Se connecter[ JIDA PART ]
In Evening🌥!!! @Jida’s House “อาทิตย์หน้าเลยเหรอคะแม่!” ฉันตกใจจนเผลอเสียงดังออกไป เพราะพอกลับมาถึงบ้าน พ่อกับแม่ก็บอกฉันเรื่องที่จะไปดูงานที่ต่างประเทศอาทิตย์หน้า “จ้ะ อาทิตย์หน้า มันกะทันหันน่ะ พ่อกับแม่ก็เพิ่งรู้” “แล้วกลับเมื่อไหร่คะ” “ยังบอกไม่ได้เลย แต่น่าจะสักระยะนึง ตอนแรกแม่ก็เป็นห่วงหนูนะ ไม่ค่อยอยากปล่อยให้อยู่คนเดียว แต่พอน้าอิงบอกว่าจะช่วยดูแลให้ แม่ก็ค่อยเบาใจ” “ช่วยดูแลให้?” “จ้ะ น้าอิงบอกว่าจะพาจิดาไปอยู่ที่บ้านจนกว่าพ่อกับแม่จะกลับมา แม่ก็โอเคนะ หนูล่ะว่ายังไง อยากไปอยู่บ้านน้าอิงหรืออยากอยู่ที่บ้าน แม่อยากให้หนูไปอยู่บ้านนั้นก็จริง เพราะแม่เป็นห่วงหนู แต่แม่ให้หนูเลือก เผื่อว่าบางทีหนูอยากอยู่ที่บ้าน” “เอ่อ ไปอยู่กับน้าอิงก็ได้ค่ะ” ฉันตอบแม่ไปโดยไม่ต้องคิด รู้ใช่มั้ยว่าเพราะอะไร “แน่ะ ไม่เสียเวลาคิดหน่อยเหรอเรา” พ่อแซวขึ้นมายิ้มๆ ท่านสองคนรู้ว่าฉันรักพี่อคินมาก มากจนอยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา แต่ท่านสองคนไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ฉันไม่ได้รักพี่อคินแบบพี่ชายเหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว และไม่รู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพี่อคินมันไม่ได้(ดี)เหมือนเดิม “ไม่ค่ะ ไม่คิด คิกๆ ตกลงหนูจะไปอยู่กับน้าอิงจนกว่าพ่อกับแม่จะกลับมาค่ะ” ฉันบอกอย่างไม่คิดจะเก็บอาการ(ดีใจ) แบบว่าตอนแรกก็ไม่โอเคหรอกที่พ่อกับแม่ต้องไปเมืองนอก แต่ตอนนี้โอเคแล้วล่ะ เพราะการได้ไปอยู่บ้านน้าอิงฟ้ามันทำให้ฉันได้อยู่ใกล้ๆพี่อคิน ถึงแม้เขาจะไม่ได้อยากอยู่ใกล้ฉันก็ตาม แต่ฉันก็จะถือคติตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ฉันจะอดทนและพยายาม ก็อย่างที่เคยบอกไป ฉันจะทำให้พี่อคินรักฉันให้ได้ในสักวัน “โอเค งั้นเดี๋ยวแม่โทรไปบอกน้าอิงกับอาเคนเลยละกัน ว่าจะพาหนูไปฝากเลี้ยงสักพัก” แม่พูดยิ้มๆแล้วเดินไปโทรศัพท์ “งั้นเดี๋ยวพ่อมานะ” พ่อบอกยิ้มๆแล้วลุกตามแม่ไป พ่อนี่น้าาา ขาดแม่ไม่ได้สักนาทีเลยจริงๆ แต่ฉันก็ชอบนะ ชอบที่พ่อกับแม่รักกันไม่เคยเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ชอบจนบางทีฉันก็นึกอิจฉา ฉันเอง เอ่อ ฉันเองก็อยากจะมีแบบนี้บ้าง [ JIDA END ] . . [ AKIN PART ] Next Week @I University “เป็นไรวะสัส ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “นั่นดิ ทั้งวันละ” พออาจารย์เลิกคลาส อยู่ๆไอ้สองตัวมันก็ถามขึ้นมา “เซ็ง” ผมตอบพวกมันนิ่งๆ “เซ็งไรวะ” “มีกาฝากมาอยู่ที่บ้าน” ผมตอบนิ่งๆเหมือนเดิม ตอบความจริงที่ผมเองก็เพิ่งรู้เมื่อวานตอนเย็น ตอนที่กลับไปถึงบ้านแล้วเห็นน้าอาร์ดากับลุงเจคอบอยู่ที่บ้าน ยัยนั่นก็อยู่ด้วย จริงสิ ผมยังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่าน้าอาร์ดากับลุงเจคอบเป็นพ่อกับแม่จิดา และท่านสองคนก็เป็นเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่ผม แล้วเมื่อวานที่พวกท่านมาก็เพราะจะเอาจิดามาฝาก ใช่ครับ ฟังไม่ผิดหรอก ท่านสองคนเอาจิดามาฝาก เพราะท่านสองคนจะไปเมืองนอก ตอนนี้จิดาเลยอยู่ที่บ้านผม คนที่ผมไม่ชอบขี้หน้ามากที่สุดมาเดินลอยหน้าลอยตาอยู่บ้านเดียวกับผม แล้วจะไม่ให้ผมเซ็งได้ไง นึกแล้วก็เคืองแม่เหมือนกันนะ ที่เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ ไม่รู้จะไปเสนอตัวดูแลยัยนั่นทำไม ก็ปล่อยให้อยู่บ้านตัวเองไปดิ ยัยนั่นไม่ใช่เด็กสามขวบซะหน่อยที่จะต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด “กาฝาก? กาฝากที่ไหนวะ” “ช่างเหอะ” ผมบอกปัดไป ไม่ใช่อะไรหรอก ผมขี้เกียจพูดถึง “เป็นงั้นไป” ไอ้แมคส่ายหน้าเอือมๆ แต่ก็ดีที่พวกมันไม่ถามเซ้าซี้อะไร “งั้นคืนนี้ไปดริ้งค์กันหน่อยป่ะ แก้เซ็ง” อยู่ๆเสียงเรียบๆของไอ้ลีโอก็เอ่ยขึ้นมา “ก็ดี” ผมตอบนิ่งๆอย่างไม่ลังเล ไปสังสรรค์ข้างนอกกับพวกมันก็ดีเหมือนกัน เพราะผมเองก็ไม่อยากกลับไปเห็นหน้าใครบางคนให้เสียอารมณ์ [ AKIN END ] . . [ JIDA PART ] “ทำไมพี่อคินยังไม่กลับมาอีกนะ” ฉันนั่งรอพี่อคินตั้งแต่เย็น จนตอนนี้ดึกมากแล้ว แต่เขาก็ยังไม่กลับมาเลย ที่ฉันรอเพราะอยากจะเห็นหน้าเขา อยากคุยกับเขา เมื่อวานตอนพ่อกับแม่มาส่งฉันที่นี่ หมายถึงบ้านน้าอิงฟ้าอ่ะ ก็อย่างที่บอกว่าฉันตกลงจะมาอยู่บ้านน้าอิงฟ้า นั่นแหละ ตั้งแต่ฉันมาอยู่นี่ ฉันยังไม่ได้คุยกับพี่อคินเลย เมื่อวานตอนเย็นเขาก็ไม่ยอมลงมากินข้าว มาเมื่อเช้าเขาก็รีบออกไปมหาลัยตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ฉันก็เลยต้องมานั่งดักรอเขาอย่างตอนนี้ แต่ดูเหมือนจะรอไม่ไหวแล้วล่ะ เพราะพรุ่งนี้ฉันมีเรียนเช้า ขืนรอต่อ พรุ่งนี้คงได้ตื่นสายแน่ๆ งั้นเอาไว้ดักเจอเขาใหม่พรุ่งนี้ละกัน คืนนี้ฉันคงต้องเข้านอนก่อน . . Next Morning🌤... หลังจากตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว ฉันก็รีบลงไปที่ห้องอาหารเหมือนเมื่อวาน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือวันนี้มีพี่อคินนั่งกินข้าวเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วย ฉันโคตรดีใจเลย ไม่งั้นคงไม่รีบเดินเข้าไปนั่งข้างๆกับพี่อคิน “อรุณสวัสดิ์ค่ะน้าอิง อาเคน” ฉันยิ้มบอกน้าอิงฟ้ากับอาเคนก่อนหันไปหาพี่อคินด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม “อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่อคิน ลงมานานแล้วเหรอคะ” “ผมไปนะครับพ่อ แม่ พอดีมีเรียนเช้า” นอกจากจะไม่หันมามองหน้าและโต้ตอบกับฉันแล้ว พี่อคินยังวางช้อนอย่างไม่สบอารมณ์แล้วลุกเดินออกไปเลย ฉันก็ยิ้มไม่ออกไปเลย ในเมื่อไม่บอกก็รู้ ว่าที่พี่อคินทำแบบนี้ก็เพราะไม่อยากเห็นหน้าไม่อยากเสวนากับฉัน “เอ่อ จิดาจ๊ะ น้าว่ากินข้าวดีกว่าเนอะ ข้าวต้มปลาของโปรดหนูเลย ลองทานดูสิจ๊ะ” น้าอิงฟ้าพูดขึ้นมา คงเห็นฉันหน้าเสีย ท่านเลยอยากพูดปลอบ ฉันเองก็รู้สึกขอบคุณนะ แต่มันก็ยังจุกๆในหัวใจไม่หาย “เอ่อ ขอบคุณค่ะน้าอิง” ฉันฝืนยิ้มให้น้าอิงฟ้า ทั้งๆที่ความจริงมันยิ้มไม่ออก ก่อนจะฝืนตักข้าวต้มปลาเข้าปาก มันอร่อยดีนะ แต่ฉันกลับรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบจะฝืนกินต่อไม่ลง แต่เพื่อเป็นการรักษาน้ำใจ ฉันคงต้องฝืนกินต่อไปแม้น้ำตาจะตกใน ...ไม่รู้เมื่อไหร่พี่อคินจะเลิกเกลียดฉัน ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะมีวันนั้นมั้ย [ JIDA END ] . . [ AKIN PART ] ผมลุกออกมาจากห้องอาหารอย่างไม่สบอารมณ์ คนกำลังกินข้าวอร่อยๆแท้ๆ ยัยนั่นดันมาทำเสียเรื่องจนได้ ไม่รู้จะลงมาทำไมตอนนี้ เซ็งชะมัด ไม่รู้ว่าผมต้องทนกับสภาพน่าเบื่อแบบนี้ไปอีกกี่วัน ไม่รู้เมื่อไหร่ยัยนั่นจะไสหัวกลับบ้านไปสักที! [ AKIN END ] . . [ JIDA PART ] Many Days Later. ตั้งแต่วันนั้นมาจนวันนี้ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม พี่อคินยังเย็นชากับฉันทุกวัน คุยด้วยก็ไม่คุย ฉันยิ้มให้ก็ไม่เคยได้รับรอยยิ้มตอบกลับมา แต่ถึงจะอย่างนั้นฉันก็ยังอดทน ยังพยายามทำตัวปกติ ยังทักทายเขาทุกวัน เขาคงคิดว่าฉันหน้าด้านมาก แต่ก็ไม่แปลกหรอก ใครๆเห็นก็คงต้องคิดว่าฉันหน้าด้านที่ยังตื๊อไม่เลิก แต่จะให้ฉันทำไง ก็ฉันรักเขา จะเลิกรักก็ทำไม่ได้ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รักพี่อคินมากขนาดนี้ ฉันรู้แต่ว่าฉันรัก และยังจะรักต่อไป ถึงแม้รู้ดีว่าถ้ายืนยันจะรัก หัวใจมันก็จะต้องทนเจ็บทุกวันก็ตาม . . In the Evening🌥. @I University “จิดา” “ห้ะ อะไรเหรอมึง” มิ้นมันเรียกฉัน ฉันเลยหันไปหามันอย่างงงๆ “ไปหาขนมหวานกินกันป่ะ อารมณ์แบบว่าร่างกายต้องการของหวานอ่ะ” ไอ้ฉันก็นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้มิ้นมันก็หิวนี่เอง “อืม ไปดิ แต่กินนิดเดียวนะ กินเยอะเดี๋ยวอ้วน” “อันนี้ก็แล้วแต่ความอร่อยของขนม คิกๆ” “มึงนี่นะ” ฉันส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แต่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ มิ้นมันไม่เคยแคร์จำนวนแคลอรี่อยู่แล้ว มันแคร์แต่ปากท้องมันอย่างเดียว แต่ไม่รู้ทำไม ถึงจะกินเยอะเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่เคยอ้วนสักที “น้องจิดา น้องมิ้น” อยู่ๆเสียงใครเรียกฉันก็ไม่รู้ “พี่แมค” เพื่อนพี่อคินนี่เองที่เป็นคนเรียก ก่อนเขาจะเดินเข้ามาหาฉันกับมิ้น “พี่แมค เอ่อ มีอะไรเหรอคะ” “คืนนี้ว่างป่ะ” “เอ่อ ค่ะ ก็ไม่ได้ไปไหน พี่แมคมีไรเหรอคะ” “พี่จะชวนไปงานวันเกิดพี่อ่ะ ไอ้อคินก็ไปด้วยนะ” “พี่อคินไปด้วยเหรอคะ!” ฉันดีใจจนออกนอกหน้าขึ้นมาทันที “ครับ ตกลงว่าไง ว่างไปใช่ป่ะ” “ว่างค่ะว่าง ว่าแต่ที่ไหนเหรอคะ แล้วกี่โมง” ฉันรีบตอบรีบถามอย่างไม่ต้องคิด แค่ได้ยินว่าพี่อคินไปด้วย แค่นั้นก็ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรอย่างอื่นแล้วล่ะ “สามทุ่ม ที่ผับRJ แล้วเจอกันนะ ถึงแล้วโทรหาพี่ละกัน นี่เบอร์พี่” แล้วพี่แมคก็ยื่นนามบัตรมาให้ ฉันก็ค่อยๆเอื้อมมือไปรับมา “ขอบคุณค่ะ” “ครับ แล้วเจอกัน” พี่แมคยิ้มให้แล้วเดินกลับไปพร้อมกับผู้หญิงอีกคนที่เดินมาด้วยกัน รู้สึกว่าจะเป็นแฟนพี่แมคนะ ถ้าฉันจำไม่ผิด แต่ช่างเถอะ ฉันสนใจเรื่องวันเกิดพี่แมคคืนนี้ดีกว่า ฉันรู้นะว่าพี่อคินต้องเย็นชาใส่ฉันอีก แต่ฉันก็ดีใจที่จะได้เห็นหน้าพี่อคินนานกว่าทุกครั้ง เพราะฉันคิดว่าเขาคงไม่เสียมารยาทลุกออกไปกลางคัน หรือปฏิเสธไม่ไปงานวันเกิดเพื่อนสนิทเขาแน่ๆ^^ [ JIDA END ]ไม่รู้ทำไมพ่อแม่ฉันถึงมาอยู่ในห้องรับแขกพร้อมน้าอิงฟ้ากับอาเคนได้ ก็ในเมื่อแม่บอกฉันเมื่อวันก่อน ว่ากำหนดกลับมันอีกประมาณเดือนนึง ฉันก็เลย เอ่อ แปลกใจถึงขั้นตกใจอย่างที่เห็น😂“ไง ไม่เจอกันนานเลยลูกสาวแม่” แม่ทักขึ้นมายิ้มๆ พ่อเองก็ยิ้มให้ ในขณะที่ฉันยังงงอยู่เลย แต่ก็ดีใจนะ ที่ได้เจอพ่อแม่สักที“คุณลุงคุณน้า สวัสดีครับ” พี่อคินยกมือไหว้ พ่อกับแม่ก็รับไหว้ ก่อนฉันจะเดินเข้าไปหาท่านสองคนแล้วสวมกอด“คิดถึงจังเลยค่ะ” ฉันทั้งกอดทั้งหอมพ่อกับแม่ฟอดใหญ่จนเต็มปอด“แม่กับพ่อก็คิดถึง” แม่กับพ่อหอมฉันคืน ก่อนฉันจะนึกออกว่าอยากจะถามเรื่องที่พ่อกับแม่กลับก่อนกำหนด“ไหนบอกจะกลับเดือนหน้าไงคะ แล้วทำไมกลายเป็นวันนี้ได้ล่ะ” ฉันถามยิ้มๆ ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่พร้อมกับหันไปหาพ่อทีหันไปหาแม่ที“กลับมารับลูกไง”“คะ!?” พอพ่อตอบแบบนั้น ฉันก็หุบยิ้มแทบไม่ทัน งงว่าพ่อพูดเล่นหรือยังไง“รับหนูเหรอ?”“จ้ะ พ่อเขาต้องไปประจำที่อเมริกาสักสองสามปี พ่อกับแม่เลยกลับมารับหนูไปอยู่ที่โน่นด้วย” แม่ตอบให้ ส่วนฉันอึ้งไปเลย ก่อนฉันจะหันไปที่พี่อคิน ถึงได้เห็นว่าเขายืนนิ่งไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่สีหน้าและแววต
เขาถามอีกรอบ และฉันในสภาพนี้คงนึกคำตอบอื่นไม่ออก นอกจาก“อืม” ใช่ ตอบตกลง“ขอบใจนะ รักจิดาจัง” พี่อคินยิ้มก่อนก้มลงมาหาฉันอีกนิด ฉันก็ยิ้มตอบ“จิดาก็รักพี่อคิน”“พี่รู้ครับที่รัก” พี่อคินยิ้มบอกอย่างอ่อนโยนก่อนก้มลงจูบฉันอย่างนุ่มนวล ก่อนมันจะค่อยๆหนักหน่วงร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน“อืม...” พี่อคินครางเบาๆพร้อมกับใช้ลิ้นตวัดพันเกี่ยวกับลิ้นฉัน ฉันก็ตวัดลิ้นตอบเขา เราแลกลิ้นกันไปเรื่อยๆอย่างเมามันส์ ลืมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทุกอย่าง ตอนนี้สิ่งที่คุมเกมคือความรักและความปรารถนาจุ๊บๆ จ๊วบ...เสียงจูบร้อนแรงดังคลอเคล้าไปทั่วทั้งห้อง ผสานกับเสียงครางของฉันและพี่อคิน ก่อนพี่อคินจะถอนจูบออกแล้วถอดเสื้อผ้าฉันอย่างรวดเร็ว รวมทั้งผ้าขนหนูของตัวเองด้วย ก่อนเขาจะก้มลงมาจูบฉันอย่างหนักหน่วงเหมือนเดิม ฉันเองก็กอดรัดเขาแน่นพร้อมกับจูบตอบอย่างไม่แพ้กัน “อือ พี่อคิน อืมม...” ฉันครางออกมาถี่กว่าเก่า เมื่อพี่อคินจูบปากฉันแล้วไล่จูบลงไปที่ซอกคอแล้วขบเม้มดูดดึงซุกไซ้สลับกันทั้งสองข้าง สิ่งที่เขาทำมันทำฉันเสียวสะท้านยิ่งกว่าเก่า“อือ อื้อ พี่อคิน อืมม...” ฉันทั้งครางทั้งกอดแล้วลูบไล้พี่อคิน
“จิดา” ถึงเขาจะมองฉันแปลกๆ หน้าตาก็ไม่ยิ้มแย้ม เสียงก็นิ่งๆ แต่แค่เขาเรียกชื่อฉัน ฉันก็ดีใจแล้ว“ค่ะ จิดาเอง” ฉันตอบเขาพร้อมรอยยิ้ม แต่เขาไม่ได้ยิ้มตอบหรอก แต่เขาลุกขึ้นนั่งช้าๆเหมือนอยากจะลงจากเตียง“โอะ โอ๊ย โอ๊ย!” ระหว่างพี่อคินทำท่าจะก้าวลงจากเตียง อยู่ๆเขาก็ร้องออกมาแล้วก็เอามือจับที่หัวเหมือนปวดมาก“พี่อคิน!” ฉันตกใจขึ้นมาอีกระลอก“พี่ปวดหัวเหรอ ปวดแผลเหรอคะ ให้หมอมาดูมั้ย เดี๋ยวจิดาเรียกให้”“มะ...ไม่ ไม่ต้อง” เขาจับมือฉันไว้ จับแน่นมาก โดยที่ไม่หันมามองหน้าฉัน ตอนนี้เขาทำแค่จับมือฉันแล้วนั่งก้มหน้านิ่งๆ หายใจแรงๆ เหมือนกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่“เอ่อ พี่อคิน พี่ดีขึ้นรึยังคะ” ฉันรอดูเขาอยู่นิ่งๆ ก่อนตัดสินใจถามออกไป เมื่อเขานั่งนิ่งด้วยอาการเดิมนานไปแล้ว“อืม” เขาพยักหน้าตอบก่อนหันมาจ้องฉันนิ่ง“หายแล้ว” ได้ยินว่าเขาหาย ฉันก็ดีใจนะ แต่ทำไมสายตาเขาไม่เป็นมิตรเลย มันทำฉันร้อนๆหนาวๆชอบกล“เอ่อ พี่หายแล้วแน่นะ”“อืม กลับบ้านเถอะ” เขาตอบนิ่งๆ“เอ่อ คา...ค่ะ กลับบ้านก็กลับบ้าน มาค่ะ จิดาช่วย” ฉันยื่นมือไปช่วยพี่อคินลงจากเตียง เขาก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ฉันเลยพาเขาไปนั่งรอฉันจัดการค่
[ AKIN PART ]“เดี๋ยวพวกมึงไปก่อนเลยนะ กูขอไปห้องน้ำหน่อย”ผมบอกไอ้แมคกับไอ้ลีโอหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ“จะไปคนเดียวเหรอ ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนมั้ย”“ไม่เป็นไร กูไปได้”“แต่ว่า...”“เอาน่า กูโอเค พวกมึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป” ผมแทรกไอ้ลีโอพูดก่อนเดินแยกออกมา ขืนไม่รีบ พวกมันคงหาเรื่องตามมาจนได้ ผมไม่อยากรบกวนพวกมันมากไปกว่านี้ แค่ผมความจำเสื่อมแล้วยังเสือกถ่อสังขารมาเรียนก็เป็นภาระพวกมันมากพออยู่แล้ว เพราะงั้นอะไรที่ผมพอจะช่วยตัวเองได้ ผมก็ควรจะทำ#~~หลังจากเข้าห้องน้ำ ผมก็เดินกลับมาทางเดิม ก่อนผมจะเหลือบไปเห็นจิดา แน่นอน ผมไม่มีทางที่จะไม่เดินเข้าไปหาเธอ “จิดา” ผมเรียกเธอเบาๆก่อนนั่งลงข้างๆ“พี่อคิน” เธอหันมาหาผม เดี๋ยวนะ แล้วทำไมสีหน้าเธอดูเครียดๆ เธอเป็นอะไรไป ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าเธอยังดีๆอยู่เลย“เอ่อ พี่กินข้าวยัง” เหมือนเธอกำลังฝืนยิ้มให้ผมนะ“กินแล้ว เธออ่ะ ทำไมนั่งกินข้าวคนเดียว หน้าก็เครียดๆ เป็นไรรึเปล่า” ผมถามไปตามตรง แปลกใจมากที่เห็นเธอนั่งเครียดแถมยังนั่งอยู่คนเดียว เห็นปกติเธอเคยเล่าให้ผมฟังว่ามีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด หรือเธอจะทะเลาะกับเพื่อนวะ“มิ
Next Morning🌤...วันนี้พอฉันตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว แล้วลงมาข้างล่าง ฉันก็เห็นว่าพี่อคินนั่งอยู่ในห้องอาหารแล้ว แต่นั่งอยู่คนเดียว“มาแล้วเหรอ” พี่อคินเงยหน้าขึ้นมาถามฉัน “เอ่อ ค่ะ แล้ว...”“พ่อกับแม่ติดธุระ เลยรีบออกไป” เหมือนเขารู้ทันเลยแฮะ ว่าฉันจะถามอะไร“นั่งสิ กินข้าวกัน เดี๋ยวจะได้ไปเรียน”“คา...ค่ะ” ฉันตอบไม่ค่อยเต็มเสียง ก่อนนั่งลง ที่ฉันรู้สึกประหม่าแบบนี้ก็เพราะเขานั่นแหละ ที่เขาทำกับฉันเมื่อคืนมันทำฉันสูญเสียความมั่นใจมาจนถึงตอนนี้“เป็นอะไร ท่าทางแปลกๆ” ยังมีหน้ามาถาม นี่เขาไม่รู้ตัวเลยเหรอ???- -!!!“เปล่าค่ะ ไม่เป็นอะไร” ถึงในใจจะคิดอีกอย่าง แต่ถ้าให้พูดออกไปตรงๆก็คงไม่ดีว่ามั้ย“อืม” เขาพยักหน้ารับนิ่งๆ ไม่ถามอะไรอีก ที่เขาทำคือหันไปบอกเด็กในบ้านให้เสิร์ฟมื้อเช้า เสร็จแล้วก็ลงมือกิน แต่ฉันนี่สิ กินไม่ลง มันไม่ค่อยหิวอ่ะ เลยนั่งเอามีดเขี่ยๆไส้กรอกไปงั้น“คือยังไง” อยู่ๆพี่อคินก็ถามขึ้นมา ฉันเลยจำต้องหยุดเขี่ยแล้วเงยมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ“คะ?” ฉันทำหน้างงใส่เขาแบบชัดเจนมาก ฉันรู้สึกได้“ก็ที่ทำอยู่อ่ะ คืออะไร เขี่ยเล่นเป็นเด็กๆอยู่ทำไม” ที่แท้ก็เรื่องนี้“อ๋อ เอ่อคื
[ AKIN PART ]Several Days Later...!!!@PRK Hospital ก็อกๆๆ!!!เสียงเคาะประตูทำผมชะงักในสิ่งที่กำลังคิด ก่อนผมจะหันไปมองประตู จากนั้นมันก็ถูกเปิดออกด้วยผู้ชายสองคนที่เคยมาเยี่ยมผมหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ พวกมันบอกว่าชื่อแมคกับลีโอ เป็นเพื่อนสนิทผม แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกหรอก ขนาดผ่านมาหลายวันแล้ว ผมก็ยังจำอะไรไม่ได้สักอย่าง ผมพยายามนึกแล้วนึกอีก แต่ทุกครั้งสิ่งที่ได้คือปวดหัวจนแทบระเบิด และตามมาด้วยความว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำเก่าๆอันไหนผุดขึ้นมาในหัวผมเลย และผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ ความทรงจำทั้งหมดของผมจะกลับคืนมา มันทรมานนะ กับการอยากรู้แล้วไม่รู้ อยากนึกให้ออกแต่ก็นึกไม่ออก“ไง ไอ้สัส วันนี้จำพวกกูได้ยัง” พวกมันถามแล้วเดินมายืนข้างๆเตียง แต่ผมคงทำได้อย่างเดียวคือมองพวกมันนิ่งๆแล้วส่ายหน้า ในขณะที่พวกมันทำหน้าเซ็งทันควัน“เห้อ ยังอีกเหรอวะ วัยรุ่นเซ็งเลยอ่ะ” ประโยคท้าย พวกมันทำหน้าเบื่อโลกยิ่งกว่าเดิมอีก“ก็อยากจำให้ได้ แต่มันนึกไม่ออกจริงๆ” ผมบอกพวกมันเสียงเรียบอย่างปลงไม่ค่อยตก ก็เครียดนั่นแหละเอาตรงๆ“เห้ย ไม่เอาน่า ไม่ทำหน้าอย่างนั้น ตอนนี้ยังจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก ค่อย







