หลายชั่วโมงต่อมา...
หลังจากที่ฉันนั่งรอนักรบจัดการธุระของตัวเองที่ผับเสร็จจนเรียบร้อยดีทุกเรื่องแล้ว เราสองคนก็ลงมาด้านล่างของผับด้วยกันเพื่อเตรียมกลับคอนโด แต่ฉันขอบรรยายจังหวะนี้ก่อนหน่อยเถอะ คือตอนนี้ทำไมฉันมีความรู้สึกว่าตัวเองคล้ายจะเป็นเมียนักรบจริงๆ ว่ะ ก็ไอ้จังหวะที่ประตูลิฟต์เปิดออกแล้วเราสองคนก็ก้าวขาเดินออกไปด้วยกันประหนึ่งว่าเจ้าของผับและเมียเข้ามาตรวจกิจการยังไงยังงั้นมันทำให้ฉันอดรู้สึกว่าฉันเป็นเมียมันจริงๆ ไม่ได้อะ แล้วไหนจะพี่การ์ดชุดดำที่ยืนตามจุดต่างๆ ก้มโค้งให้เราสองคนตลอดทางเดินนั่นอีก
"เป็นอะไร ทำหน้าเหมือนกำลังคุยกับแม่สื่อยังไงยังงั้น" ทันทีที่นักรบหยุดเดินแล้วหันมาถามฉัน ฉันก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าหล่อๆ ของนักรบทันที แต่จังหวะที่ฉันกำลังจ้องหน้าหล่อๆ ของนักรบอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีภาพของฉันกับนักรบกำลังกะหนุงกะหนิงกันดั่งผัวเมียกันปรากฏขึ้นมาในหัวซะงั้น ทำเอาฉันที่รับไม่ได้ต้องรีบส่ายหัวไล่ภาพพวกนั้นออกไปจากสมองอย่างด่วนจี๋เลยทีเดียวก่อนจะรีบปฏิเสธนักรบเสียงสูงในเวลาต่อมา
"อะไร ไม่มี๊ ใครคุยกับแม่สื่อกัน" บ้าจริงเมื่อกี้สมองของฉันมันเป็นบ้าอะไรเนี่ย ภาพไม่เป็นมงคลแบบนั้นแวบเข้ามาในสมองของฉันได้ไง
"ก็แล้วไป แต่หน้าเธอมันฟ้องนะ เผื่อไม่รู้" ว่าจบนักรบก็เดินตรงไปทางออกของผับทันทีทิ้งให้ฉันยืนงงอยู่ว่าเมื่อกี้มันหลอกด่าอะไรฉันหรือเปล่านะ ก่อนที่วินาทีต่อมาฉันจะยืนอ้าปากพะงาบๆแล้วรีบสาวเท้าเดินตามมันออกไปอย่างไว เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้มันแอบหลอกด่าฉันว่าโง่ไงล่ะที่โกหกมันไม่เนียนอะ
ฮึ่ย! ร้ายกาจที่สุด!
.
.
@อาร์โน คอนโด
หลังจากที่ต้องทนนั่งรถกลับมาที่คอนโดกับนักรบนานหลายนาที ในที่สุดก็ถึงคอนโดสักที ถึงปุ๊บฉันกับนักรบก็เดินเข้าห้องใครห้องมันไปแบบที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ คือเอาง่ายๆ เลยก็คือตัวใครตัวมันนั่นแหละ ฉันที่เข้าห้องมาแล้วก็เลยรีบพาตัวเองเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดเข้านอนต่อ แต่ก่อนที่จะเข้านอนจริงๆ ก็ต้องออกมาทาครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกายก่อน ซึ่งแน่นอนว่าคนที่รักสวยรักงามแบบฉันจะพลาดการมาร์คหน้าคืนความชุ่มชื่นให้หนังหน้าตัวเองไม่ได้ มาร์คหน้าตัวเองเสร็จฉันก็ต้องไปดื่มน้ำก่อนนอนต่อ
และใช่ค่ะ น้ำดื่มในห้องนอนของฉันไม่มี ถ้าฉันจะดื่มก็ต้องก้าวเท้าสวยๆ พาตัวเองไปเข้าห้องครัวของตาบ้านักรบ แต่ประเด็นคือถ้าฉันออกไปในสภาพนี้ตอนนี้คงไม่เจอกับนักรบมันนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกตอนนี้พอดีหรอกนะ
แต่ช่างมันเถอะ ออกไปกับชุดนอนที่แอบเซ็กซี่แบบนี้นิดๆ ก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะยังไงซะนักรบมันก็คงไม่ได้พิศวาสฉันจนอยากจะจับฉันปล้ำอยู่แล้ว...
คิดได้ดังนั้นแล้วฉันก็ไม่ยืนทะเลาะกับความคิดของตัวเองต่อ รีบเดินไปที่ประตูห้องแล้วเปิดออกไปในที่สุด แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินผ่านห้องโถงใหญ่ซึ่งมีโซฟากลางห้องตั้งวางอยู่และเยื้องโซฟาไปด้านข้างอีกหลายก้าวก็จะเป็นระเบียงห้องที่สามารถออกไปยืนรับลมชมวิวได้ จู่ๆ สายตาของฉันก็ดันปะทะเข้ากับสายตาเรียบนิ่งของนักรบที่กำลังยืนพิงขอบระเบียงห้องหันหน้าจ้องมาทางฉันโดยที่ในมือกำลังคีบบุหรี่ที่มีควันลอยขึ้นในอากาศจางๆ เข้าพอดี
ให้ตายเถอะโรบิ้น! คิดไว้ว่าไม่น่าจะบังเอิญเจอกันแต่ไหงหมอนี้มันดันออกมายืนสูบบุหรี่ได้เหมาะเจาะกับฉันที่เดินออกมาพอดิบพอดีแบบนี้ได้ล่ะ
"เป็นอะไร ตาค้างอะไรขนาดนั้น เห็นฉันเป็นผีหรือไง" เอาจริงๆ เลยนะยิ่งกว่าเห็นผีซะอีกอะ เข้าใจไหมว่าสภาพการแต่งตัวของฉันตอนนี้คือมันไม่ได้เหมาะสมที่จะออกมาแล้วพบผู้ชายยืนสูบบุหรี่อยู่ไง
ฉันใส่ชุดนอนที่ใครๆ มันก็ชอบพูดว่า 'ชุดนอนไม่ได้นอน' มันอาจจะไม่ได้ขนาดนั้นแต่เนื้อผ้าซาตินแบบสายเดี่ยวพริ้วๆ ดันเนินอกใหญ่ล้นออกมาเกือบจะครึ่งเต้าตอนนี้ มองยังไงมันก็สวยจนน่ากินอะ และอีกอย่างการที่โดนนักรบจ้องตาแบบนั้นกลับมา มันก็ทำให้ฉันใจหวิวๆได้เหมือนกันนะ แล้วไหนจะไอ้แผ่นมาร์คบนหน้าตอนนี้อีก
ให้ตายเถอะฉันจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน น่าอายชะมัด!
“ใส่ชุดนอนผ้าบางขนาดนั้น ไม่หนาวหรือไง”
ฟุบ! ทันทีที่นักรบว่าอย่างนั้นออกมาฉันก็รีบใช้มือปกปิดร่างกายตัวเองทันทีก่อนที่จะด่ามันตาเขียวปัดออกไป “ทะลึ่ง!”
“หึ แล้วออกมาทำไมอีก มันดึกแล้ว หรือว่า…เธอออกมายั่วฉัน เพราะอยากเป็นเมียฉันจริงๆ”
โอโห่ ดูมันพูดสิ มั่นหน้ามากพ่อคุณ คิดได้ไงว่าฉันออกมายั่วตัวเองห้ะ? แค่ใช้ชีวิตปกติทุกวันนี้ก็ยากลำบากพออยู่แล้ว ฉันไม่คิดจะยั่วเถอะ
“มั่นหน้าไปปะ ฉันแค่ออกมาดื่มน้ำเฉยๆ ยะแต่ไม่คิดว่านายจะออกมาสูบบุหรี่ตอนนี้”
“ก็ฉันเป็นเจ้าของห้อง…”
“เออ รู้แล้วน่า” ฉันไม่รอให้นักรบได้พูดจบ รีบตัดบทแล้วรีบเดินหนีมันไปดื่มน้ำในห้องครัวแทน ดื่มเสร็จก็รีบออกจากห้องครัวเดินผ่านห้องโถงเหมือนขามาอีกครั้ง และแน่นอนว่าไอ้เจ้าของห้องมันยังอยู่ที่เดิมค่ะ และมันก็มองตามร่างกายของฉันที่เดินผ่านสายตามันด้วย
เอาจริงๆ เลยนะ นักรบมันไม่ใช่ผู้ชายโรคจิตใช่ไหม ฉันเริ่มระแวงแล้วนะ
“เดี๋ยว!”
กึก!
อะไรของมันอีกเนี่ย ฉันยืนนิ่งมือที่กำลังจะบิดลูกบิดประตูก็ค้างไว้แค่นั้น รอฟังว่าไอ้เจ้าของห้องมันจะพูดว่าอะไร
“ฉันขอสั่งห้ามเธออย่างหนึ่ง”
“อะไร” ฉันหมุนตัวหันไปถามนักรบทันทีที่ได้ยินว่าขอสั่งห้ามฉันอย่างหนึ่ง ซึ่งตอนนี้มันกำลังเดินเข้ามาหาฉันพอดี อะไร...มันจะสั่งห้ามอะไรฉันอีก
“อย่าแต่งตัวแบบนี้ออกมาจากห้องนอนอีก”
หลังจากที่นักรบมันพูดว่า 'อย่าแต่งตัวแบบนี้ออกมาจากห้องนอนอีก' มันก็เดินผ่านหน้าฉันเข้าไปในห้องตัวเองทันที ทิ้งให้ฉันยืนตัวค้างหน้าชาอยู่ที่เดิมสักพักใหญ่ คือฉันกำลังทำตัวไม่ถูกกับคำสั่งห้ามของมันเมื่อกี้ว่าหมายความว่ายังไง
มันพิศวาสฉันเหรอ หรือยังไง แถมสีหน้าตอนพูดออกมาเมื่อกี้ถึงจะดูนิ่งๆ แต่ก็แอบมีความจริงจังในแววตาคู่นั้นอยู่นะ
จึ๊ มันหมายความว่ายังไงกันแน่! โอ้ยไอ้บ้านี้มาทำให้ฉันงงแล้วเดินจากไปแบบนี้ มันน่านักนะ
ปวดหัวกับคำพูดของนักรบพอแล้วฉันก็เลิกสนใจทุกอย่างแล้วรีบหมุนตัวเดินเข้าห้องนอนแทน ถอดแผ่นมาร์คหน้าโยนลงถังขยะเสร็จก็เดินขึ้นไปนอนบนเตียงต่อทันที ดึงผ้าห่มมองเพดานนอนคิดถึงคำพูดของนักรบก่อนหน้านี้อยู่สักพัก สุดท้ายเปลือกตาที่หนักก็ค่อยๆ ปิดลงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด