน) "ไม่มีตรงไหนที่ฉันล้อเล่นพี่เลยนะคะ ตอนนี้ฉันโคตรจริงจังเลย ที่บอกว่าไม่ว่างก็จริงจังเหมือนกัน" เธอรู้ว่าตอนนี้เขาคงกำลังโกรธเธอมากแค่ไหน แต่เขาเป็นคนเริ่มเรื่องนี้มาก่อน เขาทำให้เธอเสียความรู้สึก ทำให้เธอหมดเวลาที่เธอจะได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยคนเดียว โดยไม่มีใครมาบังคับกะเกณฑ์อะไรในชีวิต หากพ้นจากสนามแข่งไปแล้ว เธอก็ต้องกลับมาเป็นใบเฟิร์นลูกสาวที่แสนดีของคนเป็นแม่ ที่ต้องคอยทำตามคำสั่งทุกอย่าง ไม่ว่าแม่จะหาผู้ชายมาให้เธอสักกี่คน เธอก็ต้องยิ้มรับอย่างหน้าชื่นตาบาน โดยที่ไม่มีใครสนใจความรู้สึกข้างในของเธอเลยแม้แต่น้อย (ฉันให้เวลาเธอสิบนาที เอาโทรศัพท์มาคืนฉันเดี๋ยวนี้) "ตกลงพี่จะเอายังไงกันแน่คะ เมื่อกี้พี่ไล่ให้ฉันออกจากสนามแข่งพี่และไม่ต้องกลับไปที่นั่นอีก มาตอนนี้จะให้ฉันกลับไป อย่าทำตัวย้อนแย้งไปหน่อยเลยค่ะ" (.....) "ตอนนี้ฉันไม่ว่างแล้ว ไว้เมื่อไหร่ว่างฉันจะเอาไปคืนนะคะ" (นี่ทะ....) เธอกดวางสายเขาไปทันที พร้อมกับกดปิดเครื่องไปด้วย เอามือลูบหน้าของตัวเองที่ยังเปียกปอนไปด้วยคราบน้ำตา พลางถอนหายใจออกมา ด้านไทเกอร์หลังจากที่อีกฝ่ายตัดสายไป เขาก็เดินไปเดินมาในห้องทำงาน หงุดหงิดงุ่นง่านที่ผู้หญิงคนนั้นทำแบบนี้ รู้ทั้งรู้ว่าโทรศัพท์สำคัญกับเขาขนาดไหน แต่เธอก็ยังทำเหมือนเด็กเล่นขายของ กดโทรออกไปหลายครั้งแต่พบว่าเธอปิดเครื่องของเขาไปแล้ว "เธอจะเอาแบบนี้กับฉันใช่ไหมใบเฟิร์น" กรามหนาขบเข้าหากันแน่น ก่นด่าเธอในใจไม่หยุด ผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้เขาหมดความอดทน เธอกดวางสายใส่เขาไม่พอ ยังกดปิดเครื่องไปด้วย ทำให้อารมณ์โกรธเขาตอนนี้พุ่งสูงขึ้นไปอีก แกร๊ก!!! เสียงเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา เมื่อหันไปดูก็พบว่าเป็นฟรินท์ที่เดินผิวปากมีความสุข ช่างตรงข้ามกับอารมณ์เขาตอนนี้ จนขัดลูกหูลูกตาไปหมด"มึงมาทำไมตอนนี้?" "อ้าว ถามแปลก ๆ กูก็มาดูเอกสารให้มึงไงว่ะ" เห็นหน้ามันแล้วก็โมโห เพราะเด็กเก่ามันคนเดียวที่ทำให้เขาเป็นบ้าอยู่แบบนี้และเหมือนฟรินท์จะสังเกตุเห็นอาการไม่ปกติของเพื่อนสนิท "เป็นไรว่ะ หน้ามึงเหมือนพร้อมจะฆ่าใครก็ได้ คงไม่ใช่กูหรอกนะ" "....." "มึงก็รู้กูต้องช่วยพี่สาวมึงดูแลลูก จะมาพาลโกรธกูไม่ได้นะ มึงเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องห่วงงานที่นี่ มึงทำได้สบายมาก" เพราะคิดว่าเพื่อนไม่พอใจตัวเองที่พักนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาที่สนามแข่ง เลยพูดแก้ตัวเสียยืดยาว แต่ทว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่พอใจอยู่ "นี่มึงโกรธกูจริงเหรอว่ะ?" "ไม่ใช่มึง" "แล้วใครทำให้เพื่อนกูหัวร้อนขนาดนี้ได้ว่ะ" "มึงถามเพราะจะไปจัดการให้กูเหรอว่ะ" ฟรินท์ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มออกมา"เปล่าว่ะ กูแค่อยากบอกว่าเก่งฉิบหายที่ทำให้มึงหัวร้อนได้" "เพราะมึงนั่นแหละไอ้สัดฟรินท์ นั่งทำงานมึงไปเงียบ ๆ เลยนะ" เขาเลิกสนใจเพื่อน ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เอาแต่คิดว่าจะทำยังไงให้เขาได้โทรศัพท์กลับคืนมา ป่านนี้ถ้าเธอไม่ปิดเครื่อง เขารับรองได้ว่าสายจะต้องไหม้แล้วแน่นอน จะให้ถามเบอร์ติดต่อผู้หญิงคนนั้นกับเพื่อนเขาก็ไม่ได้ ไม่อยากให้มันนึกถึงผู้หญิงคนนั้นอีก ตอนนี้คงมีทางเดียว คือเขาต้องรอให้เธอติดต่อมาหาเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่และต้องรออีกนานแค่ไหน "พักนี้มึงเครียดเกินไปหรือเปล่าว่ะ ไอ้ธันโทรบอกกูมึงไปเมาผับมันทุกวัน" "กูก็ไปแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วไหมว่ะ แล้วมันเสือกมาสงสัยอะไรกู" "กูก็แค่..."ฟรินท์จ้องหน้าเพื่อนก่อนจะเอ่ยต่อ"กลัวมึงเหงา" "สัดฟรินท์ กูจะสามสิบแล้ว ไม่ใช่เด็กที่จะให้มึงคิดแบบนี้นะโว้ย!!"“มิลอยากไปไหน พี่จะพาไปให้หมดทุกที่เลยนะ ขอแค่บอกพี่มา”“มิลอยากไปทุกที่ที่พี่ไปค่ะ”คำพูดที่ทำให้ใจแกร่งสว่างวาบขึ้นมา เขาเอาจมูกกดจูบผมของเธออย่างแสนรัก ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เขาจะเบื่อเธอคนนี้ มีแต่อยากอยู่กับเธอตลอดเวลา ไม่ว่าอีกกี่ปีเขาก็อยากอยู่ฉลองแต่งงานกับเธอตลอดไปสองคนเดินกันมาถึงตรงที่มองเห็นพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เป็นภาพที่สวยงามมาก เมื่อท้องฟ้าสีฟ้าสดใสตอนกลางวัน กลายเป็นสีส้มทันที กล้องถ่ายรูปถูกกดถ่ายภาพตรงหน้านับสิบ ๆ รูป ก่อนที่เขาจะหันเลนส์กล้องไปทางภรรยาจากในกล้องมองเห็นเสี้ยวหน้าสวยด้านข้าง ริมฝีปากที่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่ได้เห็นพระอาทิตย์ตก นิ้วเรียวรัวชัตเตอร์ทันที เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ผ่านมากี่ปีเขาก็ไม่เคยลืมสามปีต่อมามิลลิคลอดลูกชายคนแรกได้สองปีแล้ว โดยคนเป็นพ่อเป็นคนตั้งชื่อว่าน้องโยธา และลูกสาวคนที่สองอายุหนึ่งขวบคนนี้ยีนส์ตั้งชื่อว่าน้องยูริ ส่วนตอนนี้ในเธอท้องลูกคนที่สามได้สี่เดือนเป็นผู้หญิงอีกหนึ่งคนก็ตั้งชื่อไว้รอแล้วว่าน้องยูมินอกจากสองคนแรกชื่อจะขึ้นตันด้วยยอยักษ์เหมือนยีนส์แล้ว หน้าตายังถอดแบบเขามาอีกด้วย ไม่รู้ทำไมถึงหน้าไม่เหมือนเธอบ้
หลังจากบทรักตอนเที่ยงจบลง ท้องของมิลลิก็ส่งเสียงประท้วงเสียงดัง ตอนแรกคนตัวสูงอยากจะต่อรอบกับเธอด้วยซ้ำ เพราะบรรยากาศที่เป็นใจ ถึงจะร้อนไปหน่อย แต่มีความตื่นเต้นจากการทำรักเอาท์ดอร์ครั้งแรก แต่ทว่าคนตัวเล็กขอพักกินข้าวก่อน"ประจำเดือนมิลมาอยู่หรือเปล่า”ยีนส์ต้องถามภรรยาเรื่องนี้ เพราะหลังจากเธอเรียนจบก็ไม่ได้กินยาคุมอีก แต่ผ่านมาเกือบสามเดือน ทำไมเธอถึงยังไม่ท้องสักที ทั้งที่เขาขยันทำการบ้านกับเธอแทบตาย งัดกลเม็ดทุกอย่างมาใช้หมดแล้ว แต่ทว่ายังไร้วี่แวว“ที่จริงประจำเดือนมิลก็มาไม่ปกติอยู่แล้ว แต่เพื่อความสบายใจของพี่ มิลจะตรวจหลังจากเรากลับนะคะ”“เมื่อวานพ่อตาบอกว่าพี่ไม่มีน้ำยา”มิลลิหัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อที่บ่นเธออยู่ทุกวันว่าเมื่อไหร่จะมีหลานให้ท่านสักที“หรือพี่จะไม่มีน้ำยาอย่างพ่อตาว่าจริง ๆ”เขายังคงคิดมากเรื่องนี้อยู่ ก็เขาอยากมีลูก พ่อกับแม่ของเขาก็อยากมีหลานหลาย ๆ คน“พี่อย่าคิดมากสิคะ มิลเพิ่งปล่อยได้แค่สองเดือนกว่า ๆ เอง ใครจะไปรู้ตอนนี้มิลอาจจะท้องแล้วก็ได้”“งั้นเราไปซื้อที่ตรวจมาตรวจเลยได้ไหม พี่อยากรู้ตอนนี้เลย มิลก็รู้ว่าพี่อยากมีลูกขนาดไหน”สุดท้ายแล้วมิลล
“มิลกลัวว่า อาหารที่สั่งมาจะเป็นหมันไปเสียก่อน”“อาหารเป็นหมันช่างมัน ตอนนี้พี่อยากทำลูกกับมิลมากกว่า เพราะพี่ไม่ได้เป็นหมัน”มือหนาค่อย ๆ จับตรงสายชุดบิกินี่ตัวบน แล้วดึงปมมันให้คลายออกจนอกเต่งตึงโผล่ออกมาท้าทายสายตา ยีนส์ผลักร่างเล็กให้นอนราบไปกับเก้าอี้ผ้าใบ ก่อนที่เขาจะซุกไซร้ตรงร่องอกของเธอ มิลลิรู้สึกเสียววูบวาบไปหมดทั้งร่างกายทันที“อื้อ~ อ่า”เสียงครางหวานหลุดออกมาเบา ๆ เมื่อคนตัวสูงใช้ลิ้นปาดเลีย หยอกล้อกับจุกสีหวานไปมา มืออีกข้างก็ค่อย ๆ ลูบไล้ลงไปตามหน้าท้องแบนราบ จนถึงเนินอวบอิ่มภายใต้กางเกงบิกินี่สีชมพูอ่อน ค่อย ๆ ปลดปมมันออกทั้งสองข้างส่งนิ้วเรียวเข้าไปกรีดกรายตรงร่องสีหวาน ที่เริ่มเปียกชื้นเพราะความเสียวซ่าน จากการปรนเปรอของลิ้นร้อนไปทั่วอกอวบทั้งสองข้าง มิลลิหลับตาพริ้มให้เขาทำตามใจตัวเองทุกอย่างเธอขยับขาเรียวออกให้กว้างขึ้น เมื่อเขาส่งนิ้วเข้าไปในร่องรักของเธอ ขยับเข้าออกเบา ๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้วเป็นสองนิ้ว และเร่งจังหวะให้รัวเร็วขึ้น เมื่อร่องรักของเธอขมิบตอดรัดนิ้วเขามากขึ้น“อ๊าสส อ่ะ มะ มิลเสียว”เสียงหวานร้องครางไม่หยุด ท้าทายกับเสียงเกลียวคลื่นที่ดังคลอมากับเสี
หลังจากงานแต่งจบลง ยีนส์และมิลลิก็รีบไปสนามบินทันที ทั้งคู่จะไปฮันนีมูนกันที่มัลดิฟส์ เป็นเจ้าสาวที่จองตั๋วเครื่องบินและที่พักเองหมดทุกอย่าง กำหนดการเที่ยวทุกอย่างใช้เวลา4วัน3คืน“มิลตื่นเต้นอยากเห็นทะเลใจจะขาดแล้วค่ะ”มิลลิเดินควงแขนสามีหนุ่มหล่อ เพื่อไปยังรถตู้ของโรงแรมที่เธอจองเอาไว้ แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาตีสี่กว่าแล้ว อีกทั้งยังเหนื่อยกับงานแต่ง แต่เธอกลับไม่รู้สึกง่วงสักนิด เพราะทะเลที่นี่ เธอใฝ่ฝันจะมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว“พี่อยากให้มิลพักหน่อยนะ”ยีนส์พูดไปตามที่คิด เพราะตั้งแต่ขึ้นเครื่องจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เห็นเธอหลับเลย ทั้งที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อแต่งหน้า ทำผม ไหนจะยุ่งกับงานแต่งทั้งวัน เสร็จจากงานก็เที่ยงคืน ก็รีบมาสนามบินทันที เป็นเขาเสียอีกที่รู้สึกอ่อนเพลียมาก“ถึงที่พักแล้วค่อยนอนก็ได้ค่ะ สามีของมิลเหนื่อยแล้วเหรอคะ”“พี่ยอมแพ้มิล”รถตู้ของที่พักเข้ามาจอดตรงส่วนของโรงแรม แต่มิลลิจองเป็นที่พักติดทะเลไว้ เลยต้องใช้เวลาเดินไปอีก ขนาดว่าตอนนี้ตีห้า แต่ก็ยังมองเห็นความสวยงามของทะเล พนักงานของโรงแรมพาเดินไปตามสะพานไม้ที่พาไปยังที่พักเป็นหลังที่สร้างอยู่ในทะเล ก่อนที่จะหยุดตรงท
เธอเว้นช่วงนิดหน่อยก่อนพูดต่อ"ที่พ่อเป็นแบบนั้นเพราะพ่อรักแม่มากค่ะ แล้วความรักของพ่อกับแม่ ก็ส่งมาถึงลูกอย่างเราสามคน ที่มิลต้องเชื่อฟังพี่ชาย ไม่ใช่ว่ามิลกลัวนะคะ แต่มิลคิดว่าเขาเป็นคนที่เคยดูแลและปกป้องมิลมาตลอดต่างหากค่ะ"มือหนายกมือลูบหัวเธออย่างเอ็นดู รู้สึกว่าตัวเองโง่มากที่สุด ที่เคยทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจ เธอเป็นผู้หญิงที่ดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก ความคิดของเธอหลายอย่างเป็นสิ่งที่เขาคิดไม่ถึง"มิลรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ดีมาก""เหรอคะ""จริงสิ มิลดีจนพี่กลัวว่าวันหนึ่งพี่จะเสียมิลไป"อยู่ ๆ เสียงทุ้มก็ขาดห้วงไป เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะร้องไห้ เมื่อคิดถึงวันที่เธอไม่อยู่กับเขาระยะเวลาแค่สองเดือนกว่า แต่เขากลับรักเธอมากขนาดนี้ได้ ทั้งที่จริงแล้วเขาเป็นคนรักคนยากมาก แต่กับเธอคือข้อยกเว้นทุกอย่าง"ตราบใดที่พี่ยังต้องการมิล มันก็ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ มิลรักพี่ก่อนนะคะ จนถึงวันที่รู้ว่าพี่ใจร้าย มิลก็ไม่เคยหยุดรักพี่เลย แล้วหากเราสองคนยังรักและเข้าใจกันอยู่อย่างนี้ มิลก็มองไม่เห็นภาพที่เราจะเลิกรักกันได้เลยค่ะ""พี่รักมิล"มันไม่มีคำพูดไหนในตอนนี้ ที่แทนความรู้สึกของเขา
ยีนส์ขับรถหรูเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ เพื่อส่งมิลลิลงก่อน ส่วนเขาก็ขับไปจอดในลานจอดรถ ก่อนจะเดินลงมาหาเธอที่ยืนรออยู่ พร้อมกับว่าที่พ่อตา ว่าที่แม่ยาย และพี่ชายสองคนของเธอคนตัวสูงยอมรับว่าประหม่ามาก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับว่ากลัวอะไรขนาดนั้น เขาเองก็เป็นลูกผู้ชายมากพอ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้อยู่แล้ว เพราะงั้นไม่ว่าจะโดนอะไรเขาก็พร้อมจะยอมรับ ขอแค่อย่างเดียวอย่าให้เขาเลิกคบกับมิลลิ เพราะเป็นเรื่องเดียวที่เขาจะไม่ยอม“สวัสดีครับ”ยีนส์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง และพี่ชายคนโตของมิลลิด้วยท่าทางปกติ ผิดกับสายตาของว่าที่พ่อตา ที่ดูเหมือนจะไม่พอใจเขามาก ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร เพียงแต่สบัดหน้าหนีเขา ไม่รับไหว้เขาเหมือนอย่างแม่ของเธอ“เข้าบ้านกันดีกว่า มิลพาพี่เขาเข้ามาเร็วลูก”มิลลิจับมือของเขา เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกัน ตรงที่พ่อกับแม่นั่งรออยู่คือห้องรับแขกของบ้าน ยีนส์ทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับพ่อแม่ของมิลลิทันทีทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว จากตอนแรกที่ไม่รู้สึกอะไร เจอแบบนี้เขาเองก็ต้องกุมมือเข้าหากันเพื่อลดอาการประหม่าของตัวเองตอนนี้“เรื่องที่ผ่านมา แม่จะไม่พูดถึงมันนะ แต่หลังจากนี้ อย่าให







