Share

บทที่ 7

Penulis: Duck.bell
last update Tanggal publikasi: 2026-07-03 22:19:24

@C Club

ใหญ่มาก....

ที่นี่ใหญ่โตสมกับที่เป็นธุรกิจของอาทามสุดหล่อของฉันมาก...

หลังจากที่ฉันกับนักรบมาถึงผับที่ใหญ่โตโอ่อ่ามากๆและเป็นผับที่ฉันยังไม่เคยมาเห็นเลยสักครั้ง ฉันก็ถึงกับยืนอึ้งในความอลังการของที่นี่ คือมันใหญ่โตไฟกะพริบมากแม่ ใหญ่แบบใหญ่มากอะแถมหรูหราหมาเห่ามากๆด้วย ทำไมฉันถึงได้พลาดที่นี่ไปได้นะ

"ที่นี่ใหญ่โตมากเลยอะ" ทันทีที่นักรบเดินมายืนอยู่ข้างๆฉัน ฉันก็พึมพำเหม่อลอยออกไปในขณะที่สายตายังไม่สามารถละไปจากตึกสูงใหญ่โตตรงหน้าได้

"เมื่อก่อนก็ไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้หรอก แต่ป๊าฉันเขาขยายพื้นที่เพิ่มก็เลยใหญ่โตกว่าเดิม"

"อาทามคือรวยเว่อร์อะ" ใช่ อาทามคือรวยเว่อร์จริง เพราะมีธุรกิจในเครือของตระกูลเยอะมาก แล้วไหนจะไร่องุ่นที่อยู่ภาคเหนือนั่นอีก ซึ่งตอนเด็กๆฉันชอบไปวิ่งเล่นที่นั่นกับนักรบมากเพราะชอบแอบไปเด็ดองุ่นมากิน ถึงฉันกับไอ้คนข้างๆจะชอบกัดกันแต่เรื่องไปแอบขโมยองุ่นมากินเรารวมหัวกันมากนะ

และครั้งหนึ่งฉันก็เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าโตขึ้นอยากเป็นลูกสะใภ้ของอาทามเพราะจะได้มีผัวรวย แต่น่าเสียดายจริงๆที่ลูกชายอาทามดันเป็นนักรบนี่สิ เฮ้อ~

"ลูกชายก็รวยไม่ธรรมดานะ" ฉันถึงกับต้องหันไปทางนักรบหลังจากที่จู่ๆมันก็พูดออกมาแบบนั้นก่อนจะเจอกับภาพที่มันกำลังหนีบบัตรสีดำสองสามใบที่นิ้วมือออกมาโชว์ให้ฉันดู

เหอะ! ขี้อวดชะมัด ไอ้บัตรนั่นนะฉันก็มียะแต่แค่โดนยึดไปแล้วแค่นั้นเอง ได้คืนกลับมาเมื่อไหร่ฉันจะอวดสามวันสามคืนเลย รอดูละกัน

"ไม่ต้องอวดหรอก" ว่าจบฉันก็ชิ่งเดินนำนักรบไปก่อน ที่หนีมาก่อนไม่ใช่อะไรนะ อิจฉามันอยากได้บัตรนั่นคืนกลับมาบ้างแต่ป๊าก็ไม่สนใจใยดีฉันเลย ยึดแล้วคือยึดเลยไม่มีทีท่าว่าจะคืนกลับมาให้ฉันด้วย เฮ้อ~

แต่ในขณะที่ฉันเดินนำมาอยู่ดีๆ จู่ๆไอ้เสาไฟฟ้าอย่างนักรบมันก็เดินชิวๆแซงฉันไปหน้าตาเฉยจนทิ้งช่วงไปจากฉันหลายก้าว ฉันก็เลยต้องรีบเดินให้เร็วกว่าเดิมเพราะมันใกล้จะถึงทางเข้าแล้วเดี๋ยวมันแกล้งไม่ให้การ์ดปล่อยฉันเข้าไปอีก

"สวัสดีครับคุณนักรบ วันนี้พาแฟนมาด้วยเหรอครับ"

ตึง! ฉันคืออึ้งจนตัวค้างไปเลยที่ถูกการ์ดหน้าประตูทางเข้าทักออกมาแบบนั้น ส่วนนักรบที่ยืนข้างหน้าฉันก็หยุดชะงักเช่นกันก่อนจะหันข้างมองมาด้านหลังที่ฉันยืนอยู่ด้วยสีหน้านิ่งๆแต่เหมือนจะทำตัวไม่ถูก

เอาจริงๆอารมณ์ตอนนี้คือมันไม่ใช่แค่นักรบเท่านั้นนะที่ไปต่อไม่ถูกจนเลิ่กลั่กไปหมดอะ ฉันก็ด้วย ทักอะไรไม่ทักดันมาทักว่าฉันเป็นแฟนนักรบ จะบ้าเหรอถ้าเป็นแบบนั้นจริงโลกนี้คงร้อนน่าดู เพราะฉันกับนักรบจะพ่นไฟใส่กันไม่หยุดไงล่ะ

ขอร้องเถอะให้โลกที่วุ่นวายตอนนี้มันสงบลงบ้างเถอะอย่าให้ฉันกับนักรบต้องสร้างสงครามกันต่อเลย

"แฟนเฟิงอะไรกัน ยัยนี้ไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อยแค่เพื่อนเฉยๆ"

"อ้าวเหรอครับ เห็นมาด้วยกันผมก็นึกว่าแฟน แต่เพื่อนคุณนักรบสวยดีนะครับ สเปคผมเลย" การ์ดคนเดิมพูดขึ้นด้วยสีหน้าเปื่อนยิ้มขณะที่ตายิ้มของเขาก็จับจ้องมาที่ฉันด้วยท่าทางที่แสดงออกว่าชื่นชมและชื่นชอบฉันจริงๆตามที่ปากพูด แต่พี่เขาคงลืมไปว่าตรงนี้ยังมีเจ้านายตัวเองอย่างนักรบยืนมองพร้อมเดาะลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มอยู่

"ถ้าไม่อยากโดนไล่ออก ก็ให้มันน้อยๆหน่อย"

"อุ๊ย! ขอโทษครับ" พี่การ์ดรีบก้มโค้งขอโทษนักรบอย่างไวก่อนจะกลับมายืนในท่าทีสงบเสงี่ยมในเวลาต่อมา นักรบที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันจึงเดินผ่านหน้าพี่การ์ดด้วยสีหน้าเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เข้าไปด้านในแทน

เป็นอะไรของมัน? จู่ๆก็หน้าตึงเฉยเลย ฉันได้แต่สงสัยอยู่ในหัวคนเดียวก่อนจะเก็บความสงสัยในหัวไปเท่านั้นแล้วรีบเดินให้ทันไอ้คนตัวสูงด้านหน้าที่ก้าวขาฉับๆไม่สนใจคนที่เดินตามแทบไม่ทันแบบฉันอย่างเร่งรีบ

.

.

หลังจากที่ฉันกับนักรบขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นสามของผับแล้ว ก็มีพี่บอดิการ์ดตัวสูงประมาณคอนักรบเดินเข้ามาหาเราสองคนสีหน้าเครียด

"สวัสดีครับคุณนักรบ"

"อืม คนที่นายบอกเขาอยู่ไหน" พี่บอดี้การ์ดมองหน้านักรบแวบหนึ่งก่อนที่จะหันไปทางห้องที่อยู่ด้านหลังตัวเองแล้วหันกลับมาตอบนักรบในเวลาต่อมา "เขาอยู่ในห้องทำงานคุณนักรบครับ" ทันทีที่ได้รับคำตอบนักรบก็ไม่รอช้ารีบก้าวขาเดินตรงไปที่ห้องตามที่ทราบทันที ก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้านใน และก็อีกตามเคยฉันที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย ก็ต้องเข้าไปด้วยเพราะจะให้รออยู่ด้านนอกมันก็ยังไงอยู่

"อ้าว คุณนักรบมาแล้วเหรอครับ ผมนั่งรอคุณอยู่ตั้งนานแหนะ" ปากคุยอยู่กับนักรบแต่ตานั้นไม่ละไปจากใบหน้าของฉันเลยนะ ไม่รู้ว่าจะจ้องอะไรฉันขนาดนั้น ถ้ามองกันด้วยสายตาปกติแบบให้เกียรติกันฉันจะไม่ว่าอะไรเลยแต่นี่ไม่ไง ผู้ชายอายุสามสิบปลายๆคนนี้เขามองฉันด้วยสายตาโลมเลียแบบเปิดเผยทำเอาฉันรู้สึกขยาดกลัวจนต้องขยับเข้าใกล้นักรบเลยทีเดียว

ใช่แล้ว ผู้ชายที่ฉันบอกไปเมื่อกี้เขาน่าจะอายุราวๆสามสิบปลายๆ แต่งตัวทรงเสี่ยเจ้าของผับบาร์ประมาณนั้น ส่วนข้างกายก็มีลูกน้องยืนขนาบข้างสองคนด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอีกด้วย น่ากลัวอะ

"โทษทีครับ พอดีผมต้องไปดูร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ก็เลยมาที่นี่ช้า" นักรบตอบตาลุงทรงเสี่ยตรงหน้าพร้อมกับกุมมือของฉันไปด้วย ฉันที่อยู่ๆก็ถูกกุมมือไว้ก็เลยแอบช้อนตามองนักรบที่กำลังยืนสบตากันกับเสี่ยตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมายืนปกติอีกครั้งแล้วใช้มืออีกข้างกอดแขนนักรบไว้

นักรบน่าจะรู้ว่าก่อนหน้านี้เสี่ยตรงหน้าเขาใช้สายตาแบบไหนมองฉัน มันเลยกุมมือของฉันไว้เพื่อไม่ให้ฉันรู้สึกกลัว ซึ่งฉันก็รู้สึกดีขึ้นนะ จากที่รู้สึกกลัวและประหม่าอยู่ไม่น้อย และที่สำคัญเลยก็คือ ฉันคิดว่าที่นักรบมันกุมมือฉันไว้ก็เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหลอกให้ตาเสี่ยเส็งเคร็งมันไม่แทะโลมใส่ฉันเฉยๆ

ฉันที่ฉลาดอยู่พอสมควรก็เลยเล่นตามน้ำกลับไป เอาให้ตาเสี่ยที่กำลังมองอยู่ตอนนี้เลิกแสดงพฤติกรรมแบบนั้น ซึ่งตาเสี่ยที่เห็นการแสดงนี้แล้วมันก็เหยียดยิ้มบางๆแบบแสยะยิ้มให้พวกฉันเห็น ก่อนจะหุบยิ้มแล้วช้อนตามองฉันกับนักรบด้วยสายตานิ่งๆในภายหลัง จากนั้นก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติต่อ

"ครับ"

"งั้นเชิญนั่งก่อนเลยครับ" นักรบผายมือให้เสี่ยนั่งลงบนโซฟาตัวเดิมที่เสี่ยลุกขึ้นก่อนหน้านี้ ก่อนที่ฉันกับนักรบจะนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามเสี่ยในเวลาต่อมา

"เสี่ยมาหาผมครั้งนี้มีเรื่องอะไรอีกแล้วเหรอครับ" ครั้งนี้? อีกแล้ว? แสดงว่านี้ไม่ใช่การมาพบเจอกันเป็นครั้งแรกสินะ นักรบถึงได้ถามแบบนั้นออกไป แถมนักรบที่อยู่ในท่าทีเรียบนิ่งตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเบื่อหน่ายกับการมาของเสี่ยด้วย ไอ้เสี่ยคนนี้มันต้องไม่มาดีแน่เลย

"แหม่คุณนักรบก็ อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมเนี่ยคนกันเองก็เลยมาหาคุณบ่อย"

"...ผมว่าเสี่ยพูดในสิ่งที่เสี่ยต้องการดีกว่าครับ พอดีผมต้องรีบพาเมียกลับไปนอนต่อครับ"

แค่กๆ ไอ้บ้า! ฉันสำลักน้ำลายตัวเองเลยเห็นไหมเนี่ย ไอ้บ้านักรบ นี่หมอนี้มันคิดอะไรของมันอยู่เนี่ยถึงได้โกหกเสี่ยว่าฉันเป็นเมียมัน โอ้ยแค่เพื่อนกันยังรักษาความสัมพันธ์กันยากเลย แล้วบอกเขาว่าเป็นผัวเมียกัน ฉันอยากจะบ้าตาย

"นี่ นายพูดอะไรออกไปอะ" ฉันดึงแขนนักรบลงมาก่อนจะกระซิบถามเสียงลอดไรฟันให้ได้ยินกันแค่สองคน บ้าบอพูดได้ไงว่าเป็นผัวเมียกัน ไม่กระดากปากบ้างหรือไง

"ไม่เห็นหรือไง ว่ามันยังจ้องเธออยู่ ถ้ามันเล่นจ้องมองเธอแบบนั้นแสดงว่ามันสนใจเธอ อยากเป็นเมียมันหรือไง" เออ อันนี้จริง ไอ้เสี่ยท่าทางโรคจิตตรงหน้าฉันกับนักรบมันไม่ยอมละสายตาไปจากฉันเลย จ้องอยู่นั่นแหละ

"ก็ได้ งั้นฉันจะเล่นตามน้ำละกัน" เมื่อเห็นว่าเสี่ยยังจ้องมองหน้าฉันอยู่ ฉันก็เลยต้องยอมเป็นเมียกำมะลอของนักรบไปก่อน อยากจะบ้าตายรายวัน นั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านอยู่ดีๆก็ถูกลากมาเป็นเมียมันเฉยเลย เฮ้อ!

"อืม" ตกลงกับนักรบเสร็จฉันก็กลับมานั่งตามปกติอีกครั้ง พยายามไม่สบตากับเสี่ยบ้านี้ไว้ ส่วนนักรบมันก็พูดคุยกับเสี่ยต่อ

"ว่าไงครับเสี่ย"

"ก็ได้" เสี่ยละสายตาไปจากใบหน้าของฉันก่อนจะถอนหายใจแล้วเปลี่ยนไปมองหน้านักรบแทน "ผมจะไม่อ้อมค้อมละกันนะ ผมอยากต่อรองเรื่องธุรกิจกับคุณอีกครั้ง ผมอยากให้คุณพิจารณาข้อเสนอที่ผมให้ไว้เมื่อคราวก่อนอีกครั้ง"

"ที่นี่เป็นถิ่นของผมแล้ว ผมคงจะอนุญาตให้เสี่ยเข้ามามีส่วนร่วมในถิ่นของผมไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายด้วย เสี่ยน่าจะรู้ข้อนี้ดีนะครับ เพราะป๊าผมเขาก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเหมือนกัน"

"หึ" หลังจากที่นักรบพูดจบ เสี่ยก็แค้นเสียงหัวเราะในลำคอออกมาทันที ก่อนจะนั่งเงียบมองพื้นตรงหน้าตัวเองแทน

ใช่ สีหน้าของเสี่ยตอนนี้เหมือนกำลังใช้ความคิดว่าจะพูดยังไงกับนักรบต่อดี เพื่อที่จะไม่ต้องถูกปฏิเสธและที่สำคัญที่สุดคือ ฉันดูออกว่าเสี่ยกำลังข่มอารมณ์ที่ไม่พอใจของตัวเองอยู่

"คือผมไม่อยากสร้างศัตรูเลยนะคุณนักรบ" นั่นไง ฉันว่าแล้วเชียวว่าเสี่ยกำลังไม่พอใจนักรบที่พูดออกมาแบบนั้น สายตากับน้ำเสียงตอนนี้ถึงได้ชัดเจนแบบนี้ไง

"มันก็ดีแล้วนี่ครับ ต่างคนต่างอยู่ต่างทำธุรกิจของตัวเอง" แต่นักรบมาเหนือกว่า หมอนี้มันไม่กลัวผู้ชายที่อายุมากกว่าตัวเองและกำลังอยู่ในท่าทางที่กำลังไม่พอใจตัวเองเลยสักนิด ฉันคิดว่ามาร์ตินมันก็น่ากลัวพอแล้วนะ

เจอนักรบเวอร์ชั่นเจ้าของผับนั่งเจรจาคู่การค้าแบบนี้สะพรึงกว่าอีก นิ่งๆแต่รังสีความโหดคือไม่เบาเลย อารมณ์แบบถ้าเสี่ยพร้อมเปิดมันก็พร้อมปิดอะ ฉันสัมผัสได้จากสีหน้าแววตาของนักรบตอนนี้ได้แบบนี้จริงๆนะ

"ไม่สิครับ เพราะยังไงซะผมก็ต้องการที่จะเข้ามาขยายสาขาของผมแถวนี้ และผมก็จะทำให้ธุรกิจเด็กเมื่อวานซืนแบบคุณเจ๊งด้วย" ข่มขู่บวกแช่ง! ไอ้เสี่ยบ้านี้มันกำลังข่มขู่บวกแช่งนักรบนี่

หน่อยแหนะ! ฉันพอที่จะเข้าใจสถานการณ์บ้างแล้ว คือไอ้เสี่ยนี่มันต้องการที่จะเข้ามาขยายธุรกิจตัวเองที่นี่และต้องการมีอิทธิพลในพื้นที่ของนักรบแต่นักรบไม่ให้ มันก็คะยั้นคะยอจะเอาสินะ และรอบนี้ก็มาคุยเพื่อที่จะให้นักรบยอมแต่พอนักรบไม่ยอม กลับพูดจาไม่เข้าหูแบบนี้ซะงั้น

นิสัย! เข้าไปหยุมหัวสักทีดีไหม

"ถ้าเสี่ยอยากกลับไปแบบหมาตกน้ำตั้งแต่เสายังไม่ตั้ง ก็ลองดูครับ ผมว่าเสี่ยเองก็น่าจะสืบประวัติครอบครัวผมและคนรอบตัวผมก่อนที่จะเข้ามาคุยกับผมก่อนแล้ว" ใช่ ฉันจะบอกให้นะว่าครอบครัวนักรบมันก็ไม่ธรรมดานะคะ คุณปู่มันที่เชียงใหม่เนี่ยอิทธิพลไก่กากันซะที่ไหน อีกอย่างทั้งมาร์ตินทั้งไคโรสองคนนั้นก็ลูกมาเฟียมีลูกน้องเป็นของตัวเองอีก ตาเสี่ยคนนี้มันคิดจะสู้จริงเหรอ ถ้าแบ็คไม่หนาจริงอย่ามาคิดสู้เชียวนะมึง

"ได้สิครับ ผมชอบอยู่แล้วไอ้การท้าทายเสี่ยงตายพวกนี้เนี่ย ของโปรดเลย...ไว้เจอกันนะครับ" ว่าจบไอ้เสี่ยมันก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกจากโซฟาไปที่ประตูห้อง แต่จู่ๆมันก็ชะงักเท้าไว้แล้วหันกลับมาจ้องที่หน้าฉันแทนก่อนจะพูดว่า... "ผมชอบเมียคุณนะ สวยดีถ้าเกิดคุณเบื่อน้องเขาเมื่อไหร่ส่งต่อมาให้ผมได้นะแต่ถ้าคุณไม่เบื่อเลย ก็ระวังให้ดีนะครับเดี๋ยวเมียคุณจะกลายเป็นเมียผม"

ป๊าด!!!! ไอ้เสี่ยเวร! มันร้ายมากมาพูดจาแบบนี้ซึ่งๆหน้ากันได้ยังไง สถุลที่สุด!

"นักรบ"

"ฉันรู้แล้ว" ใช่ ฉันกำลังจะหันไปฟ้องนักรบว่าเมื่อกี้ไอ้เสี่ยนั่นมันพูดไม่ให้เกียรติฉัน แต่นักรบมันดันเบรกว่ารู้แล้วซะก่อน ฉันก็เลยเงียบไปแค่นั้น ก่อนจะนั่งสงบสติอารมณ์ที่อยากจะพุ่งออกไปเตะก้านคอไอ้เสี่ยนั่นให้รู้แล้วรู้รอดแทน

คือฉันเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาพูดจาหยาบโลนใส่หรือมาทำท่าทางแทะโลมแบบที่ไอ้เสี่ยนั่นทำเมื่อกี้มากๆ เพราะมันน่ารังเกียจที่สุดแต่ไอ้เสี่ยนั่น...เฮ้อ! ฉันวิ่งตามออกไปเตะก้านคอมันตอนนี้ทันไหม

"ฉันขอโทษละกันที่พาเธอมาที่นี่ แต่หลังจากวันนี้เธอคงต้องระวังตัวไว้"

"ระวังตัวไว้? ทำไม ทำไมฉันต้องระวังตัวไว้ไม่ทราบ" ฉันหันขวับคอแทบเคล็ดหลังจากที่นักรบซึ่งนั่งเงียบไปก่อนหน้านี้พูดออกมาแบบนั้น นั่นนะสิทำไมฉันต้องระวังตัว เกี่ยวอะไรกับฉันอีก

"เธอได้ยินที่ไอ้เสี่ยนั่นมันพูดในตอนท้ายไหม"

"ได้ยิน" ฉันตอบพร้อมทำหน้านึกคิดตามไปด้วย

"แล้วอยากเป็นเมียมันไหมล่ะ"

"บ้า! ใครอยากเป็นเมียไอ้เสี่ยบ้านั่น" ใช่ใครอยากเป็น ถึงหน้าตาจะดูดีอยู่บ้างก็เถอะ แต่เขาโรคจิต ฉันไม่เอาด้วยหรอก

"ก็ถ้าไม่อยากเป็นก็ต้องระวังตัวไว้ มีอะไรก็มาบอกฉัน"

โอ้ย! ให้ตายเถอะนี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ตอนเช้าโดนทำโทษให้อยู่ห้องเดียวกันยังไม่พอ มาตอนนี้โดนไอ้เสี่ยนั่นหมายหัวไว้จนต้องพึ่งบารมีใต้ร่มปีกนักรบอีก ฉันอยากจะบ้าตาย คือมันเข้าค่ายพยายามดันฉันให้ใกล้ชิดไอ้บ้านักรบเกินไปแล้วอะ

นี่เกลียดกันนะไม่ได้ถูกกันสักเท่าไหร่ แต่ต้องมาพึ่งมันเนี่ยไม่คิดว่าฉันจะอกแตกตายก่อนหรือไง!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Cheeky Engineer ป่วนรักนายวิศวะตัวร้าย (นักรบ x ลูกพีช)   บทที่ 82

    หนึ่งปีต่อมา...@โรงแรม"สินสอดทองหมั้นที่ทางเราเอามามอบให้กับหนูพีชค่ะ" คุณย่านัน เป็นคุณย่าของนักรบพูดพร้อมผายมือไปทางพานสินสอดหลายพานตรงหน้าเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวให้กับฝั่งผู้ใหญ่ของเจ้าสาวทราบและทำการตรวจสินสอดไว้ตามพิธีบนพานตรงหน้ามีพานเงินสดสิบล้าน พานทองคำแท่งหนึ่งร้อยบาท พานเครื่องประดับเพชรมูล

  • Cheeky Engineer ป่วนรักนายวิศวะตัวร้าย (นักรบ x ลูกพีช)   บทที่ 81

    แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีความสุข เพราะนักรบไม่ได้อุ้มเฉยๆ เขาอุ้มพร้อมหมุนตัวและเดินไปด้วยทำให้เธอรู้สึกสนุกจนได้ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะวางเธอลงแล้วโน้มตัวลงมากดริมฝีปากจูบเธออย่างรักใคร่ในเวลาต่อมาใช่แล้ว นักรบกำลังจูบเธอ และเป็นจูบที่เธอชอบมากด้วย...เธอชอบจูบของนักรบคืนนี้ที่สุด เ

  • Cheeky Engineer ป่วนรักนายวิศวะตัวร้าย (นักรบ x ลูกพีช)   บทที่ 80

    ความอบอุ่น ความใส่ใจ ความอ่อนโยน และความรักผ่านการกระทำต่างๆ จากผู้ชายคนนี้เท่านั้นที่เธอรู้สึกได้ในตอนนี้รัก...ใช่แล้ว คำคำนี้ต่อให้คนตัวสูงข้างๆ เธอยังไม่เคยพูดออกมา แต่เธอก็สัมผัสได้จากการกระทำ รอยยิ้ม และตัวเขาที่ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงคำว่ารักแบบที่ไม่ต้องพูดให้ได้ยิน"อืม...สวย สวยเหมือนเธอเลย"

  • Cheeky Engineer ป่วนรักนายวิศวะตัวร้าย (นักรบ x ลูกพีช)   บทที่ 79

    19.00น.หลังจากที่ได้ถ่ายรูป นอนอาบแดด เล่นน้ำ ขี่เจ็ทสกีและเดินเล่นริมหาดกับนักรบจนหนำใจไปเมื่อตอนเย็นแล้ว ตกดึกทุกคนก็พากันออกมานั่งเล่นริมสระน้ำ นั่งฟังเพลงพร้อมกับย่างบาร์บีคิว บางคู่อย่างกับมาร์ตินกับพราวฟ้าก็นอนซบอกดูดาวด้วยกันอย่างหวานชื่นไม่แคร์ใคร ในขณะที่คู่ของใบเฟิร์นกับพระพายและคนไม่มีค

  • Cheeky Engineer ป่วนรักนายวิศวะตัวร้าย (นักรบ x ลูกพีช)   บทที่ 78

    "นายรู้คำตอบของฉันแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาของฉันบ้าง ฉันอยากรู้ว่าในชีวิตของนายอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดเหรอ?"ลูกพีชยืนสบตาอ่อนโยนของคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มน้อยๆอย่างรอคำตอบ เธอไม่ได้คาดหวังหรอกว่าคำตอบจากนักรบมันจะเป็นแบบไหน และไม่ได้คาดหวังด้วยว่าตัวเองตอบนักรบไปแบบนั้นแล้ว อีกฝ่ายจะต้องตอบแบบที่เธอตอบอีกฝ่าย

  • Cheeky Engineer ป่วนรักนายวิศวะตัวร้าย (นักรบ x ลูกพีช)   บทที่ 77

    "จะนอนด้วยกันได้ไง เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" แพรวาพูดจบก็ลุกขึ้นลากกระเป๋าขึ้นชั้นสองอย่างทุลักทุเลทันที ฉันที่เห็นแบบนั้นก็เลยเตรียมจะหันไปบอกไคโรให้ตามไปช่วย แต่ยังไม่ทันได้พูดเลย ไอ้คนตัวสูงเท่าผัวฉันมันก็ยัดกายขึ้นจากโซฟาเดินตามไปช่วยคนที่ลุกหนีมันไปเมื่อกี้พอดีพวกฉันที่เหลือที่ยังนั่งอยู่บ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status