LOGIN“มาขู่ฟ่อ ๆ เป็นงูอะไรตรงนี้จีน” เสียงของหนึ่งในเหล่าเพื่อนสนิททั้งหลายของฉันร้องทัก
“เสือกอะ” ฉันหันไปทำหน้ากวน ๆ ใส่เพื่อนในกลุ่ม
“สาบานว่านั่นปากผู้หญิง สาบานว่าคำนั้นพ่นออกจากปากคุณหนูจิลลา” เพื่อนอีกคนของฉันทำหน้ากวนยิ่งกว่า
“เห็นหนังหน้าคนพูดไหมล่ะไอ้ปิง” ฉันย้อนอีกครั้ง
“ขอร้องเถอะ ลดความหยาบลงมาบ้าง เฮียทิวจะเชือดพวกกูเพราะนิสัยหยาบ ๆ ที่เพิ่มขึ้นทุกวันของคุณหนูจิลลานี่แหละ” นี่เสียงของปอง ‘ปิง’ ‘ปอง’ สองคนนี้เป็นพี่น้องกัน เกิดห่างกันปีแค่ปีเดียว แต่ความหล่อนี่สุดทั้งคู่
“พี่ทิวไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น อย่าใส่ร้ายพี่ชายกูสิ” ฉันทำเป็นพูดไปงั้นนั่นแหละคะ ฉันรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้ของฉันเป็นยังไง
ซึ่งแน่นอนว่าฉันเพิ่งจะรู้เมื่อหนึ่งปีก่อน รู้ชัดทุกอย่าง
และถึงเขาจะเป็นคนดีหรือไม่ดี เขายังเป็นพี่ชายคนโตที่น่ารักสำหรับฉันเสมอ เหมือนกับเวลาที่ฉันตัดสินใจจะทำอะไร พี่ทิวมักยอมรับในการตัดสินใจของฉันเสมอ เขาบอกว่าฉันเป็นน้องสาวที่เขารักมากที่สุด และเขาจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาทำให้ฉันเสียใจอีก
“เฮ้อ… แล้วนี่ยังไง มาขู่ให้เฮียจาสักอะไรให้อีก” นี่เสียงของไอ้เปรย มันชอบรู้ทัน
หรือเพราะฉันชอบทำอะไรซ้ำ ๆ กัน มันถึงจับทางได้ก็ไม่รู้
“ของขวัญให้พี่หมอคีย์ไง” ฉันแสยะยิ้มร้าย
“ถ้าบอกของขวัญ กูสยองแทน” ไอ้ป๊อกทำท่าลูบตามขนแขนของตัวเอง
“สยองอะไร มาดูถูกของขวัญที่หนูจีนอุตส่าห์อดหลับอดนอนทำให้พี่หมอคีย์ได้ยังไง” ฉันตั้งท่าจะกัดเพื่อน
“แต่ก่อนอาจจะใช่ ของขวัญทุกชิ้นที่มึงทำ ล้วนทำด้วยใจ แต่เดี๋ยวนี้ ตั้งแต่ที่รอยสักเริ่มเกิดขึ้นทีละรูป ทีละรูป จิลลาคนนั้นก็ค่อย ๆ หายไปพร้อมกับการเกิดใหม่ของรอยสักตามร่างกายมึง” นี่เสียงของไอ้ปลื้ม ผู้ชายขี้บ่นที่สุดในกลุ่ม
“หยุด! หยุดค่ะไอ้คุณปลื้ม เลิกบ่น แล้วไปช่วยแม่มึงขายขนมจีนที่ตลาดกัน”
“ฮึ” เพื่อนชายทั้งห้าของฉันเค้นเสียงขำในลำคอพร้อมกัน
ไม่มีเพื่อนคนไหนกล้าขัดฉัน อาจจะเพราะว่าฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม หรืออาจจะเป็นเพราะการที่เหล่าเพื่อนห้า ป. รับฉันเข้ากลุ่ม เป็นเพราะพี่ทิวต้องการให้ปกป้องฉัน
แล้วคือไอ้เปรย ไอ้ป๊อก และไอ้ปลื้มมัน 3 คนไม่ใช่พี่น้องกัน แต่ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันแล้วชื่อ ป. ปลาเหมือนกัน ก็เพราะการรวมตัวสุดแปลก ด้วยความคิดของพี่ชายคนโตของฉัน
ซึ่งก็ไม่รู้พี่ทิวเจอพวกนี้ได้ยังไง ฉันไม่เคยถามสักครั้ง
หลายชั่วโมงต่อมา...“อุตส่าห์เรียนทันตะ สุดท้ายก็ได้มาทำงานบริหารควบคู่อยู่ดี เหนื่อยคูณ 2” ตอนนี้เรากำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ พี่หมอคีย์นอนหนุนที่ตักของฉันพร้อมอ่านศึกษาเอกสารที่จะต้องเข้าประชุมพรุ่งนี้ตอนบ่าย“ไม่บ่นสิคะ สู้ ๆ นะ พี่หมอคีย์ของหนูเก่งอยู่แล้ว น่ารักมาก ๆ ด้วย”“ก็พี่เหนื่อย ไม่อยากทำแล้ว ไม่คิดว่าลุงกล้าจะทำแบบนี้ อุตส่าห์ยกให้ ยังมาคืนให้อีก แค่ทำคลินิกอย่างเดียวก็พอแล้ว” ได้ทีบ่นยกใหญ่เลยค่ะ แล้วก็บ่นแบบนี้แทบทุกวันตั้งแต่เริ่มทำงานที่บริษัท“งื้ม เพื่ออนาคตของบริษัทไงคะ อดทนน้า สงสารคุณปู่ไง” ฉันเอาสองมือบดบี้ที่สองแก้มของพี่หมอคีย์ อยากให้กำลังใจ แต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้เขารู้สึกดีกว่านี้ เพราะฉันก็รู้นั่นแหละว่าเขาเหนื่อยมาก ๆ“พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้หนูเลย”“ไม่มีเวลาที่ไหน เราก็ได้อยู่ด้วยตลอดไงคะ” ฉันก้มลงไปจูบที่กลีบปาก “ไม่งอแงนะคะ โตแล้วคนเก่ง”“รู้แล้วครับ พี่ก็แค่อยากอ้อนเมียแค่นั้นเอง” พี่หมอคีย์ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ดึงฉันลงไปนอนกอด“อ้อนอะไรดีคะ แค่นี้ก็รักมาก ๆ แล้วน้า”“รู้ครับ หนูน่ะรักพี่ที่สุดแล้ว ขอโทษ และขอบคุณนะครับที่รักพี่ พี่น่ะรักหนูที่สุดเลย” ระห
งานแต่งงานของฉันผ่านพ้นไปด้วยดีค่ะ นี่ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ในวันงานแต่งมีเพื่อนฉันมากันครบ ปลื้มก็มา นั่งรถเข็นมาเพราะยังเดินไม่สะดวก แต่ก็ฝืนสังขารมาเพื่อฉัน คนในครอบครัวมาเยอะเลยค่ะ มีคุณย่าไลลาคุณปู่คงคาที่ต้องออกงานร่วมกัน คุณย่าเก่ง วางตัวดี เหมาะสมแก่การเป็นนายหญิงใหญ่ของตระกูลศิวะวานนท์น่าเสียดายที่ความรักไม่ใช่สิ่งที่หยุดคุณปู่ได้ จากที่แม่ชอบแอบคุยกับยายเวลามาที่นี่ ฉันก็พอจะเข้าใจว่าคุณปู่อยู่ตัวคนเดียวมานานจึงไม่สามารถหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนเดียวงานแต่งงานในวันนั้นเป็นภาพความทรงจำที่ดีมากค่ะ แต่ญาติของพี่หมอคีย์มีแค่คุณปู่และลุงกล้านะคะ ที่เหลือหายหมดเลย ไม่ได้ฆ่านะคะ แต่พี่ทิวจัดการหาหลักฐานมาเอาผิดส่งตัวให้ตำรวจจัดการ ดำเนินการตามกฎหมายไปค่ะ เรื่องนี้คุณปู่ของพี่หมอคีย์ต้องรู้ค่ะ ความจริงไม่อยากให้รู้แต่เมื่อกลายเป็นเรื่องใหญ่คุณปู่จึงต้องรู้จากที่คาดการณ์ว่าคุณปู่จะตกใจ แต่กลับกลายเป็นว่าคุณปู่เฉย เหมือนท่านจะรู้อยู่แล้ว หลังจากงานแต่งจึงจัดการดำเนินคดีกับญาติของพี่หมอคีย์ค่ะทุกอย่างเรียบร้อยดี“มาแล้วค่า” ฉันเดินเข้ามาในห้องพักของพี่หมอคีย์
“อยากให้ไปจริงอะ” เปรยพูดแหย่ฉัน พอเห็นว่าฉันเขินเมื่อพูดออกไปก็ได้ทีล้อเลียน“ไม่อยากจะพูดไหม” ฉันชักสีหน้า “ก็เพื่อนกันไหม หรือพวกมึงไม่คิดว่ากูเป็นเพื่อนแล้ว” นี่เริ่มเข้าข่ายน้อยใจเพื่อนแล้วนะคะ“อะไรกันไอ้จีน เดี๋ยวนี้มึงขี้น้อยใจเหรอวะ มึงรู้ไหมว่าพวกกูคิดถึงมึงมาก แต่โดนเฮียสั่งห้ามมาเจอมึง ถ้าไอ้ปลื้มยังไม่บริสุทธิ์ใจ พวกกูยังเป็นเพื่อนมึงเสมอ และจะคอยอยู่ข้าง ๆ มึงตลอดเหมือนเดิม มึงอะยังอยากเป็นเพื่อนกับคนอย่างพวกกูอยู่ไหม” ปิงอธิบาย“อ้าว พี่ทิวไม่ได้ทำร้ายพวกมึงเหรอ”“ทำร้ายอะไร เฮียรู้ว่ามึงรักพวกกู เฮียไม่ทำร้ายคนที่น้องสาวรักหรอก แต่ให้พวกกูสำนึกตัวเอง ให้พวกกูคิดว่าที่ได้มาอยู่ข้างมึงเพื่ออะไร ถ้าคิดไม่ได้ก็ไม่ต้องมาเจอมึง ความจริงพวกกูคิดได้ตั้งนานแล้ว แต่รอไอ้ปลื้มมันพร้อม เพราะเฮียบอกว่า ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่พร้อมก็ไม่ต้องไปเจอสักคน” อันนี้เปรยว่าเสริมค่ะ“ขอกอดเพื่อนได้ไหมคะ” ฉันเงยหน้าขึ้นถามพี่หมอคีย์ เขาคือว่าที่สามี การที่ฉันจะไปแตะตัวผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่เขา และไม่ใช่บรรดาญาติของฉัน ฉันก็อยากจะขออนุญาตก่อน แบบอยากให้เกียรติ“ครับ” พี่หมอคีย์ยิ้มให้ฉัน เหมือนจะพอใจท
“สรุปแล้วมันอะไรกันคะพี่คีย์ ทำไมมีคนมา…”“คนของป้าที่ลอบยิงเรา คนของลุงกล้าโดนคนของลุงเอกจัดการ มันฉุกละหุกหลายฝ่ายลุงกล้าจัดการไม่ทัน” สีหน้าของพี่หมอคีย์เครียดมาก ตอนนี้ปลื้มปลอดภัยแล้วค่ะ ส่วนพี่หมอคีย์รับสายไม่หยุด และได้คนของพี่ทิวมาช่วยคุ้มกันเพิ่มมันน่าหนักใจยิ่งกว่าเดิมที่จะต้องห้ามให้คุณปู่ที่อายุเยอะแล้วรับรู้เรื่องนี้เด็ดขาด เนื่องด้วยพี่หมอคีย์กลัวคุณปู่ตกใจจนอาการทรุดคิดแล้วก็เครียด คือมันเกินไปไหมอะ ฉันแค่จะแต่งงานเองนะ ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ อำนาจเงินทำคนใจกล้าขนาดนี้เชียวเหรอ“เป็นแบบนี้แล้วไม่อยากแต่งเลย” ฉันพูดออกมาตามที่ใจคิด นั่นทำให้พี่หมอคีย์ชะงัก ตอนนี้เราอยู่ที่ห้องพักฟื้น ซึ่งมีปลื้มนอนอยู่บนเตียง ปลื้มโดนยิงสองจุด แต่ไม่ใช่จุดที่สำคัญนัก อาจจะเป็นความโชคดีมั้งคะคิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าปลื้มไม่มาผลักพี่หมอคีย์ออก ป่านนี้ฉันกับพี่หมอคีย์จะเป็นยังไง“ไม่เอาสิ ไม่พูดแบบนี้ ลุงกล้ากำลังจัดการ ทุกอย่างจะเรียบร้อย” พี่หมอคีย์เขาเครียดมาก เครียดจนฉันรู้สึกสงสาร ทั้งที่ไม่เหลือพ่อแม่แล้ว แต่ยังโดนคนที่เป็นญาติแท้ ๆ คิดเอาชีวิตของเขาและชีวิตฉันด้วยน่าสลดใจที่สุดน่าสงส
ปัง ปัง!สองครั้งพร้อมร่างของฉันและพี่หมอคีย์ที่ล้มลงกับพื้นนี่เราโดนยิงเหรอ?แล้วต่อจากนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นไปหมด ผู้คนพากันแตกตื่น เสียงร้องดังลั่น พี่หมอคีย์ยังกอดฉันไว้แน่น แม้ว่าเราจะล้มลงมาแล้ว ฉันอยู่ด้านล่างของพี่หมอคีย์ โดนพี่หมอคีย์ทับไว้สักพักเสียงปืนสงบลง เหมือนกับฝั่งนั้นจะหนีไปได้“พะ พี่คีย์...” ฉันเรียกเสียงสั่น น้ำตาเอ่อคลอ พี่หมอคีย์จะทิ้งฉันไม่ได้นะ ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด“หนู เจ็บตรงไหมจีน หนูเจ็บตรงไหนรึเปล่า” พี่หมอคีย์ยังคงห่วงฉัน แทนที่จะห่วงตัวเอง เอาตัวมาบังกระสุนแทน บาดเจ็บรึเปล่าก็ไม่รู้ พี่หมอคีย์ค่อย ๆ พยุงตัวของฉันขึ้น“ไม่ ไม่เจ็บ จีนไม่ได้โดนยิง ละ...แล้วพี่คีย์อะ พี่คีย์โดนยิงใช่ไหม” ฉันเริ่มสำรวจพี่หมอคีย์ แต่ไม่มี ไม่มีแผลที่โดนยิง“ไม่ พี่ไม่ได้โดน หนูไม่เจ็บแน่นะจีน” พี่หมอคีย์ดูเหมือนจะกลัวว่าฉันจะเป็นอะไรไปมาก ๆ เมื่อฉันพยักหน้าว่าไม่เจ็บ พี่หมอคีย์ก็ดึงฉันเข้าสู่อ้อมกอดในระหว่างที่ฉันโดนพี่หมอคีย์กอดอยู่นั้น สายตาของฉันเหลือบเห็นใครคนหนึ่งกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น ที่แผ่นหลังของเขามีเลือดไหลออกมา“พิ...พี่คีย์ พี่คีย์คะ ปล่อยจีนก่อน” เสียงข
หลายวันต่อมา…การอยู่แบบคนไร้เพื่อนไม่ใช่เรื่องง่ายเอาซะเลย ฉันที่เคยมีเพื่อนรายล้อมตอนนี้เหลือตัวคนเดียวจริงอยู่ว่ามีพี่หมอคีย์ มีพี่ชายที่คอยเป็นห่วง และมีคนในครอบครัว แต่คนเคยมีเพื่อน เคยผูกพันยังไงก็ต้องคิดถึงกันอยู่แล้วถูกไหมคะฉันเชื่อว่าคุณเคยสูญเสียเพื่อน และถ้าเลือกได้คุณก็ไม่อยากสูญเสียใช่ไหมล่ะ“ยิ้มหน่อยสิหนู มะรืนก็งานแต่งของเราแล้วนะ” ฉันกับพี่หมอคีย์ออกมาทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารข้าง ๆ คลินิกค่ะ และแน่นอนว่าอีก 2 วันจะถึงงานแต่งงานของฉัน“หนูหน้าบึ้งเหรอคะ” ฉันรู้แหละว่าตัวเองหน้าบึ้ง เพราะวูบหนึ่งคิดถึงเพื่อนทั้ง 5 คนที่หายไปจากฉัน ก็แค่คิดว่างานแต่งงานของฉันความจริงแล้วต้องมี 5 คนนั้นร่วมด้วยพอมาคิดถึงหลักความจริงว่าจะไม่มีพวกนั้นมา ฉันก็เกิดอาการเศร้าใจไงคะ“ก็นิดหน่อยครับ”“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะพี่คีย์” ฉันมองหน้าพี่หมอคีย์ด้วยความสำนึกผิด เพราะได้บอกไว้แล้วว่าจะไม่เอามาใส่ใจให้มากนัก แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้“พี่เข้าใจ พี่อยู่ตรงนี้นะ ไม่ไปไหนหรอก อยู่ข้าง ๆ หนู เดี๋ยวเรื่องนี้มันก็ผ่านไป เราจะผ่านมันไปด้วยกัน” พี่หมอคีย์กอบกุมมือของฉันไว้ เราสองคนส่งยิ้มให้กัน “







