Masukหลังจากผิดหวังจากความรักกระทิงก็ไม่คิดที่จะรักใครอีก ถึงแม้ว่าแม่ของตนจะมาให้สักกี่คน จนมาเจอเด็กข้างไร่มาขอฝึกงาน เมื่อได้อยู่ใกล้กันหัวใจก็เหมือนกลับมามีความรู้สึกอีกครั้งเพียงเพราะได้สัมผัสกายสาว
Lihat lebih banyakชีวิตของเด็กมหาวิทยาลัยคณะวิศวกรรมเกษตรศาสตร์กำลังจะจบลง แต่มันกำลังจะจบแบบไม่สวยเพราะว่า
“ปีนี้นักศึกษาทุกคนจะต้องหาที่ฝึกงานด้วยตนเองนะจ๊ะ” “โห่” เสียงโห่ร้องดังขึ้นมาด้วยความไม่พอใจของนักศึกษาทั้งห้องเพราะปกติทุกปีทางมหาวิทยาลัยจะเป็นคนจัดหาให้แค่ลงชื่อว่าจะฝึกที่ไหนเท่านั้นแต่ปีนี้มันไม่เหมือนเดิม “จะโห่อะไรกัน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพวกเธอก็ต้องออกไปหางานทำด้วยตัวเองอยู่แล้ว ลองไปหาที่ฝึกงานดูก่อน คงไม่ยากเกินไปสำหรับนักศึกษาทุกคนหรอกเนาะ ทุกคนเก่งจะตายไป ไปลองดูก่อน” “โหหหอาจารย์” “ไม่ต้องโห่เลยอาจารย์ยังพูดไม่จบ จะไปสถานที่ละกี่คนก็ได้ตามที่บริษัทนั้นๆ จะรับพวกเธอเข้าฝึกงาน” หลังจากที่นักศึกษาทุกคนไม่สามารถโวยวายหรือทำอะไรได้แล้วก็ได้แต่ส่ายหัวและรับฟังคำอธิบายของอาจารย์ “ที่สำคัญทุกคนต้องหาที่ฝึกงานให้ได้ภายในหนึ่งเดือนนี้นะจ้า” “โห่” เสียงโหดังกระหึ่มเต็มห้องขึ้นอีกครั้ง “โด้อาจารย์ ให้เวลาแค่หนึ่งเดือนเองหรือครับใครมันจะไปหาทัน” “แล้วถ้าหาไม่ได้ไม่ทันละค่ะอาจารย์” เจ๊นนนี่ที่เป็นเพื่อนที่รักที่สุดของกอหญ้ายกมือขึ้นถามและเพื่อนในห้องต่างก็เห็นด้วยและอยากลองถามคำถามนี้กับอาจารย์เหมือนกัน แต่ไม่กล้ายกมือที่จะถามเหมือนกับเจ๊นนท์ “หาไม่ได้ก็ต้องหาให้ได้จ้ะ ไม่งั้นพวกเธอต้องไปลงเรียนวิชานี้ใหม่ในเทอมหน้า และนั่นก็จะทำให้พวกเธอเรียนจบช้าไปอีกหนึ่งเทอม สู้ๆ นะจ๊ะทุกคนอาจารย์เป็นกำลังใจให้ เอาละวันนี้พอแค่นี้ก่อนนักศึกษาทุกคนจะได้มีเวลาไปคิดหรือไปค้นหาสถานที่ฝึกงานตามที่ตนเองชอบ อาจารย์ไปก่อนล่ะ บ๊ายบายนะจ๊ะนักศึกษาขอให้โชคดี “ “โห่ทุกปีทางคณะจะเป็นคนหาให้แค่ลงชื่อก็ได้ไปฝึกงานแล้ว นี่ต้องไปหาเองจะไปฝึกงานกันที่ไหนได้ แล้วให้เวลาหากันแค่หนึ่งเดือน ทำไมไม่เขียนบอกก่อนลงวิชาว่าให้หาที่ฝึกงานด้วยตนเองจะได้หาไว้ตั้งแต่ตอนต้นเทอมมาบอกเอาตอนนี้ใครจะไปหาที่ฝึกงานได้ทัน พวกเราจะไปหาที่ฝึกงานที่ไหนดี” กอหญ้าหันไปถามเพื่อนของเธออีกสองคนนั้นก็คือนนท์นี่และกล้าหาญ ทั้งสามมองหน้ากันด้วยความเครียดและวิตกเพราะไม่รู้ว่าจะไปหาที่ฝึกงานที่ไหนหรือจะเริ่มหาที่ฝึกงานจากที่ไหนก่อน “เครียดโว้ย” นนท์นี่ลูบหัวตัวเองไปมาจนผมเสียทรงไปหมดแล้ว “จะไปหาที่ฝึกงานได้ที่ไหนภายในหนึ่งเดือน เฮ้อ” กอหญ้าถอนหายใจออกมาด้วยความกลุ้มใจ “เอาเป็นว่าเราลองหาดูกันก่อนแล้วกัน” กล้าหาญพูดขึ้นมาเพราะเขารู้ดีว่ามัวแต่กลุ้มใจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรสู้เอาเวลากลุ้มใจไปหาที่ฝึกงานจะดีกว่า “เจ๊อยากไปฝึกงานที่ไหน” “เอาที่มีชื่อเสียงจะได้รับเราเข้าทำงานต่อที่นั่นเลยดีไหม” ทั้งสองต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับนนท์นี่ “ก็ดีนะเจ๊” “ก็ดีสำหรับฉันส่วนเธอสองคนมีกิจการที่บ้านจะต้องกลับไปดูแลอยู่ไม่ใช่หรือ” “รอบนี่เอาตามที่นนท์นี่อยากไปเลยนะ เพราะพวกเราต้องการหาประสบการณ์จากที่อื่นก่อนที่จะกลับไปทำงานที่บ้านของตัวเอง” “แล้วกล้าหาญละ อยากไปฝึกงานที่ไหนเป็นพิเศษไหม ก่อนที่จะไปรับตำแหน่งรองประธานบริษัทเต็มตัว” “ไม่รู้แต่อยากอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้นานๆ ยังไม่อยากจากไปไหน” “กูยอมใจมึงจริงๆ นี่จะสามปีกว่าแล้วมึงไม่ยอมรับรักไอ้กล้ามันอีกหรอ” นนท์นี่ยิ้มถามด้วยความหมั่นไส้ แต่คำถามนั้นก็เหมือนทีเล่นทีจริงเพราะเขาสงสารกล้าหาญแต่เมื่อได้คำตอบต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อเจอคำตอบของกอหญ้าแบบนี้ “อะไรนนท์นี้เพื่อนกัน” กอหญ้าตอบด้วยสีหน้าที่จริงจัง “จ้าเพื่อนกันไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่” “เรื่องสถานที่ฝึกงาน เราขอเลือกโรงงานของพ่อเราเป็นที่สุดท้ายนะ เพราะอย่างไงถ้าเราจบไปสุดท้ายแล้วก็ต้องไปทำงานที่นั่นอยู่ดี เราอยากเห็นระบบการจัดการและการทำงานของโรงงานที่อื่นบ้าง” “อ่า” โรงงานของที่บ้านของกล้าหาญเป็นโรงงานเกี่ยวกับเครื่องดื่มรวมทั้งน้ำหวานต่างๆ ที่วางขายในมินิหมาร์ทขนาดเล็กที่มีกว่าหลายพันสาขาในประเทศไทย “อืมจะไปฝึกงานที่ไหนดี เอาที่มีโรงงานน้ำ แล้วรับนนท์นี่เข้าทำงาน แล้วก็มีการผลิตแปรรูปผลไม้ในแบบที่กอหญ้าต้องการ” “ถ้าต้องการขนาดนั้นก็แยกกันฝึกงานเถอะ” “เฮ้อเอาไงดี” ทั้งสามคนเอามือเท้าคาง เอาไว้เพราะคิดหนักไม่รู้ว่าจะไปหาที่ฝึกงานที่ไหนได้ตรงตามที่เขาทั้งสามต้องการและให้ทันเวลาตามที่อาจารย์กำหนดไว้ภายในหนึ่งเดือน@ one night stanเสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วห้องพร้อมกับนักท่องเที่ยวกลางคืนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลง และแสงสีเสียงกันอย่างสนุกสนานวันนี้เป็นวันพิเศษอะไรถึง คนที่อยู่ป่าอยู่ดอยอย่างมึงได้ออกมาท่องเที่ยวในเมืองแล้วก็มาถึงที่นี่ได้ ปกติบอกให้ออกมาอ้างว่าติดงานตลอด” เสือทักขึ้นมาอย่างกวนตีนส่วนสิงห์ก็ได้แต่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์“บนเขามันไม่มีผู้หญิงให้มึงมองแล้วเหรอวะ วันนี้มึงถึงได้มาที่นี่ได้”“คงเป็นอย่างนั้นละมั้ง” เมื่อพูดออกมาเช่นนั้นญาติทั้งสองก็เริ่มสังเกตสายตาของญาติที่บอกกับพวกเขาว่าไม่ว่างมาตลอดสามเดือนกำลังนั่งมองผู้หญิงหน้าตาสะสวยอยู่อีกมุมหนึ่งของภาพอย่างไม่วางตา“ถ้ามึงจะจ้องขนาดนั้นให้กูนั้นไปขอเบอร์ให้มั้ย”“เบอร์น่ะมีแล้ว”“มีเบอร์แล้ว”เสือพูดออกมาด้วยความตกใจ“จริงเหรอวะ”“จริง”“อย่าบอกนะว่าผู้ที่หวงความโสดของตัวเองกำลังจะมีความรัก”“ไม่ต้องพูดมากได้ไหม ไอ้เสือมึงไปบอกพนักงานมึงให้หน่อยว่าให้มาบอกกูว่าโต๊ะนั้นทานอะไรหรือแอบให้ใส่อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า”“สงสัยจริงว่ะ มันคงจะเจอคนที่มันพร้อมจะเสียตัว น้องชายมึงพร้อมจะออกรบอีกครั้งแล้วหรือวะ”“พร
กอหญ้าตื่นขึ้นมาขยับตัวอย่างเชื่องช้ารู้สึกว่าตัวเองปวดเมื่อยไปทั่วร่างกาย“ลุกไหวไหมถ้าลุกไม่ไหวพี่จะลางานให้”“ลุกไหวค่ะ กอหญ้าไม่อยากขาดงานบ่อยๆ แล้วก็ป่วยรอบที่แล้วก็หยุดงานไปสองสามวันมาวันนี้จะมาหยุดอีกก็กลัวว่าพี่ที่ฝึกงานจะว่าให้ แล้วอีกอย่างกอหญ้ากลัวว่าจะฝึกงานไม่ผ่านด้วยค่ะ ”“จะกลัวทำไมไม่เห็นต้องกลัวเลยเพราะสุดท้ายคนที่เซ็นให้กอหญ้าผ่านงานก็คือพี่เองจะพักอีกสองสามวันจะเป็นไรไป”“ไม่เอาค่ะเดี๋ยวพี่ที่ฝึกงานจะเป็นห่วงหรืออาจจะมีบางคนที่ว่าเอาได้ว่าเป็นเด็กเส้นไม่ต้องทำอะไรก็ผ่านการฝึกงาน”กอหญ้าค่อยๆ ขยับลุกและเอามือจับที่แขนแข็งแกร่งของชายหนุ่มให้ออกจากเอวของเธอ แต่ดูเหมือนว่ากระทิงที่นอนข้างเธอเมื่อคืนจะไม่ยอมปล่อยให้เธอลุกจากเตียงง่ายๆ เขาไม่ยอมปล่อยมือออกจากร่างบางแต่กับกระชับอ้อมแขนนั้นให้แน่นขึ้นกว่าเดิม กระทิงเอี้ยวตัวไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่บนหัวเตียงของตัวเอง“หัวหน้าฝึกงานฝ่ายผลิตผลไม้อบกรอบ วันนี้ผมขอลางานให้กอหญ้าอีกครึ่งวันนะครับ พอดีว่าผมตื่นสายไม่สามารถตื่นไปส่งกอหญ้าทำงานได้ เพราะเมื่อคืนผมดูงานจนดึก ”อยู่ดูงานจนดึกหรือทำอย่างว่ามากกว่าและไม่ยอมหลับยอมนอนต
[กล้าหาญ] สายเรียกเข้า“จะรับก็รับหนวกหู”หลังจากที่นอนดูดาวไม่พูดไม่จากันอยู่นานตอนนั้นชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะสงบและอารมณ์ดีแต่พอมีเสียงโทรศัพท์ของกอหญ้าดังขึ้นเท่านั้นแหละ ดูเหมือนว่ากระทิงจะอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีแถมยังพูดขึ้นมาด้วยท่าทีที่โมโหกอหญ้าเมื่อได้ยินเสียงคำถามของกระทิงเธอจึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ควรรับสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามา เพราะดูจากน้ำเสียงของคนที่เธอกำลังนอนหนุนแขนในตอนนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเริ่มจะไม่ปกติ น้ำเสียงดูแปลกไป ถ้าเธอรับโทรศัพท์ของกล้าหาญมีหวังพี่กระทิงต้องโกรธเธอแน่ๆ แต่คนที่โทรเข้ามาหากอหญ้าก็ยังโทรอย่างไม่ย่อท้อโทรซ้ำๆ โทรหาเธอเรื่อยเรื่อยเหมือนกลัวว่าเธอจะตกอยู่ในอันตราย“จะรับหรือไม่รับ”“ไม่รับค่ะ”“ไม่รับก็ปิดเครื่องไปฉันหนวกหู”“ค่ะ"ถึงแม้ว่าเธอจะตอบรับคำต้องการของชายหนุ่มว่าให้ปิดเครื่อง แต่เธอก็ไม่เลือกเช่นนั้นเธอเลือกที่จะปิดเสียงรบกวนแทน[คุณมีหนึ่งข้อความ] เวลา 23.50กอหญ้าตอนนี้เธออยู่ไหน ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยนะแล้วอีกอย่างปีนี้ฉันก็อยากฉลองปีใหม่กับเธอ อยากอวยพรปีใหม่ให้เธอเป็นคนแรก“ถ้าไม่รับโทรศัพท์ก็เลิกสนใจมันได้แล้วมองไปที่ท้องฟ้าโน่น” กอ
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอกเวลานัดหมายกับเพื่อนทั้งสองคนของเธอเวลาหนึ่งทุ่มตรง“ไปกันเลยค่ะ”หญิงสาวรีบเดินมาหาชายหนุ่มขณะที่รถยังไม่จอดสนิทดีด้วยซ้ำ“รีบมาเลยนะกลัวจะไม่ได้ไปขนาดนั้น”“เปล่าค่ะกลัวว่าพี่กระทิงจะรอนานหรือรีบกลับไปทำงานเกรงใจค่ะ”กอหญ้าปิดประตูรถก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไป“อืม ต้องไปรับเพื่อนเธอด้วยใช่ไหม”“ใช้ค่ะ”“ไปเที่ยวกับเพื่อนจำที่ฉันบอกได้ไหมว่าตอนที่เธอยังเป็นของฉันอยู่...”“ห้ามเข้าใกล้กันมากเกินไปจนเกินความพอดีค่ะ อันนี้กอหญ้าจำได้”“ไม่ควงแขนไม่จับมือ”“ขอยกเว้นนนท์นี่ได้ไหม”“ได้”“พี่โทรไปต้องรับ”“ค่ะโทรมาต้องรับ” “วันนี้ฉันเพิ่มให้เธออีกข้อหนึ่งห้ามดื่มเหล้า” “ทำไมเหรอคะ มาเที่ยวงานที่มีดนตรีก็ต้องมีดื่มกันบ้างคะ” “เธอจะดื่มก็ได้แต่เธอต้องมีสติ เข้าใจไหม” เป็นเพราะครั้งนั้
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ
เย็นวันอาทิตย์หลบหน้าหลบตาไปเที่ยวพักผ่อนร่างกายและจิตใจมาได้สองคืนสองวัน แล้วนี่เธอต้องกลับมารับกับชะตากรรมของชีวิตที่เธอได้ทำเอาไว้ใช่ไหม“ต้องกลับมาเจอหน้าพี่กระทิงอีกแล้วคราวนี้ไม่รู้จะหลบหน้าอย่างไง อยู่กันแบบอึดอัดอย่างนี้อีกตั้งสองเดือนจริงๆ หรือ เฮ่อ” กอหญ้าถอนาหายใจอย่างหนักเพราะเหนื่อ











