@C Club
ใหญ่มาก....
ที่นี่ใหญ่โตสมกับที่เป็นธุรกิจของอาทามสุดหล่อของฉันมาก...
หลังจากที่ฉันกับนักรบมาถึงผับที่ใหญ่โตโอ่อ่ามากๆและเป็นผับที่ฉันยังไม่เคยมาเห็นเลยสักครั้ง ฉันก็ถึงกับยืนอึ้งในความอลังการของที่นี่ คือมันใหญ่โตไฟกะพริบมากแม่ ใหญ่แบบใหญ่มากอะแถมหรูหราหมาเห่ามากๆด้วย ทำไมฉันถึงได้พลาดที่นี่ไปได้นะ
"ที่นี่ใหญ่โตมากเลยอะ" ทันทีที่นักรบเดินมายืนอยู่ข้างๆฉัน ฉันก็พึมพำเหม่อลอยออกไปในขณะที่สายตายังไม่สามารถละไปจากตึกสูงใหญ่โตตรงหน้าได้
"เมื่อก่อนก็ไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้หรอก แต่ป๊าฉันเขาขยายพื้นที่เพิ่มก็เลยใหญ่โตกว่าเดิม"
"อาทามคือรวยเว่อร์อะ" ใช่ อาทามคือรวยเว่อร์จริง เพราะมีธุรกิจในเครือของตระกูลเยอะมาก แล้วไหนจะไร่องุ่นที่อยู่ภาคเหนือนั่นอีก ซึ่งตอนเด็กๆฉันชอบไปวิ่งเล่นที่นั่นกับนักรบมากเพราะชอบแอบไปเด็ดองุ่นมากิน ถึงฉันกับไอ้คนข้างๆจะชอบกัดกันแต่เรื่องไปแอบขโมยองุ่นมากินเรารวมหัวกันมากนะ
และครั้งหนึ่งฉันก็เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าโตขึ้นอยากเป็นลูกสะใภ้ของอาทามเพราะจะได้มีผัวรวย แต่น่าเสียดายจริงๆที่ลูกชายอาทามดันเป็นนักรบนี่สิ เฮ้อ~
"ลูกชายก็รวยไม่ธรรมดานะ" ฉันถึงกับต้องหันไปทางนักรบหลังจากที่จู่ๆมันก็พูดออกมาแบบนั้นก่อนจะเจอกับภาพที่มันกำลังหนีบบัตรสีดำสองสามใบที่นิ้วมือออกมาโชว์ให้ฉันดู
เหอะ! ขี้อวดชะมัด ไอ้บัตรนั่นนะฉันก็มียะแต่แค่โดนยึดไปแล้วแค่นั้นเอง ได้คืนกลับมาเมื่อไหร่ฉันจะอวดสามวันสามคืนเลย รอดูละกัน
"ไม่ต้องอวดหรอก" ว่าจบฉันก็ชิ่งเดินนำนักรบไปก่อน ที่หนีมาก่อนไม่ใช่อะไรนะ อิจฉามันอยากได้บัตรนั่นคืนกลับมาบ้างแต่ป๊าก็ไม่สนใจใยดีฉันเลย ยึดแล้วคือยึดเลยไม่มีทีท่าว่าจะคืนกลับมาให้ฉันด้วย เฮ้อ~
แต่ในขณะที่ฉันเดินนำมาอยู่ดีๆ จู่ๆไอ้เสาไฟฟ้าอย่างนักรบมันก็เดินชิวๆแซงฉันไปหน้าตาเฉยจนทิ้งช่วงไปจากฉันหลายก้าว ฉันก็เลยต้องรีบเดินให้เร็วกว่าเดิมเพราะมันใกล้จะถึงทางเข้าแล้วเดี๋ยวมันแกล้งไม่ให้การ์ดปล่อยฉันเข้าไปอีก
"สวัสดีครับคุณนักรบ วันนี้พาแฟนมาด้วยเหรอครับ"
ตึง! ฉันคืออึ้งจนตัวค้างไปเลยที่ถูกการ์ดหน้าประตูทางเข้าทักออกมาแบบนั้น ส่วนนักรบที่ยืนข้างหน้าฉันก็หยุดชะงักเช่นกันก่อนจะหันข้างมองมาด้านหลังที่ฉันยืนอยู่ด้วยสีหน้านิ่งๆแต่เหมือนจะทำตัวไม่ถูก
เอาจริงๆอารมณ์ตอนนี้คือมันไม่ใช่แค่นักรบเท่านั้นนะที่ไปต่อไม่ถูกจนเลิ่กลั่กไปหมดอะ ฉันก็ด้วย ทักอะไรไม่ทักดันมาทักว่าฉันเป็นแฟนนักรบ จะบ้าเหรอถ้าเป็นแบบนั้นจริงโลกนี้คงร้อนน่าดู เพราะฉันกับนักรบจะพ่นไฟใส่กันไม่หยุดไงล่ะ
ขอร้องเถอะให้โลกที่วุ่นวายตอนนี้มันสงบลงบ้างเถอะอย่าให้ฉันกับนักรบต้องสร้างสงครามกันต่อเลย
"แฟนเฟิงอะไรกัน ยัยนี้ไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อยแค่เพื่อนเฉยๆ"
"อ้าวเหรอครับ เห็นมาด้วยกันผมก็นึกว่าแฟน แต่เพื่อนคุณนักรบสวยดีนะครับ สเปคผมเลย" การ์ดคนเดิมพูดขึ้นด้วยสีหน้าเปื่อนยิ้มขณะที่ตายิ้มของเขาก็จับจ้องมาที่ฉันด้วยท่าทางที่แสดงออกว่าชื่นชมและชื่นชอบฉันจริงๆตามที่ปากพูด แต่พี่เขาคงลืมไปว่าตรงนี้ยังมีเจ้านายตัวเองอย่างนักรบยืนมองพร้อมเดาะลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มอยู่
"ถ้าไม่อยากโดนไล่ออก ก็ให้มันน้อยๆหน่อย"
"อุ๊ย! ขอโทษครับ" พี่การ์ดรีบก้มโค้งขอโทษนักรบอย่างไวก่อนจะกลับมายืนในท่าทีสงบเสงี่ยมในเวลาต่อมา นักรบที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันจึงเดินผ่านหน้าพี่การ์ดด้วยสีหน้าเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เข้าไปด้านในแทน
เป็นอะไรของมัน? จู่ๆก็หน้าตึงเฉยเลย ฉันได้แต่สงสัยอยู่ในหัวคนเดียวก่อนจะเก็บความสงสัยในหัวไปเท่านั้นแล้วรีบเดินให้ทันไอ้คนตัวสูงด้านหน้าที่ก้าวขาฉับๆไม่สนใจคนที่เดินตามแทบไม่ทันแบบฉันอย่างเร่งรีบ
.
.
หลังจากที่ฉันกับนักรบขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นสามของผับแล้ว ก็มีพี่บอดิการ์ดตัวสูงประมาณคอนักรบเดินเข้ามาหาเราสองคนสีหน้าเครียด
"สวัสดีครับคุณนักรบ"
"อืม คนที่นายบอกเขาอยู่ไหน" พี่บอดี้การ์ดมองหน้านักรบแวบหนึ่งก่อนที่จะหันไปทางห้องที่อยู่ด้านหลังตัวเองแล้วหันกลับมาตอบนักรบในเวลาต่อมา "เขาอยู่ในห้องทำงานคุณนักรบครับ" ทันทีที่ได้รับคำตอบนักรบก็ไม่รอช้ารีบก้าวขาเดินตรงไปที่ห้องตามที่ทราบทันที ก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้านใน และก็อีกตามเคยฉันที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย ก็ต้องเข้าไปด้วยเพราะจะให้รออยู่ด้านนอกมันก็ยังไงอยู่
"อ้าว คุณนักรบมาแล้วเหรอครับ ผมนั่งรอคุณอยู่ตั้งนานแหนะ" ปากคุยอยู่กับนักรบแต่ตานั้นไม่ละไปจากใบหน้าของฉันเลยนะ ไม่รู้ว่าจะจ้องอะไรฉันขนาดนั้น ถ้ามองกันด้วยสายตาปกติแบบให้เกียรติกันฉันจะไม่ว่าอะไรเลยแต่นี่ไม่ไง ผู้ชายอายุสามสิบปลายๆคนนี้เขามองฉันด้วยสายตาโลมเลียแบบเปิดเผยทำเอาฉันรู้สึกขยาดกลัวจนต้องขยับเข้าใกล้นักรบเลยทีเดียว
ใช่แล้ว ผู้ชายที่ฉันบอกไปเมื่อกี้เขาน่าจะอายุราวๆสามสิบปลายๆ แต่งตัวทรงเสี่ยเจ้าของผับบาร์ประมาณนั้น ส่วนข้างกายก็มีลูกน้องยืนขนาบข้างสองคนด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอีกด้วย น่ากลัวอะ
"โทษทีครับ พอดีผมต้องไปดูร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ก็เลยมาที่นี่ช้า" นักรบตอบตาลุงทรงเสี่ยตรงหน้าพร้อมกับกุมมือของฉันไปด้วย ฉันที่อยู่ๆก็ถูกกุมมือไว้ก็เลยแอบช้อนตามองนักรบที่กำลังยืนสบตากันกับเสี่ยตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมายืนปกติอีกครั้งแล้วใช้มืออีกข้างกอดแขนนักรบไว้
นักรบน่าจะรู้ว่าก่อนหน้านี้เสี่ยตรงหน้าเขาใช้สายตาแบบไหนมองฉัน มันเลยกุมมือของฉันไว้เพื่อไม่ให้ฉันรู้สึกกลัว ซึ่งฉันก็รู้สึกดีขึ้นนะ จากที่รู้สึกกลัวและประหม่าอยู่ไม่น้อย และที่สำคัญเลยก็คือ ฉันคิดว่าที่นักรบมันกุมมือฉันไว้ก็เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหลอกให้ตาเสี่ยเส็งเคร็งมันไม่แทะโลมใส่ฉันเฉยๆ
ฉันที่ฉลาดอยู่พอสมควรก็เลยเล่นตามน้ำกลับไป เอาให้ตาเสี่ยที่กำลังมองอยู่ตอนนี้เลิกแสดงพฤติกรรมแบบนั้น ซึ่งตาเสี่ยที่เห็นการแสดงนี้แล้วมันก็เหยียดยิ้มบางๆแบบแสยะยิ้มให้พวกฉันเห็น ก่อนจะหุบยิ้มแล้วช้อนตามองฉันกับนักรบด้วยสายตานิ่งๆในภายหลัง จากนั้นก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติต่อ
"ครับ"
"งั้นเชิญนั่งก่อนเลยครับ" นักรบผายมือให้เสี่ยนั่งลงบนโซฟาตัวเดิมที่เสี่ยลุกขึ้นก่อนหน้านี้ ก่อนที่ฉันกับนักรบจะนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามเสี่ยในเวลาต่อมา
"เสี่ยมาหาผมครั้งนี้มีเรื่องอะไรอีกแล้วเหรอครับ" ครั้งนี้? อีกแล้ว? แสดงว่านี้ไม่ใช่การมาพบเจอกันเป็นครั้งแรกสินะ นักรบถึงได้ถามแบบนั้นออกไป แถมนักรบที่อยู่ในท่าทีเรียบนิ่งตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเบื่อหน่ายกับการมาของเสี่ยด้วย ไอ้เสี่ยคนนี้มันต้องไม่มาดีแน่เลย
"แหม่คุณนักรบก็ อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมเนี่ยคนกันเองก็เลยมาหาคุณบ่อย"
"...ผมว่าเสี่ยพูดในสิ่งที่เสี่ยต้องการดีกว่าครับ พอดีผมต้องรีบพาเมียกลับไปนอนต่อครับ"
แค่กๆ ไอ้บ้า! ฉันสำลักน้ำลายตัวเองเลยเห็นไหมเนี่ย ไอ้บ้านักรบ นี่หมอนี้มันคิดอะไรของมันอยู่เนี่ยถึงได้โกหกเสี่ยว่าฉันเป็นเมียมัน โอ้ยแค่เพื่อนกันยังรักษาความสัมพันธ์กันยากเลย แล้วบอกเขาว่าเป็นผัวเมียกัน ฉันอยากจะบ้าตาย
"นี่ นายพูดอะไรออกไปอะ" ฉันดึงแขนนักรบลงมาก่อนจะกระซิบถามเสียงลอดไรฟันให้ได้ยินกันแค่สองคน บ้าบอพูดได้ไงว่าเป็นผัวเมียกัน ไม่กระดากปากบ้างหรือไง
"ไม่เห็นหรือไง ว่ามันยังจ้องเธออยู่ ถ้ามันเล่นจ้องมองเธอแบบนั้นแสดงว่ามันสนใจเธอ อยากเป็นเมียมันหรือไง" เออ อันนี้จริง ไอ้เสี่ยท่าทางโรคจิตตรงหน้าฉันกับนักรบมันไม่ยอมละสายตาไปจากฉันเลย จ้องอยู่นั่นแหละ
"ก็ได้ งั้นฉันจะเล่นตามน้ำละกัน" เมื่อเห็นว่าเสี่ยยังจ้องมองหน้าฉันอยู่ ฉันก็เลยต้องยอมเป็นเมียกำมะลอของนักรบไปก่อน อยากจะบ้าตายรายวัน นั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านอยู่ดีๆก็ถูกลากมาเป็นเมียมันเฉยเลย เฮ้อ!
"อืม" ตกลงกับนักรบเสร็จฉันก็กลับมานั่งตามปกติอีกครั้ง พยายามไม่สบตากับเสี่ยบ้านี้ไว้ ส่วนนักรบมันก็พูดคุยกับเสี่ยต่อ
"ว่าไงครับเสี่ย"
"ก็ได้" เสี่ยละสายตาไปจากใบหน้าของฉันก่อนจะถอนหายใจแล้วเปลี่ยนไปมองหน้านักรบแทน "ผมจะไม่อ้อมค้อมละกันนะ ผมอยากต่อรองเรื่องธุรกิจกับคุณอีกครั้ง ผมอยากให้คุณพิจารณาข้อเสนอที่ผมให้ไว้เมื่อคราวก่อนอีกครั้ง"
"ที่นี่เป็นถิ่นของผมแล้ว ผมคงจะอนุญาตให้เสี่ยเข้ามามีส่วนร่วมในถิ่นของผมไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายด้วย เสี่ยน่าจะรู้ข้อนี้ดีนะครับ เพราะป๊าผมเขาก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเหมือนกัน"
"หึ" หลังจากที่นักรบพูดจบ เสี่ยก็แค้นเสียงหัวเราะในลำคอออกมาทันที ก่อนจะนั่งเงียบมองพื้นตรงหน้าตัวเองแทน
ใช่ สีหน้าของเสี่ยตอนนี้เหมือนกำลังใช้ความคิดว่าจะพูดยังไงกับนักรบต่อดี เพื่อที่จะไม่ต้องถูกปฏิเสธและที่สำคัญที่สุดคือ ฉันดูออกว่าเสี่ยกำลังข่มอารมณ์ที่ไม่พอใจของตัวเองอยู่
"คือผมไม่อยากสร้างศัตรูเลยนะคุณนักรบ" นั่นไง ฉันว่าแล้วเชียวว่าเสี่ยกำลังไม่พอใจนักรบที่พูดออกมาแบบนั้น สายตากับน้ำเสียงตอนนี้ถึงได้ชัดเจนแบบนี้ไง
"มันก็ดีแล้วนี่ครับ ต่างคนต่างอยู่ต่างทำธุรกิจของตัวเอง" แต่นักรบมาเหนือกว่า หมอนี้มันไม่กลัวผู้ชายที่อายุมากกว่าตัวเองและกำลังอยู่ในท่าทางที่กำลังไม่พอใจตัวเองเลยสักนิด ฉันคิดว่ามาร์ตินมันก็น่ากลัวพอแล้วนะ
เจอนักรบเวอร์ชั่นเจ้าของผับนั่งเจรจาคู่การค้าแบบนี้สะพรึงกว่าอีก นิ่งๆแต่รังสีความโหดคือไม่เบาเลย อารมณ์แบบถ้าเสี่ยพร้อมเปิดมันก็พร้อมปิดอะ ฉันสัมผัสได้จากสีหน้าแววตาของนักรบตอนนี้ได้แบบนี้จริงๆนะ
"ไม่สิครับ เพราะยังไงซะผมก็ต้องการที่จะเข้ามาขยายสาขาของผมแถวนี้ และผมก็จะทำให้ธุรกิจเด็กเมื่อวานซืนแบบคุณเจ๊งด้วย" ข่มขู่บวกแช่ง! ไอ้เสี่ยบ้านี้มันกำลังข่มขู่บวกแช่งนักรบนี่
หน่อยแหนะ! ฉันพอที่จะเข้าใจสถานการณ์บ้างแล้ว คือไอ้เสี่ยนี่มันต้องการที่จะเข้ามาขยายธุรกิจตัวเองที่นี่และต้องการมีอิทธิพลในพื้นที่ของนักรบแต่นักรบไม่ให้ มันก็คะยั้นคะยอจะเอาสินะ และรอบนี้ก็มาคุยเพื่อที่จะให้นักรบยอมแต่พอนักรบไม่ยอม กลับพูดจาไม่เข้าหูแบบนี้ซะงั้น
นิสัย! เข้าไปหยุมหัวสักทีดีไหม
"ถ้าเสี่ยอยากกลับไปแบบหมาตกน้ำตั้งแต่เสายังไม่ตั้ง ก็ลองดูครับ ผมว่าเสี่ยเองก็น่าจะสืบประวัติครอบครัวผมและคนรอบตัวผมก่อนที่จะเข้ามาคุยกับผมก่อนแล้ว" ใช่ ฉันจะบอกให้นะว่าครอบครัวนักรบมันก็ไม่ธรรมดานะคะ คุณปู่มันที่เชียงใหม่เนี่ยอิทธิพลไก่กากันซะที่ไหน อีกอย่างทั้งมาร์ตินทั้งไคโรสองคนนั้นก็ลูกมาเฟียมีลูกน้องเป็นของตัวเองอีก ตาเสี่ยคนนี้มันคิดจะสู้จริงเหรอ ถ้าแบ็คไม่หนาจริงอย่ามาคิดสู้เชียวนะมึง
"ได้สิครับ ผมชอบอยู่แล้วไอ้การท้าทายเสี่ยงตายพวกนี้เนี่ย ของโปรดเลย...ไว้เจอกันนะครับ" ว่าจบไอ้เสี่ยมันก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกจากโซฟาไปที่ประตูห้อง แต่จู่ๆมันก็ชะงักเท้าไว้แล้วหันกลับมาจ้องที่หน้าฉันแทนก่อนจะพูดว่า... "ผมชอบเมียคุณนะ สวยดีถ้าเกิดคุณเบื่อน้องเขาเมื่อไหร่ส่งต่อมาให้ผมได้นะแต่ถ้าคุณไม่เบื่อเลย ก็ระวังให้ดีนะครับเดี๋ยวเมียคุณจะกลายเป็นเมียผม"
ป๊าด!!!! ไอ้เสี่ยเวร! มันร้ายมากมาพูดจาแบบนี้ซึ่งๆหน้ากันได้ยังไง สถุลที่สุด!
"นักรบ"
"ฉันรู้แล้ว" ใช่ ฉันกำลังจะหันไปฟ้องนักรบว่าเมื่อกี้ไอ้เสี่ยนั่นมันพูดไม่ให้เกียรติฉัน แต่นักรบมันดันเบรกว่ารู้แล้วซะก่อน ฉันก็เลยเงียบไปแค่นั้น ก่อนจะนั่งสงบสติอารมณ์ที่อยากจะพุ่งออกไปเตะก้านคอไอ้เสี่ยนั่นให้รู้แล้วรู้รอดแทน
คือฉันเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาพูดจาหยาบโลนใส่หรือมาทำท่าทางแทะโลมแบบที่ไอ้เสี่ยนั่นทำเมื่อกี้มากๆ เพราะมันน่ารังเกียจที่สุดแต่ไอ้เสี่ยนั่น...เฮ้อ! ฉันวิ่งตามออกไปเตะก้านคอมันตอนนี้ทันไหม
"ฉันขอโทษละกันที่พาเธอมาที่นี่ แต่หลังจากวันนี้เธอคงต้องระวังตัวไว้"
"ระวังตัวไว้? ทำไม ทำไมฉันต้องระวังตัวไว้ไม่ทราบ" ฉันหันขวับคอแทบเคล็ดหลังจากที่นักรบซึ่งนั่งเงียบไปก่อนหน้านี้พูดออกมาแบบนั้น นั่นนะสิทำไมฉันต้องระวังตัว เกี่ยวอะไรกับฉันอีก
"เธอได้ยินที่ไอ้เสี่ยนั่นมันพูดในตอนท้ายไหม"
"ได้ยิน" ฉันตอบพร้อมทำหน้านึกคิดตามไปด้วย
"แล้วอยากเป็นเมียมันไหมล่ะ"
"บ้า! ใครอยากเป็นเมียไอ้เสี่ยบ้านั่น" ใช่ใครอยากเป็น ถึงหน้าตาจะดูดีอยู่บ้างก็เถอะ แต่เขาโรคจิต ฉันไม่เอาด้วยหรอก
"ก็ถ้าไม่อยากเป็นก็ต้องระวังตัวไว้ มีอะไรก็มาบอกฉัน"
โอ้ย! ให้ตายเถอะนี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ตอนเช้าโดนทำโทษให้อยู่ห้องเดียวกันยังไม่พอ มาตอนนี้โดนไอ้เสี่ยนั่นหมายหัวไว้จนต้องพึ่งบารมีใต้ร่มปีกนักรบอีก ฉันอยากจะบ้าตาย คือมันเข้าค่ายพยายามดันฉันให้ใกล้ชิดไอ้บ้านักรบเกินไปแล้วอะ
นี่เกลียดกันนะไม่ได้ถูกกันสักเท่าไหร่ แต่ต้องมาพึ่งมันเนี่ยไม่คิดว่าฉันจะอกแตกตายก่อนหรือไง!