LOGIN'ใจอยู่ที่เกียร์ เกียร์อยู่ที่ใจ ฝากเกียร์ไว้กับใคร เท่ากับฝากใจไว้กับคนนั้น' ได้ยินทีไรก็นึกขำ พวกหนุ่มวิศวะหลายใจไม่ต้องมีเกียร์เป็นร้อยอันเหรอ ว่าแต่..สร้อยเกียร์ของใครมาอยู่ในกระเป๋าสะพายชาแนลลูกรักของฉัน ลำบากต้องให้ฉันตามหาเจ้าของมันเพราะฉัน..ไม่มีทางเก็บใจของใครมาไว้กับตัวมั่วซั่วแน่ และผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งคือผู้ชายคนนั้น.. หนึ่งในแก๊งวิศวะลูกเทพที่โดนฉันตบหน้าฉาดใหญ่ข้อหาจับก้น
View More@K Night ผับ
ชั้นสองของผับที่ถูกจัดเป็นโซนวีไอพี รัศมีการมองเห็นเวทีอย่างเลิศ เลิศไปกว่านั้นคือส่วนลดค่าเครื่องดื่มห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่ได้รับอภินันทนาการจากน้องรหัสของฉันอย่างยัยชูครีม ข้อดีของการมีแฟนเป็นเจ้าของผับคือจะพาใครมาดื่มก็ได้แล้วให้ส่วนลดแบบจุกๆ แถมบัตรดูคอนเสิร์ตจากศิลปินแบบฟรีๆ ด้วย
แกร๊ง! เสียงแก้วหกใบกระทบกันดังแข่งกับเสียงเพลง ก่อนทุกคนจะเทเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมลงคอรวดเดียวหมดแก้วเป็นการฉลองที่ได้มีโอกาสรวมตัวกันดื่มในรอบหลายเดือน
"ทั้งเทอมนี้คงต้องหาเวลามาดื่มด้วยกันบ่อยๆ แล้วล่ะมั้งคะ เดี๋ยวพวกพี่เรียนจบคงจะไม่มีโอกาส"
นิรินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดื่มหมดคนแรกเอ่ยขึ้น
"แหม! ยิ่งเรียนจบไม่ใช่ยิ่งมีเวลาเหรอ หลังเลิกงานงี้ไง กริ๊งเดียวพี่จะเหาะมาเลย"
บัวเพื่อนของฉันตอบกลับรุ่นน้อง สองคนนี้นั่งเบียดกันอยู่ และคนที่เบียดคือเพื่อนฉันเองที่ทำเนียนกระแซะสาวเพราะมีใจชอบสาวสวยๆ
"ดื่มเหล้าไม่ได้ก็ไปกินเค้กก็ได้นี่คะ ร้านพี่โรสไง"
"พูดเข้าทางตัวเองสุด มาได้นะ แต่อย่าเอาผัวแกมาด้วย เขาจะมาพังร้านฉัน"
ฉันย้อนปันปันผู้ชอบกินเค้ก แต่แฟนนางโหดไปหน่อย แถมยังเคยปะทะริมฝีปากกัน ไม่รู้ว่าจะมาพังร้านฉันวันไหน
"เขาก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นสักหน่อย เนอะ!"
ปันปันหันไปเนอะกับชูครีม น้องรหัสฉันก็รีบพยักหน้าหงึกหงึก แต่จากที่เคยนั่งฟังน้องเมาท์มอยถึงแฟนหนุ่ม เห็นว่านิสัยแฟนสองคนนี้เหมือนกันเป๊ะ เออออด้วยกันได้ก็ไม่แปลก
"ตะวัน.. แกตาเยิ้มอ่ะ"
ฉันหันไปทักคนข้างๆ ทานตะวันนั่งเงียบมาสักพักแล้ว ในมือถือแก้วเหล้าที่เพิ่งดื่มหมด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมาเพียงโดนเหล้าแก้วเดียว
"นักร้องมายังอ่ะ อยากเห็นเขาก่อนหลับ"
"หลับได้นะพี่ ชั้นสามเป็นห้องรับรอง" ชูครีมแนะนำ
"มีห้องเตรียมให้ลูกค้านอนเลยเหรอ เจ๋งอ่ะ" บัวตื่นเต้น
"ใช้นอนอย่างเดียวไหมต้องถามปันมันนะ มันเคยเข้าไปใช้กับแฟน"
ปันปันแก้มแดงแจ๋รีบยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบก่อนจะเบนสายตามองไปยังด้านล่างฝั่งขวามือ มีผู้ชายหน้าโหดนั่งอยู่ตรงนั้น เขากำลังมองมาทางนี้ อันที่จริงฉันเห็นเขามองมานานแล้วล่ะ มองแฟนเขานั่นแหละ
"สรุปนักร้องมายัง" ทานตะวันถามย้ำ
"อีกห้านาทีค่ะ ดูเหมือนเขาจะเซ็ตอุปกรณ์ใกล้เสร็จแล้ว"
เราทุกคนมองไปยังเวทีอย่างตื่นเต้น ค่ำคืนนี้มีนักร้องชื่อดังมาทำการแสดง บังเอิญว่าเป็นวงโปรดของฉันด้วย ฉันเลยสะกิดแขนทานตะวันยิกๆ
"ไปถ่ายคลิปแบบใกล้ๆ กันมะ ฉันอยากจับมือเขาสักครั้ง"
"ไปสิ ฉันอยากเดินอยู่เหมือนกัน"
คนเมาลุกขึ้นยืนโงนเงน มือข้างหนึ่งมีแก้วเหล้าเหลือแต่น้ำแข็งติดอยู่ ฉันเอ่ยขอตัวกับเพื่อนและน้องๆ ที่เหลือแล้วเดินเกี่ยวแขนกับทานตะวันลงมายังชั้นล่าง เบียดเสียดผู้คนนับร้อยที่ทั้งยืนทั้งเต้นมายังหน้าเวที ผับนี้มีดีทุกอย่าง เป็นที่ฮ็อตฮิตของชาวนักศึกษาและดาราเซเลบ แต่ฉันเพิ่งจะมาเหยียบที่นี่เป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาก็เอาแต่ดื่มอยู่ที่ร้านเหล้าหน้ามหาวิทยาลัย ต้องขอบคุณชูครีมกับปันปันที่มีแฟนเป็นเจ้าของผับกับหุ้นส่วนผลบุญส่งมาถึงรุ่นพี่อย่างพวกฉัน
"คนเยอะเว่อร์" ทานตะวันเปลี่ยนไปเดินนำหน้า แก้วเหล้าหายไปไหนแล้วไม่รู้ อาจจะยื่นให้ใครสักคนที่เรากำลังพยายามเบียดเสียดพวกเขา
"ไปด้านข้างเถอะ"
ฉันจับแขนทานตะวันแล้วผลักดันให้ออกด้านข้าง หากทนเบียดอีกนาที ฉันคงได้เป็นลมตรงนี้แน่
"ไม่น่าเอากระเป๋ามาเลย" บ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด พอหลุดออกมาด้านข้างได้ก็รีบสาวเท้าเดินให้ไว
"อ๊ะ!" แต่จู่ๆ ก้นของฉันก็มีบางอย่างมาสัมผัส ฉันหันมองฝั่งขวามือ มีกลุ่มคนยืนอยู่ตรงนี้สองสามคน คนที่ยืนใกล้สุดหันด้านข้างให้เห็น เขาไม่ได้สนใจฉันด้วยซ้ำ
ฉันคงคิดไปเองว่าถูกจับก้น.. เสียเวลาจริงๆ
เลิกสนใจแล้วหันไปจับแขนทานตะวัน ทว่าก้นของฉันมีมือคนมาจับอีกแล้ว ครั้งนี้ฉันไม่ยอมหันขวับมองคนนั้นตาขุ่น และเขาก็กำลังมองฉันอยู่พอดีพร้อมรอยยิ้มที่มันน่า..
เพียะ! ฝ่ามือแสนไวของฉันลอยละลิ่วฟาดลงบนแก้มสากจนเขาหน้าหัน ฉันยกนิ้วชี้หน้าอย่างไม่ยอม
"นายจับก้นฉัน"
เขาหันกลับมามองคิ้วขมวด ทำสีหน้างุนงงผสมความเคืองขุ่น แต่ฉันต่างหากที่ต้องเคือง เห็นคนเบียดเสียดกันหน่อยมาแต๊ะอั๋งผู้หญิง
"ไอ้โรคจิต"
"เฮ้! เธอ.."
"กรี๊ด!"
แต่แล้วก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับความชุลมุนเกิดขึ้นทางฝั่งซ้ายมือ สัญญาณชาติความว่องไวทำให้ฉันคว้าแขนทานตะวันแล้วออกแรงดึงให้ถอยกลับออกมา การแสดงบนเวทีที่เพิ่งเริ่มหยุดลงทันทีและทุกคนก็ถูกผลักดันออกมาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีฉันกับทานตะวันก็หลุดออกมาด้านนอกผับ
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย" ทานตะวันงุนงงเกาหัวจนผมยุ่งเหยิง "แกโทรหาบัวดิ"
ฉันหยิบมือถือมาโทรหาบัว ไม่นานเพื่อนก็รับสาย
[ข้างล่างตีกัน พวกแกถูกตีไหม]
"ตีสิ แต่ตีคนอื่นนะ ตอนนี้ฉันอยู่ข้างนอกกับตะวัน"
[เออๆ น้องๆ จะขึ้นไปหาแฟนข้างบน ฉันกับนิริณจะออกไปหาพวกแก ยืนรอก่อนนะ]
เป็นอันรู้เรื่อง ฉันกับทานตะวันยืนรอบัวและนิริณอยู่ไม่นานคนทั้งคู่ก็เดินออกมา
"ไม่รู้ใครตีกันว่ะ นักร้องเลิกเล่นเลย โคตรเซ็ง" บัวบ่น
"ใครจะตีก็ช่าง แต่ฉันตบหน้าคนจับก้นไปด้วยล่ะ เซ็งเหมือนกัน เฮ้อ!"
ฉันถอนหายใจ
"ไปกินข้าวต้มแก้เซ็งก่อนกลับไหม"
"ไปค่ะ ริณมีร้านแนะนำ"
เรามาจบกันที่ร้านข้าวต้มไม่ไกลจากผับมากนัก ระหว่างกินอยู่นั้นก็มีข้อความจากน้องชายถูกส่งเข้ามาว่าจะไปค้างคืนบ้านเพื่อน..อีกแล้ว ฉันเกิดกินข้าวต้มไม่อร่อยขึ้นมาดื้อๆ
"น้องฉันมันจะไปนอนค้างกับเพื่อนอีกล่ะ"
บัวยื่นมือมาจับบ่าบีบเบาๆ อย่างเห็นใจ "วัยรุ่นก็งี้แหละ ต้องทำใจนะ"
โชนไม่ได้ผลีผลามเข้าบ้านของฉันทันทีทันใด อีกสองอาทิตย์ถัดมาก็ตามฉันเข้าไปกินข้าวที่บ้าน ไปทำความรู้จักกับพ่อแม่ นับแต่นั้นโชนก็เข้าไปบ่อยๆ จนมั่นใจว่าพ่อแม่ของฉันน่าจะไฟเขียวเรื่องแต่งงานถึงได้พาผู้ใหญ่มาสู่ขอในวันหนึ่งของเดือนกันยายนส่วนฉันไปเที่ยวเล่นร้านทองทุกอาทิตย์ ปัจจุบันฉันมีทองคำแท่งและรูปพรรณที่ได้จากความเสน่หาของม่ามี๊สองช.นับยี่สิบบาทคบโชนแล้วเดอะเบสต์ทุกสิ่งแบบนี้ รู้แบบนี้ฉันไม่เล่นตัวตั้งหลายอาทิตย์หรอกทว่าฤกษ์งามยามดีของคู่เราดันตรงกับวันวาเลนไทน์ปีหน้า ระหว่างรอถึงวันงานเราก็เตรียมการณ์ทุกอย่าง รวมถึงวางแผนครอบครัวที่ต้องมานั่งคุยกันให้เข้าใจและผลสรุปของการพูดคุยเราจะมีลูกหลังแต่งงานสามปี ในสามปีนี้เราจะสร้างทุกอย่างให้พร้อม รวมถึงใช้ชีวิตสามีภรรยากินเที่ยวเล่นกันให้อิ่ม จากนั้นก็มีเด็กน้อยมาเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ และเรื่องนี้ก็ผ่านความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกระทั่งถึงวันแต่งงานของเรา งานเล็กๆ ถูกจัดขึ้นที่ริมทะเลหัวหินแบบมินิมอล แขกเหรื่อที่เชิญมีเพียงญาติสนิทและเพื่อนรวมถึงยัยพวกรุ่นน้องตัวแสบ ฝั่งของโชนก็ด้วยที่มีแขกมาไม่ถึงยี่สิบคนฉันกับโชนเรา
ผ่านไปสองเดือนฉันก็เรียนจบอย่างสมบูรณ์ เรื่องที่ฉันขออนุญาตพ่อกับแม่ว่าจะขอทำร้านเค้กสองปีถึงจะเข้าไปทำงานที่โรงแรมของครอบครัวได้รับการอนุมัติหลังจากพวกท่านมาเยือนร้านในวันหนึ่งฉันขอยกเครดิตความสำเร็จนี้ให้โชน ก่อนเรียนจบสองอาทิตย์ เขาช่วยเนรมิตร้านของฉันให้พร้อมขาย มีการจองตัวพนักงานร้านเอาไว้หนึ่งคน พอฉันสอบเสร็จวิชาสุดท้าย อีกวันร้านก็เปิดทำการโดยที่ฉันสามารถอยู่รับลูกค้าได้ทั้งวัน นับเงินเอง เก็บเงินเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกยกเค้าซ้ำรอยเดิม คัพเค้กจากห้าสิบก้อนก็ทำจำนวนเพิ่มมากขึ้นเพราะมีลูกค้าเข้าร้านตั้งแต่วันแรกจากการโปรโมทล่วงหน้าโชนทำให้ฉันเห็นข้อดีของการมีแฟน เขาเป็นสายซัพพอร์ตมือวางอันดับหนึ่งของฉัน"ขอบใจนะ พรุ่งนี้เจอกัน"ฉันจ่ายเงินนุ่นพนักงานหนึ่งเดียวที่อายุน้อยกว่าฉันสองปีแล้วบอกลาเหมือนทุกวัน นุ่นเป็นเด็กที่ไม่ชอบเรียนหนังสือ ชอบทำงานหาเงินจึงเลือกเรียนทางไกลอย่างมหาวิทยาลัยเปิด อ่านหนังสือถึงกำหนดก็ไปสอบ ฉันมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับคนที่อยากทำงานควบคู่กับเรียนหนังสือวันนี้คัพเค้กเหลือเพียงห้าก้อนถูกบรรจุใส่กล่องเอาไว้เรียบร้อย หลังจากล็อกประตูร้านฉันก็มา
"ว่างหรือไง" ฉันไม่รีรอเดินมาหาโชน"ไม่ว่างหรอก แต่มันติดเธอ"แทนคุณเป็นคนตอบแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ชายหาดตัวที่อยู่ริมขวาสุด ฉันมองตามแทนคุณ พลันสายตาก็มองไปยังรองเท้าผ้าใบที่เขาสวมใส่ คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ฉันมองนานจนเจ้าตัวรู้ตัวหันมาสบตาเลยต้องรีบหันหน้าหนีกลับคุยกับโชน"บังคับเขามาเหรอ""เปล่า สงสัยพกอารมณ์วัยทองของแม่มันมาด้วยมั้ง"โชนตั้งใจพูดให้แทนคุณได้ยิน รายนั้นหยิบแว่นตามาสวมใส่แล้วหันมายกนิ้วกลางให้ คนนี้ก็ไม่น้อยหน้ายกคืนสองมือ"ช่างเขาเถอะ สรุปว่าที่รัก..""คิดถึงเธอขา แต่เค้าไม่กวนนะ เดี๋ยวอยู่กับมัน""มาแล้วก็เที่ยวด้วยกัน เพื่อนเค้าก็รู้จักที่รักทั้งนั้นแหละ แต่เดี๋ยวไปบอกเพื่อนก่อนว่าจะไปเดินเล่น"ฉันไปบอกเพื่อนแล้วออกมาเดินเล่นกับโชนที่ชายหาด โชนเอาแต่มองชุดว่ายน้ำทูพีชสีดำของฉันใหญ่เลย"ไม่สวยเหรอ" กางแขนออกให้เขามองชัดๆ"สวยมาก""แล้วทำไมมองงั้นอ่า""สวยแล้วเค้าก็หวง แต่เธอขามาเที่ยวทะเล เค้าโอเค"เป็นโอเคที่เสียงสั่นมาก"ให้ที่รักถอดเสื้อดีไหมล่ะ เดินโชว์ซิ๊กแพ็คจะได้เท่าเทียม""เธอขาไม่หวงเค้าเหรอ""หวง แต่อยากอวดว่ามีผู้งานดี""ไม่เอาอ่า เดี๋ยวมีคนถ่าย
โชนไม่ได้พาเชอร์รี่ไปส่งที่บ้าน แต่ไปส่งที่สยามเพื่อเรียนพิเศษ ตลอดทางสาวน้อยเอาแต่ทำหน้าหงอย เดี๋ยวฉันเจอรักษ์จังๆ ก่อนจะสั่งสอนให้หลาบจำ ไม่รักไม่ชอบเขา แต่ก็ไม่น่าจะแสดงท่าทีแบบนั้นกับผู้หญิง"น้องเราคงชอบมัน"หลังจากเชอร์รี่ลงจากรถไป โชนก็เอ่ยด้วยท่าทางเคร่งขรึม"ก็พอจะดูออก ขอโทษแทนไอ้ดื้อด้วยนะ น้องซึมไปเลย""เข้าใจอยู่" โชนจับมือไปดม "แต่บอกเลยนะว่าถ้ามันกลับใจมาชอบรี่ คงยากหน่อย""เพราะนายจะเอาคืนน้องฉันงั้นสิ""ก็ถ้าไม่อยากให้เอาคืนกับมัน เธอขาก็มาชดใช้กรรมแทนดีไหม""ด้วยวิธีไหนเหรอ""วิธีเร่าร้อนแบบรักๆ"ของวิถีคนหื่นกลับมาถึงบ้านของฉัน เราก็ใช้พื้นที่ตรงโซฟากอดรัดนัวเนียกัน อารมณ์สูงดิ่งก็แบกกันขึ้นมาบนห้องนอนโชนบอกว่าต้องทำเวลาเพราะรุ่นพี่กับเพื่อนจะถอดเขาออกจากหุ้นส่วนหลังจากเอาเวลามาง้องอนฉันอยู่หลายวันเราไม่ได้รอช้า ไม่มีเหนียมอาย ต่างคนต่างหลงใหลสัมผัสกันและกัน ไม่ว่าจับจูบลูบคลำก็มีอารมณ์อย่างว่าขึ้นมาง่ายๆ ฉันกับโชนพุ่งเข้าหากันประหนึ่งเสือสองตัวฟาดฟันกันหวังชัยชนะ สลับกันขึ้นและลง ผลัดกันตอกอัดจังหวะรุนแรง และเป็นฉันก่อนเสมอที่ถูกถีบให้ลอยขึ้นสูง ก่อนจะตกลงมารับร