FAZER LOGINวันต่อมา...
"สวัสดีครับแม่นม น้องตื่นยัง"
ราชา เอ่ยสอบถามไปยังแม่นมของตัวเองพร้อมกับเดินไปกอดท่านด้วยความคิดถึง หลังจากที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้าน โดยปกติแล้วชายหนุ่มจะอยู่ที่คอนโดเป็นส่วนใหญ่ นาน ๆ ทีถึงจะได้กลับบ้าน แต่วันนี้ต้องกลับบ้านมารับน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องไปเรียนด้วยกันวันแรก
เนื่องจากลูกพี่ลูกน้องตัวแสบเลือกที่จะมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเขาที่ประเทศไทย
"ตื่นแล้วค่ะคุณหนู เมื่อกี้นมเพิ่งให้ยัยรสขึ้นไปตาม แล้วนี่กินข้าวมาหรือยังคะ"
"ยังเลยครับ"
"งั้นก็มานั่งกินรอคุณหนูก่อนค่ะ"
ชายหนุ่มก็พยักหน้าตอบแม่นม แล้วเดินมานั่งลงที่ประจำของตัวเอง พร้อมกับนั่งกินข้าวต้มตรงหน้า
"เฮียขา มาเร็วจังเลย"
และในตอนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่นะ ก็ได้ยินเสียงสดใสของน้องสาว ที่กำลังเดินลงบันไดมาอย่างอารมณ์ดี
"ก็รีบมาไง เผื่อรถติด"
"แต่ก็เร็วเกิ๊นนน เพิ่งเจ็ดโมงเช้าเองนะ"
"พูดมาก"
"ชิ! ไม่คุยด้วยแล้วอารมณ์เสีย วันนี้มีอะไรกินบ้างคะแม่นมคนสวยของหนู" วิเวียนเอ่ยต่อว่าเขาเล็กน้อย แล้วก็หันไปพูดกับแม่นมเขาแทน ถึงท่านจะไม่ได้เลี้ยงวิเวียนมา แต่น้องสาวเขาก็ให้เกียรติเรียกท่านว่าแม่นม
"ข้าวต้มปลาค่ะคุณหนู จะกินเลยไหม เดี๋ยวนมให้แม่บ้านตักให้เลย"
"กินเลยสิคะ หอมขนาดนี้ใครจะอดไหว" 'วิเวียน' ตอบกลับ แล้วเดินมานั่งลงด้านข้างพี่ชายตัวเอง ไม่นานป้าแม่บ้านก็เดินถือถ้วยข้าวต้มมาเสิร์ฟให้กับเธอ ซึ่งเธอก็เอ่ยขอบคุณไป
"ขอบคุณนะคะคุณป้าแหม่ม"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณหนู" ป้าแม่บ้านก็เดินออกไป เธอก็รีบลงมือกินข้าวต้มตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากที่นั่งรถประจำทางมาลงที่หน้ามหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว เวียงพิงค์ก็รีบเดินตามทางมาเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าคณะของตัวเอง
เธอยืนมองนักศึกษาหลายสิบคนที่กำลังเดินขวักไขว่กันไปมา และจะมีบางกลุ่มที่กำลังพูดคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน แต่หญิงสาวนั้นไม่กล้าเอ่ยทักใครเลยแม้แต่คนเดียว เธอเลือกที่จะเดินเข้ามาในอาคารเรียนเงียบ ๆ คนเดียว เพื่อไปสำรวจอาคารเรียนที่เธอต้องเรียนในระยะสี่ปีข้างหน้า
ก่อนอื่นเลยที่เธอสามารถเข้าเรียนที่นี่ได้ก็เป็นเพราะว่าคุณอาของเธอ ท่านค่อนข้างมีฐานะ เพราะทำธุรกิจหลายอย่าง ท่านเป็นคนแนะนำให้เธอมาเรียนที่นี่ พร้อมกับรับปากว่าจะจัดการเอกสารให้ทุกอย่างเอง ซึ่งเธอก็เห็นว่าที่มหาวิทยาลัยนี้ค่อนข้างดีเลย จึงได้ตัดสินใจมาเรียนตามที่คุณอาแนะนำ และเอกสารทุกอย่างคุณอาก็ได้ให้คนสนิทของท่านจัดการให้ตามที่รับปากไว้
พอเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปสักพักก็สะบัดหน้าไปมา พร้อมกับก้มหน้าดูโบรชัวร์ในมือที่เคยเก็บเอาไว้ตอนมาปฐมนิเทศ
โดยพอเดินดูแต่ละห้องจนเกือบจะครบแล้ว ก็เดินกลับลงมามานั่งที่บริเวณตรงโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าคณะ
"คนเยอะจัง"
หญิงสาวนั่งบ่นพึมพำคนเดียว พร้อมกับหยิบหนังสือนวนิยายขึ้นมาอ่านเล่นฆ่าเวลา เพราะเหลือเวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมงเลยกว่าจะถึงคาบเรียนแรกที่ต้องเข้า
"แก ๆ ไปกันเถอะ ถึงคาบเรียนแรกแล้วเนี่ย"
"ถึงเวลาแล้วเหรอ"
"ใช่ ไปกันเถอะ"
"แกจะตื่นเต้นอะไรนักหนา"
"จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไงล่ะ นี่เป็นการมาเรียนมหาลัยวันแรกของฉันนะ"
"เธอนี่นะ ไปกันเถอะ"
ระหว่างที่เธอกำลังนั่งอ่านหนังสือนวนิยายอยู่มาสักพักนั้น ก็ได้ยินเสียงนักศึกษาที่นั่งอยู่โต๊ะด้านข้างพูดกันกับเพื่อน หญิงสาวจึงวางหนังสือลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นไปดูเวลา พบว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เธอต้องเข้าเรียนคาบแรกแล้ว
เวียงพิงค์จึงรีบเก็บหนังสือใส่กระเป๋า ลุกขึ้นแล้วสะพายกระเป๋าเดินเข้ามาในอาคารเรียนอีกครั้ง พร้อมกับเดินขึ้นบันไดมายังชั้นที่เธอเรียน
โดยระหว่างที่เดินมาที่ห้องเรียนนั้นเธอก็สังเกตเห็นนักศึกษาสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินไปมาเหมือนกับกำลังหาห้องเรียนตัวเองอยู่ หญิงสาวจึงเดินเข้าไปทัก
"เธอ" เวียงพิงค์ใช้นิ้วสะกิดบริเวณแขนของคนตรงหน้า ซึ่งหญิงสาวก็รีบหันกลับมาจ้องมองเธอทันทีโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เธอจึงเลือกที่จะเอ่ยสอบถามไปแทน
"หาอะไรเหรอ ฉันเห็นเธอเดินวนกลับไปกลับมาหลายรอบแล้ว" เธอถามออกไปด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง
"ก็หาห้องเรียนน่ะสิ อยู่ชั้นไหนก็ไม่รู้เดินหลายรอบแล้วเนี่ย"
"เธอไม่รู้ห้อง แสดงว่าอยู่ปีหนึ่งใช่ไหม"
"ใช่ ฉันอยู่ปีหนึ่ง"
"ดีใจจังที่เจอเพื่อนรุ่นเดียวกัน ฉันชื่อเวียงพิงค์นะเธอชื่ออะไรเหรอ"
หญิงสาวแนะนำพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างดีใจ เนื่องจากคนตรงหน้ารุ่นเดียวกันกับเธอ
"ชื่อวิเวียน"
"ชื่อเพราะจัง แล้วเธอเรียนสาขาอะไร"
"วารสารศาสตร์น่ะ"
"เหมือนกันเลย ฉันก็เรียนสาขานี้เหมือนกัน" เธอยิ่งดีใจมากกว่าเก่า ที่คนด้านหน้าเรียนสาขาเดียวกันกับเธออีก
“…..”
"ดีจัง คิดถูกจริง ๆ ที่เข้ามาทักเธอ รู้ไหม ฉันนั่งอยู่หน้าคณะตั้งนาน แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปทักใครเลย เธอเป็นคนแรก"
"ฉันก็ดีใจเหมือนกันที่เธอเข้ามาทัก เพราะถ้าเธอไม่ทักฉันก่อน ฉันก็ไม่มีทางทักเธอก่อนแน่นอน"
"....."
"แล้วนี่เธอรู้จักห้อง xx ไหม ว่ามันอยู่ตรงไหน"
"รู้สิ พอดีเมื่อเช้าขึ้นมาสำรวจแล้ว"
"เธอก็เรียนห้องนี้ใช่ไหม"
"ใช่"
"โอเค งั้นเดินนำฉันไปเลย"
"ได้ ๆ" เวียงพิงค์ตอบรับอย่างดีใจ พร้อมกับเดินนำมายังห้องเรียน
พอเดินเข้ามาด้านในแล้วก็มีนักศึกษาหลายคนที่กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่อย่างสนุกสนานก็เงียบลงทันที พร้อมกับหันมาจ้องมองพวกเธอเป็นสายตาเดียวกัน ซึ่งเธอก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยโดนจ้องขนาดนี้ จึงรีบหันไปจ้องมองวิเวียนที่กำลังแสดงสีหน้าเรียบนิ่ง ว่าเราจะนั่งตรงไหนกันดี
"เราไปนั่งกันข้างหน้ากันดีกว่าไหม เวลาอาจารย์พูดอะไรเราจะได้ยินอะไรชัด ๆ"
"ไม่เอา ฉันไม่ชอบนั่งข้างหน้า มันเด่นเกินไป"
"อ้าวเหรอ งั้นเธออยากนั่งตรงไหนล่ะ" เพราะวิเวียนไม่อยากนั่งข้างหน้า เธอเลยให้เพื่อนสาวเป็นคนเลือกว่าจะนั่งตรงไหนดี
"ตรงนี้"
วิเวียนชี้ไปยังบริเวณตรงกลาง พร้อมกับเดินลงมานั่ง ส่วนเธอเห็นแบบนั้นก็รีบเดินลงมานั่งด้านข้างเพื่อนทันที
"ตื่นเต้นจัง"
หลังจากที่ลงมานั่งบนเก้าอี้แล้วเธอก็รู้สึกประหม่าตื่นเต้นแปลก ๆ เพราะห่างหายจากการเรียนไปนาน
"ตื่นเต้นอะไร"
"ก็ที่ได้กลับมาเรียนอีกครั้งไง"
"คือยังไง เธอจะบอกว่าเคยมาเรียนที่นี่แล้ว แต่ได้ลาออกไปแบบนี้เหรอ"
"ไม่ใช่เรียนที่นี่ แต่เมื่อสามปีก่อนฉันเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่นน่ะ แล้วพอดีมีปัญหา ก็เลยได้ลาออกไป พอเคลียร์ธุระอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็เลยกลับมาเรียนอีกครั้ง"
เพราะสามปีก่อน หลังจากที่ตัดสินใจกลับไปอยู่ที่นั่นแล้ว หญิงสาวก็ได้ไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้าน ซึ่งพอไปเรียนได้แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น เธอก็พบว่าตัวเองกำลังตั้งท้องอยู่ จึงตัดสินใจลาออก
"งั้นแสดงว่าเธอก็เป็นรุ่นพี่ฉันหลายปีเลยน่ะสิ ฉันต้องเรียกเธอว่าพี่"
"ไม่เป็นไรหรอก เรียกเหมือนเก่าก็ได้ ฉันไม่ถือ"
เพราะถึงเธอจะอายุมากกว่า แต่เธอก็ไม่ได้ถืออะไรมากมาย พูดคุยกันธรรมดาดีกว่า
"โอเค งั้นฉันเรียกแบบสนิทสนมเลยนะ"
"ได้ ๆ"
"แล้วตอนไหนอาจารย์จะมาเนี่ย เลยเวลามาห้านาทีแล้ว"
วิเวียนบ่นพึมพำพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ซึ่งเธอเห็นเพื่อนเป็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา
"สวัสดีพวกเธอ"
แต่ในระหว่างที่เธอกำลังนั่งนิ่งรออาจารย์อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงทักทายจากด้านข้าง หญิงสาวจึงรีบหันไปมองพบว่าเป็นนักศึกษาสาวคนหนึ่งที่กำลังโบกมือให้กับเธอ
"อะไรเหรอ"
"เราขออยู่กับพวกเธอได้ไหม คือเราไม่มีเพื่อนมาเรียนที่นี่ด้วยเลย พอดีเป็นเด็กนักเรียนทุนจากต่างจังหวัด"
"ได้สิ" เธอพยักหน้าเพื่อบอกว่าสามารถอยู่กับพวกเธอได้
"ขอบคุณนะ"
"เด็กนักเรียนทุนต้องเรียนเก่งมากแน่ ๆ เลย"
"ก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก เราฟลุ๊คน่ะ"
"ฟลุ๊คอะไรกัน จะสอบได้ทุนของมหาวิทยาลัยเอกชนอันดับต้น ๆ ของประเทศเลยนะ"
"....."
"แล้วนี่ชื่ออะไร ฉันชื่อเวียงพิงค์นะ ส่วนคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเราชื่อวิเวียน" เธอแนะนำชื่อของตัวเองพร้อมกับแนะนำชื่อของวิเวียนที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วย
"เราชื่อ พิมพ์สุข "
"ชื่อแปลกจัง ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย"
เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้ยินว่ามีคนที่ชื่อนี้ด้วย ชื่อแปลกแล้วก็เพราะมาก
"ใครที่เราบอกชื่อก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าชื่อเราแปลก แต่ชื่อนี้พ่อเราเป็นคนตั้งให้ โดยเอาชื่อของพ่อกับแม่มารวมกันเป็นชื่อของเราน่ะ"
"คุณพ่อเธอครีเอตชื่อได้ดีมากเลย"
"ใช่ ๆ เราก็ชอบชื่อนี้มาก แต่เสียดายคนตั้งดันไม่อยู่แล้ว"
"พ่อเธอเสียแล้วเหรอ"
"ใช่ และไม่ใช่แค่พ่อนะ แม่ก็เสียแล้ว เสียด้วยอุบัติเหตุตอนที่เรายังเด็ก"
"เสียใจด้วยนะ"
"อืม"
"แล้วนี่เธอพักอยู่ที่ไหนเหรอ"
"ห้องเช่าแถวนี้แหละ"
"อ๋อ"
"ไม่เห็นวิเวียนพูดเลย หรือรำคาญที่เราพูดหรือเปล่า ขอโทษด้วยนะ พอดีเราชอบพูดมากไปหน่อย"
"ไม่ได้รำคาญ เธอไม่ต้องคิดมาก คือพอดีฉันไม่ค่อยชอบพูดน่ะ ชอบฟังมากกว่า "
"อ๋อ งั้นต่อไปเราจะเป็นผู้พูดที่ดีแล้วกัน"
ซึ่งพอพิมพ์สุขพูดออกมาแบบนั้นเธอก็หันไปจ้องมองวิเวียนพร้อมกับหลุดขำออกมาเสียงดัง จนเพื่อนที่นั่งอยู่ร่วมห้องต่างมองมาที่เราทั้งสามคน เธอจึงรีบเอ่ยขอโทษออกไปด้วยความเกรงใจ
“อ๊ะ! อะ อะไรนะ”เวียงพิงค์ส่งเสียงด้วยความตกใจ และเมื่อร่างกายถูกพลิกไป เธอก็ถลาเข้าไปซบแผงอกกว้างพอดี และทำให้ลำเอ็นใหญ่ยิ่งเสียบกลับเข้ามาในร่องเสียวลึกกว่าเดิมด้วยความเสียดเสียวและความเหน็ดเหนื่อยจากบทรักเมื่อครู่นี้ ทำให้ร่างกายของเธอยังคงอ่อนแรง มิหนำซ้ำ ยังมีแท่งเนื้อเสียบคารูร่องอยู่ เวียงพิงค์จึงอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง“จะ…จะให้ฉันทำให้เหรอ แต่ฉันทำไม่เป็นนะ…” เธอร้องบอกชายหนุ่มเพราะนับตั้งแต่เธอเสียบริสุทธิ์ครั้งแรก ราชาก็คือร่วมรักกับเธอในตอนนั้น จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังคงเป็นของเขาคนเดียว เสมือนที่เป็นมาตลอดและด้วยเหตุผลนั้นเอง จึงทำให้หญิงสาว เกิดความรู้สึกว่า ตัวเธอเองก็ต้องการให้ ผู้ชายที่เธอรักคนนี้ มีความสุขมากยิ่งขึ้น จึงพยายามโอบรอบลำคอแกร่ง พลางกล่าว“ถ้าอย่างนั้น…นายพอจะช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหมล่ะ” เธอกระซิบเสียงหวานอีกครั้ง พลางเริ่มขยับสะโพกมนวนไปมาเบา ๆและนั่นก็ทำให้ราชาพอใจเป็นอย่างมาก เขาจึงได้คว้าจับเอวคอดบางเอาไว้อีกครั้ง ก่อนจะกดร่างบอบบางให้ทรุดตัวนั่งลงแนบตัก จนหัวปลายบานมุดเข้าไปชนปากมดลูก“อืม ได้ งั้นทำแบบนี้ก่อน…” ชายหนุ่มกระซิบตอนเสียงพร่าหลังจากนั้น
เมื่อบานประตูถูกปิดลงแล้ว ราชาก็เคลื่อนเข้าจู่โจมเวียงพิงค์ทันที“ระ…ราชา”มือหนาโอบรั้งเอวคอดบางเข้ามาแนบชิด จนเต้าอวบปะทะเข้ากับแผงอกกว้าง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะโน้มลงประกบกับปากอวบอิ่ม แล้วบดคลึงกลีบปากจนเผยอออกลมหายใจร้อนผ่าวผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ทำให้เวียงพิงค์เคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของราชาอย่างง่ายดาย แถมบรรยากาศที่แสนโรแมนติก ก็ยิ่งเร้าอารมณ์ของเธอด้วยบดกจูบได้ไม่เท่าไร ลิ้นร้อนชื้นพลันสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากเล็ก และกวาดต้อนความหวาน ตลอดจนตวัดรัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก แลกเปลี่ยนน้ำหวานของกันและกันด้วยความต้องการพุ่งสูงขึ้น ทำให้เวียงพิงค์จูบตอบราชาเป็นระยะ ลิ้นเล็กหยอกล้อกับลิ้นหนา พลางกำเสื้อสูทของเขาไว้แน่น เพื่อระบายอารมณ์ที่รุ่มร้อนอยู่ข้างในระหว่างที่ริมฝีปากยังประกบกันอยู่นั้น มือหนาก็เลื่อนลงมาปลดชุดราตรีสุดหรูของหญิงสาว รวมไปถึงบราเซียร์ และแพนตี้ตัวจิ๋วที่ขวางสายตาอยู่ ก็ถูกเรียวนิ้วยาวเกี่ยวออกไปอย่างชำนาญ จวบจนในที่สุด ร่างกายเปล่าเปลือยของเวียงพิงค์ก็ตกอยู่ในอุ้งมือของราชาแผ่นหลังของเวียงพิงค์ก็ถูกดันให้เคลื่อนเข้าไปประชิดกับผนังกำแพงด้านหลัง ก่อนที่ราชาจะถอดปากออก
สองปีต่อมา...ครืด! ครืด!ขณะที่เธอกำลังนั่งทำงานที่รุ่นพี่มอบหมายให้อยู่นะโทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างก็ดังสั่นขึ้นมา เวียงพิงค์จึงรีบหยิบขึ้นมาดู ซึ่งพอเห็นเป็นรายชื่อของแม่ของแฟนหนึ่ง หญิงสาวก็รีบกดรับทันที"ว่ายังไงคะหม่าม้า"(เจ้าตัวแสบจะคุยด้วยลูก)"ค่ะ" เธอตอบไป(แม่ครับ)"ว่ายังไงคะคนเก่ง"(วันนี้น่านขอนอนกับคุณปู่คุณย่าได้ไหมครับ)"ก็ต้องได้สิคะ แต่พรุ่งนี้เช้าลูกต้องตื่นแต่เช้า เพื่อกลับมาเปลี่ยนชุดที่ห้องก่อนไปโรงเรียนนะคะ"(คุณย่าบอกว่าเดี๋ยวคุณย่าไปส่งเอง)(เดี๋ยวตอนเย็นม้าให้คนไปเอาชุดนักเรียนของน่านฟ้าที่ห้อง ตอนเช้าเดี๋ยวม้าจะไปส่งหลานเอง)"จะไม่รบกวนหม่าม้าเกินไปเหรอคะ พิงค์เกรงใจจัง" เนื่องจากช่วงนี้ คุณแม่ของราชานั้นชอบมาเอาหลานไปเลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง(รบกวนอะไรล่ะลูก น่านฟ้าก็หลานม้านะ)(งั้นแค่นี้แหละ ม้าไม่รบกวนเวลาฝึกงานของหนูแล้ว)คุณแม่ตัดสายไป เธอจึงวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมาทำงานของตัวเองต่อ จนเวลาล่วงเลยมาประมาณสามโมงเย็น งานที่เธอทำก็เสร็จพอดี เวียงพิงค์จึงรีบเอาไปให้คนที่มอบหมายเธอ"พี่แพรวคะ งานที่ให้พิงค์ทำเสร็จแล้วค่ะ" พอเธอยื่นให้รุ่นพี่สาวก็เอาไปตรวจดู"เรี
ราชาซึ่งกำลังยืนอยู่บริเวณข้างเตียง เลื่อนสายตาไปมองร่างบางของแฟนสาวที่กำลังนอนตะแคงอยู่บนเตียง พลางส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มราวกับเชิญชวนมาให้เขา"ราชา""อะไร"ชายหนุ่มก็อดใจไม่ไหว รีบเคลื่อนตัวขึ้นไปบนเตียง แล้วเท้าแขนทั้งสองข้างคร่อมร่างคนรัก ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางโน้มหน้าลงกระซิบที่ข้างใบหูนิ่ม“ยั่วกันแบบนี้ คืนนี้เธอไม่รอดแน่”ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ผสานกับความรักที่เวียงพิงค์มีให้แก่ราชา เธอจึงได้ยกแขนเรียวสวยทั้งสองขึ้นคล้องคอร่างสูงเอาไว้ ก่อนจะยืดหน้าจุ๊บปากหยักอย่างแผ่วเบา“ก็ไม่ได้คิดว่าจะรอดอยู่แล้ว…” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเย้ายวนพอได้ยินแบบนั้น ราชาก็ไม่พูดอะไรให้เสียเวลา เขาโน้มหน้าลงจูบปิดปากเธอทันทีในการจูบครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็บดเบียดริมฝีปากเข้าหากันและกันอย่างร้อนแรง เพราะต่างคนต่างก็เต็มไปด้วยความปรารถนา และต้องการที่จะถ่ายทอดความรักให้แก่กันโดยเฉพาะราชาที่ตอนนี้ร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่างกาย จนแทบจะทนไม่ไหวแล้วในที่สุดชายหนุ่มก็ผละจูบออกอย่างกะทันหัน แล้วพูดขึ้น“อืม… ถ้าอย่างนั้น ไปอาบน้ำด้วยกันดีกว่า”เมื่อพูดจบยังไม่ทันรอให้อีกฝ่ายตอบรับ อุ้งมือหนาก็ต้อนร่างบอบบางข
หนึ่งเดือนต่อมา...ครืด! ครืด!ระหว่างที่เธอกำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่บนเตียงนอนนั้น โทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างก็ดังสั่นขึ้นมา หญิงสาวจึงหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นเพื่อนสาวอย่างวิเวียน เธอจึงกดรับสาย(อยู่ไหน ทำอะไร)"ห้องราชา กำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่"(คิดถึงจัง พรุ่งนี้ไปเที่ยวผับเฮียปรัชญ์กัน)"กลับมาจากเนเธอร์แลนด์แล้วเหรอ ไหนบอกว่าจะกลับก่อนเปิดเทอมหนึ่งอาทิตย์ไง"(กลับก่อนกำหนดน่ะ พอดีเฮียควันมีธุระกะทันหันต้องรีบกลับ)"อ๋อ"(พรุ่งนี้มานะเวียงพิงค์ เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน ฉันคิดถึงเธอ คิดถึงพิมพ์สุข)"โทรหาพิมพ์สุขแล้วเหรอ"(ใช่ แล้วพิมพ์สุขก็ตกลงแล้วด้วย)"ฉันยังไม่กล้ารับปากน่ะสิ ต้องถามราชาก่อน"(ทำไมต้องถาม)"กะ..." เธอที่กำลังตอบปลายสาย แต่ประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่ก็ถูกดันเปิดออกมา พร้อมกับร่างสูงของแฟนหนุ่มที่เดินออกมาด้วยร่างกายที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนบางปกปิดช่วงล่างหญิงสาวนั่งจ้องมอง จนคนที่ยืนอยู่ต้องหันมามอง"มองอะไร""มะ...ไม่ได้มองสักหน่อย" เวียงพิงค์ตอบตะกุกตะกักแล้วรีบหันหน้าหนี(เวียงพิงค์)"ฮะ!"(เธอได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย)"ไม่ได้ยิน พูดใหม่หน่อย"(ฉันบอกว่าได้เรื่องยังไงอย่าลื
หลังจากที่พาหลานเลือกซื้อของเล่นจนเขาพอใจแล้ว วราตรีก็อุ้มหลานชายกลับมาหาพ่อกับแม่ของเขาแอด...โดยพอเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักที่ลูกชายนอนพักอยู่ วราตรีกับสามีก็ยิ้มออกมา เพราะเห็นลูกชายและคนรักของเขากำลังนอนด้วยกันบนเตียง"คุณว่าเราควรจะอยู่ที่นี่ต่อไหมคะ""ผมว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวตอนเย็น ค่อยเอาหลานมาส่งพ่อกับแม่เขา""น่านฟ้าครับ ไปเที่ยวบ้านย่าไหม""คุณแม่ไปด้วยไหมคับ" (คุณแม่ไปด้วยไหมครับ)"ไม่ได้ไปค่ะ แม่หลานต้องอยู่เฝ้าป๊าหลานไง แต่เดี๋ยวตอนเย็นย่าจะพากลับมาส่ง""....." น่านฟ้าทำหน้าตาครุ่นคิด จนวราตรีและสามีมองหลานอยู่ ก็รู้สึกเอ็นดู "ไปก็ได้ครับ""โอเค งั้นเราไปกันดีกว่า" วราตรีเดินอุ้มหลานชายออกมา ส่วนรัฐเกียรติก็เดินตามภรรยาออกมาเงียบ ๆ"คุณป้า"แต่ระหว่างเดินมาที่โรงจอดรถของโรงพยาบาลแล้ว ก็ดันมีเสียงเรียกที่คุ้นเคย วราตรีจึงหันไปมองก็พบว่าเป็นหลานสาวของตัวเองที่กำลังวิ่งหน้าตั้งมาหา"มาเยี่ยมตาราชาเหรอลูก""ใช่ค่ะ" วิเวียนตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน "แล้วนี่จะไปไหนกันคะ""ป้าว่าจะพาหลานกลับไปเล่นที่บ้าน พอดีพ่อกับแม่เขานอนพักผ่อนอยู่""แสดงว่าเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม







