เข้าสู่ระบบหลายชั่วโมงต่อมา...
ครืด! ครืด!
ระหว่างที่ราชากำลังนั่งทำงานที่อาจารย์สั่งอยู่นั้นโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงรีบหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นชื่อของลูกพี่ลูกน้องอย่างวิเวียนที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ จึงเลื่อนนิ้วไปกดรับสาย โดยที่ไม่ได้พูดอะไร
(อยู่ไหนคะ)
"เฮียเรียนอยู่ มีอะไร"
(อ้าว วินึกว่าเฮียเลิกแล้ว)
"ยังหรอก แล้วนี่เราเลิกเรียนแล้วเหรอ"
(ใช่ค่ะ กำลังเดินลงจากอาคารเรียนเนี่ย)
"งั้นก็นั่งรอที่หน้าคณะเรานะ เดี๋ยวถ้าเฮียเลิกเรียนแล้ว จะโทรหาอีกครั้ง แค่นี้แหละเฮียทำงานก่อน"
(อย่าเพิ่งวางค่ะเฮีย)
เขาบอกออกไปพร้อมกับจะวางโทรศัพท์ลงแต่ปลายสายดันพูดเบรกไว้เสียก่อน
"อะไร"
(เฮียควันเลิกเรียนยังคะ)
"ยัง ตอนนี้มันก็นั่งอยู่ข้างเฮียนี่แหละ มีอะไรหรือเปล่า"
(แค่คิดถึงเฮียควันหลง)
"หยุดเพ้อเจ้อถึงมันได้แล้ว มันปฏิเสธกี่ครั้งก็ไม่เคยจำ"
(ก็คนมันรักไปแล้วนี่นา)
"....."
(วันนี้เฮียกลับไปก่อนได้เลยนะ พอดีหนูมีนัดกับเพื่อน เดี๋ยวตอนกลับจะโทรให้คนขับรถที่บ้านมารับ)
"มีเพื่อนคบแล้วเหรอ ผู้หญิงหรือผู้ชาย"
(ก็ต้องมีแล้วสิ หนูสวยขนาดนี้ เพื่อนใหม่หนูเป็นผู้หญิงทั้งคู่ น่ารักทั้งนั้น)
"คบเพื่อนก็เลือกคบเพื่อนดี ๆ ด้วย เข้าใจไหม"
(รู้แล้วค่ะปะป๊า)
ปลายสายพูดออกมาแบบนั้นเธอก็กดตัดสายทันที เขาจึงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าไว้เช่นเดิมและนั่งทำงานของตัวเองต่อ
"มึงคุยกับใคร"
"คนที่แอบชอบมึงไง"
ซึ่งเขาพูดออกไป อีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา "แล้วนี่จะกลับเลยไหม หรือจะทำงานให้เสร็จ"
"กลับกันเลยดีกว่า"
พอได้รับคำตอบจากควันหลง ก็หันมาปลุกคนที่กำลังนอนอยู่
"เนียร์"
"....."
นาเนียร์ หลังจากที่สะกิดไปสักพัก หญิงสาวที่นอนหลับอยู่ก็สะลึมสะลือลืมตาตื่นขึ้นมา พร้อมกับจ้องมองมาที่เขา
"เรียกทำไม"
นาเนียร์แสดงสีหน้าด้วยความไม่พอใจ หลังจากที่มีคนมารบกวนเวลาเธอนอนพัก เพราะหญิงสาวเพิ่งนอนพักสายตาไปไม่นานนี้เอง
"อาจารย์ออกไปแล้ว แถมเพื่อน ๆ ก็ออกกันไปหมดแล้วเนี่ย ฉันกับไอ้ราชาช่วยกันปลุกเธอตั้งนาน ก็ไม่ยอมตื่น ทำไมหลับเป็นตายแบบนี้ เมื่อคืนไปแรดที่ไหนมา" ควันหลงที่นั่งกอดอกมองอยู่ก็พูดออกไป
"ไปปาร์ตี้วันเกิดยัยโรสน่ะสิ กว่าจะกลับถึงคอนโดก็เกือบเช้าเลย" หญิงสาวก็ตอบเสียงพูดอู้อี้
"แล้ววันนี้เธอจะกลับกับใคร" ชายหนุ่มถามคนที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋า
"ใครว่างไปส่งก็กลับกับคนนั้นแหละ"
นาเนียร์ตอบแบบไม่ใส่ใจ พร้อมกับเดินนำออกไปจากห้อง ซึ่งเขากับควันหลงก็รีบเดินตามไปติด ๆ
"วันนี้เดี๋ยวกูไปส่งนาเนียร์เอง เมื่อเช้ามึงก็ไปรับมาแล้ว"
ขณะที่กำลังเดินลงบันไดมายังชั้นล่างของอาคาร ชายหนุ่มก็พูดออกมา เพราะเมื่อเช้าควันหลงได้ไปรับแล้ว ตอนเย็นเขาเลยคิดว่าจะอาสาไปส่งเพื่อนสาวแทน
"โอเค งั้นกูจะได้กลับบ้านเลย พอดีวันนี้ตอนเย็นแม่ให้ไปกินข้าวด้วย" ควันหลงพูดจบก็เดินแยกออกไป
เขากับนาเนียร์ ก็เดินแยกออกมาอีกทางซึ่งพอเดินมาถึงรถของเขาแล้ว หญิงสาวก็เดินเข้าไปนั่งในรถ ส่วนเขาก็เดินอ้อมไปยังฝั่งที่นั่งคนขับ โดยพอเข้ามาถึงแล้ว ก็คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย พร้อมกับสตาร์ตรถคันหรูของตัวเองขับออกมาด้วยความเร็วไม่มาก
"ไปหาอะไรกินกันที่ห้างดีไหม"
ระหว่างที่เขาขับรถอยู่นั้น ก็หันไปมองคนด้านข้างที่กำลังงีบหลับพักสายตาอยู่ พร้อมกับเอ่ยชวนไปหาอะไรกินกัน
"แกหิวเหรอ"
"ก็นิดหน่อย พอดีตอนเที่ยงไม่ได้กินอะไร"
"ทำไมแกไม่กิน เดี๋ยวก็เจ็บท้องเอาหรอก แล้วเวลาฉันไม่กิน แกชอบมาบ่นฉัน แต่ตัวเองเสือกทำเอง" นาเนียร์นั่งบ่นให้กับเขา
"ก็วันนี้อาจารย์สุวัฒน์ปล่อยช้า กว่าจะได้ลงมาที่โรงอาหาร อาหารก็หมดแล้ว"
"เดี๋ยวเอาไว้วันหลังถ้าแกมีเรียนกับอาจารย์สุวัฒน์ก่อนกินข้าวอีก เดี๋ยวฉันจะซื้อไว้ให้"
"อืม"
"งั้นไปห้าง xx เลย หลังจากกินข้าวเสร็จจะได้ไปเดินดูกระเป๋าด้วย เมื่อวาน SA โทรมาบอกว่ามีกระเป๋าเข้ามาใหม่เยอะเลย"
พอนาเนียร์พูดออกมาแบบนั้น ชายหนุ่มก็ไม่ได้ตอบอะไรเพื่อนสาวอีก แต่หันกลับไปสนใจการขับรถของตัวเองต่อ
โดยหลังจากที่นั่งรถต่อมาประมาณสิบนาที ราชากับนาเนียร์ก็เดินไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านประจำ พอเข้ามาในร้านเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เลือกที่จะมานั่งบริเวณโต๊ะประจำของตัวเองที่ตอนนี้ว่างอยู่พอดี
"วันนี้มีเมนูอะไรแนะนำบ้างนะ" นาเนียร์บ่นพึมพำพร้อมกับเปิดดูสมุดเมนู
ส่วนเขาก็เปิดดูเมนูอาหารเช่นกัน ซึ่งพอเปิดดูไปสักพัก ก็ยกมือเรียกพนักงานเพื่อจะสั่งอาหาร
โดยพอสั่งเสร็จพนักงานก็เดินออกไป เขาก็หันกลับมาคุยกับเพื่อนสาว
"พรุ่งนี้เธอมีสอบใช่ไหม"
"ใช่น่ะสิ เพิ่งเปิดเรียนได้วันแรกอาจารย์ก็ให้สอบเก็บคะแนนแล้ว อิจฉาพวกนายจังที่พรุ่งนี้มีเรียนแค่ตอนเช้า แต่ของฉันมีทั้งวัน"
"ฉันก็มีเรียนเช้าแค่พรุ่งนี้แค่นั้นแหละ วันอื่นก็เรียนเต็มวันเหมือนเธอ"
"แต่อย่างน้อยก็มีไง แต่ของฉันเรียนเต็มวันทุกวันเลย เบื่อมาก"
นาเนียร์นั่งบ่นหลายอย่างให้เขาฟัง ซึ่งเขาก็เอาแต่นั่งเงียบฟังอย่างตั้งใจ และในตอนนั้นเองพนักงานก็นำอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟวางให้ด้านหน้าพวกเขา
"น่ากินจัง แต่ถ่ายรูปก่อนดีกว่า"
ซึ่งเขาเห็นเพื่อนสาวพูดออกมาแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร นั่งรอเพื่อนถ่ายรูปจนพอใจ
"ไม่ถ่าย" ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาปิดหน้าของตัวเองเอาไว้หลังจากที่นาเนียร์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายหน้าของรูปเขา
"ทำไมล่ะ แค่ถ่ายรูปแค่นี้เองทำไมถึงถ่ายไม่ได้" หญิงสาวแสดงสีหน้าบึ้งตึง เขาเห็นแบบนั้นก็เลยยอมให้เธอถ่าย
"อยากถ่ายก็ถ่าย" โดยเขาพูดออกไปแบบนั้นอีกฝ่ายก็เปลี่ยนจากสีหน้าบึ้งตึงเป็นยิ้มแฉ่ง พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเขากับอาหาร
"ทำไมคนถึงกดไลก์รูปที่ฉันถ่ายนายมากกว่ารูปที่ฉันถ่ายตัวเองเนี่ย งอนแล้วนะ" นาเนียร์ทำหน้าไม่ค่อยพอใจอีกครั้ง แล้วยื่นหน้าจอโทรศัพท์มาให้เขาดู
"ก็แค่คนกดไลก์เอง จะไปซีเรียสเรื่องอะไรแบบนั้นทำไม"
"นายก็พูดได้นี่ เพราะเวลานายโพสต์อะไร คนก็พร้อมกันกดไลก์เยอะอยู่แล้ว แตกต่างกับฉันมากทั้งที่คนตามก็เยอะพอกันกับนาย แต่ยอดไลก์กลับได้น้อยกว่านายมาก"
"ซีเรียสเรื่องไม่เป็นเรื่อง" ราชาส่ายหน้าไปมา แล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดถ่ายรูปนาเนียร์ในตอนที่เธอเผลอ ซึ่งเธอเห็นแบบนั้นก็โวยวายขึ้นมา
"นายถ่ายรูปฉันเหรอ"
"ก็เห็นอยู่ว่าถ่าย ยังจะถามอีก"
"ถ่ายทำไม"
"ขนาดเธอยังถ่ายฉันได้เลย"
"ลบออก"
"ลบทำไม ฉันถ่ายเก็บไว้เฉย ๆ"
"งั้นเอามาเช็กดูก่อนว่าฉันสวยไหม ถ้าไม่สวยค่อยถ่ายใหม่" นาเนียร์แบมือขอโทรศัพท์จากเขา ซึ่งเขาก็ทำเป็นไม่สนใจ โพสต์รูปที่ตัวเองถ่ายลงโซเชียล แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง หันกลับมาสนใจการกินอาหารของตัวเองต่อ
"ใครแท็กอะไรมาเนี่ย"
ระหว่างที่เขากำลังนั่งกินข้าวของตัวเอง หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็พูดขึ้นมา แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาดู
"ราชา ลบออกเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ทำไม"
"ก็รูปฉันมันไม่สวย"
"สวยนะ สวยดีออก"
"สวยบ้าอะไร ลบออกเดี๋ยวนี้"
"กินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวมันก็เย็นเสียก่อน"
"ราชา"
"เร็ว ๆ เธอนัดกับ SA ไว้ไม่ใช่เหรอ"
"ก็ได้" ถึงหญิงสาวจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก นั่งกินข้าวของตัวเองไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ ราชากับหญิงสาวก็เดินไปที่ร้านกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังที่เพื่อนสาวนัดเอาไว้
"คุณนรินรรนสวัสดีค่ะ"
"สวัสดีค่ะคุณพลอย ไหนกระเป๋าที่บอกให้มาดูคะ"
"อยู่ในห้องเลยค่ะ ดิฉันได้เตรียมไว้ให้คุณนรินรรนดูเรียบร้อยแล้ว เชิญเดินตามดิฉันมาได้เลยค่ะ"
โดยพอพนักงานพูดออกมาแบบนั้น หญิงสาวก็หันมาสอบถามว่าจะเข้าไปกับเธอไหม ซึ่งเขาปฏิเสธพร้อมกับบอกว่าตัวเองจะนั่งรอข้างนอก ซึ่งหญิงสาวก็เดินตามพนักงานไปเพียงลำพัง
“อ๊ะ! อะ อะไรนะ”เวียงพิงค์ส่งเสียงด้วยความตกใจ และเมื่อร่างกายถูกพลิกไป เธอก็ถลาเข้าไปซบแผงอกกว้างพอดี และทำให้ลำเอ็นใหญ่ยิ่งเสียบกลับเข้ามาในร่องเสียวลึกกว่าเดิมด้วยความเสียดเสียวและความเหน็ดเหนื่อยจากบทรักเมื่อครู่นี้ ทำให้ร่างกายของเธอยังคงอ่อนแรง มิหนำซ้ำ ยังมีแท่งเนื้อเสียบคารูร่องอยู่ เวียงพิงค์จึงอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง“จะ…จะให้ฉันทำให้เหรอ แต่ฉันทำไม่เป็นนะ…” เธอร้องบอกชายหนุ่มเพราะนับตั้งแต่เธอเสียบริสุทธิ์ครั้งแรก ราชาก็คือร่วมรักกับเธอในตอนนั้น จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังคงเป็นของเขาคนเดียว เสมือนที่เป็นมาตลอดและด้วยเหตุผลนั้นเอง จึงทำให้หญิงสาว เกิดความรู้สึกว่า ตัวเธอเองก็ต้องการให้ ผู้ชายที่เธอรักคนนี้ มีความสุขมากยิ่งขึ้น จึงพยายามโอบรอบลำคอแกร่ง พลางกล่าว“ถ้าอย่างนั้น…นายพอจะช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหมล่ะ” เธอกระซิบเสียงหวานอีกครั้ง พลางเริ่มขยับสะโพกมนวนไปมาเบา ๆและนั่นก็ทำให้ราชาพอใจเป็นอย่างมาก เขาจึงได้คว้าจับเอวคอดบางเอาไว้อีกครั้ง ก่อนจะกดร่างบอบบางให้ทรุดตัวนั่งลงแนบตัก จนหัวปลายบานมุดเข้าไปชนปากมดลูก“อืม ได้ งั้นทำแบบนี้ก่อน…” ชายหนุ่มกระซิบตอนเสียงพร่าหลังจากนั้น
เมื่อบานประตูถูกปิดลงแล้ว ราชาก็เคลื่อนเข้าจู่โจมเวียงพิงค์ทันที“ระ…ราชา”มือหนาโอบรั้งเอวคอดบางเข้ามาแนบชิด จนเต้าอวบปะทะเข้ากับแผงอกกว้าง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะโน้มลงประกบกับปากอวบอิ่ม แล้วบดคลึงกลีบปากจนเผยอออกลมหายใจร้อนผ่าวผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ทำให้เวียงพิงค์เคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของราชาอย่างง่ายดาย แถมบรรยากาศที่แสนโรแมนติก ก็ยิ่งเร้าอารมณ์ของเธอด้วยบดกจูบได้ไม่เท่าไร ลิ้นร้อนชื้นพลันสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากเล็ก และกวาดต้อนความหวาน ตลอดจนตวัดรัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก แลกเปลี่ยนน้ำหวานของกันและกันด้วยความต้องการพุ่งสูงขึ้น ทำให้เวียงพิงค์จูบตอบราชาเป็นระยะ ลิ้นเล็กหยอกล้อกับลิ้นหนา พลางกำเสื้อสูทของเขาไว้แน่น เพื่อระบายอารมณ์ที่รุ่มร้อนอยู่ข้างในระหว่างที่ริมฝีปากยังประกบกันอยู่นั้น มือหนาก็เลื่อนลงมาปลดชุดราตรีสุดหรูของหญิงสาว รวมไปถึงบราเซียร์ และแพนตี้ตัวจิ๋วที่ขวางสายตาอยู่ ก็ถูกเรียวนิ้วยาวเกี่ยวออกไปอย่างชำนาญ จวบจนในที่สุด ร่างกายเปล่าเปลือยของเวียงพิงค์ก็ตกอยู่ในอุ้งมือของราชาแผ่นหลังของเวียงพิงค์ก็ถูกดันให้เคลื่อนเข้าไปประชิดกับผนังกำแพงด้านหลัง ก่อนที่ราชาจะถอดปากออก
สองปีต่อมา...ครืด! ครืด!ขณะที่เธอกำลังนั่งทำงานที่รุ่นพี่มอบหมายให้อยู่นะโทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างก็ดังสั่นขึ้นมา เวียงพิงค์จึงรีบหยิบขึ้นมาดู ซึ่งพอเห็นเป็นรายชื่อของแม่ของแฟนหนึ่ง หญิงสาวก็รีบกดรับทันที"ว่ายังไงคะหม่าม้า"(เจ้าตัวแสบจะคุยด้วยลูก)"ค่ะ" เธอตอบไป(แม่ครับ)"ว่ายังไงคะคนเก่ง"(วันนี้น่านขอนอนกับคุณปู่คุณย่าได้ไหมครับ)"ก็ต้องได้สิคะ แต่พรุ่งนี้เช้าลูกต้องตื่นแต่เช้า เพื่อกลับมาเปลี่ยนชุดที่ห้องก่อนไปโรงเรียนนะคะ"(คุณย่าบอกว่าเดี๋ยวคุณย่าไปส่งเอง)(เดี๋ยวตอนเย็นม้าให้คนไปเอาชุดนักเรียนของน่านฟ้าที่ห้อง ตอนเช้าเดี๋ยวม้าจะไปส่งหลานเอง)"จะไม่รบกวนหม่าม้าเกินไปเหรอคะ พิงค์เกรงใจจัง" เนื่องจากช่วงนี้ คุณแม่ของราชานั้นชอบมาเอาหลานไปเลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง(รบกวนอะไรล่ะลูก น่านฟ้าก็หลานม้านะ)(งั้นแค่นี้แหละ ม้าไม่รบกวนเวลาฝึกงานของหนูแล้ว)คุณแม่ตัดสายไป เธอจึงวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมาทำงานของตัวเองต่อ จนเวลาล่วงเลยมาประมาณสามโมงเย็น งานที่เธอทำก็เสร็จพอดี เวียงพิงค์จึงรีบเอาไปให้คนที่มอบหมายเธอ"พี่แพรวคะ งานที่ให้พิงค์ทำเสร็จแล้วค่ะ" พอเธอยื่นให้รุ่นพี่สาวก็เอาไปตรวจดู"เรี
ราชาซึ่งกำลังยืนอยู่บริเวณข้างเตียง เลื่อนสายตาไปมองร่างบางของแฟนสาวที่กำลังนอนตะแคงอยู่บนเตียง พลางส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มราวกับเชิญชวนมาให้เขา"ราชา""อะไร"ชายหนุ่มก็อดใจไม่ไหว รีบเคลื่อนตัวขึ้นไปบนเตียง แล้วเท้าแขนทั้งสองข้างคร่อมร่างคนรัก ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางโน้มหน้าลงกระซิบที่ข้างใบหูนิ่ม“ยั่วกันแบบนี้ คืนนี้เธอไม่รอดแน่”ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ผสานกับความรักที่เวียงพิงค์มีให้แก่ราชา เธอจึงได้ยกแขนเรียวสวยทั้งสองขึ้นคล้องคอร่างสูงเอาไว้ ก่อนจะยืดหน้าจุ๊บปากหยักอย่างแผ่วเบา“ก็ไม่ได้คิดว่าจะรอดอยู่แล้ว…” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเย้ายวนพอได้ยินแบบนั้น ราชาก็ไม่พูดอะไรให้เสียเวลา เขาโน้มหน้าลงจูบปิดปากเธอทันทีในการจูบครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็บดเบียดริมฝีปากเข้าหากันและกันอย่างร้อนแรง เพราะต่างคนต่างก็เต็มไปด้วยความปรารถนา และต้องการที่จะถ่ายทอดความรักให้แก่กันโดยเฉพาะราชาที่ตอนนี้ร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่างกาย จนแทบจะทนไม่ไหวแล้วในที่สุดชายหนุ่มก็ผละจูบออกอย่างกะทันหัน แล้วพูดขึ้น“อืม… ถ้าอย่างนั้น ไปอาบน้ำด้วยกันดีกว่า”เมื่อพูดจบยังไม่ทันรอให้อีกฝ่ายตอบรับ อุ้งมือหนาก็ต้อนร่างบอบบางข
หนึ่งเดือนต่อมา...ครืด! ครืด!ระหว่างที่เธอกำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่บนเตียงนอนนั้น โทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างก็ดังสั่นขึ้นมา หญิงสาวจึงหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นเพื่อนสาวอย่างวิเวียน เธอจึงกดรับสาย(อยู่ไหน ทำอะไร)"ห้องราชา กำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่"(คิดถึงจัง พรุ่งนี้ไปเที่ยวผับเฮียปรัชญ์กัน)"กลับมาจากเนเธอร์แลนด์แล้วเหรอ ไหนบอกว่าจะกลับก่อนเปิดเทอมหนึ่งอาทิตย์ไง"(กลับก่อนกำหนดน่ะ พอดีเฮียควันมีธุระกะทันหันต้องรีบกลับ)"อ๋อ"(พรุ่งนี้มานะเวียงพิงค์ เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน ฉันคิดถึงเธอ คิดถึงพิมพ์สุข)"โทรหาพิมพ์สุขแล้วเหรอ"(ใช่ แล้วพิมพ์สุขก็ตกลงแล้วด้วย)"ฉันยังไม่กล้ารับปากน่ะสิ ต้องถามราชาก่อน"(ทำไมต้องถาม)"กะ..." เธอที่กำลังตอบปลายสาย แต่ประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่ก็ถูกดันเปิดออกมา พร้อมกับร่างสูงของแฟนหนุ่มที่เดินออกมาด้วยร่างกายที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนบางปกปิดช่วงล่างหญิงสาวนั่งจ้องมอง จนคนที่ยืนอยู่ต้องหันมามอง"มองอะไร""มะ...ไม่ได้มองสักหน่อย" เวียงพิงค์ตอบตะกุกตะกักแล้วรีบหันหน้าหนี(เวียงพิงค์)"ฮะ!"(เธอได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย)"ไม่ได้ยิน พูดใหม่หน่อย"(ฉันบอกว่าได้เรื่องยังไงอย่าลื
หลังจากที่พาหลานเลือกซื้อของเล่นจนเขาพอใจแล้ว วราตรีก็อุ้มหลานชายกลับมาหาพ่อกับแม่ของเขาแอด...โดยพอเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักที่ลูกชายนอนพักอยู่ วราตรีกับสามีก็ยิ้มออกมา เพราะเห็นลูกชายและคนรักของเขากำลังนอนด้วยกันบนเตียง"คุณว่าเราควรจะอยู่ที่นี่ต่อไหมคะ""ผมว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวตอนเย็น ค่อยเอาหลานมาส่งพ่อกับแม่เขา""น่านฟ้าครับ ไปเที่ยวบ้านย่าไหม""คุณแม่ไปด้วยไหมคับ" (คุณแม่ไปด้วยไหมครับ)"ไม่ได้ไปค่ะ แม่หลานต้องอยู่เฝ้าป๊าหลานไง แต่เดี๋ยวตอนเย็นย่าจะพากลับมาส่ง""....." น่านฟ้าทำหน้าตาครุ่นคิด จนวราตรีและสามีมองหลานอยู่ ก็รู้สึกเอ็นดู "ไปก็ได้ครับ""โอเค งั้นเราไปกันดีกว่า" วราตรีเดินอุ้มหลานชายออกมา ส่วนรัฐเกียรติก็เดินตามภรรยาออกมาเงียบ ๆ"คุณป้า"แต่ระหว่างเดินมาที่โรงจอดรถของโรงพยาบาลแล้ว ก็ดันมีเสียงเรียกที่คุ้นเคย วราตรีจึงหันไปมองก็พบว่าเป็นหลานสาวของตัวเองที่กำลังวิ่งหน้าตั้งมาหา"มาเยี่ยมตาราชาเหรอลูก""ใช่ค่ะ" วิเวียนตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน "แล้วนี่จะไปไหนกันคะ""ป้าว่าจะพาหลานกลับไปเล่นที่บ้าน พอดีพ่อกับแม่เขานอนพักผ่อนอยู่""แสดงว่าเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม







