Masuk“เฮียไม่น่าถามคำถามนี้นะครับ” ตอบพร้อมสายตาที่อ่านโคตรง่ายว่าผมน่ะได้พ่อ พ่อน่ะเหมือนผม
“วันนี้ให้อภัย อารมณ์ดี” ผมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม “นาฟไปไหนช่วงนี้” น้องชายของผมหายหน้าไปครับ ไม่รู้ไปโผล่ที่ไหน ปกติจะมาโผล่ที่ผม
“มันกำลังหลอกเด็กอยู่เฮีย เฮียเตรียมตัวไปประกันตัวมันเถอะ” เรซกับนาฟเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน สนิทกันมากด้วยนั่นแหละครับ
“สรรหาปัญหา” ผมโคลงหัวเบา ๆ
“แล้วพรุ่งนี้เฮียเข้าบ้านชะ” เรซชอบพูดภาษาวัยรุ่นครับ และผมเข้าใจนะครับ เพราะผมยังไม่แก่
“ไม่ครับ พรุ่งนี้ขายของ” ใครจะไป ผมไม่ไปหรอก แล้วป๊าเสือก็ไม่กล้าเผากางเกงยีนส์ของผมหรอกครับ
“หนีมากสุดได้แค่ 3 ครั้งนะเฮีย หลังจากนั้นต้องยอม” อ้า ใช่ ๆ อันนี้เรื่องจริง ผมหนีการเจอป๊าเสือได้แค่ 3 ครั้ง ต่อหนึ่งเรื่อง แล้วหลังจากนั้นป๊าเสือเอาจริง
“ต้องโทษพี่น้องที่พากันมีลูกกันหมดครับ” ไวไฟกันเหลือเกิน ไม่รู้จะรีบมีกันไปทำไม คราวนี้ผมไม่มี ผมก็แย่สิครับ
“ก็เฮียหวงตัว”
“ไม่มีใครเพอร์เฟกต์พอจะมายืนเคียงข้างต่างหาก” ว่าแล้วก็ควรส่องกระจกสักหน่อยจะดีกว่า
เนี่ย ดูดีขนาดนี้ จะเอาผู้หญิงแบบไหนมายืนเคียงข้างได้ ถ้าเอาก็ขอแบบไม่ทรยศ เป็นข้อแรกเลยแล้วกัน ผมว่าแค่ข้อนี้ก็ไม่มีใครผ่านแล้วครับ
“บางทีคุยกับเฮีย เรซก็เครียดนะ กลับมานั่งคิดดูแล้วแบบ เฮ้ย! คุยกันได้ไงวะ”
“แล้วสรุปคุยรู้เรื่องมั้ยครับ” ผมวางกระจกลง
“ก็ต้องรู้แหละครับ งั้นจะตอบโต้กันได้เหรอ เฮียทิวหล่อเพอร์เฟกต์แบบนี้ใคร ๆ ก็อยากคุยด้วย โดยเฉพาะสาว ๆ” เดินมานั่งข้างกายผม มาแนวนี้มีเรื่องจะขอแน่ ๆ
“อย่าอ้อมค้อม” ผมพูดอย่างรู้ทัน
“นัดสาวไว้ตอน 5 ทุ่ม ยืมรถกับขอตังค์หน่อยครับ เรซโดนพ่อยึดหมดเลย บอกว่าใช้เงินเกินตัว” อาเนมก็เลี้ยงผมมา ก็เหมือนพ่ออีกคนของผมนั่นแหละครับ เรซก็เลยเหมือนน้องชายของผม
เจ้าชู้ที่หนึ่งเลยล่ะรายนี้
“กุญแจรถอยู่ที่เดิม เลือกเอาจะเอาคันไหน ตังค์จะเอาเท่าไหร่” ผมหยิบกระเป๋าเงินเตรียมควักจ่าย
“แปดพัน ไม่ ๆ ของเรซแปดพันของไอ้นาฟห้าพัน ไอ้นาฟฝากขอ” ผมวางข้อศอกค้ำที่ต้นขาเอามือจับที่ข้างขมับแล้วหันหน้ามองน้องชาย
“โถ่เฮียทิวครับ อย่ามองเรซซี่แบบนั้นสิครับ นาฟฟี่ฝากขอมาด้วยไงครับ ไม่งั้นก็ไม่เยอะหรอกครับ” นี่แค่มองยังเข้าใจ แถมยังเรียกตัวเองแบบหน่อมแน้มอีก เป็นแบบนี้ประจำ
“พรุ่งนี้ไม่ให้นะ หัดประหยัดหน่อย อย่าโง่ให้ผู้หญิงหลอก” ผมวางเงินลงที่โต๊ะสองหมื่นบาท “เสร็จแล้วเอารถไปล้างด้วย”
“เนี่ย ๆ เพอร์เฟกต์ใจดีแบบนี้ไงเรซซี่ถึงรัก เฮียทิวอย่าให้พ่อรู้นะครับ เดี๋ยวพ่อโวยวาย”
“อืม”
“อ้อ เรซจะล้างให้สะอาดเลยครับ เรซรู้ว่าเฮียทิวไม่ชอบให้ผู้หญิงขึ้นรถ”
“อืม”
“แล้วเรซก็จะรีบลากหัวไอ้นาฟมาหาเฮียเลยครับ”
“อืม”
“งั้นไปนะครับเฮีย เดี๋ยวจะเที่ยวเผื่อ”
“อืม” เดินผิวปากไปเลือกกุญแจรถ แล้วออกจากบ้านไปแล้วครับ ก่อนจะพ้นประตูบ้านก็หันมาโบกมือให้ผม
ผมให้สองหมื่น ให้แบ่งคนละหมื่น ถ้าจะให้ต้องให้เท่ากัน จะได้ไม่เกิดการครหา
แต่ไม่พ้นพรุ่งนี้มานั่งหน้าเศร้าเอ่ยขอใหม่ เป็นแบบนี้ประจำ
“แต่งงานเหรอ?” ไม่เคยอยู่ในความคิดของผมสักครั้งตั้งแต่ที่หญิงชั่วนั่นทิ้งผมไป
แต่ตอนนี้ต้องมีในความคิดแล้วล่ะ เพราะผมหนีเรื่องนี้ได้แค่ 3 ครั้งเท่านั้น
“ใครหนอจะเป็นเจ้าสาวของผู้ชายเพอร์เฟกต์แบบธีรวัฒน์คนนี้” ผมพึมพำคนเดียวพร้อมยกกระจกขึ้นมาส่องตามใบหน้า หล่อกว่าผมคงหาได้ แต่หล่อแบบผมน่ะหายาก
“เวรละ!” ผมสบถและรีบลุกขึ้นยืน นี่ 3 ทุ่ม 45 นาที ผมต้องรีบนอนช่วง 4 ทุ่ม โกรทฮอร์โมนจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ หน้าของผมจะได้เต่งตึง ดูเด็กกว่าวัย
นอนดึกไม่ดีต่อสุขภาพ คนหล่อ ๆ ดี ๆ แบบผมต้องรักษาร่างกาย
ว่าแล้วผมควรไปนอนครับ
“ต้องบอกว่าพูดจนกว่ากูจะตายครับไอ้ห่าทิว” เคลิ้มตอบและเบนสายตามามองฉัน “วันนี้สวยนะเนี่ย”“อย่ามามองวิว” พี่ทิวดันตัวฉันให้ยืนหลบด้านหลัง“ทำหวงไอ้ห่า” เคลิ้มบิดยิ้มกวน“แก่ทั้งคู่แล้วยังทะเลาะอะไรกันอีกนะครับ พวกเฮียนี่เมื่อไหร่สมองจะโตกันน้า” นาฟขับรถเข้ามาจอดและรีบลงมาจากรถ จากนั้นก็ส่ายหน้าใส่พี่ทิวกับเคลิ้ม“หึ” พี่ทิวกับเคลิ้มส่งเสียงพร้อมกัน“ไงเรา” พี่ทิวเอ่ยทักคู่หมั้นของนาฟ เธอยิ้มเล็กน้อย แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือบางทีนี่อาจจะไม่ใช่รอยยิ้มจริง ๆ ของเธอ“สวัสดีค่ะพี่ ๆ” น้องคนดีเธอเอ่ยทักพร้อมกับยกมือไหว้พวกฉัน เธอชื่อ ‘คนดี’ เป็นคู่หมั้นของนาฟ“เข้าบ้านกันครับไอ้คุณพี่ทิว” เคลิ้มบิดยิ้มให้นาฟพร้อมสายตาเชิงขบขันกับสิ่งที่นาฟกำลังทำ จากนั้นก็วกกลับมาเอ่ยชวนพี่ทิวที่มองนาฟด้วยสายตาไม่ต่างจากที่เคลิ้มมอง“เข้าบ้านกันค่ะน้องคนดี” ฉันเอ่ยชวนพร้อมยิ้มสดใสให้เธอ ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบเจออะไรแบบนี้ แต่เธอคงมีเหตุผลถึงได้เอาตัวเองมายืนอยู่จุดนี้“ค่ะพี่วิว” น้องคนดีเธอเดินมาเทียบข้างฉัน แต่โดนนาฟฉุดรั้งมือไปจับไว้ก่อน“มากับพี่ก็ต้องเดินกับพี่สิ พี่สะใภ้เขาก็ต้องเดินกับผัวเขา จะไปเกะ
เช้าวันใหม่ ไม่ได้สดใสอย่างที่ใจฉันคิด ทั้งที่ควรจะสดใสกว่าทุกวันเพราะวันนี้มีพี่ทิวมาอยู่ในชีวิตแต่อย่างที่รู้กันไงคะ มันไม่ใช่เลย“เบ้าตากูดำ เพราะมึงเลยไอ้เรียว” พี่ทิวโวยวายขณะที่นั่งตักกับข้าวใส่จานให้ฉัน ก็กว่าเขาทั้งสองจะถกเถียง ไม่ใช่สิ เรียกว่าสนทนา เขาสองคนเรียกแบบนั้น กว่าจะจบลงก็ปาเข้าไปดึกดื่น ต่อปากต่อคำจนฉันหลับไปก่อน“คนไม่หล่อ ทำอะไรก็ลำบากงี้แหละ” พี่เรียวพูดและยกยิ้มเยาะเย้ย“พวกมึงสองคนช่วยเลิกกัดกันทีเถอะ สงสารน้องบ้าง” เสียงของพี่เมืองไม้ค่ะ พี่เมืองไม้กลับมาเมื่อเช้าหลังจากที่เมื่อคืนฉันแอบส่งข้อความไปบอกพี่เมืองไม้ว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันแล้วโคตรลำบาก มาช่วยด่วน เช้ามาพี่เมืองก็มาถึงค่ะ“เสือก!!!” ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน และมองหน้าพี่เมืองไม้ สายตาคล้ายมองฉันเมื่อคืนนี้เลย“กูตัดสินใจละ” พี่เมืองไม้พูดพร้อมตักข้าวใส่ปากประโยคของพี่เมืองไม้เรียกความสนใจพี่ทิวและพี่เรียวได้ดีเดียว พี่ทิวและพี่เรียวพูดออกมาพร้อมกัน “อะไร?”“กูจะเอาน้องไปอยู่บ้านกู พวกมึงไม่ต้องเสนอหน้าไป ถ้ายังทะเลาะกัน” พี่เมืองไม้พูดด้วยท่าทีไม่สนใจพี่ทิวและพี่เรียว“ไม่ ไม่ได้เด็ดขาด ถ้
“เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะซื้อหมามาสู้กับหมามึง”“เฮอะ หาตัวที่มันเชื่อง ๆ ล่ะ เดี๋ยวจะกัดเจ้าของอีก”“พอเถอะค่ะ วิวบอกแล้วใช่มั้ยคะว่าถ้าไม่นอนก็ไปคุยกันข้างนอก บ้านตั้งใหญ่โตมีห้องอื่นให้ทะเลาะกันอีกตั้งเยอะ ขอร้องเถอะค่ะ ขอแค่ไม่ใช่ที่นี่จะได้มั้ยคะ” ฉันเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อทั้งสองคนไม่ยอมเลิกรากันสักที“ใครทะเลาะ” เสียงของทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน “พวกเราแค่สนทนากันแค่นั้นเอง” และพูดประโยคเดียวกันอีกครั้งเหมือนกลายเป็นว่าฉันโดนรุม ส่วนเขาทั้งสองคนไม่ใช่คนผิด เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพราะฉันที่เข้าใจผิดไปแค่นั้นเอง“ถ้าแค่สนทนา งั้นก็เลิกสนทนาเถอะค่ะเพราะวิวจะนอน แต่ถ้ายังคิดถึงกัน ยังอยากสนทนากันก็ไปสนทนาห้องอื่นเถอะนะคะ จะห้องของพี่เรียวก็ได้ สนทนากันให้หนำใจ” ฉันตามน้ำไปค่ะ ไม่ได้ประชด แต่อยากนอนเงียบ ๆ อยากพักผ่อนแล้ว แต่เหมือนทั้งสองคนจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือ“ไม่สนทนาแล้วค่ะ พี่อยากนอนกอดวิวแล้ว” พี่ทิววางกะทิลงข้าง ๆ ฉันอีกฝั่งหนึ่ง แล้วตัวของพี่ทิวก็นอนลงมาพร้อมโอบกอดฉัน“พี่ก็อยากนอนกอดน้องบ้าง แต่วันนี้ไม่มีที่ว่างให้พี่เลย พี่น้อยใจจังค่ะ” พี่เรียวทำหน้าน้อยใจอย่างชั
มันเหมือนจะดีใช่มั้ยคะ ที่พี่ทิวกับฉันกลับมาอยู่ด้วยกัน ฉันคิดว่าเป็นเรื่องดีแต่ที่ไหนได้ฉันลืมคิดไปว่าพี่ทิวกับพี่เรียวเขายังขึงขังใส่กันไม่เลิกรา มันจึงกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัว เมื่อพี่เรียวรู้ว่าพี่ทิวมาหาฉันที่บ้าน พี่เรียวก็รีบบินกลับมาไทยทันที คนสนิทของพี่เรียวบอกว่าพี่เรียวทิ้งงานในส่วนที่เหลือให้คนอื่นจัดการส่วนตัวของพี่เรียวนั้นก็… “กูจะนอนกับน้องกูจะผิดตรงไหน กูนอนของกูทุกวันมึงก็รู้” เสียงของพี่เรียวค่ะ เขากำลังต่อปากต่อคำกับพี่ทิว เป็นแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้วไม่มีใครยอมใคร“ที่ผ่านมากูไม่อยู่ไง แต่ตอนนี้กูอยู่แล้ว กูจะนอนกับเมียกู” พี่ทิวเถียงกลับขอขยายความก่อนว่าปกติพี่เรียวจะมานอนเป็นเพื่อนฉันตลอด นับตั้งแต่ที่ฉันออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่ผ่าตัดเสร็จ พี่เรียวจะมีที่นอนของเขา ซึ่งพี่เรียวสั่งคนขนเข้ามานอนข้างเตียงฉัน ส่วนเตียงของฉันก็จะมีกะทินอนข้างกาย คือตอนกลางคืนพี่เรียวจะเป็นคนดูแลฉันตลอด ไม่ให้พยาบาลพิเศษมาวุ่นวาย“กูก็จะดูแลน้องสาวกู” พี่เรียวบอกขณะที่นั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง“เมียกูกูดูแลได้ มึงไม่ต้องมาดูแลแล้ว” พี่ทิวว่ากลับ ซึ่งพี่ทิวนั่งอยู่บนฟูกบนเตียงเดียวกัน
“คิดไปถึงไหนแล้วที่รัก พี่แค่จะบอกว่าพี่ก็เลยจัดการผู้หญิงคนนั้นให้หายออกไปจากครอบครัวของเรา ต่อไปวิวจะได้ไม่ต้องเกะกะตาเพราะผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วนะคะ”“พี่ทิวพูดจริงเหรอคะ”“จริงสิคะ พี่ไม่ชอบโกหกวิวก็รู้”“แต่เมื่อกี้สีหน้าของพี่ทิวไม่ใช่แบบนั้นเลยนะคะ พี่ทิวทำอย่างกับว่าไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว”“พี่จะมีอะไรกับใครได้คะ นอกจากเมียพี่คนเดียว แล้วก็จดทะเบียนสมรสกับพี่แล้ว ที่รักไม่มีสิทธิ์คิดถึงใบหย่านะคะ” ฉันนั่งมองหน้าพี่ทิว ฉันรู้ว่าเขาไม่ใช่คนชอบโกหก แต่ท่าทางเมื่อครู่มันเหมือนจริงมากนะแล้วฉันควรเชื่ออันไหน“เชื่อพี่เถอะที่รัก คนอย่างพี่รักใครแล้วรักเลย พี่ไม่คิดรักคนอื่นอีก เมื่อกี้พี่แค่อยากแกล้งวิวบ้าง เพราะวิวทิ้งพี่ร้องไห้อยู่ได้ตั้งนาน พี่คิดถึงวิวมากรู้บ้างมั้ยคะที่รัก”“แค่แกล้งจริง ๆ ใช่มั้ยคะ”“จริงสิคะ ผู้ชายหวงตัวอย่างพี่ ต่อให้เมามากแต่ไหน แต่ถ้าผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่วิวมาแตะพี่ต้องรู้สึกตัวอยู่แล้ว วิวยังเป็นผู้หญิงคนแรกและจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้ทั้งตัวและหัวใจของพี่ตลอดไป” พี่ทิวยื่นมือมาจับมือของฉันไปจูบและสูดดม และเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ฉัน“พี่ทิวโกรธวิวมั้ยคะ”
[VIEW TALK]สามเดือนผ่านไปแล้วนับตั้งแต่วันที่ฉันผ่าตัด ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงกายภาพบำบัด เริ่มลงน้ำหนักก้าวเดินได้ แต่ยังไม่เหมือนคนปกติทั่วไปเดินกัน ซึ่งมาได้ขนาดนี้ก็นับว่าดีมากแล้วไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี แสดงว่าอาวอร์มของพี่ทิวเขาเก่งมากจริง ๆแฝดมาหาฉันแทบทุกวัน แฝดมากับมี้และป๊าเสือ ด้านพี่ทิวเห็นว่าเขารักษาตัวจนหายดีและกลับไปทำงานบริหารโรงแรมในส่วนของเขา พี่ชายของฉันบอกว่าพี่ทิวโอเคขึ้นมาก ๆ หลังจากที่เมาหัวราน้ำไปสักพักใหญ่มันก็เลยทำให้ฉันแอบคิดน้อยใจอีกว่าหรือพี่ทิวไม่ต้องการฉันแล้ว เขาถึงฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขนาดนั้นคือความจริงแล้วอะ เขาเป็นแบบนี้มันก็ดีแล้ว ผิดที่ฉันนี่แหละที่น้อยเนื้อต่ำใจไปเอง ทั้งที่ความจริงเขามีความสุขดี ฉันก็ควรมีความสุขด้วย เพราะคือสิ่งที่ฉันเลือกเอง“แล้วจะร้องไห้ทำไมล่ะ เธอควรดีใจสิ ควรดีใจที่พี่ทิวสบายดี” ฉันนั่งเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความรู้สึกบ้าบอของตัวเองฉันคงงี่เง่างอแงเพราะอยู่คนเดียวมั้ง เนื่องจากพี่เรียวมีงานด่วนที่ญี่ปุ่น ส่วนพี่เมืองก็ไปเจรจากับนักลงทุนร่วม ตอนนี้ฉันจึงอยู่บ้านกับพยาบาลพิเศษ และแม่บ้านของพี่เรียว แล้วก็







