Masuk[ AKIN PART ]
@RJ Pub “มึงชวนมาทำไม” ผมถามไอ้แมคนิ่งๆทันทีที่รู้จากปากมันว่ามันชวนจิดามางานวันเกิดมันด้วย ไอ้ผมอุตส่าห์พยายามหลบหน้ายัยนั่นทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอให้เสียอารมณ์ แต่ไอ้แมคมันกลับชวนมา ตกลงไม่รู้มันเป็นเพื่อนใครกันแน่ ไอ้ลีโอก็เหมือนกัน แม่งสมรู้ร่วมคิด “เอาน่า ชวนกันมาเยอะๆสนุกดี” “แต่กูไม่อยากเห็นหน้ายัยนั่น” ผมตอบกลับไปนิ่งๆอย่างไม่ปิดบังอาการไม่พอใจ “โธ่สัส มึงจะอะไรนักหนาวะ ปลงๆบ้างก็ได้” ไอ้ลีโอพูดขึ้นมายิ้มๆ ใช่สิครับ สำหรับมันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่สำหรับผมเป็นเรื่องที่โคตรเซ็ง Rrrrrrr...!!! อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ไอ้แมคก็ดัง ผมรู้ว่าเป็นโทรศัพท์มันเพราะมันหยิบโทรศัพท์มันขึ้นมา “ฮัลโหล ครับน้องจิดา” จิดาเหรอ? นี่ยัยนั่นไปมีเบอร์ไอ้แมคตอนไหน “โอเค รอตรงนั้นละกัน เดี๋ยวพี่ออกไปรับ โอเคครับ ครับ” แล้วมันก็วางสายก่อนหันมาหาพวกผม หมายถึงผมกับไอ้ลีโอ กับเพื่อนคนอื่นๆอีกไม่กี่คน “เดี๋ยวกูไปรับน้องจิดากับน้องมิ้นแป๊บ” “ให้โบร์ไปเป็นเพื่อนป่ะ” โบร์พูดขึ้นมา จริงสิครับ ผมลืมบอกไปว่าไอ้แมคมันมีแฟนแล้วชื่อโบร์ ก็เพื่อนคณะเดียวกันนี่แหละครับ แล้ววันนี้มันก็ชวนโบร์กับเพื่อนๆโบร์มาด้วย “ไม่เป็นไร แป๊บเดียวเอง ไปละ เดี๋ยวมา” ไอ้แมคหันไปบอกโบร์แล้วลุกเดินออกไป ส่วนผมก็คงต้องจำใจที่จะต้องเจอหน้ายัยนั่นโดยปริยาย ก็ในเมื่อมันไม่มีทางเลือก [ AKIN END ] . . [ JIDA PART ] ทันทีที่ฉันกับมิ้นมาถึงหน้าผับ ฉันก็โทรหาพี่แมค ก่อนจะเห็นลางๆว่าเขากำลังเดินออกมา ใช่จริงๆด้วย เป็นพี่แมคจริงๆ “รอนานป่ะ” “ไม่ค่ะ เราสองคนเพิ่งมาถึงเอง” “โอเค งั้นเข้าไปข้างในกัน” พี่แมคบอกยิ้มๆแล้วเดินนำเข้าไป ฉันก็ลากมิ้นให้เดินตามอย่างไว ไม่ใช่อะไรหรอก ฉันอยากเจอพี่อคินแล้ว “เฮ้ พวกมึง ทำความเคารพน้องกูหน่อยครับ” พอไปถึงโต๊ะพี่แมคก็พูดหยอกๆกับเพื่อนเขา และเพื่อนเขาทุกคนก็หันมายิ้มให้เป็นการทักทาย ยกเว้นคนนึงที่เอาแต่สนใจแก้วเหล้า ไม่แม้แต่จะชายตามองมา “น้องจิดา น้องมิ้น นั่งเลยครับ เดี๋ยวพี่มา ไปห้องน้ำแป๊บ อยู่ๆก็ปวดฉี่” พี่แมคบอกแล้วทำท่าจะเดินไป “ฝากเอาเหมือนเดิมมาให้กูแก้วนึงด้วย” พี่อคินพูดขึ้นมานิ่งๆโดยไม่ได้มองหน้าใครเลย “ไอ้สัส วันเกิดกูมันใช้อย่างกับวันเกิดมัน เออๆ เดี๋ยวกูเอามาให้” แล้วพี่แมคก็เดินไป ส่วนฉันกับมิ้นก็นั่งลง พี่ๆก็ชวนให้กินโน่นกินนี่ไม่หยุด มีแต่พี่อคินที่ไม่พูดกับฉันสักคำ หน้าก็ไม่มอง ตกลงฉันคิดผิดหรือคิดถูกไม่รู้ที่ตัดสินใจมา เพราะยิ่งนั่งฉันก็ยิ่งอึดอัด “เอ่อ จิดาขอไปห้องน้ำหน่อยนะคะ” ในที่สุดฉันก็ทนความอึดอัดไม่ไหว เลยตัดสินใจไปตั้งหลักที่ห้องน้ำ “ให้กูไปเป็นเพื่อนป่ะ” มิ้นถามขึ้นมา “ไม่เป็นไร แป๊บเดียว เดี๋ยวกูมา” ฉันบอกมันก่อนลุกเดินไปห้องน้ำ เรียกกำลังใจเสร็จแล้ว ฉันก็เดินกลับออกมา บังเอิญเจอพี่แมคพอดี “พี่แมคคะ” ฉันเดินเข้าไปทัก เพราะเห็นพี่แมคยืนอยู่นิ่งๆ เหมือนกำลังมองใครอยู่ไม่รู้ “พี่แมค” “เอ่อ คระ...ครับ” ต้องเรียกตั้งสองสามรอบ เฮียแกถึงจะหัน “มองไรอยู่เหรอคะ” “อ๋อ พี่เห็นเพื่อนอ่ะ แล้วนี่น้องจิดาจะไปไหนครับ” “จิดามาเข้าห้องน้ำค่ะ กำลังจะกลับไปที่โต๊ะ” “อ๋อ เออ งั้นพี่ฝากนี่ไปให้อคินหน่อยดิ คือพี่จะเข้าไปทักเพื่อนหน่อยอ่ะ” แล้วพี่แมคก็ยื่นแก้วเหล้าที่ถืออยู่ในมือมาให้ฉัน “เอ่อ ค่ะ ได้ค่ะ” ฉันรับแก้วมา “ขอบคุณครับ” พี่แมคยิ้มให้ฉันแล้วเดินไปอย่างรีบร้อน สงสัยกลัวคลาดกับเพื่อนคนที่ว่าล่ะมั้ง งั้นฉันกลับโต๊ะก่อนละกัน อยากเอาแก้วในมือไปให้พี่อคินแล้วล่ะ อย่างน้อยก็จะได้ถือโอกาสพูดกับพี่อคินด้วย นึกแล้วก็ต้องขอบคุณพี่แมคนะว่ามั้ย ที่เหมือนเปิดทางให้ “พี่อคินคะ” พอเดินไปถึงโต๊ะ ฉันก็รีบเรียกพี่อคินเลย “พี่แมคฝากมาให้ค่ะ” “แล้วแมคไปไหนอ่ะ” นั่นไม่ใช่เสียงพี่อคินหรอก แต่เป็นเสียงของพี่ผู้หญิงที่เหมือนจะเป็นแฟนพี่แมค ส่วนพี่อคินเหรอ เขาแค่เหลือบมองฉันนิ่งๆแค่เสี้ยววินาที จากนั้นก็ไม่สนใจฉันอีกเลย สนใจแต่แก้วเหล้า สรุปถึงแม้ฉันจะเอาอะไรมาให้หรือว่าไม่เอามา มันก็ไม่ต่างกันเลย พี่อคินก็ยังทำเหมือนฉันเป็นอากาศธาตุเหมือนเดิม “เอ่อ พี่แมคบังเอิญเจอเพื่อน ก็เลยเข้าไปทักค่ะ ก็เลยฝากจิดาให้ช่วยเอานี่มาให้พี่อคินก่อน” “อ๋อ” เธอพยักหน้า ฉันก็เลยกลับไปนั่งข้างมิ้น สักพักพี่แมคก็เดินกลับมาพร้อมเค้ก แล้วก็ผู้หญิงอีกคนนึง “นั่งดิ” พี่แมคหันไปบอกผู้หญิงคนนั้น หน้าเธอคุ้นๆนะ เหมือนจะเรียนปีเดียวกับพี่แมคนั่นแหละ แต่ฉันไม่รู้ชื่อเธออ่ะ “น้องจิดา น้องมิ้น นี่พี่มินตรา รู้จักป่ะ เรียนคณะเดียวกัน” พี่แมคแนะนำ แล้วดึงพี่ผู้หญิงคนนั้นให้นั่งข้างๆ “เอ่อ ค่ะ จิดาเคยเห็น แต่ไม่รู้ชื่อ ขอโทษจริงๆค่ะพี่” ฉันยิ้มเจื่อนให้พี่ เอ่อ พี่มินตรา ฉันจำได้ที่พี่แมคบอกเมื่อกี้ “ไม่เป็นไรค่ะ” พี่มินตราหันมายิ้มให้ฉัน แล้วก็มิ้น ดูท่าทางเธอดูเงียบๆนะ เหมือนเป็นคนไม่ค่อยพูด “กูว่ากูเป่าเค้กเลยดีกว่าว่ะ รีบ อยากแดกเค้กละ” อยู่ๆพี่แมคก็พูดขึ้นมา “ตะกละไอ้สัส” พี่ลีโอพูดขึ้นมา “เสือกครับ” พี่แมคสวนกลับทันที ก่อนแฟนเขากับเพื่อนๆจะช่วยกันปักเทียนแล้วจุดให้ Happy Birthday To You Happy Birthday To You Happy Birthday Happy Birthday Happy Birthday To You... “วู้วววว...” เสียงเพลงจบลงตามด้วยเสียงเชียร์ให้พี่แมคเป่าเค้ก พี่แกก็เล่นเป่ารวดเดียวดับหมดทุกเล่มเลย ฝีมือจริงๆ ก่อนพี่แมคจะลงมือตัดเค้กแบ่งให้ทุกคน “เป็นไรสัส” อยู่ๆพี่ลีโอก็หันไปถามพี่อคิน นั่นดิ เขาเป็นอะไร คือฉันเองก็แอบเห็นมาสักพัก ว่าพี่อคินนั่งไม่ค่อยติด “ไม่รู้ดิ กูร้อนๆ เดี๋ยวมานะ ไปห้องน้ำ” แล้วพี่อคินก็ลุกขึ้นไป และฉันอดมองตามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อกี้พี่อคินยังดีๆอยู่เลย มาตอนนี้เขาเป็นอะไรไป . . ผ่านไปสักประมาณห้านาที พี่อคินก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าท่าทางไม่ค่อยสู้ดี “กูกลับก่อนนะ โทษทีที่อยู่ไม่จบงาน กูรู้สึกไม่ค่อยดี” “รู้สึกไม่ค่อยดี? เป็นไรวะ” พี่แมคเงยหน้าขึ้นถาม “ไม่รู้เหมือนกัน” “งั้นกูขับไปส่งป่ะ ดูมึงไม่ค่อยโอเคจริงด้วยว่ะ” “นั่นดิ” พี่ลีโอกับพี่แมคพูดขึ้นมา “ไม่เป็นไร กูไหว ไว้เจอกันพรุ่งนี้” “เฮ้ มึงโอเคแน่นะ” “อืม” พี่อคินตอบนิ่งๆแล้วรีบร้อนเดินออกไป “เอ่อ งั้นจิดาก็ขอกลับด้วยนะคะ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีรายงาน” ฉันบอกแล้วลุกขึ้น ไม่ลืมหันไปกระซิบบอกมิ้นว่าทำไมฉันต้องรีบกลับ ก่อนฉันจะรีบวิ่งตามพี่อคินไป ฉันเป็นห่วงพี่อคิน [ JIDA END ] . . [ AKIN PART ] ผมรีบเดินออกมาจากผับอย่างเร็วเท่าที่จะเร็วได้ เพราะอยู่ๆไม่รู้ตัวผมมันเป็นอะไรขึ้นมา อาการมันแปลกๆ มันร้อนไปทั้งตัว ร้อนขึ้นเรื่อยๆ “พี่อคิน พี่อคินคะ พี่อคิน!” ผมกำลังจะเปิดประตูรถอยู่แล้วเชียว ไม่รู้จิดาจะวิ่งเข้ามาทำไม “ให้จิดาขับให้นะคะ ดูพี่อคินไม่ค่อยสบาย” “ไม่ต้อง ฉันขับเองได้” ผมพยายามบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุด แม้ความจริงมันทนนิ่งแทบไม่ไหว ลมหายใจมันติดๆขัดๆยังไงไม่รู้ “จิดารู้ค่ะ ว่าพี่อคินขับเองได้ แต่ให้จิดาขับให้ดีกว่า ปลอดภัยกว่า มาค่ะ” แล้วจิดาก็แย่งกุญแจรถในมือผมไป ก่อนจะขึ้นไปนั่งตำแหน่งคนขับซะเอง ช่วยไม่ได้ งั้นผมเลยตามเลยละกัน ขี้เกียจพูดมากแล้ว เพราะผมเองก็รู้ตัวว่าอาการผมมันไม่ค่อยดี ขืนยืนเถียงอยู่กับเธอ เดี๋ยวก็ไม่ได้ถึงบ้านกันพอดี แต่ถ้าเป็นวันอื่นที่ผมอาการปกติ อย่าหวังว่าเธอจะได้ขึ้นมานั่งรถผม ไม่มีทาง! . . @Akin’s House ทันทีที่จิดาจอดรถ ผมก็รีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว เพราะผมแทบจะทนไม่ไหวแล้ว อาการมันหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกี้ผมก็รู้สึกทุรนทุรายมาตลอดทาง ทั้งตัวมันอึดอัด มันร้อนเหมือนจะระเบิด ตอนนี้ผมเริ่มรู้แล้วว่าผมเป็นอะไร อาการมันเหมือนคนโดนยาปลุกเซ็กส์ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าผมกินเข้าไปตอนไหน แล้วกินเข้าไปได้ไง และผมคงไม่มีเวลาคิด เพราะตอนนี้สิ่งที่ผมควรทำคือรีบหาอะไรเย็นๆมาดับความร้อนระอุในตัวผมให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ผลมั้ย “พี่อคิน ไหวมั้ยคะ จิดาช่วยนะ” อยู่ๆจิดาก็วิ่งมาจับแขนผมเหมือนจะช่วยประคอง แต่ผมรีบสะบัดออกอย่างไว เพราะขืนให้เธอจับต่อ มีหวัง ผมคงทนต่อความต้องการของร่างกายไม่ไหว เพราะตอนนี้ร่างกายมันมีอิทธิพลเหนือจิตใจขึ้นไปทุกทีๆ “อย่ามายุ่งกับฉัน ไปให้พ้น!” นอกจากจะสะบัดมือเธอออกแล้ว ผมยังหันไปตวาดเธอเสียงดัง ก่อนจะรีบเดินเข้าบ้าน “แต่จิดาเป็นห่วงพี่อคิน” เธอก็ยังจะตามมาอยู่ได้ “ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง! ฉันบอกว่าอย่ามายุ่ง!” ผมหันไปตวาดจิดาอีกรอบก่อนรีบเดินขึ้นห้อง แต่ยัยนั่นก็ยังดื้อด้านตามเข้ามาถึงในห้อง โธ่เว้ย! เธอต้องการอะไรวะ! “ตามเข้ามาทำไม! ออกไป!” “พี่อคินไหวมั้ยคะ ให้จิดาพาไปหาหมอมั้ย ดูอาการพี่ไม่ค่อยดีเลย” แล้วเธอก็เข้ามาจับแขนจับหน้าผม เอามืออังหน้าผากอีกต่างหาก “ตัวร้อนมากเลยค่ะพี่อคิน จิดาว่าไม่สบายแน่เลย ไปหาหมอดีกว่านะคะ เดี๋ยวจิดาพาไป” “ไม่!” “งะ...งั้น งั้นให้จิดาเช็ดตัวให้นะ” เธอบอกก่อนทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำ แต่ผมจับแขนเธอไว้ เพราะเริ่มจะนึกอะไรออก “ฝีมือเธอใช่มั้ย!” ผมกดเสียงต่ำถามเธอ ตอนนี้ไม่ใช่แค่ร้อนรุ่มในตัว แต่ใจก็ร้อนด้วยความโมโห เพราะไอ้อาการห่วงผมจนออกนอกหน้าของเธอบวกอาการใจกล้าถึงขนาดเดินตามผมเข้าห้องทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำมันทำให้ผมนึกอะไรออก ว่าไอ้อาการบ้าบอนี่ของผมมันเริ่มเกิดขึ้นหลังจากผมกินเหล้าแก้วที่เธอบอกว่าไอ้แมคฝากมาให้เข้าไป ใช่ ต้องเป็นเธอแน่ๆ เธอวางยาผม! แม่งเห็นหน้าซื่อๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้ “อะ...อะไรคะ” ถึงขนาดนี้แล้วยังมีหน้ามาตีหน้าซื่ออีก! “ก็สภาพฉันที่เป็นอยู่ตอนนี้ไง เธอเป็นคนทำใช่มั้ย!!!” ผมตวาดใส่เธอเสียงดังลั่น ทั้งโมโหทั้งแทบจะทนอาการเหี้ยๆนี่ไม่ไหวแล้ว “มะ...ไม่...ไม่ใช่นะคะ จิดาเปล่า จิดาไม่ได้...” “ร่านอยากโดนเอาขนาดนี้เลยเหรอ อยากได้ฉันเป็นผัวขนาดนี้เลยเหรอ!!!” “พะ...พี่อคิน” “งั้นก็ได้! ในเมื่อร่านนัก ฉันจะสงเคราะห์ให้ ถือว่าทำบุญให้สัมภเวสีอดอยากปากแห้งอย่างเธอ!” “กรี๊ด!!! พี่อคิน!”ไม่รู้ทำไมพ่อแม่ฉันถึงมาอยู่ในห้องรับแขกพร้อมน้าอิงฟ้ากับอาเคนได้ ก็ในเมื่อแม่บอกฉันเมื่อวันก่อน ว่ากำหนดกลับมันอีกประมาณเดือนนึง ฉันก็เลย เอ่อ แปลกใจถึงขั้นตกใจอย่างที่เห็น😂“ไง ไม่เจอกันนานเลยลูกสาวแม่” แม่ทักขึ้นมายิ้มๆ พ่อเองก็ยิ้มให้ ในขณะที่ฉันยังงงอยู่เลย แต่ก็ดีใจนะ ที่ได้เจอพ่อแม่สักที“คุณลุงคุณน้า สวัสดีครับ” พี่อคินยกมือไหว้ พ่อกับแม่ก็รับไหว้ ก่อนฉันจะเดินเข้าไปหาท่านสองคนแล้วสวมกอด“คิดถึงจังเลยค่ะ” ฉันทั้งกอดทั้งหอมพ่อกับแม่ฟอดใหญ่จนเต็มปอด“แม่กับพ่อก็คิดถึง” แม่กับพ่อหอมฉันคืน ก่อนฉันจะนึกออกว่าอยากจะถามเรื่องที่พ่อกับแม่กลับก่อนกำหนด“ไหนบอกจะกลับเดือนหน้าไงคะ แล้วทำไมกลายเป็นวันนี้ได้ล่ะ” ฉันถามยิ้มๆ ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่พร้อมกับหันไปหาพ่อทีหันไปหาแม่ที“กลับมารับลูกไง”“คะ!?” พอพ่อตอบแบบนั้น ฉันก็หุบยิ้มแทบไม่ทัน งงว่าพ่อพูดเล่นหรือยังไง“รับหนูเหรอ?”“จ้ะ พ่อเขาต้องไปประจำที่อเมริกาสักสองสามปี พ่อกับแม่เลยกลับมารับหนูไปอยู่ที่โน่นด้วย” แม่ตอบให้ ส่วนฉันอึ้งไปเลย ก่อนฉันจะหันไปที่พี่อคิน ถึงได้เห็นว่าเขายืนนิ่งไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่สีหน้าและแววต
เขาถามอีกรอบ และฉันในสภาพนี้คงนึกคำตอบอื่นไม่ออก นอกจาก“อืม” ใช่ ตอบตกลง“ขอบใจนะ รักจิดาจัง” พี่อคินยิ้มก่อนก้มลงมาหาฉันอีกนิด ฉันก็ยิ้มตอบ“จิดาก็รักพี่อคิน”“พี่รู้ครับที่รัก” พี่อคินยิ้มบอกอย่างอ่อนโยนก่อนก้มลงจูบฉันอย่างนุ่มนวล ก่อนมันจะค่อยๆหนักหน่วงร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน“อืม...” พี่อคินครางเบาๆพร้อมกับใช้ลิ้นตวัดพันเกี่ยวกับลิ้นฉัน ฉันก็ตวัดลิ้นตอบเขา เราแลกลิ้นกันไปเรื่อยๆอย่างเมามันส์ ลืมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทุกอย่าง ตอนนี้สิ่งที่คุมเกมคือความรักและความปรารถนาจุ๊บๆ จ๊วบ...เสียงจูบร้อนแรงดังคลอเคล้าไปทั่วทั้งห้อง ผสานกับเสียงครางของฉันและพี่อคิน ก่อนพี่อคินจะถอนจูบออกแล้วถอดเสื้อผ้าฉันอย่างรวดเร็ว รวมทั้งผ้าขนหนูของตัวเองด้วย ก่อนเขาจะก้มลงมาจูบฉันอย่างหนักหน่วงเหมือนเดิม ฉันเองก็กอดรัดเขาแน่นพร้อมกับจูบตอบอย่างไม่แพ้กัน “อือ พี่อคิน อืมม...” ฉันครางออกมาถี่กว่าเก่า เมื่อพี่อคินจูบปากฉันแล้วไล่จูบลงไปที่ซอกคอแล้วขบเม้มดูดดึงซุกไซ้สลับกันทั้งสองข้าง สิ่งที่เขาทำมันทำฉันเสียวสะท้านยิ่งกว่าเก่า“อือ อื้อ พี่อคิน อืมม...” ฉันทั้งครางทั้งกอดแล้วลูบไล้พี่อคิน
“จิดา” ถึงเขาจะมองฉันแปลกๆ หน้าตาก็ไม่ยิ้มแย้ม เสียงก็นิ่งๆ แต่แค่เขาเรียกชื่อฉัน ฉันก็ดีใจแล้ว“ค่ะ จิดาเอง” ฉันตอบเขาพร้อมรอยยิ้ม แต่เขาไม่ได้ยิ้มตอบหรอก แต่เขาลุกขึ้นนั่งช้าๆเหมือนอยากจะลงจากเตียง“โอะ โอ๊ย โอ๊ย!” ระหว่างพี่อคินทำท่าจะก้าวลงจากเตียง อยู่ๆเขาก็ร้องออกมาแล้วก็เอามือจับที่หัวเหมือนปวดมาก“พี่อคิน!” ฉันตกใจขึ้นมาอีกระลอก“พี่ปวดหัวเหรอ ปวดแผลเหรอคะ ให้หมอมาดูมั้ย เดี๋ยวจิดาเรียกให้”“มะ...ไม่ ไม่ต้อง” เขาจับมือฉันไว้ จับแน่นมาก โดยที่ไม่หันมามองหน้าฉัน ตอนนี้เขาทำแค่จับมือฉันแล้วนั่งก้มหน้านิ่งๆ หายใจแรงๆ เหมือนกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่“เอ่อ พี่อคิน พี่ดีขึ้นรึยังคะ” ฉันรอดูเขาอยู่นิ่งๆ ก่อนตัดสินใจถามออกไป เมื่อเขานั่งนิ่งด้วยอาการเดิมนานไปแล้ว“อืม” เขาพยักหน้าตอบก่อนหันมาจ้องฉันนิ่ง“หายแล้ว” ได้ยินว่าเขาหาย ฉันก็ดีใจนะ แต่ทำไมสายตาเขาไม่เป็นมิตรเลย มันทำฉันร้อนๆหนาวๆชอบกล“เอ่อ พี่หายแล้วแน่นะ”“อืม กลับบ้านเถอะ” เขาตอบนิ่งๆ“เอ่อ คา...ค่ะ กลับบ้านก็กลับบ้าน มาค่ะ จิดาช่วย” ฉันยื่นมือไปช่วยพี่อคินลงจากเตียง เขาก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ฉันเลยพาเขาไปนั่งรอฉันจัดการค่
[ AKIN PART ]“เดี๋ยวพวกมึงไปก่อนเลยนะ กูขอไปห้องน้ำหน่อย”ผมบอกไอ้แมคกับไอ้ลีโอหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ“จะไปคนเดียวเหรอ ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนมั้ย”“ไม่เป็นไร กูไปได้”“แต่ว่า...”“เอาน่า กูโอเค พวกมึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป” ผมแทรกไอ้ลีโอพูดก่อนเดินแยกออกมา ขืนไม่รีบ พวกมันคงหาเรื่องตามมาจนได้ ผมไม่อยากรบกวนพวกมันมากไปกว่านี้ แค่ผมความจำเสื่อมแล้วยังเสือกถ่อสังขารมาเรียนก็เป็นภาระพวกมันมากพออยู่แล้ว เพราะงั้นอะไรที่ผมพอจะช่วยตัวเองได้ ผมก็ควรจะทำ#~~หลังจากเข้าห้องน้ำ ผมก็เดินกลับมาทางเดิม ก่อนผมจะเหลือบไปเห็นจิดา แน่นอน ผมไม่มีทางที่จะไม่เดินเข้าไปหาเธอ “จิดา” ผมเรียกเธอเบาๆก่อนนั่งลงข้างๆ“พี่อคิน” เธอหันมาหาผม เดี๋ยวนะ แล้วทำไมสีหน้าเธอดูเครียดๆ เธอเป็นอะไรไป ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าเธอยังดีๆอยู่เลย“เอ่อ พี่กินข้าวยัง” เหมือนเธอกำลังฝืนยิ้มให้ผมนะ“กินแล้ว เธออ่ะ ทำไมนั่งกินข้าวคนเดียว หน้าก็เครียดๆ เป็นไรรึเปล่า” ผมถามไปตามตรง แปลกใจมากที่เห็นเธอนั่งเครียดแถมยังนั่งอยู่คนเดียว เห็นปกติเธอเคยเล่าให้ผมฟังว่ามีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด หรือเธอจะทะเลาะกับเพื่อนวะ“มิ
Next Morning🌤...วันนี้พอฉันตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว แล้วลงมาข้างล่าง ฉันก็เห็นว่าพี่อคินนั่งอยู่ในห้องอาหารแล้ว แต่นั่งอยู่คนเดียว“มาแล้วเหรอ” พี่อคินเงยหน้าขึ้นมาถามฉัน “เอ่อ ค่ะ แล้ว...”“พ่อกับแม่ติดธุระ เลยรีบออกไป” เหมือนเขารู้ทันเลยแฮะ ว่าฉันจะถามอะไร“นั่งสิ กินข้าวกัน เดี๋ยวจะได้ไปเรียน”“คา...ค่ะ” ฉันตอบไม่ค่อยเต็มเสียง ก่อนนั่งลง ที่ฉันรู้สึกประหม่าแบบนี้ก็เพราะเขานั่นแหละ ที่เขาทำกับฉันเมื่อคืนมันทำฉันสูญเสียความมั่นใจมาจนถึงตอนนี้“เป็นอะไร ท่าทางแปลกๆ” ยังมีหน้ามาถาม นี่เขาไม่รู้ตัวเลยเหรอ???- -!!!“เปล่าค่ะ ไม่เป็นอะไร” ถึงในใจจะคิดอีกอย่าง แต่ถ้าให้พูดออกไปตรงๆก็คงไม่ดีว่ามั้ย“อืม” เขาพยักหน้ารับนิ่งๆ ไม่ถามอะไรอีก ที่เขาทำคือหันไปบอกเด็กในบ้านให้เสิร์ฟมื้อเช้า เสร็จแล้วก็ลงมือกิน แต่ฉันนี่สิ กินไม่ลง มันไม่ค่อยหิวอ่ะ เลยนั่งเอามีดเขี่ยๆไส้กรอกไปงั้น“คือยังไง” อยู่ๆพี่อคินก็ถามขึ้นมา ฉันเลยจำต้องหยุดเขี่ยแล้วเงยมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ“คะ?” ฉันทำหน้างงใส่เขาแบบชัดเจนมาก ฉันรู้สึกได้“ก็ที่ทำอยู่อ่ะ คืออะไร เขี่ยเล่นเป็นเด็กๆอยู่ทำไม” ที่แท้ก็เรื่องนี้“อ๋อ เอ่อคื
[ AKIN PART ]Several Days Later...!!!@PRK Hospital ก็อกๆๆ!!!เสียงเคาะประตูทำผมชะงักในสิ่งที่กำลังคิด ก่อนผมจะหันไปมองประตู จากนั้นมันก็ถูกเปิดออกด้วยผู้ชายสองคนที่เคยมาเยี่ยมผมหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ พวกมันบอกว่าชื่อแมคกับลีโอ เป็นเพื่อนสนิทผม แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกหรอก ขนาดผ่านมาหลายวันแล้ว ผมก็ยังจำอะไรไม่ได้สักอย่าง ผมพยายามนึกแล้วนึกอีก แต่ทุกครั้งสิ่งที่ได้คือปวดหัวจนแทบระเบิด และตามมาด้วยความว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำเก่าๆอันไหนผุดขึ้นมาในหัวผมเลย และผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ ความทรงจำทั้งหมดของผมจะกลับคืนมา มันทรมานนะ กับการอยากรู้แล้วไม่รู้ อยากนึกให้ออกแต่ก็นึกไม่ออก“ไง ไอ้สัส วันนี้จำพวกกูได้ยัง” พวกมันถามแล้วเดินมายืนข้างๆเตียง แต่ผมคงทำได้อย่างเดียวคือมองพวกมันนิ่งๆแล้วส่ายหน้า ในขณะที่พวกมันทำหน้าเซ็งทันควัน“เห้อ ยังอีกเหรอวะ วัยรุ่นเซ็งเลยอ่ะ” ประโยคท้าย พวกมันทำหน้าเบื่อโลกยิ่งกว่าเดิมอีก“ก็อยากจำให้ได้ แต่มันนึกไม่ออกจริงๆ” ผมบอกพวกมันเสียงเรียบอย่างปลงไม่ค่อยตก ก็เครียดนั่นแหละเอาตรงๆ“เห้ย ไม่เอาน่า ไม่ทำหน้าอย่างนั้น ตอนนี้ยังจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก ค่อย







