LOGINขณะที่เขากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์รอเพื่อนสาวอย่างนาเนียร์เข้าไปเลือกของในห้องอยู่นั้น หางตาของเขาก็ชำเลืองไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าเธอมาก
พอเห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้นพร้อมกับเดินออกจากร้านมายืนอยู่บริเวณด้านหน้า แล้วเดินตามทางมาเรื่อย ๆ เพื่อจะมองหาอีกฝ่ายที่ตอนนี้ปรากฏว่าเธอไม่ได้อยู่แถวนี้แล้ว
"ไปไหนนะ เมื่อกี้ก็เห็นอยู่แถวนี้" ชายหนุ่มเดินวนกลับไปมาหลายรอบแต่ก็ไม่พบ
"หรือว่าตาฝาด แต่มันไม่น่าใช่นะ" ได้แต่บ่นพึมพำคนเดียว แต่ก็เลือกที่จะเดินหาวนอยู่แถวนั้นต่อสักพัก ก็พบว่าไม่เห็นเช่นเดิม
ราชาก็มองไปที่ร้านที่ตัวเองเพิ่งออกมาสักพัก ก็ตัดสินใจเดินออกมาจากตัวห้าง เพื่อจะลงไปนั่งรอเพื่อนสาวที่รถดีกว่า
เขาเดินมาเงียบ ๆ พร้อมกับเปิดประตูรถแล้วเข้ามานั่งเสร็จสรรพ โดยพออยู่คนเดียวแล้ว ชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดเข้าดูแกลอรี่เพื่อเลื่อนดูภาพถ่ายที่เคยถ่ายกับอดีตคนรัก
"นี่ฉันคิดถึงเธอ จนตาฝาดเลยเหรอเวียงพิงค์" เขาบ่นพึมพำคนเดียว พร้อมกับเลื่อนดูรูปไปเรื่อย ๆ พร้อมกับความรู้สึกคิดถึงอีกฝ่าย ทั้งที่ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีแต่เขาก็ยังคิดถึงเธออยู่แทบทุกวัน
"ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ เธอจะมีแฟนใหม่ไปหรือยังยัยคนใจร้าย"
ครืด! ครืด!
โดยพอเลื่อนดูรูปไปได้สักพัก โทรศัพท์ที่อยู่ในมือก็สั่นขึ้นมา พร้อมกับชื่อของเพื่อนสาวที่แสดงอยู่บนหน้าจอ ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็พยายามปรับโหมดให้เป็นปกติ แล้วกดรับสายเพื่อน
(นายอยู่ไหน)
"รถ"
(อ้าว ทำไมรีบไปจัง)
"ที่ร้านคนเยอะ ฉันเลยมารอที่รถแทน เสร็จแล้วเหรอ" เขาเลือกที่จะโกหก เพราะถ้าให้พูดความจริงเพื่อนสาวของเขาต้องถามยืดยาว ซึ่งตัวชายหนุ่มนั้นขี้เกียจพูด
(ใช่)
"ถ้าเสร็จแล้วก็รีบมา"
(โอเค)
ซึ่งพอปลายสายพูดออกมาแบบนั้นเธอก็กดตัดสายทันที เขาจึงเลือกที่จะวางโทรศัพท์ลงโดยไม่ได้เลื่อนดูรูปต่อ
นั่งรอไม่นานเพื่อนสาวของเขาก็เดินมาทางรถของเขาที่จอดอยู่ พอเดินมาถึง ก็เปิดประตูรถแล้วเข้ามานั่งลง พร้อมกับเอาของที่ตัวเองซื้อไปวางไว้บริเวณเบาะหลังของรถ
"ไหนว่าจะไปดูเฉย ๆ ไง ทำไมได้มาตั้งหลายใบ"
"ครั้งแรกก็ไม่ได้จะซื้อเยอะขนาดนี้หรอก แต่พอได้จับได้ถือมันสวยถูกใจไง แถม SA ก็เชียร์หนักด้วย เลยซื้อทำยอดให้เขา"
"จะกลับคอนโดเลยไหม หรือจะแวะที่ไหนอีกหรือเปล่า"
"ไม่แวะแล้ว กลับเลยดีกว่า ฉันอยากนอนแล้วเนี่ย วันนี้ก็เรียนติดต่อกันมาทั้งวัน"
"เรียนอะไร ฉันเห็นเธอหลับทั้งคาบ" เนื่องจากวันนี้คาบสุดท้ายก่อนกลับบ้าน ตัวเขาและเพื่อนสาวได้เรียนวิชาเดียวกัน และเขาสังเกตเห็นเธอแทบไม่ได้ฟังอาจารย์สอนเลย เพราะเอาแต่นอนทั้งคาบ
"ราชา" นาเนียร์เอ่ยชื่อเขาเสียงดัง แล้วยังทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
"ก็ฉันพูดจริง"
"....."
"อยากกลับไปนอนก็ให้ไปนอนจริง ๆ เถอะ ไม่ใช่คืนนี้เห็นเช็กอินที่ผับล่ะ"
"คืนนี้ไม่ออกไปไหนจริง ๆ อยากพักร่าง" หญิงสาวตอบเพื่อนไป พร้อมกับปรับเบาะที่ตัวเองนั่งเอนนอนลงแล้วหลับตาเพื่อพักผ่อน
เขามองอีกฝ่ายที่นอนไปแล้ว ได้แต่ส่ายหน้าไปมา แล้วหันกลับมาสนใจการขับรถของตัวเองต่อ
จนเวลาผ่านมาเกือบยี่สิบนาที ชายหนุ่มก็ขับมาจอดบริเวณหน้าคอนโดของคนนั่งร่วมรถ ซึ่งตอนนี้เธอยังไม่ตื่น เขาจึงยื่นมือไปสะกิดเพื่อปลุก
"ตื่นได้แล้ว" เขาเอ่ยปลุกเพียงครั้งเดียว นาเนียร์ที่หลับไปก่อนหน้านี้ ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วหันมาจ้องมองเขา
"ถึงแล้ว" พอเขาบอก หญิงสาวก็เงยหน้าไปข้างหน้า
"เร็วจัง ฉันเพิ่งงีบไปเอง วันนี้นายขับเร็วเหรอ"
"ก็ปกติ ลงไปได้แล้ว พูดมาก"
"แล้วทำไมต้องไล่"
"ไล่อะไร ฉันไม่ได้ไล่"
"ก็นายบอกให้ฉันรีบลงไง"
"ก็มาส่งถึงคอนโดแล้ว เลยให้ลงไง"
"ปกติไม่เร่งขนาดนี้ นายจะไปไหนต่อเหรอ"
"ไม่ได้ไปไหนหรอก ส่งเธอแล้วฉันก็จะกลับห้อง" เขาพยายามอธิบายให้นาเนียร์เข้าใจ
"งั้นก็ขับรถกลับดี ๆ ฉันไปแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน"
"อืม" ชายหนุ่มตอบกลับไป เพื่อนสาวก็ลงจากรถพร้อมกับยืนโบกมือให้เขา ซึ่งชายหนุ่มเห็นก็บีบแตรใส่ และขับออกมาที่ถนนใหญ่ เพื่อจะกลับคอนโดของตัวเอง ที่อยู่ห่างจากที่นี่ไม่มาก
หลังจากที่เลิกเรียนแล้ว หญิงสาวก็เดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากอะพาร์ตเมนต์ที่เธอพักเพื่อซื้อของเขาห้อง เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่เงินเดือนเธอออก
"ได้อะไรมาเยอะเลยเวียงพิงค์"
"อาหารสดค่ะคุณป้า แล้วก็มีของเล่นน่านฟ้าด้วยค่ะ" เธอตอบคำถามของคุณป้าร้านขายของชำหน้าอะพาร์ตเมนต์ พร้อมกับรีบเดินเข้ามาในตึก
"ป่านนี้จะทำอะไรอยู่นะตัวแสบของแม่" ระหว่างที่เดินขึ้นบันได เธอก็เอาแต่คิดถึงลูกชาย
"ถ้าเห็นว่าเราซื้อของเล่นมาให้ ต้องดีใจมากแน่" เธอนึกถึงเวลาลูกดีใจได้ของเล่นใหม่ เธอก็รู้สึกมีความสุขมากเลย
หญิงสาวรีบเดินเอาของมาเก็บที่ห้องที่ห้อง พร้อมกับหยิบเงินจำนวนนึงใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเอาอาหารสดแช่ในตู้เย็น พอจัดการของที่ซื้อมาเสร็จ ก็รีบเดินมารับเจ้าลูกชายที่ห้องของคุณยายไหมทันที
ก๊อก! ก๊อก!
เธอยกมือเคาะประตู และยืนรอสักพัก ประตูที่ปิดอยู่ก็ถูกเปิดออกมา พร้อมกับลูกชายตัวแสบของเธอวิ่งมากอดขาเธอเอาไว้
"แม่คับ" (แม่ครับ)
"ครับ" เวียงพิงค์ก้มอุ้มลูกชาย แล้วหอมไปที่แก้มทั้งสองข้างฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง
"คิดถึงจังเลยเจ้าตัวแสบ วันนี้ม่านฟ้าดื้อไหมคะคุณยาย" หลังจากที่พูดกับลูกชาย เธอก็หันไปพูดกับคุณยาย
"ไม่เลยลูก น้องน่านเป็นเด็กดีมาก"
"เก่งมากเลยครับคนเก่งของแม่ ลูกเป็นเด็กดีแบบนี้ แม่ก็มีรางวัลให้ด้วยนะ"
"อะไรหยอคับแม่" (อะไรเหรอครับแม่)
"อยู่ที่ห้องค่ะ ไปดูสิ" โดยเธอบอกแบบนั้น ก็วางลูกชายตัวเองลง เด็กน้อยตัวแสบพอเป็นอิสระ ก็รีบเดินไปที่ห้อง ซึ่งเธอมองก็ยิ้ม โดยก่อนจะเดินตามลูกกลับห้อง เธอก็หยิบเงินที่พกมาด้วยยัดใส่มือคนมีอายุตรงหน้า
"อะไรลูก" ยายไหมมีท่าทีตกใจ จะยัดเงินคืนกลับให้เธอ แต่ครั้งนี้เธอไม่ช้าเหมือนทุกครั้ง รีบถอยกลับออกมาจากห้อง
"เก็บไว้ใช้นะคะ ค่าเลี้ยงตัวแสบให้พิงค์ค่ะ"
"ยายบอกแล้วไงว่าไม่เอาเงิน ยายเต็มใจเลี้ยงน้องน่านให้เฉย ๆ"
"เก็บไว้เถอะนะคะคุณยาย เพราะถ้าครั้งนี้ยายไม่ยอมรับเงินอีก ต่อไปพิงค์คงไม่กล้าฝากลูกให้ยายเลี้ยงอีกแน่" เนื่องจากเธอฝากน้องน่านให้คุณยายเลี้ยงมาหลายเดือนแล้ว แต่ท่านก็ไม่ยอมรับ ถึงจะรับก็รับนิดหน่อย ไป ๆ มา ๆ ก็ให้คืนโดยซื้อของเล่นให้น่านฟ้าแทน ซึ่งเธอเกรงใจมาก
"โอเค ยายยอมรับเงินนี่ไว้ก็ได้"
"รับไว้แล้ว ก็เอาไว้ใช้เอง แล้วห้ามซื้อของเล่นให้น่านฟ้าอีกนะคะ" เธอบอกเอาไว้ ซึ่งคุณยายก็ยิ้มให้ เหมือนกับรู้ว่าเธอรู้ความคิดท่าน
"พิงค์ไปก่อน" หญิงสาวปิดประตูให้คุณยาย แล้วเดินมาที่ห้องของตัวเองที่อยู่ถัดออกมาไม่กี่ห้อง
พอเข้ามาให้ห้อง เธอก็จัดการปิดและล็อกเสร็จสรรพ แล้วหันมามองลูกชายที่กำลังแกะของเล่นที่เธอซื้อให้ใหม่อย่างอารมณ์ดี
"ชอบไหมคะ" เธอถามไปยังลูกชาย
"ชอบคับแม่" (ชอบครับแม่)
"งั้นก็เป็นเด็กดี เดี๋ยวเดือนหน้าเงินแม่ออกจะซื้อชิ้นใหม่ให้อีก"
"ขอบคุณคับ" (ขอบคุณครับ) น่านฟ้ายกมือไหว้ขอบคุณเธอ ซึ่งเธอเห็นแบบนั้นก็ยื่นมือไปลูบหน้าเจ้าลูกชายด้วยความเอ็นดู แล้วลุกขึ้นเดินมาที่ครัวเพื่อจะทำอาหาร เนื่องจากวันนี้เป็นวันเงินเดือนออก ทางผับจึงปิด
"วันนี้ทำอะไรกินดีนะ" เวียงพิงค์เดินมาเปิดตู้เย็น พร้อมกับมองหาว่าเย็นนี้ตัวเองจะทำอะไรกินดี
"วันนี้ลูกอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ" เธอหันไปสอบถามลูกชายที่กำลังเล่นของเล่นใหม่
"น่านอยากกินทอดหมู แล้วก็ข้าวผัดคับ" (น่านอยากกิน ทอดหมู แล้วก็ข้าวผัดครับ)
"ข้าวผัดอะไรดี ไส้กรอกหรือว่าข้าวผัดหมูคะ"
"ข้าวผัดไส้กรอกคับ" (ข้าวผัดไส้กรอกครับ)
"โอเค งั้นนั่งรอแม่แป๊บนึง" เธอบอกลูกชายออกไปแล้วหันกลับมาหั่นหมูก็จะทอด พร้อมกับเตรียมของที่จะทำข้าวผัดด้วย
“อ๊ะ! อะ อะไรนะ”เวียงพิงค์ส่งเสียงด้วยความตกใจ และเมื่อร่างกายถูกพลิกไป เธอก็ถลาเข้าไปซบแผงอกกว้างพอดี และทำให้ลำเอ็นใหญ่ยิ่งเสียบกลับเข้ามาในร่องเสียวลึกกว่าเดิมด้วยความเสียดเสียวและความเหน็ดเหนื่อยจากบทรักเมื่อครู่นี้ ทำให้ร่างกายของเธอยังคงอ่อนแรง มิหนำซ้ำ ยังมีแท่งเนื้อเสียบคารูร่องอยู่ เวียงพิงค์จึงอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง“จะ…จะให้ฉันทำให้เหรอ แต่ฉันทำไม่เป็นนะ…” เธอร้องบอกชายหนุ่มเพราะนับตั้งแต่เธอเสียบริสุทธิ์ครั้งแรก ราชาก็คือร่วมรักกับเธอในตอนนั้น จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังคงเป็นของเขาคนเดียว เสมือนที่เป็นมาตลอดและด้วยเหตุผลนั้นเอง จึงทำให้หญิงสาว เกิดความรู้สึกว่า ตัวเธอเองก็ต้องการให้ ผู้ชายที่เธอรักคนนี้ มีความสุขมากยิ่งขึ้น จึงพยายามโอบรอบลำคอแกร่ง พลางกล่าว“ถ้าอย่างนั้น…นายพอจะช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหมล่ะ” เธอกระซิบเสียงหวานอีกครั้ง พลางเริ่มขยับสะโพกมนวนไปมาเบา ๆและนั่นก็ทำให้ราชาพอใจเป็นอย่างมาก เขาจึงได้คว้าจับเอวคอดบางเอาไว้อีกครั้ง ก่อนจะกดร่างบอบบางให้ทรุดตัวนั่งลงแนบตัก จนหัวปลายบานมุดเข้าไปชนปากมดลูก“อืม ได้ งั้นทำแบบนี้ก่อน…” ชายหนุ่มกระซิบตอนเสียงพร่าหลังจากนั้น
เมื่อบานประตูถูกปิดลงแล้ว ราชาก็เคลื่อนเข้าจู่โจมเวียงพิงค์ทันที“ระ…ราชา”มือหนาโอบรั้งเอวคอดบางเข้ามาแนบชิด จนเต้าอวบปะทะเข้ากับแผงอกกว้าง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะโน้มลงประกบกับปากอวบอิ่ม แล้วบดคลึงกลีบปากจนเผยอออกลมหายใจร้อนผ่าวผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ทำให้เวียงพิงค์เคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของราชาอย่างง่ายดาย แถมบรรยากาศที่แสนโรแมนติก ก็ยิ่งเร้าอารมณ์ของเธอด้วยบดกจูบได้ไม่เท่าไร ลิ้นร้อนชื้นพลันสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากเล็ก และกวาดต้อนความหวาน ตลอดจนตวัดรัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก แลกเปลี่ยนน้ำหวานของกันและกันด้วยความต้องการพุ่งสูงขึ้น ทำให้เวียงพิงค์จูบตอบราชาเป็นระยะ ลิ้นเล็กหยอกล้อกับลิ้นหนา พลางกำเสื้อสูทของเขาไว้แน่น เพื่อระบายอารมณ์ที่รุ่มร้อนอยู่ข้างในระหว่างที่ริมฝีปากยังประกบกันอยู่นั้น มือหนาก็เลื่อนลงมาปลดชุดราตรีสุดหรูของหญิงสาว รวมไปถึงบราเซียร์ และแพนตี้ตัวจิ๋วที่ขวางสายตาอยู่ ก็ถูกเรียวนิ้วยาวเกี่ยวออกไปอย่างชำนาญ จวบจนในที่สุด ร่างกายเปล่าเปลือยของเวียงพิงค์ก็ตกอยู่ในอุ้งมือของราชาแผ่นหลังของเวียงพิงค์ก็ถูกดันให้เคลื่อนเข้าไปประชิดกับผนังกำแพงด้านหลัง ก่อนที่ราชาจะถอดปากออก
สองปีต่อมา...ครืด! ครืด!ขณะที่เธอกำลังนั่งทำงานที่รุ่นพี่มอบหมายให้อยู่นะโทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างก็ดังสั่นขึ้นมา เวียงพิงค์จึงรีบหยิบขึ้นมาดู ซึ่งพอเห็นเป็นรายชื่อของแม่ของแฟนหนึ่ง หญิงสาวก็รีบกดรับทันที"ว่ายังไงคะหม่าม้า"(เจ้าตัวแสบจะคุยด้วยลูก)"ค่ะ" เธอตอบไป(แม่ครับ)"ว่ายังไงคะคนเก่ง"(วันนี้น่านขอนอนกับคุณปู่คุณย่าได้ไหมครับ)"ก็ต้องได้สิคะ แต่พรุ่งนี้เช้าลูกต้องตื่นแต่เช้า เพื่อกลับมาเปลี่ยนชุดที่ห้องก่อนไปโรงเรียนนะคะ"(คุณย่าบอกว่าเดี๋ยวคุณย่าไปส่งเอง)(เดี๋ยวตอนเย็นม้าให้คนไปเอาชุดนักเรียนของน่านฟ้าที่ห้อง ตอนเช้าเดี๋ยวม้าจะไปส่งหลานเอง)"จะไม่รบกวนหม่าม้าเกินไปเหรอคะ พิงค์เกรงใจจัง" เนื่องจากช่วงนี้ คุณแม่ของราชานั้นชอบมาเอาหลานไปเลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง(รบกวนอะไรล่ะลูก น่านฟ้าก็หลานม้านะ)(งั้นแค่นี้แหละ ม้าไม่รบกวนเวลาฝึกงานของหนูแล้ว)คุณแม่ตัดสายไป เธอจึงวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมาทำงานของตัวเองต่อ จนเวลาล่วงเลยมาประมาณสามโมงเย็น งานที่เธอทำก็เสร็จพอดี เวียงพิงค์จึงรีบเอาไปให้คนที่มอบหมายเธอ"พี่แพรวคะ งานที่ให้พิงค์ทำเสร็จแล้วค่ะ" พอเธอยื่นให้รุ่นพี่สาวก็เอาไปตรวจดู"เรี
ราชาซึ่งกำลังยืนอยู่บริเวณข้างเตียง เลื่อนสายตาไปมองร่างบางของแฟนสาวที่กำลังนอนตะแคงอยู่บนเตียง พลางส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มราวกับเชิญชวนมาให้เขา"ราชา""อะไร"ชายหนุ่มก็อดใจไม่ไหว รีบเคลื่อนตัวขึ้นไปบนเตียง แล้วเท้าแขนทั้งสองข้างคร่อมร่างคนรัก ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางโน้มหน้าลงกระซิบที่ข้างใบหูนิ่ม“ยั่วกันแบบนี้ คืนนี้เธอไม่รอดแน่”ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ผสานกับความรักที่เวียงพิงค์มีให้แก่ราชา เธอจึงได้ยกแขนเรียวสวยทั้งสองขึ้นคล้องคอร่างสูงเอาไว้ ก่อนจะยืดหน้าจุ๊บปากหยักอย่างแผ่วเบา“ก็ไม่ได้คิดว่าจะรอดอยู่แล้ว…” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเย้ายวนพอได้ยินแบบนั้น ราชาก็ไม่พูดอะไรให้เสียเวลา เขาโน้มหน้าลงจูบปิดปากเธอทันทีในการจูบครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็บดเบียดริมฝีปากเข้าหากันและกันอย่างร้อนแรง เพราะต่างคนต่างก็เต็มไปด้วยความปรารถนา และต้องการที่จะถ่ายทอดความรักให้แก่กันโดยเฉพาะราชาที่ตอนนี้ร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่างกาย จนแทบจะทนไม่ไหวแล้วในที่สุดชายหนุ่มก็ผละจูบออกอย่างกะทันหัน แล้วพูดขึ้น“อืม… ถ้าอย่างนั้น ไปอาบน้ำด้วยกันดีกว่า”เมื่อพูดจบยังไม่ทันรอให้อีกฝ่ายตอบรับ อุ้งมือหนาก็ต้อนร่างบอบบางข
หนึ่งเดือนต่อมา...ครืด! ครืด!ระหว่างที่เธอกำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่บนเตียงนอนนั้น โทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างก็ดังสั่นขึ้นมา หญิงสาวจึงหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นเพื่อนสาวอย่างวิเวียน เธอจึงกดรับสาย(อยู่ไหน ทำอะไร)"ห้องราชา กำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่"(คิดถึงจัง พรุ่งนี้ไปเที่ยวผับเฮียปรัชญ์กัน)"กลับมาจากเนเธอร์แลนด์แล้วเหรอ ไหนบอกว่าจะกลับก่อนเปิดเทอมหนึ่งอาทิตย์ไง"(กลับก่อนกำหนดน่ะ พอดีเฮียควันมีธุระกะทันหันต้องรีบกลับ)"อ๋อ"(พรุ่งนี้มานะเวียงพิงค์ เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน ฉันคิดถึงเธอ คิดถึงพิมพ์สุข)"โทรหาพิมพ์สุขแล้วเหรอ"(ใช่ แล้วพิมพ์สุขก็ตกลงแล้วด้วย)"ฉันยังไม่กล้ารับปากน่ะสิ ต้องถามราชาก่อน"(ทำไมต้องถาม)"กะ..." เธอที่กำลังตอบปลายสาย แต่ประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่ก็ถูกดันเปิดออกมา พร้อมกับร่างสูงของแฟนหนุ่มที่เดินออกมาด้วยร่างกายที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนบางปกปิดช่วงล่างหญิงสาวนั่งจ้องมอง จนคนที่ยืนอยู่ต้องหันมามอง"มองอะไร""มะ...ไม่ได้มองสักหน่อย" เวียงพิงค์ตอบตะกุกตะกักแล้วรีบหันหน้าหนี(เวียงพิงค์)"ฮะ!"(เธอได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย)"ไม่ได้ยิน พูดใหม่หน่อย"(ฉันบอกว่าได้เรื่องยังไงอย่าลื
หลังจากที่พาหลานเลือกซื้อของเล่นจนเขาพอใจแล้ว วราตรีก็อุ้มหลานชายกลับมาหาพ่อกับแม่ของเขาแอด...โดยพอเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักที่ลูกชายนอนพักอยู่ วราตรีกับสามีก็ยิ้มออกมา เพราะเห็นลูกชายและคนรักของเขากำลังนอนด้วยกันบนเตียง"คุณว่าเราควรจะอยู่ที่นี่ต่อไหมคะ""ผมว่าเรากลับกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวตอนเย็น ค่อยเอาหลานมาส่งพ่อกับแม่เขา""น่านฟ้าครับ ไปเที่ยวบ้านย่าไหม""คุณแม่ไปด้วยไหมคับ" (คุณแม่ไปด้วยไหมครับ)"ไม่ได้ไปค่ะ แม่หลานต้องอยู่เฝ้าป๊าหลานไง แต่เดี๋ยวตอนเย็นย่าจะพากลับมาส่ง""....." น่านฟ้าทำหน้าตาครุ่นคิด จนวราตรีและสามีมองหลานอยู่ ก็รู้สึกเอ็นดู "ไปก็ได้ครับ""โอเค งั้นเราไปกันดีกว่า" วราตรีเดินอุ้มหลานชายออกมา ส่วนรัฐเกียรติก็เดินตามภรรยาออกมาเงียบ ๆ"คุณป้า"แต่ระหว่างเดินมาที่โรงจอดรถของโรงพยาบาลแล้ว ก็ดันมีเสียงเรียกที่คุ้นเคย วราตรีจึงหันไปมองก็พบว่าเป็นหลานสาวของตัวเองที่กำลังวิ่งหน้าตั้งมาหา"มาเยี่ยมตาราชาเหรอลูก""ใช่ค่ะ" วิเวียนตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน "แล้วนี่จะไปไหนกันคะ""ป้าว่าจะพาหลานกลับไปเล่นที่บ้าน พอดีพ่อกับแม่เขานอนพักผ่อนอยู่""แสดงว่าเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม







