Share

บทที่ 6

Penulis: ACHICHI
last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-13 19:45:11

CRUSH ON YOU

ตอนที่ 6

วันต่อมา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูทำให้ฉันต้องลืมตาตื่นขึ้น แสงสว่างจากด้านนอกทำให้ต้องหรี่ตาลง ความรู้สึกคลื่นเหียนเวียนกลับมาอีกครั้งจนต้องยกมือขึ้นปิดปากไว้ ไวเท่าความคิดก็รีบกระโดดลงจากเตียงวิ่งไปเปิดประตู แล้วเบียดตัวผ่านคนที่กำลังยืนรออยู่เพื่อไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ถัดออกไปหน้าห้องนอน

“อ้วก!”

“นา”

ฉันยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ไทเดินเข้ามา แต่ก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ฟังเดินเข้ามาช่วยลูบหลังให้พร้อมทั้งยังช่วยรวบผมยาว ๆ ของฉันขึ้นเพื่อที่จะได้อาเจียนได้ถนัด

“ทะ… ไทออกไป… เจ๊อาย” ฉันพยายามร้องบอก แต่คนที่ยืนมองอยู่กลับหัวเราะ

“อายอะไร? ไทไม่ล้อนาหรอกน่า”

“อ้วก!”

และเช้านี้ก็เป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจจริง ๆ ที่ฉันซึ่งเป็นสาวเรียบร้อยมาทั้งชีวิตกำลังกอดคอห่านส่งเสียงโอ้กอ้ากให้คนเป็นน้องดู

หลังจากอาเจียนเสร็จจนแทบไม่มีอะไรเหลืออยู่ในท้องแล้วเราสองคนก็เดินออกมา ไทมองมาเงียบ ๆ ตอนที่ฉันคว้าเอาเสื้อผ้าที่ถอดวางไว้เมื่อคืนมาถือ พร้อมทั้งเดินไปคว้าโทรศัพท์ที่แบตฯ หมดไปตอนไหนไม่อาจทราบได้มาถือไว้

“เจ๊จะไปทำงานแล้ว” ฉันเอ่ยบอกร่างสูงที่ยังคงยืนพิงประตูมองมา

กล้ามหน้าท้องสวย ๆ ทำให้รู้สึกหูอื้อตาลายอีกครั้ง

“ไม่ทันแล้วมั้งนา… นี่บ่ายโมงแล้ว”

“หา?” ฉันเบิกตาโตอย่างตกใจ รีบมองไปนอกระเบียงที่ตอนนี้แสงแดดกำลังสาดส่อง ถึงงั้นก็บอกไม่ได้อยู่ดีว่าเป็นเวลากี่โมง

“จริง”

ไทไม่พูดเปล่าแต่ยกโทรศัพท์ตัวเองให้ดูมันบ่งบอกว่าเป็นเวลา 13.45น. ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองจะอาเจียนออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เป็นเพราะแฮ้ง แต่เป็นเพราะเครียดต่างหาก!

ตั้งแต่เริ่มทำงานมาฉันไม่เคยขาดงานโดยที่ไม่บอกล่วงหน้าแบบนี้มาก่อน เป็นเพราะเมามากประกอบกับไอ้มือถือบ้านี่แบตฯ หมดแท้ ๆ ทำให้ตอนนี้ต้องยกมือขึ้นมากุมหัวที่เริ่มจะปวดตุบ ๆ ขึ้นมา

“ไม่ต้องเครียดหรอก ไทโทรไปลาให้แล้ว”

“หา?” ฉันเงยหน้าขึ้นมองไทอีกครั้งอย่างตกใจ แต่เจ้าตัวกลับยักไหล่แค่เล็กน้อย

“ก็แม่เคยบอกว่านาทำงานให้ลุงไกรสร แค่โทรไปขอเบอร์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร”

“…” ฉันเม้มปากจนแทบจะเป็นเส้นตรง มองหน้าหล่อ ๆ ด้วยความรู้สึกทึ่ง ๆ ที่น้องมันจัดการให้ได้ขนาดนี้

“และไทก็ขึ้นมาปลุกหลายรอบแล้วด้วย” ริมฝีปากสวยบิดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ “แต่นาก็ไม่ตื่นเอง”

“…” โอเค… ฉันพลาดเองแหละที่นอนหลับจนพระอาทิตย์อยู่กลางหัวแบบนี้

“นา…”

“อือ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองไทอีกครั้ง แต่คราวนี้น้องมันดูอึกอักเล็กน้อย

“...นาใส่ชุดชั้นในก่อนเดินออกไปด้วยนะ”

“!!!”

และคงเป็นอีกครั้งที่ฉันเบิกตาโตกว่าครั้งไหน ๆ ไทมองกันอยู่อึดใจก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ ฉันรู้สึกใจเต้นแรงก้มลงมองตัวเองในเสื้อยืดสีขาวบาง ๆ ของเจ้าของห้อง เพิ่งจะรู้สึกได้ว่าตอนนี้ทั้งบนทั้งล่างกำลังล่อนจ้อน ความแหลมของอะไรบางอย่างดันร่มผ้าออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนต้องรีบหันหลังให้แม้ตอนนี้ไทจะไม่ได้มองอยู่ก็ตาม

และมันก็น่าทุเรศที่ฉันเพิ่งเห็นว่าเมื่อคืนตัวเองโยนชุดชั้นในไว้ที่ปลายเตียงแบบแผ่หลาเลยด้วย!

นะ… น่าอายจริง ๆ ฮือ!

วันต่อมา

เพราะเหตุการณ์น่าขายขี้หน้าเมื่อวานทำให้ฉันไม่อยากจะเจอหน้าไทตลอดทั้งวัน แม้ว่าเด็กนั่นจะมาเรียกตรงระเบียง หรือจะทักแชตมาฉันก็อายเกินกว่าที่จะทนมองหน้าได้ ขอเวลาทำใจสักวันหนึ่งก็ยังดี

ก็นมฉันทิ่มตาน้องมันขนาดนั้น! มัน… มันน่าอายจะตายไป!

ออด!

เสียงกดกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ตอนแรกก็คิดว่าคงจะเป็นไทนั่นแหละที่อาจจะกวนประสาทกันที่เห็นว่าฉันไม่ยอมเปิดประตูระเบียงคุยด้วย ตอนนี้พอจะทำใจได้บ้างแล้วก็เลยเดินออกมา แต่กลับไม่ใช่คนที่คิด เป็นอีกคนที่ทิ้งฉันไว้ที่โต๊ะเมื่อคืนคนเดียวต่างหาก

บาสยืนเกาะขอบรั้วมองมาด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเหมือนทุกครั้ง ในมือถือกระเป๋าฉันซึ่งลืมทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ถึงจะไม่อยากคุย แต่ฉันก็พยายามข่มอารมณ์ขุ่นมัวแล้วเดินออกไปหา กระนั้นก็ไม่ได้เปิดรั้วให้คนตรงหน้าได้เข้ามา

“เจ๊… ผมขอโทษจริง ๆ เพื่อนมันชวนไปชนโต๊ะนู้นโต๊ะนี้…”

“ไม่ต้องหรอก เอากระเป๋าเจ๊มาแล้วกลับไปเถอะ”

ฉันตัดบทขึ้น แม้จะพยายามใจเย็นแต่ก็ช่วยไม่ได้ที่มันน่าโมโห ปกติแล้วฉันเป็นคนนิ่งมาก ไม่ค่อยจะอะไรกับใครหรอก แต่เหตุการณ์เมื่อคืนมันก็ออกจะเกินไปหน่อย เป็นคนชวนไปแท้ ๆ แต่กลับปล่อยให้ฉันนั่งอยู่คนเดียวแบบนั้น

“เจ๊โกรธเหรอ? ขอโทษจริง ๆ” คนตรงหน้าไม่ยอมส่งต่อกระเป๋ามา

แต่พยายามที่จะขอเข้าบ้าน “ไปคุยข้างในได้ไหม?”

“วันนี้เจ๊ไม่สะดวก”

“เจ๊นา…”

“…” ฉันหลุบตาลงต่ำเพราะกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อน แค่น้องมันง้อนิด ๆ หน่อย ๆ ฉันก็ไปไม่เป็นทุกรอบ เพราะงั้นไม่คุยคงดีกว่า อย่างน้อยก็ลองแสดงออกว่าโกรธให้จริงจังกว่าทุกครั้ง

“ถ้าเจ๊ไม่ยอมคุย ผมก็ไม่กลับ” ร่างสูงผละออกไปจากการเกาะขอบรั้ว ดับเครื่องยนต์รถลงดื้อ ๆ ก่อนจะหันมองมาอีกครั้ง

“งะ… งั้นเจ๊จะเข้าบ้าน จะกลับเมื่อไรก็กลับแล้วกัน” ฉันพยายามจะแข็งใจแล้วหมุนตัวเดินเข้าบ้าน แต่จังหวะเดียวกันก็มองขึ้นไปเห็นว่าที่ระเบียงบ้านข้าง ๆ ไทกำลังยืนพิงระเบียงสูบบุหรี่มองลงมา

สายตาไม่ได้บ่งบอกอะไรมากไปกว่าแค่มอง และบาสเองก็คงจะไม่เห็น เพราะมีต้นไม้บังสายตาอยู่ ยิ่งคิดถึงคำพูดไทรวมทั้งอาการข้องใจของไท ฉันก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา ถึงเราจะไม่ได้สนิทกันเท่าเมื่อก่อน แต่ไทก็ดูจะไม่พอใจที่ฉันถูกเทถึงสองรอบติด ๆ กัน

เท้าสองข้างที่กำลังจะเดินกลับเข้าบ้านเป็นอันต้องหยุดชะงักลง

เพราะเกิดจะกังวลใจขึ้นมา รู้ตัวอีกทีฉันก็หมุนตัวกลับไปเปิดประตูรั้วให้

บาสเข้ามา ถึงเขาจะทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร และตัวฉันก็ถูกร่างสูงของคนตรงหน้ากอดต่อหน้าต่อตาอีกคน

“จะคุยก็ไปคุยในบ้าน” และไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องอายเด็กข้างบ้านขนาดนี้ ถึงขั้นรีบดันตัวบาสออกไป รู้สึกหน้าแดงขึ้นมาแค่เพราะรู้ว่าไทกำลังมองอยู่

ยี่สิบนาทีต่อมา

“หายโกรธเถอะนะ”

“…”

“เมื่อคืนเมาจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งเจ๊ไว้แบบนั้นเลย”

“…”

“นะ…”

คนตัวโตกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นตรงหน้าฉันที่นั่งนิ่ง พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อยู่ที่โซฟา มือสองข้างถูกดึงไปกุม

บาสทำหน้ารู้สึกผิดจนใจฉันอ่อนยวบ และเพราะเป็นคนที่โกรธยากมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซ้ำยังใจอ่อนมาตลอด รอบนี้ก็เลยลงเอยเหมือนเดิม

จบลงที่ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วยอมให้อภัยง่าย ๆ จนคนที่นั่งง้อกันอยู่รีบกระโดดขึ้นมานั่งเบียดกันบนโซฟา ก่อนจะกอดเอวฉันเข้าหาตัวแล้วสบตามองมาเงียบ ๆ รอยยิ้มกว้างหุบลงช้า ๆ ฉันถึงกับต้องกลืนน้ำลายหันหน้าหนี เพราะดูเหมือนกำลังจะโดนจู่โจม

“เจ๊…”

“อือ”

คางฉันถูกดึงให้หันกลับไปแล้วก็ถูกช่วงชิงลมหายใจไปโดยไม่ทันได้เตรียมตัว ร่างกายถูกรวบเข้าไปหาอ้อมแขนคนข้าง ๆ อย่างรวดเร็ว มือหนาสอดเข้ามาใต้สาบเสื้ออย่างอุกอาจจนฉันต้องรีบตะครุบมือนั้นไว้

“จะ… ใจเย็น ๆ” ฉันเบี่ยงหน้าหนีหอบหายใจ เพราะโดนรุกรุนแรง

“เจ๊… นี่มันจะปีแล้วนะ” เสียงทอดถอนหายใจของบาสทำให้ฉันต้องหันกลับไปมอง

มันก็ใช่ที่เราคบกันมานานแล้ว และฉันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เรากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ถึงถามตัวฉันเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องตกใจตื่นกลัวแทบจะตลอด โอเค… เราคบกันมานานก็จริง ๆ แต่ลึก ๆ แล้วก็อย่างที่บอกว่าฉันแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย เจอกันก็แค่ระยะเวลาหนึ่ง แถมบางทีไม่เจอกันเป็นสัปดาห์ก็เคยมาแล้ว

อีกอย่าง… เขาก็ไม่เคยอ่อนโยนต่อกันเลย… ก็ถ้ามันจะมีสักครั้งที่เข้าหากันในรูปแบบที่ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปมากกว่านี้ มันก็คงทำให้คนขี้กลัวแบบฉันอาจจะยอมเสียครั้งแรกไปก็ได้

แต่เขาไม่ใช่คนแบบนั้นเลย บาสเป็นพวกดิบเถื่อนจนฉันกังวลทุกครั้ง

“ผมขอไม่ได้เหรอเจ๊?” น้ำเสียงหนักใจเอ่ยต่อ เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิด ๆ จนฉันรู้สึกแย่ที่ตัวเองเอาแต่เป็นแบบนี้

“คือว่า…”

“นะ…”

คนตรงหน้าไม่พูดเปล่าแต่ขยับเข้ามาล็อกเอวกันไว้อีกครั้ง ริมฝีปากทาบลงมาอย่างหิวกระหาย และมันก็ช่วยไม่ได้เลยที่ฉันสั่นหนักจนแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่ ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่ได้สนใจปฏิกิริยาพวกนี้เลย…

บาสเป็นแบบนี้อีกแล้ว แบบที่ไม่คิดจะสนใจความรู้สึกกัน... ฉันเลยอดไม่ได้ที่จะขัดขืนขึ้นอีกครั้ง เพราะทนไม่ไหว… แต่แล้ว…

แกร๊ก!

“!!!”

เพราะเสียงประตูดังขึ้นทำให้เราสองคนถึงกับสะดุ้งผละตัวออกห่างจากกัน ฉันรู้สึกใจร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มตอนที่เห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นคนเดียวกับที่นั่งมองเราอยู่ที่ชั้นสองของระเบียงด้านบนก่อนหน้านี้

ไทเดินตัวปลิวเข้ามาราวกับเป็นบ้านตัวเอง ขายาว ๆ หยุดยืนลงตรงหน้าเราสองคน สายตาจ้องนิ่งมาที่ฉันซึ่งยังคงตัวสั่นเป็นลูกนก ก่อนจะเบนสายตาไปที่อีกคนซึ่งก็ตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

“มึงเข้ามาได้ไง? แล้วนี่รู้จัก?” บาสทำหน้างง มองเราสองคนสลับกันไปมา เพราะสถานการณ์มันดูราวกับว่าฉันมีผู้ชายอีกคนก็เลยรีบแก้ตัว

“ไทเป็นน้องชายอยู่บ้านข้าง ๆ นี่ไง”

“…” คนที่เพิ่งจะรู้พยักหน้าเล็กน้อย และไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองรึเปล่าที่เห็นว่าบาสดูเหมือนจะกังวลใจที่เจอกับบุคคลที่สามในตอนนี้ สายตาหลุกหลิกพิกลเสมองไปทางอื่นโดยอัตโนมัติ

“นาไปดูไอ้โบ้ให้หน่อย แม่บอกว่ามันน่าจะต้องกินยา” เสียงเรื่อย ๆ

ของคนที่กำลังยืนทิ้งขาข้างหนึ่งอย่างสบายอารมณ์เอ่ยบอกเรียบ ๆ สายตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ฉันแล้ว แต่กำลังมองไปที่อีกคนแทน

มันก็แปลกตรงที่บาสรีบผุดตัวลุกขึ้นยืน สีหน้าดูกังวลใจหนักขึ้นหลายเท่า แต่ถึงอย่างนั้นก็หันมายิ้มให้ฉันนิด ๆ พร้อมกันก็คว้ากุญแจรถไปถือไว้ในมือ

“งั้นวันนี้ผมกลับก่อนนะเจ๊”

“อะ… โอเค” ฉันพยักหน้ารับ รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

แล้วบรรยากาศในบ้านก็เงียบลงอีกครั้งในจังหวะที่บาสเดินออกไป

ทั้งสองคนไม่ได้เอ่ยปากอะไรกันอีก มีก็แค่สายตาที่มองกันเงียบ ๆ โดยปราศจากคำพูด ถึงไทจะดูนิ่งมาก แต่บาสดูออกได้ชัดว่ากำลังกลัวอะไรบางอย่างจึงไม่ยอมสบตาอีกคนด้วยซ้ำ

และหลังจากบาสเดินออกไป กระทั่งเสียงเครื่องยนต์รถเคลื่อนตัวห่างออกไป ในบ้านก็ยังคงเงียบเชียบทั้งฉันทั้งไทไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยสักคำ บรรยากาศมันชักจะอึดอัดหนักขึ้นทุกที และเพราะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้ไทเห็นอะไรไปบ้าง ฉันเลยรีบลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะออกไปดูไอ้โบ้ให้ตามที่เจ้าตัวเดินมาเรียก แต่กลับโดนคว้าแขนไว้

“นา”

“…”

คนตัวสูงกว่าทอดสายตามองมา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังมือสั่น ๆ

ของฉันที่เขายังจับอยู่ เพราะไม่อยากจะให้คนเป็นน้องเห็นว่าฉันที่แก่กว่าหลายปีอยู่ในสภาวะไหนเลยต้องรีบชักมือกลับ แล้วหันหน้าหนี แต่ไทก็ก้าวเดินมาหยุดลงตรงหน้าอีกครั้ง

“ก็ถ้าไม่อยากให้ ก็ไม่เห็นต้องให้” น้ำเสียงตึงเครียดเอ่ยขึ้น และนั่นก็ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นสบตา ไทเองก็จ้องรออยู่ก่อนแล้ว

“มันเรื่องของเจ๊” ฉันอึกอักพูดออกไปได้แค่นั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องมานั่งแก้ตัว

“นาตัวสั่นขนาดนี้…”

“ไท…”

“ถ้ามันยังไม่เข้าใจความรู้สึก คิดจะแดกกันอย่างเดียวก็ต้องเลิกคบแล้วไหม?”

“…”

“นาไม่ต้องทำตามที่คนอื่นต้องการหรอก”

“…”

“อีกอย่าง… มันก็ไม่ใช่คนแบบที่นาควรจะไปเสียให้”

“…”

มาถึงตรงนี้ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ แต่พอเงยหน้ามองคนพูดอีกรอบ ไทก็ดูเหมือนคิดขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดออกมา ร่างสูงก้าวยาว ๆ เดินหนีกันดื้อ ๆ แต่ก่อนที่จะได้เดินตามออกไปดูอาการไอ้โบ้ คนที่หยุดยืนลงตรงหน้าประตูก็หันเหลียวตากลับมามอง พึมพำออกมาเบา ๆ

“ไอ้โบ้ไม่ได้เป็นอะไร… นาจัดการกับตัวเองเถอะ”

“…”

เสียงประตูบ้านปิดลงแล้ว ในขณะที่ฉันยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ยกมือสั่นไหวของตัวเองขึ้นมาดูพบว่าตอนนี้มันกำลังทุเลาลงทีละน้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม…
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 91

    CRUSH ON YOUตอนพิเศษ 2 3 ไอ้ไนน์เรียกไปเล่นเกมที่บ้าน… เพราะไม่มีอะไรให้ทำ ผมก็สะบัดตัวออกจากผ้าห่มเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อที่จะใช้วิธีปีนระเบียงข้ามไปบ้านข้าง ๆ แบบที่ชอบทำเป็นประจำ ก็ขี้เกียจจะไปเข้าทางประตูหน้ารั้วนั่นแหละ และเพราะทำแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร… คน

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 90

    CRUSH ON YOUตอนพิเศษ 1เจ็ดปีก่อน 1 “แดกข้าวยัง?” “ยัง แม่ไม่อยู่” “เจ๊นาทำข้าวเช้าไว้ให้ มึงเข้ามากินก่อนดิ” “…” ผมชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรออกไปมากกว่าการเดินตามคนที่เป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็กแบบไอ้ไนน์เข้าบ้านหลังที่อยู่ติดกันกับบ้

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 89

    “อืม… เดี๋ยวไว้กินข้าวเสร็จไปดูด้วยกันก็ได้” ฉันชำเลืองมองไทอย่างแปลกใจว่าทำไมตัวฉันถึงจะต้องไปดูด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เรากินข้าวกันไปคุยกันไปเหมือนทุกวันไม่ได้มีอะไรต่างจากตอนที่ยังไม่แต่งงานเท่าไร แต่ที่ต่างคงเป็นเรื่องหัวข้อในการสนทนาเปลี่ยนเป็นอะไรที่โตขึ้นไม่ใช่แค่เร

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 88

    CRUSH ON YOUตอนที่ 44 สองปีต่อมา เราแต่งงานกันแล้ว… ตอนนี้ฉันกับไทแต่งงานกันได้ปีกว่าแล้ว และมีลูกด้วยกันหนึ่งคน แต่คนตั้งชื่อลูกกลับไม่ใช่ฉันหรือไทหรอก เป็นไนน์ต่างหาก… คุณป้าสมรกับคุณลุงรัตน์ย้ายไปอยู่บ้านที่เพิ่งซื้อมาเมื่อปีกลายได้สักพักแล้ว ตอนแรกก็ดูเหมือนว

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 87

    ไทหันมาเห็นกันก็ผุดตัวลุกขึ้นยืน เพราะต้องขับรถออกไปส่งกันเหมือนทุกวัน ไนน์มองมาเล็กน้อยแล้วก็หันกลับไป “แม่มาถึงกี่โมงอะเจ๊?” “เย็น ๆ นั่นแหละ ไม่ต้องออกไปไหนอีกล่ะ” “รู้แล้วน่า” “แล้วคุณลุงคุณป้ามาถึงวันนี้ไหม?” ฉันหันกลับมาถามอีกคนที่เดินนำออกไปนอกตัวบ

  • CRUSH ON YOU พี่สาวครับ   บทที่ 86

    CRUSH ON YOUตอนที่ 43 หลายเดือนต่อมา ในขณะที่ฉันกำลังงัวเงียตื่นเพราะถูกคนบางคนกวน แต่คนกวนดูเหมือนจะตื่นเต็มตามานานแล้ว เพราะนัยน์ตาสดใสที่กำลังเงยมองกันอยู่เป็นประกายวาววับ ผ้าห่มผืนหนาถูกสะบัดออกทันทีที่ฉันลืมตาขึ้นมอง ไทที่กำลังลากลิ้นเลียตรงกึ่งกลางร่างกายยังคงทำสิ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status