Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-02-21 04:39:40

EP.5 CRAZY LOVE คลั่งรัก ♥

ตอน เก่งแต่กับคนไม่มีทางสู้

ชายหนุ่มเลือดร้อนอย่างฟาเรนยกฝ่ามือหนาลูบใบหน้าที่เปียกชุ่มของเขาที่เลอะไปด้วยน้ำเย็นยะเยือก

บนใบหน้าสุดโหดของเขาเต็มไปด้วยรอยแดงช้ำจากน้ำแข็งก้อนเล็กที่ปะทะใบหน้าหล่อเหลาของเขาเข้าอย่างจัง

ทุกสายตาละแวกนั้นหยุดชะงักและมองมาที่พวกเขาทั้งคู่เป็นทางเดียว

ฟาเรนกระตุกยิ้มมุมปากและปัดก้อนน้ำแข็งที่ติดอยู่ตามเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้ม ชุดประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เขากำลังศึกษาอยู่ในตอนนี้ออก

"ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้กับฉันมาก่อน" เขาพูดขึ้นด้วยท่าทีเงียบขรึมแต่แฝงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่น่ากลัว

"ฉันก็ไม่เคยเจอใครที่เหี้ยเหมือนนายมาก่อนเหมือนกัน" หญิงสาวใจกล้าบีบแก้วน้ำพลาสติกในมือแน่นจนบี้แบนแทบจะแหลกคาฝ่ามือเล็ก ๆ ของเธอ

เธอจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความโกรธ จนลืมไปว่าตัวของเธอแตกต่างจากเขามากมายแค่ไหน

"เหอะ ๆ" เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ และจ้องน้ำขิงกลับอย่างแทบไม่กะพริบตาเลยแม้แต่นิดเดียว

"ฉันเหี้ยได้มากกว่านี้อีกนะ" ฟาเรนพูดออกมาในลำคอด้วยน้ำเสียงแหบสนิท

ฟุ่บ! เขากระชากคอเสื้อนักศึกษาตัวบางของหญิงสาวตรงหน้า จนตัวของเธอแทบลอยขึ้นจากพื้นด้วยความสูงที่แตกต่างกัน

"อ้ะ!" ร่างบางร้องเสียงหลงเมื่อถูกกระชากคอเสื้อจนตัวลอย

ปัก แป๊ก!

กระดุมเสื้อนักศึกษาตัวบาง ๆ กระเด็นชนกับเสื้อช็อปวิศวะตรงหน้า จนเผยให้เห็นร่องเต้าอวบอิ่มของเธออย่างเด่นชัด

ฟุ่บ! น้ำขิงรีบเอามือของเธอปิดหน้าอกเอาไว้ทันที แต่มันก็ไม่ทันจากสายตาที่แหลมคมของคนตรงหน้าที่เขาทั้งได้เห็นและสัมผัสหน้าอกของเธอมาก่อนหน้านี้แล้ว

"ปล่อยฉันนะ" เธอพูดออกมาอย่างพยายามไม่แสดงท่าทีหวาดกลัว ทั้ง ๆ ที่ภายในใจมันไม่ใช่เลย

แควก! เขากระชากเสื้อของเธออย่างแรงจนกระดุมเสื้อหลุดออกมาทุกเม็ด

"ไอ้สารเลว!" น้ำขิงรีบดึงเสื้อปิดเอาไว้ทันที

พลั่ก! ฟาเรนปล่อยมือออกจากคอเสื้อของเธอ

"พวกมึง วันนี้กูมีอะไรดี ๆ จะแบ่งให้ดูเว้ย" ฟาเรนตะโกนออกมาเสียงดังลั่นลานหน้าตึกคณะวิศวะ

ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมากระชากเสื้อของร่างบอบบางจนกระดุมเสื้อนักศึกษาตัวบางของน้ำขิงจนหลุดหมดทุกเม็ด

"เฮ้ย!" น้ำขิงรีบยกมือปิดหน้าอกของเธอเอาไว้ได้ทันด้วยความตกใจสุดขีด

เธอต้องกำชายเสื้อเอาไว้แน่นไม่ให้มันเปิดออก เพราะไม่มีกระดุมใด ๆ เหนี่ยวรั้งชายเสื้อนักศึกษาเลยแม้แต่เม็ดเดียว

หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ ที่ส่วนใหญ่มีแต่นักศึกษาผู้ชาย ขณะที่น้ำขิงดึงเสื้อนักศึกษาตัวเองปิดเอาไว้แน่นและเงยหน้ามองเขาอย่างเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มันทั้งอายทั้งโกรธ

"วิ้ดวิ้ว ฮู่ว์ ~" เสียงเหล่าบรรดาผู้ชายที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างมองตรงมาที่เธอเป็นทางเดียว หญิงสาวรีบกอดอกเอาไว้แน่น ตัวสั่นสะท้านไปหมด

ฟาเรนมองตาของเธออย่างสะใจที่ได้รังแกคนที่ไม่มีทางสู้อย่างเธอได้สำเร็จ

"แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ" แววตาคมกริบเลื่อนต่ำลงมาที่หน้าอกของเธอพร้อมกับกระตุกยิ้มออกมา

"เพราะเธอทำฉันขายหน้าก่อน" เขาชี้หน้าเธอก่อนจะเลื่อนนิ้วมาปาดที่ลำคอของตัวเองอย่างข่มขู่ ๆ

"เราไปกันเถอะค่ะ ฟาเรน ~" ผู้หญิงอีกคนที่ยืนรออยู่นานเดินเข้ามาปัดเสื้อที่เปียกน้ำของเขา พร้อมกับควงแขนล่ำของฟาเรนอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

"ไปสิ" เขาตอบผู้หญิงอีกคนไปด้วยท่าทางปกติ ทันทีที่ทั้งคู่กำลังเดินหันหลังกลับออกไป

"คนอย่างนายมันก็เก่งแค่กับคนที่ไม่มีทางสู้นั่นแหละ ฟาเรน!" น้ำขิงพูดออกไปเสียงสั่น ฝ่ามือยังคงกำชุดนักศึกษาตัวบางของตัวเองเอาไว้แน่น

เพราะเธอไม่ได้มาเพื่อตัวเอง แต่เธอมาเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับคนอื่น คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยอย่างเจ๊ดาว

แต่ในเมื่อคนสารเลวที่ไร้จิตสำนึกอย่างเขามันยากเกินกว่าจะอธิบายเหตุผลได้ การพูดคุยอย่างสันติจึงไม่เป็นประโยชน์อะไรกับคนที่จิตใจหยาบกระด้างอย่างฟาเรน

"ว่าไงนะ?" เขาเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

"นี่เธอ จะเรียกร้องความสนใจจากฟาเรนของฉันอีกนานไหม?"

คราวนี้ไม่ใช่ฟาเรน แต่เป็นสาวสวยอีกคนหนึ่งที่หันมาเอาเรื่องน้ำขิงแทน เพราะเธอเริ่มสังเกตเห็นว่าฟาเรนเอาแต่สนใจน้ำขิงจนแทบจะลืมไปแล้วว่ามีเธอยืนอยู่ตรงนี้ด้วยอีกคน

"จะบอกอะไรให้นะ" ร่างบางที่เพิ่งโดนกลั่นแกล้งกัดฟันกรอดจ้องหน้าผู้ชายสารเลวคนนั้นอีกครั้ง

"ถ้านายไม่ใช่ลูกคนรวย คนมีอำนาจ" เธอมองสารรูปของเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า สายตาเดียวกับที่เขาชอบใช้มองดูถูกเธอ

น้ำขิงพูดใส่เขาท่ามกลางสายตาของหลาย ๆ คนที่จับจ้องมองมาทางพวกเขา เพราะทั้งคู่ต่างยืนทะเลาะกันเสียงดังสนั่นจนกลายเป็นจุดสนใจ

"คนอย่างนายมันก็คงไม่ต่างจากหมาตัวหนึ่งหรอก" น้ำขิงพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น

"นายมันก็แค่เกาะบารมีพ่อแม่ ทำกร่างไปวัน ๆ"

เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้น พร้อมกับหันหลังรีบเดินกลับคณะตัวเองทันทีโดยไม่รีรอให้อีกฝ่ายพูดอะไรต่อแม้แต่คำเดียว

"เธอเองก็...ปากดีให้ได้ตลอดแล้วกัน" เขาพูดไล่หลังมาติด ๆ

ร่างบางเร่งสาวเท้าเดินกลับคณะของตัวเองด้วยความอับอายที่ชุดนักศึกษาแทบขาดไม่เหลือชิ้นดี

แต่ในขณะที่กำลังเดินออกมาก็สวนทางกับคลินต์ที่วิ่งหน้าตาตื่นมาทางฟาเรนอยู่พอดี

"ไอ้ฟาร์ เชี่ยวินด์มันไปอเมริกาแล้ว" เสียงของคลินต์ที่วิ่งสวนทางมาก็ตะโกนบอกฟาเรนทันที

"ไอ้ไทม์บอกว่ามันเลื่อนตั๋วเครื่องบินไวขึ้น ไอ้ไทม์เองก็ไปส่งมันไม่ทัน" คลินต์วิ่งผ่านน้ำขิงไปบอกกับฟาเรนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

แต่ประโยคที่คลินต์พูดออกมาทำเอาน้ำขิงเองถึงกลับต้องชะงักฟังทันที เพราะแน่นอนว่ามันเกี่ยวข้องกับเพื่อนสนิทของเธอเต็ม ๆ

เนื่องจากเพื่อนสนิทของพวกเขาเคยคบหากันและคบกันอย่างจริงจังมาก ๆ ซะด้วย

"ไอรีน ~" คนแรกที่น้ำขิงกำลังเป็นห่วงอย่างมากในตอนนี้คือเพื่อนรักของตัวเธอเองอย่างไอรีน

เพราะถ้าวินด์เซอร์ไปเรียนต่อจริง ๆ คนที่แย่ที่สุดในตอนนี้ก็คงเป็นเพื่อนรักของเธอ เพราะไอรีนรักวินด์เซอร์มาก ๆ

"อะไรนะ?" น้ำเสียงของฟาเรนเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ร่างบางชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันกลับไปมองผู้ชายสองคนที่คุยกันด้วยท่าทีเคร่งเครียดอยู่ไม่ไกล

ในมือเธอยังคงกดโทรศัพท์หาไอรีนซ้ำ ๆ แต่ก็ไม่มีใครรับโทรศัพท์เลย

"เมื่อคืนเห็นมันหายไปกับไอรีน กูนึกว่ามันจะเปลี่ยนใจซะอีก" ฟาเรนพูดขึ้นพร้อมด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความกังวลอะไรบางอย่าง

"กูฉิบหายแน่ถ้าไอ้วินด์หายหัวไปจริง ๆ" ฟาเรนกุมขมับตัวเองทันที

สายตาของเขาเหลือบกลับมามองทางสาวคู่กรณีที่ยืนอยู่ในระยะที่ห่างกันพอสมควร หลังจากที่สบสายตากันพักใหญ่อย่างลืมตัว

"นั่นมันน้ำขิงเพื่อนไอรีนนี่" ทันทีที่คลินต์มองตามสายตาของฟาเรนมาเจอเธอ เขาก็ทำท่าจะเดินมาหาทันที คงเพราะอยากจะถามเรื่องของไอรีนแน่ ๆ

เธอรีบหันหน้าหนีออกมาจากตรงนั้นโดยทันที เพราะเธอเองก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้ในสภาพยับเยินแบบนี้สักเท่าไหร่

NAM KHING’S PART

หลังจากที่ฉันพยายามติดต่อไอรีนอยู่นาน ในที่สุดยัยเพื่อนรักของฉันก็ยอมรับโทรศัพท์ของฉันสักที

ไอรีนบอกกับฉันว่าเธออยากอยู่คนเดียวสักพัก เพื่อทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ เงียบ ๆ

ฉันเองก็คิดว่าดีเหมือนกันที่เธอจะได้ลองอยู่กับตัวเองดูสักพัก เผื่อไอรีนจะได้เข้าใจตัวเองได้มากขึ้นว่า ระหว่างตอนที่เธอมีวินด์เซอร์กับไม่มีวินด์เซอร์แบบไหนที่เธอมีความสุขมากกว่ากัน

เพราะสุดท้ายแล้วหน้าที่สำหรับเพื่อนอย่างฉัน คือการยืนอยู่เคียงข้างเพื่อนรักคนนี้ ไม่ว่าเธอจะเลือกหนทางไหนก็ตาม

และไม่ว่าเธอจะอกหักมากี่ครั้ง ฉันก็เต็มใจที่จะยืนอยู่ตรงนี้เสมอ

แต่ในเมื่อตอนนี้ยัยไอรีนต้องการอยู่คนเดียวสักพัก ฉันก็ขอรีบไปเคลียร์ปัญหาชีวิตของตัวเองก่อนเลยแล้วกัน

เพราะปัญหาแต่ละเรื่องที่ฉันเจอมันหนักหน่วง และสาหัสไม่น้อยเลยจริง ๆ

@ผับ XSO

หลังจากที่ฉันมายืนดักรออยู่ที่หน้าลานจอดรถประจำตัวของเจ้าของผับ XSO ในที่สุดฉันก็ได้เจอกับเขาจนได้

"คุณวายซีคะ" ฉันรีบพุ่งตัวเข้าไปขวางทางเขาเอาไว้ทันที

"เธอเป็นใคร?" เขาเหล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอีกครั้ง

"ถ้ามาสมัครงานเข้าไปสมัครกับฝ่ายบุคคลด้านใน ไม่ใช่ฉัน" เขาพูดพร้อมกับชี้ไปทางเข้าด้านหลังของผับหรู

"ดิฉันไม่ได้มาสมัครงานค่ะ แต่จะมาขอร้องเรื่องเจ๊ดาว" หลังจากที่ฉันอธิบายไป ทางคุณวายซีก็ขมวดคิ้วอย่างงุนงงเล็กน้อย

"พนักงานที่คุณไล่ออกไปเมื่อเช้า" ฉันเดินตามคุณวายซีเจ้าของผับ XSO พร้อมกับยกมือไหว้ขอร้องเขาทันที จนทำให้เขายอมหยุดเดินและหันมาคุยกับฉันในที่สุด

"อ๋อ" เขาพยักหน้ารับนิ่ง ๆ

"คือ ดิฉันทำให้ (ไอ้) ...คุณฟาเรนเขาไม่พอใจเพียงคนเดียว"

"คุณก็ควรไล่ดิฉันออกคนเดียวพอ"

"อย่าไล่พนักงานดี ๆ อย่างเจ๊ดาวออกเลยนะคะ" ฉันพยายามพูดให้เขาไม่ไล่เจ๊ดาวออก เพราะเรื่องเมื่อคืนมันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยแม้แต่น้อย

"จริง ๆ ฉันก็เสียดายพนักงานดี ๆ เหมือนกันนะ" เขาถอนหายใจพร้อมกับเหลือบมองฉันด้วยแววตาตำหนิเล็กน้อย

"ถ้าเป็นคนอื่น ฉันก็กล้าขัดใจอยู่หรอก"

"แต่นี่เป็นคุณฟาเรน"

"ใคร ๆ ก็รู้ว่าคนอย่างเขา ธรรมดาซะที่ไหน ถ้าเขาไม่พอใจเผลอ ๆ ไล่ที่ ผับของฉันก็เจ๊งกันพอดี" คุณวายซีพูดออกมาด้วยท่าทีลำบากใจเล็กน้อย

"แต่ว่าเจ๊ดาวเธอลำบากมากจริง ๆ นะคะ และยังต้องมาตกงานในช่วงเวลาแบบนี้อีก" ฉันพยายามพูดเผื่อหวังว่าคุณวายซีจะเมตตาเธอบ้าง

"ไหนๆ เธอก็มาขอร้องเพื่อพนักงานคนนั้นแล้ว" เขาเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของฉันเบา ๆ

"เอาอย่างงี้แล้วกันนะ ฉันจะฝากงานให้กับพนักงานคนนั้นเอง"

"ตำแหน่งเดิม เงินเดือนเท่าเดิม แค่เปลี่ยนไปทำงานอีกผับหนึ่ง" คุณวายซีมองหน้าฉันและเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง

"จริง ๆ นะคะ" ฉันยังคงยกมือไหว้เขาอย่างวิงวอนอยู่สักพักใหญ่ ๆ

"อืมจริง" คุณวายซีพยักหน้ารับทันที

"ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริง ๆ " ฉันยกมือไหว้เขาท่วมหัวอย่างรู้สึกโล่งอก

อย่างน้อย ๆ เจ๊ดาวก็จะไม่ต้องตกงาน ไม่งั้นเรื่องนี้คงกลายเป็นตราบาปติดอยู่ในใจของฉันไปตลอดแน่ ๆ

"เธอนี่ก็ดีนะ"

"รู้ว่าทำผิดก็ยังพยายามหาทางแก้ไขและแสดงความรับผิดชอบ" เขาตบไหล่ของฉันเบา ๆ

ฉันทำได้เพียงแค่กัดฟันแน่น เพราะฉันรู้ว่ามันคงน่าละอายเกินไปถ้าจะเอ่ยปากของานเพิ่มให้ตัวเองด้วยอีกคน เพราะว่าตอนนี้ฉันเองก็เดือดร้อนเช่นกัน

"เธอหมดธุระกับฉันแล้วใช่ไหม?" เขาเลิกคิ้วถามขึ้นอีกครั้ง

"แฟนฉันรออยู่ตรงทางเข้านานแล้ว" เขาชี้ตรงไปที่ผู้ชายอีกคนที่ยืนใส่เสื้อสีม่วงแบบเดียวกับคุณวายซีเป๊ะ ๆ ซึ่งเขาก็กำลังมองตรงมาทางเราสองคนอยู่

"เอ่อ หมดแล้วค่ะ ๆ" ฉันพยักหน้ารับอย่างเกรงใจเขาขึ้นมาทันที

"ยังไงก็ขอให้เธอโชคดีในงานใหม่ครั้งหน้าแล้วกันนะ จะทำงานอะไรก็ศึกษาข้อมูลดี ๆ ก่อน จะได้ไม่พลาดเหมือนคืนก่อน!"

คุณวายซีพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะรีบเดินไปหาแฟนหนุ่มของเขา ซึ่งดูจากท่าทางแล้วคุณวายซีน่าจะเป็นเกย์คิง ส่วนคนที่ยืนรออยู่น่าจะเป็นเกย์ควีน

@หอพักนักศึกษา (นอกมหาลัย)

ห้อง 269

ฉันนั่งมองเงินเก็บของตัวเองอย่างน้ำตาตกใน

"งานร้านไอศกรีมก็ต้องลาหยุดไปทั้งวันเลยเพราะต้องไปดักรอคุณวายซีเรื่องของเจ๊ดาว"

"รายได้วันนี้ก็หายไปวันหนึ่งแล้ว" ฉันขีดฆ่าปฏิทินรายเดือนของตัวเองไปอีกวันหนึ่ง

"งานเสริมเพิ่งได้มาหมาด ๆ ยังไม่ทันได้รับเงินก็โดนไล่ออกเพราะไอ้คนสารเลวนั่น" ฉันก้มหน้ากุมขมับตัวเองอย่างคิดไม่ตกเลยจริง ๆ ว่าควรจะเอายังไงต่อดี

ครืดดด ครืดดด ~ ~

(เสียงโทรศัพท์สั่น)

-พ่อ-

ฉันมองหน้าจอโทรศัพท์ทั้งน้ำตาคลอเบ้า และเลือกที่จะไม่รับสายโทรศัพท์ของพ่อ

ปล่อยให้โทรศัพท์ยังคงสั่นอยู่แบบนั้นสามถึงสี่ครั้งพ่อก็หยุดโทรไปเองในที่สุด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องในหอพักของฉันดังขึ้น ฉันก็รีบปาดน้ำตาทันทีและวิ่งไปเปิดประตูห้อง เพราะส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกเพื่อน ๆ ในคณะมาชวนไปติวหนังสือ หรือไม่ก็ไอรีนมาตามให้ไปนอนเป็นเพื่อน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"มาแล้ว ๆ" ฉันตอบไปพร้อมกับวิ่งมาเปิดประตูห้องทันทีอย่างไม่ได้คิดอะไร

...แอ๊ด…

ทันทีที่ประตูหอพักค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ

แขกที่ยังไม่ทันได้รับเชิญก็เดินก้าวเข้ามาในห้องของฉันทันทีพร้อมกับรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

"นาย?" ฉันก้าวถอยหลังอย่างตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าคนที่มายืนเคาะประตูห้องจะเป็นผู้ชายที่อันตรายมากที่สุดอย่างฟาเรนไฮต์

"มาทำไม?" ฉันพยายามจะผลักคนตัวสูงออกไปจากห้อง

ปัง!

ฟาเรนใช้เท้ายันประตูปิดเสียงดังสนั่นอย่างไม่มีความเกรงใจ

"ออกไปจากห้องฉันนะ!"

"ไม่งั้นจะร้องให้คนช่วย และจะร้องให้ลั่นไปทั้งตึก" ฉันพยายามทำใจดีสู้เสือและพยายามไม่แสดงท่าทีว่ากลัวคนตรงหน้า

"ทำไม?" ใบหน้าหล่อดิบเถื่อนค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าว ทีละก้าว

ฉันก็ทำได้แค่ถอยหลังไปทีละก้าว ทีละก้าวเช่นกัน

"พออยู่ในห้องกับฉันสองต่อสอง"

ปั่ก! ฉันก้าวถอยหลังจนแนบชิดติดกำแพงห้องอย่างไม่อาจจะเลี่ยงไปทางอื่นได้เลย

"ไม่เห็นปากเก่งเหมือนตอนอยู่ข้างนอกเลยนะ" เขาพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่ใส่ใบหน้าของฉัน

"ช่วยดะ (จุ๊บส์!!)"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
พรรณพา
ชอบๆๆแนวนี้
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • CRAZY LOVE คลั่งรัก | ฟาเรนไฮต์ (จบ)   บทที่ 459

    ริมทะเล ชายหาด สายลม และสองเรา ...ไม่ใช่สิและเราสี่คน พ่อ แม่ ลูกสาว และลูกชาย"ถ้าไปเที่ยวที่อื่น ใส่ Bikini กันแบบนี้พ่อตีทั้งคู่เลยนะเนี่ย" วินด์เซอร์พูดขึ้นขณะที่เราสองคนเดินเลียบชายหาดกัน ฉันกับลูกสาวใส่ชุด bikini ตัวบางสีขาวแบบเดียวกันเป๊ะ ๆ ซึ่งขัดตาขัดใจคุณพ่อเขาซะเหลือเกินเลยจริง ๆ แต่เนื่องจากที่นี่เป็นเกาะส่วนตัววินด์จึงยอมให้ใส่ได้ในช่วงสาย ๆ ที่แดดไม่ได้แรงมากนัก"เป็นลูกแม่ไอรีนก็ต้องสวยแซ่บเหมือนแม่ เป็นธรรมดา"ฉันตอบกลับไปก่อนจะหอมแก้มลูกสาว และก็ไม่ลืมที่จะหอมแก้มคุณพ่อไปด้วย"ว่าแต่ฉัน ถ้านายไปเดินโชว์กล้ามหน้าท้องแบบนี้ หรือถอดเสื้อนอกบ้านเมื่อไหร่ฉันเอานายตายแน่!"ฉันเองก็ขู่วินด์เซอร์กลับไปทันที"…แต่ยังไงฉันก็เป็นของเธอคนเดียวอยู่ดี..ไอรีน"วินด์เซอร์พูดขึ้นพร้อมกับโชว์รอยสักชื่อของฉันตรงบริเวณที่ข้อมือของเขา"ว่าจะถามอยู่เหมือนกันว่า ทำไมนายถึงเลือกสักตรงนั้นละ?"ฉันเอ่ยถามขณะที่วินด์ก็อุ้มเจ้าตัวเล็กโยนขึ้นแบบเบา ๆซึ่งดูท่าวิรินก็จะชอบให้พ่อเล่นแบบนี้อยู่ไม่น้อย"ก็สักไอรีนลงตรง เส้นเลือดที่ไหลตรงเข้ามาหล่อเลี้ยงที่หัวใจไง"วินด์เซอร์หันมาตอบคำถามฉันก่อนจะยิ้มออกม

  • CRAZY LOVE คลั่งรัก | ฟาเรนไฮต์ (จบ)   บทที่ 458

    "น้ำฉันอร่อยกว่าเยอะ ว่าไหมที่รัก?"วินด์เซอร์สะกิดที่หลังฝ่ามือของฉันเบา ๆ "ระวังจะหมดตัว เอาสักวันนะ"ฉันเลียริมฝีปากและพูดจาแบบสองแง่สองง่ามอ่อยกลับไปทันที- คืนแรกที่ลูกสาวไม่อยู่บ้าน -แผล๊บ ๆ จ๊วบ แจ๊บน้ำกามเลอะเทอะเต็มใบหน้าและริมฝีปากของฉันไปหมด"อื้ออส์.."ฉันครางออกมาเสียงหลงและเสร็จคาริมฝี

  • CRAZY LOVE คลั่งรัก | ฟาเรนไฮต์ (จบ)   บทที่ 457

    ตอนทวงสวาท (พิเศษ)งั้นไม่ทันที่ฉันจะตอบอะไรกลับไปเลย ใบหน้าหล่อเหลาของคนหื่นกามอย่างวินด์ก็โน้มประทับเข้าแนบชิดจนปลายจมูกของเราชนกันแนบแน่น ลมหายใจอุ่นของเขาและฉันหล่อหลอมร่วมกันเป็นหนึ่ง ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ เอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อที่จะประกบริมฝีปากจูบฉันอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมของกาแฟจาง ๆ จากริมฝีป

  • CRAZY LOVE คลั่งรัก | ฟาเรนไฮต์ (จบ)   บทที่ 456

    "วินด์ ~ "ฉันเอ่ยเรียกเขาออกไปอย่างบางเบา"หืม?"เขาเองก็ขานตอบด้วยเสียงอ่อนละมุน"ฉันไม่เคยอยากเลิกกับนายจริง ๆ เลยสักครั้งนะ"ฉันตัดสินใจพูดออกไปในสิ่งที่ไม่เคยบอกให้เขาฟังวินด์เซอร์ยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาทันที"และที่ฉันพยายามหาคนใหม่ ฉันก็ทำไปเพราะต้องการประชด"ฉันสบสายตาคู่นั้นแ

  • CRAZY LOVE คลั่งรัก | ฟาเรนไฮต์ (จบ)   บทที่ 455

    "ซี้ดด.."วินด์เซอร์เองก็ครางอยู่ไม่น้อยเพียงแค่ปลายหัวสอดใส่เข้ามาได้ แต่เขาก็ยังคงพยายามที่ดันเข้ามา ปลายหัวเห็ดบานแดงระเรื่อ ๆ กดกระแทกเข้ามาในร่องรักของฉัน"…ถ้าเจ็บบอกนะ เผื่อแผลยังไม่หายดี"วินด์เซอร์มองหน้าของฉันอย่างลังเลที่จะกระทำรุนแรงในช่วงสามเดือนแรกหลังคลอด"อืม"ฉันพยักหน้ารับและอนุญาตให้

  • CRAZY LOVE คลั่งรัก | ฟาเรนไฮต์ (จบ)   บทที่ 454

    ตอนพิเศษซอสครีมเห็ดวินด์เซอร์"เบา ๆ นะ"ฉันตอบไปอย่างแผ่วเบา"เดี๋ยวลูกตื่นแล้วแกจะงอแงเอา"ฉันพูดพร้อมกับเหลือบมองไปทางเตียงเด็กเล็กที่อยู่ห่างจากเตียงของเราไม่ไกลมากนัก"ปกติลูกเราไม่ตื่นกลางดึกหรอกนะที่รัก"วินด์เซอร์พูดขึ้นพร้อมกับค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นมาคร่อมตัวของฉันแทนในตอนนี้ ฝ่ามือหนาค่อย ถอดสาย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status